ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย  มายาปฏิพัทธ์

มายาปฏิพัทธ์

หลังรอดพ้นความตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หญิงสาวกลับพบว่าตนเองตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ของสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่เธอไม่รู้จัก แต่ชีวิตใหม่นี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อวิญญาณเจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนตามหลอกหลอนเพื่อทวงคืนร่างกายของตนเอง นอกจากต้องรับมือกับผีเจ้าที่แล้ว เธอยังต้องเผชิญกับพฤติกรรมสุดเลวร้ายของสามีเจ้าของร่างที่แอบนอกใจไปมีหญิงอื่น ท่ามกลางความวุ่นวายและแรงอาฆาต เธอจะเอาตัวรอดจากพันธนาการรักซ้อนซ่อนสยองขวัญครั้งนี้ไปได้อย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 1

‘ถ้าแกยังไม่ยอมเลิกมีแฟนเป็นผู้หญิง ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก !’

เธอยังจำเสียงนี้ได้ดีและไม่มีวันลืม ไม่ว่ากี่ครั้งที่ปิดเทอมจากมหา’ลัย กลับบ้านมาก็มักจะโดนว่าแบบนี้ทุกครั้ง จนตอนนี้เรียนจบมาสองปีกว่าทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แล้ว ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนใจมารดาได้เลย ทุกวันหยุดปีใหม่ปีที่แล้วต้องคิดนานว่าควรจะกลับไปดีไหม ?

สุดท้ายก็กลับไปและ...

‘ฉันเลี้ยงให้แกโตมาชอบผู้ชาย ไม่ใช่มาคบกับผู้หญิงด้วยกันแบบนี้!’

เป็นมาตลอดจนเมื่อหลายเดือนก่อนแม่เกิดป่วยกะทันหันและด่วนจากไป ทั้งครอบครัวตอนนี้จากสามคนเหลือเพียงคนเดียว คำสั่งเสียของแม่คือการให้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ มีครอบครัว ซึ่งมันแทบไม่มีวันเป็นไปได้เลย เธอไม่ได้รังเกียจผู้ชายแต่ทว่าการคบกับผู้หญิงด้วยกันมันก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย...อีกอย่าง ในทางตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกว่าสบายใจกว่ากันเยอะทีเดียว

“น้องต๋อมอยากสั่งอะไรมาทานไหมครับ”

จรีภรณ์หรือ ‘ต๋อม’ ส่ายหน้าแทนคำตอบ เธอนั่งตรงข้ามฝั่ง รุ่นพี่หนุ่มที่ทำงานในแผนกเดียวกัน แม้สายตาจะไม่ได้แสดงออกมาว่าเกลียดผู้ชาย แต่ท่าทางที่ดูเหินห่างก็พอบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่สนใจ ต่อให้ตัดผมสั้นแล้วใบหน้าก็ยังคงหวานและทำให้มีผู้ชายเข้ามาจีบเพราะคิดว่าเป็น สาวเปรี้ยว!

“พี่ได้ข่าวว่าต๋อมชอบกิน...”

“กินได้ทุกอย่าง” เป็นการขานรับไม่มีหางเสียงเพราะคนอย่าง จรีภรณ์ไม่ใช่สาวเรียบร้อยและเป็นกุลสตรีที่ต้องง้อผู้ชายหรือทำตัวออดอ้อน อีกอย่างด้วยความที่ใจไม่ชอบเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วคงไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของอีกคนได้ จึงไม่อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนร่วมงานหรือรุ่นพี่ไปเป็นอย่างอื่น

หญิงสาวลืมตัวไปว่าพูดจาไม่สุภาพจึงรีบตอบกลับไปใหม่ในทันที

“อะไรก็ได้...ค่ะ”

ชายหนุ่มได้แต่มองใบหน้าสวยหวานไม่วางตา ทำให้จรีภรณ์รู้สึก อึดอัดที่ต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ความจริงแล้วคนที่ชวนคือเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่บอกว่าสุดสัปดาห์มื้อกลางวันนัดกันไปกินเลี้ยงซึ่งมีแต่ผู้หญิงแล้วทำไมตอนนี้มีเพียงแค่เธอและคุณรุ่นพี่หน้าจืดเท่านั้นเล่า !

“งั้นพี่สั่งให้นะครับ”

หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ พลางพยักหน้ารับโดยไม่ปริปากพูดอะไร ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟได้แต่นั่งหันมองไปทางอื่น เมื่อบรรยากาศเริ่ม อึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากขอชายหนุ่ม

“ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน...นะคะ”

พูดเสร็จก็ลุกเดินจากไปทันที เมื่อเดินห่างออกมามากพอแล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมา จรีภรณ์เดินเข้ามาล้างมือและส่องมองตัวเองที่หน้ากระจก ไม่มีใครดูออกว่าภายในของหญิงสาวนั้นไม่ได้ชอบเพศตรงข้ามเลยสักนิด

จรีภรณ์มีใบหน้าหวานกับดวงตากลมโตและจมูกที่รับริมฝีปากพอดี ผมสั้นที่ตัดเท่าใบหูดูให้เหมือนผู้ชายแต่ใบหน้าหน้าหวานก็ยังคงอิ่มไม่เปลี่ยน...ทว่าการแต่งตัวนั้นดูตรงข้ามกับหน้าตาอย่างชัดเจน หญิงสาวจงใจให้เป็นแบบนั้นเพื่อหลีกผู้ชายที่เข้ามาจีบ แต่มันก็ไม่ได้ดูน้อยลงเลย

เมื่อระบายความรู้สึกอึดอัดเสร็จแล้วจึงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม อาหารถูกเสิร์ฟจนเต็มแต่จะให้นั่งกินกับผู้ชายเหมือนมาเดทกันคงจะยากหน่อย

“สรุปแล้วคนอื่นจะไม่มาใช่ไหม ?” จรีภรณ์เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์มากนัก

รุ่นพี่ระบายยิ้มก่อนพูดขึ้น

“พี่ขอโทษที่ไม่ได้โทรบอกเลย ต๋อมคงจะไม่ว่าอะไรพี่ใช่ไหม ?”

“ไม่เลย พี่ฮิปโป” จรีภรณ์พูดลากเสียงยาวพร้อมชื่อของอีกฝ่าย เมื่อเรียกทีก็จะกลั้นขำกับชื่อเล่นนั้นไม่ได้ ปกติแล้วทุกคนในแผนกจะเรียกว่า ‘พี่โป’ คงจะมีแต่เธอที่เรียกเต็มๆ ว่าฮิปโป

“ครับ งั้นเรากินกัน”

หญิงสาวเพียงยิ้มรับและหยิบช้อนตักอาหารเข้าไปพลางเหลือบสายตามองชายหนุ่มตรงหน้าไป...

ทำไมสีหน้าดูมีความสุข ต่างจากเราที่อมทุกข์อยู่ในใจเนี่ย !

“น้องต๋อมชอบอะไรเป็นพิเศษไหมครับ”

จรีภรณ์คาช้อนในปากไว้ เงยหน้าขึ้นมองพี่ฮิปโปแล้วส่ายหน้าตอบ

“ไม่มีเลยหรือครับ อย่างเช่น ชอบสีอะไร ชอบดอกไม้อะไร หรือว่าชอบดูหนังแนวไหน ?”

ถามมาเป็นชุดนี่กะจะรุกจีบใช่ไหม !

จรีภรณ์เคี้ยวอาหารในปากให้หมด เอื้อมมือหยิบน้ำดื่มตามแล้วพูดขึ้น “ไม่มีค่ะ”

“ไม่มีเลยเหรอครับ” ฮิปโปยังคงถามซ้ำและรอคำตอบ

“ไม่มีค่ะ”

“จริงๆ หรือครับ” ชายหนุ่มเริ่มส่งสายตาอ้อนวอน

“สีที่ชอบสีดำ ดอกไม้ไม่มี หนังที่ชอบดูก็แนวสืบสวนฆาตกรรม”

จรีภรณ์ตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนักและหวังว่าอีกฝ่ายคงไม่สนใจด้วย...

“จริงหรือครับ งั้นถ้ามีภาพยนตร์แนวสืบสวนฆาตกรรมออกมาพี่จะชวนน้องต๋อมไปดูด้วยกันนะ”

ฮ้า !! จรีภรณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“ไม่ต้องๆ เกรงใจเปล่าๆ ค่ะ” รีบบอกปฏิเสธทันทีเพราะแค่วันนี้ไม่ถึงชั่วโมงทำเอาอึดอัดจะแย่อยู่แล้ว หากไปดูหนังด้วยกัน ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเป็นยังไงต่อ

“น้องต๋อมครับ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้จรีภรณ์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง

“พี่ชอบน้องนะครับ”

จรีภรณ์นั่งอึ้ง อาหารที่อยู่ในปากแทบจะสำลักติดคอ

“น้องต๋อมครับ...”

จรีภรณ์รีบมองหน้าและฉีกยิ้มให้อีกฝ่าย

“พี่ฮิปโปอย่ามโนไปเอง ! ให้ต๋อมเป็นรุ่นน้องพี่ดีแล้ว !” จรีภรณ์ตอบปฏิเสธไปทันที ครั้นมองสีหน้าอีกฝ่ายที่แสดงความผิดหวังออกมาก็รู้สึกผิดนิดๆ แต่จะให้ชอบคุณพี่ฮิปโปตรงหน้าเห็นทีคงจะไม่ได้

คงตัดใจแล้วมั้ง...

“ไม่เป็นไรครับ พี่จะจีบน้องเชื่อว่าสักวันน้องต้องชอบพี่แน่ๆ”

ไม่ตัดใจง่ายๆ หนำซ้ำยังจะจีบต่อ...เอาไงดี รับรองวันนี้ได้ตกนรกเป็นๆ ทั้งวันแน่ๆ

“ใช่ ! ต๋อมนึกได้ว่ามีธุระ งั้นขอตัวกลับก่อนนะ” เมื่อพูดจบก็ลุกขึ้นวิ่งหายไปในทันทีทิ้งให้อีกฝ่ายตั้งรับไม่ทัน กว่าจะรู้ตัวก็นั่งอยู่คนเดียวเสียแล้ว

จรีภรณ์เดินออกมาห่างมากพอสมควรที่จะหยุดพักหายใจ กะแล้วว่า ต้องเป็นแบบนี้ ไม่คิดว่าคนในแผนกจะช่วยกันเพื่อให้พี่ฮิปโปได้มีโอกาสอยู่กับเธอ มันจะเลวร้ายมากแค่ไหนถ้าเกิดเดินจูงมือกับเขา

อี๋ ! ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ

หญิงสาวเดินออกจากห้างสรรพสินค้าขึ้นรถเมล์เพื่อกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ นั่งรถไม่ถึงสี่สิบหน้าทีก็ถึงที่หมาย สายตามองไปรอบๆ พลาง ถอนหายใจออกมา พลันมองเห็นลูกสุนัขที่วิ่งผ่านตัดหน้าไปก็อดที่จะมองนานๆ ไม่ได้

เจ้าสุนัขตัวน้อยวิ่งผ่านออกไปที่ถนนใหญ่สามเลน จรีภรณ์เห็นว่ารถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วนั้นได้เบรกหักเลี้ยวลงข้างทางเพื่อหลบเจ้าสุนัข รถสิบล้อพุ่งเข้าชนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากหญิงสาวไม่ถึงห้าเมตร จรีภรณ์ยืนนิ่งตัวแข็งก่อนตั้งสติได้ โชคดีที่รถไม่พุ่งเข้าใส่เธอ

แกร๊ก...แอ๊ด

ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ขยับเอียงค่อยๆ ล้มลงมา จรีภรณ์รีบที่จะเดินถอยออกห่างแต่ทว่า....

“เฮ้ย...!!!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อรุณรักษ์
7.8
กลิ่นหอม หญิงสาววัยใกล้สามสิบที่เพิ่งซื้อบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรง ต้องเผชิญหน้ากับ ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ เจ้าที่หนุ่มรูปงามที่คอยตามติดทุกเวลา แม้จะหวาดกลัวลี้ลับเพียงใด แต่ภาระหนี้สินก้อนโตทำให้เธอตัดสินใจสู้ไม่ถอยและยอมอาศัยอยู่ร่วมกับวิญญาณเจ้าของบ้านเดิม ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป ความลับเรื่องพันธะรักจากอดีตชาติระหว่างเธอกับเขาก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความผูกพันที่เคยพลัดพรากซึ่งย้อนกลับมาทวงคืนหัวใจอีกครั้งในยุคปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
8.4
จือหลิน เด็กกำพร้าที่เติบโตในองค์กรลับฐานะหนูทดลองผู้มีเลือดพิเศษ เธอถูกหล่อหลอมให้เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไร้ความรู้สึก และได้รับชิปมิติอัจฉริยะฝังในสมองเพื่อจัดเก็บทรัพยากร ทว่าความผิดพลาดจากการคิดค้นยายื้อชีวิตกลับเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นซอมบี้กระหายเลือดจนหายนะแพร่กระจายไปทั่วตึกวิจัย เพื่อชดใช้ความผิดเธอจึงตัดสินใจระเบิดตึกทิ้งพร้อมกับตัวเอง แต่โชคชะตากลับนำพาเธอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างเด็กน้อยกลางป่าทึบ พร้อมความทรงจำใหม่ที่พรั่งพรูเข้ามา
หน้าปกนวนิยาย หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก
8.1
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์นอกสมรส
8.5
เพราะเธอเป็นลูกสะใภ้ที่ไม่ต้องการ แม่ย่าจึงทำทุกหนทางให้เธอออกไปจากชีวิตของเขา เธอต้องอุ้มท้องหนีไปอยู่ที่อื่น โดยที่สามีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ 7 ปีผ่านไป แก้วขวัญและภพธรได้มาพบเจอกันอีกครั้ง…เขามีความแค้นอัดแน่นเต็มอกเพราะคิดว่าเธอหนีตามชู้ไป ส่วนเธอก็ไม่ต้องการเจอเขาอีก การหวนมาพบกันใหม่ครั้งนี้ ทำให้เขาได้เจอเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ช่างพูดช่างคุยและมีหน้าตาเหมือนผู้เป็นย่าไม่มีผิด เขาอยากได้เธอมาอยู่ข้างกาย จึงใช้ทุกหนทางเพื่อให้เธอยอมจดทะเบียนสมรสด้วย ในขณะที่เธอเองก็ต้องเผชิญหน้ากับคนใจร้ายหลายคนโดยเฉพาะ...แม่ย่าของเธอเอง แต่ครั้งนี้เธอไม่ใช่หญิงสาวผู้ใสซื่อและอ่อนแอยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป วันเวลา 7 ปีทำให้เธอเข้มแข็งขึ้นและพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกปัญหา จากวิวาห์นอกสมรสในวันวาน...วันนี้เธอได้กลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ......... “ฉันอยากกิน...น้ำของคุณมากกว่าค่ะ” ชายหนุ่มเบิกตากว้าง ก่อนขมวดคิ้วฉับ “น้ำอะไรของเธอ” “น้ำ...” เธอละมือจากคอเสื้อของเขาแล้วไปจับที่เป้ากางเกงแทน “ตรงนี้ไง”
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสุมใจไฟสุมรัก
7.9
นราวดีดิ้นรนสุดแรงเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการบนเตียงในสภาพเกือบเปลือยเปล่า ทว่าความหวาดกลัวกลับถูกแทนที่ด้วยความโหยหาอันรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อสัมผัสจากมือหนาและริมฝีปากที่ร้อนระอุเริ่มเข้าครอบงำร่างกาย ความทรมานจากความต้องการที่พุ่งสูงทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งใจ ยามที่ยอดอกถูกบดเคี้ยวจนเจ็บแปลบสลับกับความเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่ เธอจึงบิดกายเร่าตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่น จนกระทั่งมือที่เคยถูกตราตรึงได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระท่ามกลางลมหายใจอันเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย พันวาเสน่หา
9.0
Arachné Tailors ร้านตัดสูทชื่อดังที่มีเจ้าของรูปหล่อแสนเพอร์เฟกต์ ทว่าเบื้องหลังเขากลับเป็นปีศาจแมงมุมที่คอยล่อลวงวิญญาณผ่านพันธสัญญาแห่งความปรารถนา แม้จะถูกเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ดาวหญิงสาวผู้โชคร้ายก็ยังเผลอเซ็นสัญญาจนถลำลึกสู่เรื่องราวสุดระทึกขวัญ ท่ามกลางความอ่อนโยนที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหว เธอกลับต้องเผชิญกับความจริงอันน่าสยดสยองเมื่อตัวตนที่แท้จริงของเจ้านายหนุ่มถูกเผยออกมาในรูปแบบที่เหนือความคาดหมาย นี่คือจุดเริ่มต้นของเสน่หาที่ปนเปื้อนด้วยกลิ่นอายความตายและมนตรา