
รักในความเงียบ
ตอน 2
ในตอนกลางคืน ณ คฤหาสน์ตระกูลเสิ่น แสงไฟสว่างไสว
หลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งงาน เย่ชิงซีก็ถูกส่งมาที่นี่ โดยมีพ่อบ้านนำทางมาส่งที่ห้องของเสิ่นเซียวเหยา
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ชิงซีได้เห็นสามีของเธอ
ตอนที่เธอคบอยู่กับเสิ่นเจ๋อ เธอมักจะได้ยินเสิ่นเจ๋อพูดถึงพี่ใหญ่ของเขาลับหลังอยู่เสมอ
จากคำพูดของของเสิ่นเจ๋อ เสิ่นเซียวเหยานั้นเป็นคนอารมณ์ร้าย มีนิสัยวิปริต ไร้ความปรานี แม้แต่ต่อหน้าญาติสนิทก็เย็นชาไม่แย่แส คำพูดแย่ต่างถูกเสิ่นเจ๋อบรรยายออกมาจนหมด รวมทั้งอัปลักษณ์ ขี้เหร่ด้วย
เย่ชิงซีคิดว่าเป็นเรื่องจริง วินาทีที่เธอนั่งอยู่บนรถของตระกูลเสิ่น เธอก็เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับสามีผู้อัปลักษณ์ของเธอแล้ว
แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเธอจะหล่อเหลามาก แม้จะนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ แต่ก็ไม่สามารถปิดออร่าผู้ลากมากดีได้
เธอยืนอยู่ข้างเตียงอย่างอึ้ง ๆ ก่อนมองไปยังใบหน้าที่หล่อเหลาไร้จุดบกพร่อง ราวกับผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมของเสิ่นเซียวเหยา แล้วก็เริ่มสงสัย
ดังนั้นสิ่งที่เสิ่นเจ๋อพูดมาทั้งหมดก่อนหน้านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคำพูดเหลวไหลอย่างนั้นเหรอ?
ทันใดนั้นประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสิ่นเจ๋อที่เมามายเดินโซเซเข้ามาพร้อมกับขวดเหล้า เขาสวมเสื้อเชิ้ตปกแข็ง เน็คไทห้อยอยู่ที่คออย่างหลวม ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์อบอวลไปทั้งตัว เขาพูดออกมาอย่างเสียงดัง โดยไม่กลัวว่าเสิ่นเซียวเหยาที่นอนเป็นผักอยู่จะตื่นขึ้นมา
“ชิงซี ผมขอโทษ ที่แท้เราก็ถูกหลอกกันหมด ผมไม่รู้ว่าแม่เลี้ยงของคุณกับพ่อของผมจะทำข้อตกลงให้เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวในงานแต่งกัน ตอนที่ผมรู้มันก็สายไปแล้ว ผมถูกพ่อขังเอาไว้ ทำอะไรไม่ได้” แววตาของเสิ่นเจ๋อเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของเขาแดงก่ำ
หากเมื่อตอนบ่ายเย่ชิงซีไม่ได้เจอเขากับเย่หว่านหว่านกำลังมีอะไรกัน ไม่แน่เธออาจจะถูกเขาหลอกอีกครั้งก็ได้
เย่ชิงซีมองไปที่เสิ่นเจ๋ออย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร เธอกลัวว่าหากเธอเอ่ยอะไรออกมา ความโกรธของเธอมันจะระเบิดออกมาด้วย
“ชิงซี คุณพูดอะไรสักหน่อยเถอ คุณจะโกรธผมก็ได้ เรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว เราทำได้เพียงคิดหาแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน” เสิ่นเจ๋อเช็ดหน้า ไม่ช้าสายตาของเขาก็นิ่ง เขาไม่อยากจะแสดงต่อไปแม้แต่อีกวินาทีเดียว
ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาฉีกหน้าอีกฝ่าย เย่ชิงซีจึงอดกลั่นความเกลียดชังเอาไว้ แล้วแสร้งคล้อยตามเสิ่นเจ๋อ “ไม่เป็นไร ฉันไม่โทษคุณหรอก คุณเองก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน”
“ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องเชื่อผม” เสิ่นเจ๋อจ้องมองไปที่เธอ เขาวางขวดเหล้าในมือลง แล้วยิ้มให้เย่ชิงซี “โชคดีที่ตอนนี้พี่ใหญ่ของผมเป็นเจ้าชายนิทรา แบบนั้นงานแต่งงานนี่ก็ไม่ใช่เรื่องจริง ตอนนี้คุณแค่ต้องทำลายแผนการทำกิ๊ฟท์นั่น ทำให้พี่ใหญ่ของผมไม่ต้องมีทายาท แบบนี้ผมก็จะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของเสิ่นซื่อ กรุ๊ป ถึงตอนนั้นค่อยแต่งงานกับคุณ แค่นี้ก็ไม่มีใครกล้าขวางเราแล้ว!”
เย่ชิงซีกำมือแน่นที่ด้านหลัง โดยเกือบจะทนไม่ไหวอีกต่อไป แต่สมองของเธอได้บอกกับเธอว่า หากเธอถูกเสิ่นเจ๋อพบพิรุธอะไรเข้า ถ้าเขาคิดใช้วิธีอื่นทำลายการทำกิ๊ฟท์ในวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แบบนี้โอกาสในการแย่งตระกูลเสิ่นมาจากเสิ่นเจ๋อก็จะล้มเหลว
“ได้ พรุ่งนี้ฉันจะคิดหาวิธีทำลายการการทำกิ๊ฟท์ให้ได้” เย่ชิงซีตอบตกลง แล้วแสร้งทำทีรักใคร่ เธอเดินเข้าไปแล้วพูดเบา ๆ ออกมาว่า “เสิ่นเจ๋อ ฉันรักคุณมากขนาดนี้ แล้วฉันจะไปให้กำเนิดลูกของผู้ชายคนอื่นได้ยังไง ฉันจะรอคุณมาแต่งงานกับฉันนะคะ”
เมื่อเสิ่นเจ๋อได้ยินดังนั้นก็พอใจมาก เขาอ้าสองแขน ก้าวไปข้างหน้า เพื่อจะกอดเย่ชิงซี
เมื่อเย่ชิงซีเห็นดังนั้นก็ทนไม่ได้ เธอจึงพูดขึ้นเบา ๆ “นี่ก็ดึกมากแล้ว คุณรีบกลับไปเถอะ ถึงยังไงที่นี่ก็เป็นห้องของพี่ใหญ่คุณนะ”
คำพูดนี้กระตุ้นความท้าทายของเสิ่นเจ๋อ เขาชำเลืองมองไปที่ร่างกายอันงดงามของเย่ชิงซี ทันใดนั้นก็คิดอยากมีอะไรกับเธอขึ้นมา
เขาและเย่ชิงซีคบหากันมานานสามปี เย่ชิงซีไม่ยอมที่จะมีอะไรกับเขามาโดยตลอด หากวันนี้เขาสามารถมีอะไรกับภรรยาของพี่ใหญ่ที่เพิ่งจะแต่งงานกันที่หน้าเตียงของเขาได้ละก็......
แค่คิดเสิ่นเจ๋อก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงล็อคประตู ปิดไฟ แล้วเดินเข้าไปใกล้ ๆ เย่ชิงซีทีละก้าว
เย่ซิงซีก้าวถอยหลังอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “เสิ่นเจ๋อ คุณจะทำอะไร”
“ชิงซี คืนนี้เป็นคืนแต่งงานของคุณ อย่างเสียเวลาเลย เราไม่สามารถเป็นสามีภรรยากันแบบเปิดเผยได้ แต่เราสามารถเป็นคู่รักลับ ๆ ได้”
เสิ่นเจ๋อยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย กลิ่นแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งไปทั่วตัว ทำให้เย่ชิงซีตกใจจนถอยหลังออกไป
ไอ้สารเลวนี้ไม่เคยเห็นเสิ่นเซียวเหยาอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ ถึงได้กล้าที่จะอยากได้พี่สะใภ้ต่อหน้าเขาขนาดนี้!
เย่ชิงซีตัวสั่นด้วยความโกรธ เธอผลักเสิ่นเจ๋อออกไปอย่างแรง “คุณมีสติหน่อย ระวังคนอื่นจะมา”
“ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครมาที่ห้องของคนใกล้ตายหรอก” เสิ่นเจ๋อมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาคว้าไหล่ของเย่ชิงซี แล้วต้องการที่จะบังคับจูบเธอ
เย่ชิงซีทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอคว้าข้าวของที่อยู่ข้าง ๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่กลับพบว่าเสิ่นเจ๋อไม่ขยับเขยื้อน และสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
เธอเงยหน้าขึ้นมองอย่างงง ๆ โดยเห็นเพียงเสิ่นเจ๋อมองไปที่ด้านหลังของเธออย่างกลัว ๆ ราวกับเห็นผี
“พี่ พี่ใหญ่......”
คุณอาจจะชอบ





