
มามี้ของข้าไม่อ่อนโยน
ตอน 3
รอยเท้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดได้หยุดอยู่หน้าประตูห้องนอน ฮุ่ยเฟินที่รู้สึกผิดเต็มอกรีบเดินเข้าไปอุ้มเว่ยลี่กันขึ้น แม้หญิงสาวจะดิ้นในอกของเขาแต่เขากลับไม่สามารถปล่อยสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาและเป็นแม่ของลูกเขาไปได้
“พี่เฟิน!!!”
เหมยลี่ตะโกนออกไป หญิงสาวตรงดิ่งเข้าไปกระชากชายหนุ่มอย่างแรงทำให้ลี่กันที่ดิ้นอยู่ในอ้อมกอดฮุ่ยเฟินตกลงบนพื้นหน้าโซฟาในทันที
“เหมยลี่ นี่เธอจะทำอะไร”
“ฉันควรจะเป็นคนถามพี่มากกว่า ว่าพี่คิดจะทำบ้าอะไร”
“ลี่กันเป็นเมียพี่นะ เป็นเมียพี่ก่อนเธอด้วยซ้ำ และลูกในท้องนั่นก็เป็นลูกของพี่”
“แล้วอย่างไร แต่ฉันคือเมียพี่ที่กำลังจะแต่งงานกับพี่ และพ่อแม่ของพี่ก็เห็นชอบด้วยแล้ว”
ชายหนุ่มมิได้สนใจเหมยหลี่แม้แต่น้อย เขากลับพยายามจะเดินเข้าไปอุ้มลี่กันที่ตอนนี้นอนตัวงอบนพื้นด้วยความเจ็บปวด
“ลี่กัน”
“เพล๊ง”
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะอุ้มหญิงสาวขึ้นมาอกีครั้งกลับถูกแรงกระแทกอย่างแรงจากด้านหลังจนลี่กันที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาร่วงลงพื้นอีกครั้ง เศษแจกันที่แตกตกร่วงเต็มพื้น ร่างของชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนอยู่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่ไหลลงมาจนถึงกางเกง
“นี่เธอทำบ้าอะไรเหมยลี่”
เลือดค่อย ๆ ไหลลงมาจากศีรษะของฮุ่ยเฟิน ชายหนุ่มกุมศีรษะที่ปวดนั้นก่อนจะเห็นว่ามีเลือดไหลลงมาเป็นทาง
“ฉันควรถามพี่มากกว่าว่าพี่คิดจะทำอะไร”
“พี่ก็จะปกป้องเมียและลูกของพี่”
“เมียและลูกของพี่งั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ”
ฮุ่ยเฟินไม่ได้ตอบสิ่งใดและมิได้สนใจแผลของตนเอง เขากลับเดินไปทางเว่ยลี่กัน เหมยลี่ที่เห็นว่าชายที่ตนรักไม่สนใจตนเอง เธอจึงได้พยายามหาทางหยุดเขาไว้
“ปึ๊ก!”
ความเจ็บปวดค่อย ๆ แล่นผ่านศีรษะฮุ่ยเฟินอีกครั้ง ชายหนุ่มค่อย ๆ หันไปทางเหมยลี่ก่อนจะกุมศีรษะของตัวเองที่ตอนนี้มีเลือดไหลลงมาเป็นทางมากกว่าเดิม
“เหมยลี่ นี่เธอ”
ชายหนุ่มพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนที่สติสัมปชัญญะของเขาจะหายไป รอยยิ้มร้ายบนใบหน้าของเหมยลี่ปรากฏเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดและภาพตรงหน้าจะหายไป
“ในเมื่อพี่สนใจมันมากกว่าฉัน ก็อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้มันรอดไปได้”
เหมยลี่ค่อย ๆ เดินไปหาเว่ยลี่กันที่ตอนนี้นั่งกุมท้องและถอยหลังไปจนชิดข้างหน้าต่างระเบียงคอนโด หญิงสาวยิ้มร่าก่อนจะจิกผมเว่ยลี่กันขึ้น
“อย่าหวังว่าแกจะเอาลูกในท้องของแกมาแย่งพี่เฟินของฉันไปได้”
ใบหน้าของเว่ยลี่กันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งพยายามแกะมือที่จิกผมของเธอไว้แต่มืออีกข้างกลับพยายามปกป้องลูกในท้องของตน เหมยลี่ที่เห็นท่าทางเหล่านั้นของเว่ยลี่กันกลับยิ้มร้ายขึ้นมาอีกครา ใบหน้าที่งดงามนั้นบิดเบี้ยวด้วยความชั่วร้าย
“ห่วงมันมากใช่ไหม หวงมันมากนักเหรอ”
“ปึ๊ก!”
“ละ...ลูก”
เหมยลี่เตะเข้าไปยังท้องของเว่ยลี่กันอย่างแรง หญิงสาวนอนงอตัวกุมท้องของตนด้วยความเจ็บปวด จากน้ำตาที่เคยรินไหลพลันเหือดแห้งลงไปพร้อมกับความแค้นที่เข้าสุมเต็มหัวใจของเธอในตอนนี้
“แก..แกกล้าทำลูกฉัน”
เว่ยลี่กันกัดฟันก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นและเดินเข้าไปตบยังใบหน้าของเหมยลี่อย่างสุดแรงจนหญิงสาวเซไปทางกระจกระเบียง เหมยลี่มองมือของตนก่อนจะยิ้มร้ายออกมาอีกครา
“พี่เฟินต้องเป็นของฉันคนเดียว”
เหมยลี่ดึงกระจกให้เปิดทางสตรีที่เธอเกลียดก่อนจะวิ่งไปทางเว่ยลี่กันแล้วผลักหญิงสาวให้ตกจากหน้าต่างคอนโดนั้นอย่างตั้งใจ
“ตายไปซะเถอะ”
“ฟิ้ววววว”
สายสมที่พัดร่างกายของเว่ยลี่กันได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเศร้าอย่างสุดใจก่อนจะลูบท้องของตน
“แม่ขอโทษนะที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หากชาติหน้ามีจริงแม่จะเข้มแข็งและปกป้องลูกให้ถึงที่สุด”
“กรี๊ดดดดดด มีคนตกคอนโด”
ความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องเผชิญได้หายไป เหลือเพียงความมืดที่ครอบคลุมทั่วบริเวณ เว่ยลี่กันเหมือนเดินอยู่ในความมืดเป็นเวลานานจนกระทั่ง....
“นั่น...แสงสว่าง”
หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปตามทางที่สว่างนั้นจนสุดปลายทาง เพียงไม่นานความรู้สึกเจ็บปวดได้เข้ามาปะทะกับร่างกายหญิงสาวอีกครั้ง
“โอ๊ยยยยย เจ็บ”
“คุณหนูฟื้นแล้ว”
เสียงรอบ ๆ ตัวของเว่ยลี่กันดังขึ้น เป็นเสียงที่หญิงสาวไม่คุ้นเคยแม้สักน้อย หญิงสาวค่อย ๆ พยายามลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะพบว่าห้องที่ตนเองอยู่นั้นแปลกตาไปมาก สตรีที่ยืนข้างเตียงนั้นแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากหนังจีนโบราณ
“คุณหนูอย่าเพิ่งพูดเลยเจ้าค่ะ รีบทานยาก่อน”
สตรีที่ยืนอยู่ด้านข้างคนหนึ่งรีบเข้ามาประคองเว่ยลี่กัน ส่วนอีกคนรีบนำยาอุ่น ๆ มาป้อนหญิงสาวในทันที
“ขม”
“เช่นนั้นก็อมสิ่งนี้เจ้าค่ะ”
ลูกกวาดได้ถูกป้อนเข้าปากของเว่ยลี่กันทำให้ปากที่รู้สึกขมนั้นคลายความขมลงไปและช่วยได้มากทีเดียว เว่ยลี่กันค่อย ๆ มองรอบ ๆ อย่างพิจารณา
“ไม่ใช่ว่าฉันตกลงมาจากคอนโดหรอกหรือ แต่ทำไมฉันกลับมาอยู่ที่นี่ ที่นี่คือที่ไหนกันแล้วทำไมฉันถึง….ตัวเล็กลง”
เว่ยลี่กันเอ่ยกับตนเองเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองสองสตรีที่อยู่ข้างเตียงนั้น
“ที่นี่คือที่ไหน ฉันเป็นใคร”
สตรีทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านข้างหันมามองหน้ากันอย่างตกใจ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างเว่ยลี่กัน
“บ่าวผิดไปแล้ว หากบ่าวไม่ทิ้งคุณหนูไว้กับคุณหนูรองเว่ย ทุกอย่างก็คงไม่เป็นเช่นนี้”
“เดี๋ยวก่อนนะ ลุกขึ้นพูดกันดี ๆ ฉันงงไปหมดแล้ว”
สตรีทั้งสองยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม เว่ยลี่กันได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ‘อย่าบอกนะว่าฉันข้ามมิติมายังโลกโบราณเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน ๆ มา แต่ให้ตายสิฉันกลับไม่มีความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมเลย จะทำไงดี เช่นนั้นก็....มั่ว ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน’
“พวกเจ้าชื่ออะไร”
“บ่าวชื่ออาหมิ่นเจ้าค่ะ”
“บ่าวชื่ออาหมิงเจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าอยู่กับข้ามากี่ปีแล้ว”
“พวกเราอยู่กับคุณหนูตั้งแต่เล็กแล้วเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็รู้เรื่องเกี่ยวกับข้าทุกอย่างใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
เว่ยลี่กันถอนหายใจเบา ๆ
“เช่นนั้นเรื่องที่เราคุยกันนี้พวกเจ้าจะต้องเป็นความลับ ห้ามพวกเจ้าบอกใครได้ยินหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
“ข้า.....ตอนนี้ข้าจำอะไรไม่ได้เลย”
สิ้นเสียงเว่ยลี่กันอาหมิงและอาหมิ่นพลันเอาหัวโขกพื้นร้องไห้ในทันทีจนเว่ยลี่กันต้องรีบลงจากเตียงไปห้าม แต่ยังมิทันถึงตัวทั้งสองหญิงสาวพลันเซจนเกือบล้ม ดีที่อาหมิ่นรับนางทัน
“คุณหนู”
“เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเจ้า อย่าได้โทษตัวเอง ก่อนอื่นมาช่วยข้าฟื้นความจำจะดีกว่า”
อาหมิ่นและอาหมิงประคองเว่ยลี่กันขึ้นเตียง ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหยักหน้าช้า ๆ
“พวกเราจะช่วยคุณหนูเต็มที่เจ้าค่ะ”
“ดีมาก”
เว่ยลี่กันยิ้มน้อย ๆ ‘ดีที่พวกนางเป็นคนพูดง่าย’
คุณอาจจะชอบ





