
เจ้าสาวจำเป็นกับสามีเศรษฐี
ตอน 3
เธอสวมชุด ออกไปที่สนามหน้าบ้าน และเห็นกู้เหมิ่งกำลังออกกำลังกายยามเช้าอยู่
เขาเปลือยท่อนบน ถือดัมเบลสลับกันด้วยมือทั้งสองข้าง กล้ามเนื้อของเขาเหมือนก้อนอิฐก้อนเล็ก ๆ พอแสงยามเช้าส่องมาทำให้เขาดูเหมือนเทพบุตรลงมาจากฟากฟ้า ใบหน้าเล็ก ๆ ของเจียงช่านร้อนผ่าวขึ้นมา เธอเอ่ยทักทายเขาอย่างนุ่มนวล “ตื่นเช้าจังนะคะ!”
กู้เหมิ่งหันหน้าไป และมองเธอนิ่ง ๆ
เจียงช่านมองไปรอบ ๆ สนามไม่ใหญ่ และค่อนข้างรก มีกระสอบทราย นวมชกมวย ไม้เบสบอล ดัมเบล และของอื่น ๆ กระจายอยู่ทั่ว เธอรู้สึกอึดอัดขึ้นมา เธอไม่กล้าพูดว่าข่าวลือนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่กู้เหมิ่งคงจะไปชกต่อยอยู่เป็นประจำแน่ ๆ
ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้นิสัยเป็นยังไง?
ได้ยินมาว่าคนที่นี่นั้นถือว่าผู้ชายเป็นใหญ่ และเป็นเรื่องปกติที่จะทุบตีภรรยาเวลาที่พวกเขาเมา
เจียงช่านกัดริมฝีปากของเธอ ก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว และกลั้นหายใจพลางถามเขาว่า “เอ่อ... ทานอาหารเช้ารึยังคะ?”
“ยัง” ผู้ชายคนนั้นพูดออกมาอย่างเย็นชาสองสามคำ “คุณไปทำสิ”
เจียงช่านพยักหน้า ก่อนจะหันหลังกลับ และวิ่งเข้าไปในครัว
เธอทำอย่างรวดเร็ว และใช้เวลาไม่นานในการทำโจ๊กข้าว ทอดไข่ และหั่นแฮมใส่จาก พลางเอาไปเสริ์ฟตรงหน้ากู้เหมิ่ง
กู้เหมิ่งเงยหน้าขึ้น และสบตาเข้ากับสายตาของเธอที่ยิ้มออกมาอย่างสดใส จู่ ๆ ใจเขาก็เต้นขึ้นมา เขาคีบแฮมชิ้นนึงแล้วยื่นใส่จานให้เธอ
เจียงช่านอึ้งไป และตอนที่กำลังจะปฏิเสธก็ได้ยินเสียงทุ้มของผู้ชายคนนั้นพูดขึ้นมาว่า “กินเยอะ ๆ ผอมมาก!”
“อ่อ...”
เธอเม้มปาก จริง ๆ แล้ว เธอมีเรื่องจะคุยกับกู้เหมิ่ง อย่างเช่น เธออยากจะขอโทษเรื่องเมื่อคืน จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องปกติสำหรับคู่บ่าวสาว แต่เธอกลับทำเหมือนกับว่าเขาบังคับเธอ
และเธอต้องการถามเขาเกี่ยวกับเรื่องในอนาคต พวกเขาเป็นสามีภรรยากัน ดังนั้นพวกเขาควรจะมีแผนสำหรับชีวิตของพวกเขา
อีกทั้งเธอยังไม่รู้เลยว่าเขาทำอาชีพอะไร และทำอะไรเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว...
พวกเขายังต้องรู้จักกัน และกันให้มากขึ้นกว่านี้
แต่ก็เห็นว่ากู้เหมิ่งนั้นเอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน พอเขายกมือขึ้น เธอก็เห็นข้อนิ้วด้าน ๆ ของเขา ซึ่งมาจากการที่ต่อยกระสอบทรายนับครั้งไม่ถ้วน
เจียงช่านกำลังจะพูด แต่ก็ได้แต่กลืนมันลงไป
มื้อแรกของคู่บ่าวสาวนั้นเงียบ และยาวนาน เจียงช่านไม่ได้ไม่รู้สึกเศร้า ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอก็ไม่มีทางหันหลังกลับได้แล้ว
“ว่าแต่ วันนี้มีแพลนอะไรไหมคะ?” เจียงช่านถาม
กู้เหมิ่งชะงักไป “ทำไมเหรอ?”
“ฉันจะไปในเมืองเพื่อคืนชุดแต่งงานค่ะ” เธอพูดแล้วยิ้มออกมา
สายตาของกู้เหมิ่งแข็งทื่อ เขาไม่ได้สนใจเรื่องการแต่งงานนี้เลย และเขาก็ไม่รู้ว่าชุดแต่งงานของเธอนั้นเช่ามา เวลาผู้หญิงคนอื่นแต่งงาน มันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิต ไม่ใช่ต้องซื้อชุดแต่งงานกลับบ้านกันทุกคนหรอกเหรอ? พอคิดแบบนี้ ใจของเขาก็มีความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้
“ฉันไม่ได้ขอให้คุณไปกับฉัน!” พอเจียงช่านเห็นว่าเขาเงียบไป เลยรีบอธิบายขึ้นมา “ฉันเอาชุดแต่งงานไปคืนเองได้ ถ้าคุณมีธุระต้องทำก็ไปทำเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงฉัน”
“อืม” ผู้ชายคนนั้นตอบกลับมาเรียบ ๆ
ทั้งคู่ต่างก็เคารพซึ่งกันและกัน
เจียงช่านซักชุดแต่งงานให้สะอาด และเอามันใส่ถุงอย่างเดิม ต่อรถเมล์สองสามรอบก็มาถึงร้านชุดแต่งงานในเวลาเกือบจะเที่ยง
ตอนที่แต่งงานนั้น นอกจากสินสอดที่รับปากไว้ ตระกูลเจียงไม่ได้เตรียมอะไรให้เธอเลย เธอทำได้เพียงเสาะหาร้านเล็ก ๆ บนถนน แล้วมาพบร้านชุดแต่งงานที่มีราคาที่เธอพอใจร้านนี้ ร้านไม่ใหญ่ และพนักงานก็เคยชินกับการดูถูกคน โดยเฉพาะคนที่เช่าชุดแต่งงานอย่างเจียงช่านนั้นแทบจะไม่ได้รับการต้อนรับเลย
“คุณผู้หญิง คุณแน่ใจเหรอคะว่าเราจะให้คนเช่าชุดนี้ได้อีกน่ะ?” พนักงานร้านเค้นเสียง สีหน้าเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “คุณดูเอาเองละกันว่ามันอยู่ในสภาพไหน!”
คุณอาจจะชอบ





