ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา

ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา

ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
ตอน
แชร์

ตอน 3

รูม่านตาของโจรหดตัวลงอย่างฉับพลัน

ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนองอะไรกลับมา ซูชิงซวู่ก็เริ่มนับขึ้นมาแล้ว “หนึ่ง”

“ถ้าเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะบอก”

เหงื่อเม็ดใหญ่ขนาดเท่าเมล็ดถั่วไหลลงมาตามแก้มของโจร แต่เขาก็ยังคงมีความหวังอยู่

เขาคิดว่าต่อให้ซูชิงซวู่จะอยากถามให้ได้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แต่นางก็คงไม่ถึงขั้นที่ฆ่าเขาได้หรอก

เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูชิงซวู่ก็หัวเราะเยาะออกมาและพูดต่อว่า “สอง”

“ฉึบ”

มีดถูกฟันลงมาตามเสียงของนาง

ตัดคอโจรเข้าอย่างจัง

เขาเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ปากก็ยังคงพึมพำออกมาว่า “เจ้าบอกว่า...... จะนับถึงสาม.....”

“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมบอก แล้วเหตุใดข้าถึงต้องเสียเวลาด้วยเล่า?”

นางดึงมีดกลับมา การเคลื่อนไหวของนางคล่องแคล่วและดูช่ำชองอย่างยิ่ง

เอื้อก

เสียงเสี่ยวอู๋กลืนน้ำลายดังขึ้นมา

“ฆ่าเขาทิ้งเช่นนี้ แล้วเจ้าจะรู้ได้อย่างไรเล่าว่าใครคิดจะปองร้ายเจ้า?”

ทันใดนั้น มีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

ซูชิงซวู่หันกลับไปด้วยความระแวดระวัง แล้วนางก็เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพประทานของใครคนหนึ่ง

บุรุษผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลาและมีกิริยาท่าทางที่สง่างามอย่างยิ่ง แต่น่าเสียดายที่ขาทั้งสองข้างของเขาเหมือนจะมีความผิดปกติ เพราะเขานั่งอยู่บนรถเข็น

นางรีบรื้อฟื้นในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมทันที จากนั้นไม่นานนางก็เจอข้อมูลที่เกี่ยวกับบุรุษที่อยู่ตรงหน้านาง

เขาคือเผ่ยเสวียนจู ผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ น้องชายของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน สมญานามเดิมที่ได้รับการพระราชทานคือ ‘จิ้น’ ต่อมาเนื่องจากเขามีคุณงามความดีด้านการรบ ฮ่องเต้องค์ก่อนจึงได้แต่งตั้งให้เขาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ เพื่อคอยช่วยเหลือฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตามในสายตาของเหล่าขุนนางและประชาชน เขาก็เป็นคนทรยศที่ควบคุมทั้งราชสำนักและกองทัพอยู่ดี จะบอกว่าชื่อเสียงของเขาเสื่อมเสียไปแล้วก็ว่าได้

หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เขาดันถูกวางยาพิษที่แปลกประหลาดเข้า ขาทั้งสองข้างของเขาจึงพิการ เพราะเหตุนี้เขาจึงแทบจะไม่เคยให้ความสนใจเรื่องราวของในราชสำนักอีกเลย

ซูชิงซวู่ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เจอกับเขา

โดยปกตินางก็มีความชอบในด้านทหารอยู่แล้ว จากในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม นางก็รู้ได้ว่าบุรุษผู้นี้คือวีรบุรุษที่ไปอยู่ที่ชายแดนเพื่อปกป้องดินแดนให้กับราชวงศ์ แล้วก็ยังยึดดินแดนที่สูญเสียไปคืนกลับมาได้อีกด้วย ทำให้เขามีคุณงามความดีด้านการรบที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

หลังจากรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาในตอนแรก ไม่นานนางก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง

“คนที่คิดจะปองร้ายข้าก็มิเว้นแต่คนพวกนั้นแหละ ในเมื่อมิรู้ว่าเป็นใคร เช่นนั้นก็ไล่คิดบัญชีไปทีละคนเลยก็สิ้นเรื่อง”

น้ำเสียงของนางฟังดูสบาย ๆ และไม่ได้เก็บซ่อนเจตนาฆ่าเอาไว้แต่อย่างใด

เสี่ยวอู๋ตัวสั่นระริก ไม่สามารถที่จะตัดสินสตรีจากรูปลักษณ์ได้เลยจริง ๆ ใครจะไปคิดเล่าว่าหญิงสาวที่ภายนอกดูบอบบาง ลับหลังจะสามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น

บังเอิญว่าเวลานี้มีเสียงกีบม้าดังมาจากระยะไกลพอดี

นางจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย คนพวกนี้มาเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่

แต่นางยังไม่ทันได้จัดการกับศพเลย อีกอย่างการกระทำทุกอย่างของนางเมื่อกี้นี้ก็ถูกบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเห็นในทุกรายละเอียดไปแล้วด้วย

เจ้าของร่างเดิมเป็นคนที่ชีวิตไร้ซึ่งจุดหมายปลายทาง หากอยู่ในเมืองจิง จำเป็นที่จะต้องมีคนมีอำนาจคอยคุ้มกัน....... แล้วหลาย ๆ เรื่องก็จะได้จัดการได้อย่างง่ายดาย

ซูชิงซวู่มีแผนการในใจแล้ว ทันใดนั้นนางก็เงยหน้าไปมองเผ่ยเสวียนจูและพูดว่า “ท่านอ๋องจิ้น สนพระทัยที่จะร่วมมือกับหม่อมฉันหรือไม่เพคะ?”

เผ่ยเสวียนจูเคาะนิ้วที่เรียวยาวของเขาลงบนรถเข็นเบา ๆ และพูดว่า “เจ้ามีข้อดีอันใดหรือ?”

สายตาของซูชิงซวู่จ้องมองไปที่ขาของเป้ยเสวียนชู่ จากนั้นนางก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “หม่อมฉันสามารถรักษาขาของท่านได้เพคะ”

ทันทีที่นางพูดจบ ใบหน้าของเสี่ยวอู๋ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เปลี่ยนไปทันที

เขามองไปที่ซูชิงซวู่ด้วยความระแวดระวัง แววตาแสดงอาการโกรธออกมาเล็กน้อย

แววตาของเผ่ยเสวียนจูก็มืดมนลงด้วยเช่นกัน เขาสูญเสียความสนใจไปทันที

เดิมทีเขาคิดว่าก็ดูน่าสนใจอยู่หรอก แต่ที่แท้ก็เป็นแค่แผนการที่จงใจให้เกิดขึ้น

ไม่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของนาง สรุปแล้วคือเสด็จพี่ตัวดีของเขา หรือว่าเป็นหลาน ๆ ตัวดีพวกนั้นกันแน่

ซูชิงซวู่ไม่ได้พูดจาไร้สาระแต่อย่างใด คนนอกต่างก็รู้กันดีว่านางเป็นสายลับระดับแนวหน้าของโลก แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าครั้งหนึ่งนางเคยเรียนแพทย์กับหมอผีมาก่อน ตอนที่นางเห็นขาของเผ่ยเสวียนจูในครั้งแรก นางก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้ในทันที

เมื่อเห็นว่าเผ่ยเสวียนจูเอาแต่เงียบ

ซูชิงซวู่ก็เดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องไม่ไว้ใจนางเป็นแน่

นางจึงพูดออกไปตรง ๆ เลยว่า “ถ้าหม่อมฉันเดาไม่ผิดล่ะก็ ขาของท่านอ๋องน่าจะเกิดจากพิษเย็นเป็นแน่ ทุกคืนจะมีอาการเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ราวกับโดนแมลงนับพันตัวกัดใช่หรือไม่เพคะ?”

“บังอาจ!”

เมื่อเห็นเช่นนี้ เสี่ยวอู๋ก็ต่อว่าขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดันทันที

เมื่อเห็นว่าเผ่ยเสวียนจูไม่เชื่อ นางก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็เดินไปข้างหน้า แล้วก็เอามือวางลงบนชีพจรของเผ่ยเสวียนจู

อากาศร้อนถึงเพียงนี้ แต่มือของเผ่ยเสวียนจูกลับเย็นเข้ากระดูกเสียอย่างนั้น

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JDB” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JDB
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อชีคอัฟฟานแห่งซาลได้พบมาราตี ตัวประกันสาวที่ถูกส่งมาสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อตบตาเขา ความงดงามของเธอกลับไม่อาจปิดบังความจริงจากสายตาอันคมกริบของเขาได้ ชีคหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกตระกูลของเธอคิดคดทรยศและพยายามปั่นหัวให้เขากลายเป็นคนโง่ มาราตีต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแผนการสลับตัวถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันเร่าร้อน เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดและความดุดันของชีคเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มลายสิ้นภายใต้เงื้อมมือของเขา
หน้าปกนวนิยาย ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
9.5
สายลับสาวข้ามมิติมาสวมร่างกู้เจียว สตรีชนบทอัปลักษณ์สติฟั่นเฟือนที่เคยบังคับเซียวลิ่วหลัง ชายหนุ่มรูปงามให้แต่งงานด้วยจนเขาเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าความฝันบอกเหตุกลับเผยความลับว่าสามีผู้เย็นชาคนนี้จะกลายเป็นขุนนางใหญ่ที่กุมอำนาจสูงสุดในราชสำนัก เพื่อความอยู่รอดและอนาคตที่มั่นคง กู้เจียวคนใหม่จึงสลัดคราบเดิมทิ้ง นางใช้ไหวพริบปกป้องเขาจากภยันตรายและศัตรูรอบด้าน มุ่งมั่นขจัดทุกขวากหนามเพื่อผลักดันและปูทางให้เซียวลิ่วหลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจตามลิขิตสวรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน
7.8
ปริม ทายาทสาวสุดเอาแต่ใจต้องมารับมือกับ อลัน แบรดฟอร์ด เลขาหนุ่มลูกครึ่งมาดเถื่อนที่มาพร้อมเสน่ห์เหลือร้าย แม้เขาจะขี้หงุดหงิดและอายุห่างจากเธอถึงสิบปี แต่เขากลับยอมสยบกลายเป็นทาสรักให้คุณหนูจอมวีนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นเมื่อความใกล้ชิดปลุกปั่นอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง ท่ามกลางการยั่วยวนและความดิบเถื่อนที่ปะทะกันอย่างดุเดือด เธอจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ทั้งดุดันและน่าหลงใหลขนาดนี้
หน้าปกนวนิยาย สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนแฝงตัวเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของนาง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อนางต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรชุดดำลึกลับหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตนเอง โดยบังคับให้เขาซ่อนตัวในถังสิ่งปฏิกูลที่แสนโสโครก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาโกรธจัดจนขู่ฆ่านาง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเริ่มวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อตอบแทนบุญคุณท่ามกลางไฟแค้นและการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
9.4
ลู่จื้อ หญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรคาสิโนยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ตัดสินใจละทิ้งวงการธุรกิจสีเทาที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับ เธอหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการส่งมอบอำนาจทั้งหมดคืนให้แก่เครือญาติของเขา ทว่าความใจกว้างของเธอกลับถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง เมื่อเหล่าญาติที่โลภโมโทสันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทรัพย์สิน แต่ยังวางแผนกำจัดเธอให้สิ้นซากเพื่อดับไฟแค้นและปิดปากเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หนี้รักชีคทมิฬ
8.9
องค์ชายเฟซานแห่งทะเลทรายเคยรักและคิดจะแต่งงานกับเมริสา สาวสวยชาวไทยที่เขาปักใจรัก ทว่าความเชื่อใจกลับถูกทำลายด้วยการหักหลังอย่างเจ็บปวด เมื่อเวลาผ่านไปหกเดือน กงล้อแห่งโชคชะตาเหวี่ยงเธอกลับมาหาเขาอีกครั้งในวันที่ความรักกลายเป็นความแค้น แม้เมริสาพยายามจะอธิบายความจริงเรื่องเธอกับชายอื่นเพื่อขอโอกาส แต่เฟซานที่เย็นชาและไร้หัวใจกลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือบำบัดความใคร่เพื่อชำระหนี้แค้นในอดีตเท่านั้น โดยไม่สนคำว่ารักหรือน้ำตาของเธอเลยสักนิด