ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีในมุมมืด

สามีในมุมมืด

หลังหายหน้าไปสามปี หนานจืออินกลับมาพร้อมลูกชายเพื่อรับมรดกและเข้าพิธีวิวาห์กับโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยพิรุธ เมื่อสามีมักอ้างเรื่องเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนและบอกว่าของหรูที่ซื้อให้เป็นเพียงของเลียนแบบราคาถูก จนกระทั่งเธอพบความจริงกลางห้างสรรพสินค้าว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กู้จิ่งเฉินอ้อนวอนขอโทษพร้อมเปิดเผยความลับสุดช็อกว่าพวกเขามีลูกด้วยกันถึงสองคน ซึ่งสร้างความมึนงงให้เธออย่างมากว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 3

คำถามแบบนี้ ทำให้หนานเหวินซานตระหนักได้ถึงอันตรายขึ้นมาทันที ไม่กล้าตอบกลับมา

ส่วนทนายที่อยู่ไม่ไกลก็พูดตอบรับ “ใช่ครับ คุณหนูใหญ่”

“ในเอกสารรับมรดกตอนที่คุณซู คุณแม่ของท่านเซ็นชื่อลงไปมีเงื่อนไขข้อนี้ครับ เอกสารก็ผ่านการรับรองมาแล้ว ขอแค่ท่านเป็นไปตามเงื่อนไขในการรับช่วงต่อมรดก ก็จะสามารถดำเนินการรับมรดกได้ครับ” ทนายดำเนินการตามหน้าที่

ตอนนี้ หนานจืออินผ่อนคลายลงแล้ว แต่หนานเหวินซานกับสวีซิ่วลี่กลับรู้สึกโกรธจนสีหน้าบึ้งตึงอยู่ก่อนแล้ว

หนานจืออินมองไปหาทนายพร้อมกับพยักหน้าบ่งบอกให้ทราบ จากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย พูดออกมาตรง ๆ “ได้ ฉันจะรีบแต่งงาน แล้วรับช่วงต่อซูเฉิง กรุ๊ปค่ะ”

ตัวเองจะต้องเอาซูเฉิง กรุ๊ปกลับคืนมาให้ได้ รักษาทรัพย์สินที่คุณตากับแม่ทิ้งเอาไว้ให้

“ครับ ถึงตอนนั้นผมจะให้ความร่วมมือกับท่านในการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องเองครับ” ทนายพยักหน้า

หนานจืออินก็พยักหน้าบอกให้ทราบเช่นกัน

พอเห็นการพูดคุยสื่อสารกันของหนานจืออินกับทนาย หนานเหวินซานและสวีซิ่วลี่ก็รู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ

“เหอะ กะอีแค่ผู้หญิงที่ตั้งท้องลูกนอกสมรสกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ฉันจะดูซิว่าจะมีใครกล้าเอาไหม จะมีใครกล้าแต่งด้วยไหม” สวีซิ่วลี่พูดขึ้นมาอย่างเยาะเย้ย ไม่เชื่อว่าหนานจืออินจะสามารถหาผู้ชายไปแต่งงานด้วยได้

พอหนานเหวินซานถูกภรรยาพูดย้ำเตือนขึ้นมาขนาดนี้ ก็มีความคิดขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบพูดกับหนานจืออิน “ฉันให้เวลาแกแค่วันเดียว ก่อนตอนเที่ยงของวันพรุ่งนี้ ถ้าแกไม่ได้แต่งงาน ก็เท่ากับไม่มีคุณสมบัติในการรับมรดก ถึงตอนนั้นในฐานะที่ฉันเป็นทายาทอันดับแรก ซูเฉิง กรุ๊ปก็จะเป็นของฉัน ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับแก”

หนานเหวินซานมั่นอกมั่นใจว่าหนานจืออินไม่มีทางแต่งงานได้ภายในระยะเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน ไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะยอมเต็มใจแต่งงานกับแม่ที่เคยคลอดลูกนอกสมรสออกมาหรอก ดังนั้นซูเฉิง กรุ๊ปก็จะยังเป็นของตัวเองอยู่

พอหนานจืออินได้ยินเวลาที่กำหนด ถึงตระหนักได้ว่าจะแต่งงานภายในวันเดียวนั้นยากลำบากมาก เธอไม่เห็นด้วย เริ่มโต้แย้งโต้เถียงกับคู่สามีภรรยาหนานเหวินซาน

แต่หลังจากที่โต้แย้งกันไปพักหนึ่ง หนานจืออินก็พ่ายแพ้ให้กับพวกเขา ทำได้แค่ทำตามเงื่อนไขของพวกเขาเท่านั้น

หลังจากที่ออกมาจากซูเฉิง กรุ๊ป หนานจืออินก็นั่งลงตรงโซนพักผ่อนที่ชั้นหนึ่งของอาคารสำนักงาน แล้วครุ่นคิดอยู่ภายในใจ

เรื่องที่สำคัญเป็นอันดับแรกในตอนนี้ ก็คือหาคนมาแต่งงานด้วย สำหรับเรื่องแต่งงานนั้น ตัวเองไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรมากมาย ขอแค่อีกฝ่ายนิสัยดีเหมาะที่จะแต่งงานด้วยก็พอ ถึงยังไงตัวเองก็มีลูกติดมาด้วยหนึ่งคน แม้ว่าจนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าพ่อของเด็กคือใครก็ตาม

แต่ขนาดเงื่อนไขการแต่งงานแบบนี้แล้ว ในตอนนี้ตัวเองก็หาคนที่แต่งงานด้วยได้ไม่เจออยู่ดี ควรจะทำยังไงดี

รู้สึกกลัดกลุ้มใจและหงุดหงิด หนานจืออินคิดอยู่นานสองนานจนปวดหัวไปหมด กะที่จะไปนั่งผ่อนคลายอารมณ์ความรู้สึกที่ร้านกาแฟที่อยู่ข้าง ๆ อาคารสำนักงานสักหน่อย

พอมาถึงร้านกาแฟ หนานจืออินก็สั่งลาเต้ร้อนหนึ่งแก้ว จากนั้นขณะที่กำลังหาที่นั่งอยู่นั้น กลับพบว่าไม่มีที่นั่งว่าง

หลังจากหันมองไปรอบ ๆ อีกหนึ่งรอบ หนานจืออินก็หาที่นั่งว่างเจอหนึ่งที่ ตรงกันข้ามมีผู้ชายนั่งอยู่หนึ่งคน

พอคิดว่าการไปนั่งร่วมโต๊ะมันก็เป็นเรื่องที่ปกติมาก หนานจืออินก็เลยเดินตรงเข้าไป

พอเดินมาอยู่ตรงที่นั่งว่าง หนานจืออินก็หันมองไปหาผู้ชายที่กำลังถือแท็บเล็ตทำงานอยู่ตรงกันข้าม เธอพูดกล่าวทักทายขึ้นมาด้วยความรู้สึกเกรงใจและมีมารยาทก่อน “สวัสดีค่ะ”

หนานจืออินคิดว่าหลังจากที่ได้รับการตอบกลับของอีกฝ่ายแล้ว ถึงค่อยถามว่านั่งร่วมโต๊ะได้ไหม

แต่หลังจากที่ผู้ชายคนนั้นได้ยินเสียงแล้ว ก็เงยหน้าขึ้นมามองหนานจืออิน สีหน้านิ่งเฉยเย็นชา จากนั้นก็ขยับริมฝีปากบาง ๆ พูดออกมาสามคำ “นั่งลงสิ”

“...” หนานจืออินอึ้งตะลึง

นั่งลงสิอย่างนั้นเหรอ หรือเขารู้ว่าตัวเองมาขอนั่งร่วมโต๊ะด้วยงั้นเหรอ

พอคิด ๆ ดูแล้วแบบนี้ก็ถือว่าเข้าท่าอยู่เหมือนกัน พอหนานจืออินคิดแบบนี้ ก็พยักหน้าเบา ๆ อย่างยิ้มแย้มพร้อมกับนั่งลงตรงเก้าอี้ว่าง

ตอนที่หนานจืออินเพิ่งจะนั่งลงมา เตรียมที่จะพูดขอบคุณอีกฝ่ายอยู่นั้น ก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดขึ้น

“ในเมื่อพวกเรามานัดบอดกัน ถ้าอย่างนั้นก็ขอพูดให้เข้าใจอย่างชัดเจนเลยแล้วกันครับ” ผู้ชายคนนั้นพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ “ผมชื่อกู้จิ่งเฉิน อายุ 28 ปี เป็นโปรแกรมเมอร์ของบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง มีบ้านมีรถมีเงินเก็บ เห็นคุณ... รูปร่างหน้าตาดูไม่เลวเลย เห็นแล้วถูกชะตา ผมเต็มใจที่จะแต่งงานกับคุณ แล้วก็...”

“ที่บ้านเร่งเร้ามาก ถ้าคุณเต็มใจ พวกเราก็ยิ่งแต่งเร็วเท่าไรยิ่งดีครับ” กู้จิ่งเฉินพูดจบ ก็เก็บความรู้สึกแปรปรวนเอาไว้ภายในใจ รอคำตอบของหนานจืออินอย่างสงบนิ่ง

หลังจากที่หนานจืออินฟังคำพูดพวกนี้จบแล้ว ก็รู้สึกตกใจและประหลาดใจ

ที่ ที่แท้คนนี้ก็มานัดบอดอย่างนั้นเหรอ แถมยังคิดว่าตนเองเป็นคู่นัดบอดของเขาอีกด้วย

แต่พอคิดดูแล้ว ตนเองก็กำลังหาคนที่แต่งงานด้วยอยู่พอดี...

หนานจืออินรู้สึกว่านี่มันคือโอกาสทันที อีกฝ่ายโสดตนเองก็โสด แถมความคิดและความต้องการก็เหมือนกันด้วย ถ้าอย่างนั้น... ดูเหมือนจะพอคิดพิจารณาได้อยู่สักหน่อย

จากนั้น หนานจืออินก็หันมองกู้จิ่งเฉินอีกครั้ง เริ่มสำรวจรูปร่างหน้าตาของเขา

ใบหน้าหล่อและหน้าตาก็ดูสมบูรณ์แบบ ดูหล่อเหลาอย่างมาก แล้วก็การแต่งกายตามอาชีพการงานและออร่าที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของเขา เหมือนกับเป็นหัวกะทิของที่ทำงาน มีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นพอดูหน้าของเขาดี ๆ แล้ว ดวงตากับริมฝีปากของเขา ก็เหมือนกับลูกชายของตัวเองอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ยิ่งมองนาน ๆ ก็ยิ่งเพลินตา

พอหนานจืออินเชยชมเสร็จ ความประทับใจที่มีต่อเขาก็ไม่เลวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว มีความรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย จากนั้นก็ครุ่นคิดอีกครั้ง หนานจืออินรู้สึกว่าเรื่องแต่งงานสามารถเจรจากันได้ กะที่จะพูดคุยสื่อสารสักหน่อย

หลังจากที่เตรียมจิตใจพร้อมแล้ว หนานจืออินก็เปิดปากพูดขึ้นมา “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนานจืออิน อายุ 25 ปี ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นนักแปลในอินเทอร์เน็ต เป็นสามภาษา ตอนนี้ว่างงาน ฉัน... รู้สึกประทับใจในตัวคุณ สามารถพิจารณาเรื่องแต่งงานได้ แต่ว่าฉันมีลูกอยู่ด้วยหนึ่งคน”

หนานจืออินไม่กะที่จะปกปิดอะไรกับกู้จิ่งเฉิน พูดออกไปตามตรง “เมื่อสามปีก่อนฉันท้องโดยที่ไม่ได้แต่งงาน ถ้าคุณถือสา ฉันก็จะ...”

คำพูดส่วนหลังของหนานจืออินยังไม่ทันจบ ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมา

“ไม่ถือสาครับ” ้กู้จิ่งเฉินตอบกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะพูดขึ้นต่อ “ผมยอมรับอดีตของคุณ แล้วก็เด็กด้วยครับ”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ
8.9
สามวันก่อนวิวาห์ ซวี่โม่พบความจริงที่เจ็บปวดว่าแฟนหนุ่มที่รักกันมาสามปีแอบจัดงานแต่งกับเพื่อนสนิท โดยอ้างเหตุผลว่าฝ่ายหญิงป่วยเป็นอัลไซเมอร์และต้องการทำตามความหวังสุดท้ายของเธอ เขาขอเลื่อนงานแต่งกับซวี่โม่ไปอย่างไร้กำหนดจนกว่าคนรักเก่าจะลืมเขาได้สนิท เธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้อย่างเยือกเย็นและโทรหาครอบครัวเพื่อรับข้อเสนอวิวาห์ทางการเมืองกับทายาทผู้เย็นชาแห่งตระกูลฟู่แทน โดยสั่งให้เตรียมตัวมารับเธอเป็นเจ้าสาวในอีกสามวันข้างหน้าทันที
หน้าปกนวนิยาย  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่ หยูชิง หญิงสาวผู้มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะและรักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ กำลังเผชิญกับมรสุมความกดดันจากครอบครัวที่เคี่ยวเข็ญให้เธอรีบแต่งงานออกเรือนไปเสียที เพื่อตัดปัญหาและหาทางออกให้ตัวเองได้มุ่งเน้นกับอาชีพที่รักได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมารบกวน เธอจึงตัดสินใจทำข้อตกลงแต่งงานกำมะลอกับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคจากการนัดบอด ซึ่งเขามีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพื่อใช้ชีวิตบังหน้าไปก่อน
หน้าปกนวนิยาย หลังเลิกแฟนหนุ่มสารเลว ฉันแต่งงานสายฟ้ากับมหาเศรษฐี
9.6
หลังถูกแฟนเก่าทรยศ ซูจื่อยินตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกับชายแปลกหน้าอย่างกะทันหัน เธอคิดว่าชีวิตคู่กับกู้หนานเฟิงจะเป็นเพียงความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย แต่สามีสุดหล่อกลับคอยดูแลและปกป้องเธอในทุกวิกฤตจนทุกอย่างผ่านพ้นไปได้อย่างง่ายดาย แม้เขาจะเคยอ้างว่ากำลังจะล้มละลายจนเธอต้องขยันทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่ความจริงกลับเปิดเผยว่าเขาคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก การแต่งงานสายฟ้าแลบครั้งนี้จึงเปลี่ยนชีวิตของเธอให้กลายเป็นคุณนายเศรษฐีพันล้านโดยไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย อรุณกนกสยบน่านฟ้า (หลงเด็กซีรีส์1)
9.5
เมื่อน่านฟ้า ประธานหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์พยายามใช้ชั้นเชิงเหนือเมฆในคลับหรูเพื่อล่อลวงเด็กเอ็นมาปรนนิบัติแบบไม่ต้องจ่ายเงิน แต่แผนการที่คิดว่าสมบูรณ์แบบกลับพังทลายลง เมื่อเขาได้พบกับคู่ปรับที่ร้ายกาจยิ่งกว่าที่คิดไว้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เพียงแค่รู้ทัน แต่ยังใช้เล่ห์เหลี่ยมตลบหลังจนท่านประธานผู้เย่อหยิ่งถึงกับเสียอาการและไปไม่เป็น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดป่วนที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบในโลกของมหาเศรษฐี
หน้าปกนวนิยาย อิหนูของป๋า
8.3
โชคชะตาของ เวียงพิงค์ พลิกผันเมื่อบิดาแท้ๆ ตัดสินใจยกเธอให้แก่ เจ้าสัว มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและมหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนเพื่อชดใช้หนี้พนันที่ติดค้างไว้ แม้เธอจะตกหลุมรักชายหนุ่มผู้เป็นผู้อุปการะตั้งแต่แรกเห็น แต่ความรักครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคชิ้นใหญ่ เพราะเขามีคู่หมั้นที่เหมาะสมเคียงข้างอยู่แล้ว เธอจึงต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่มีต่อป๋าเอาไว้ภายใต้สถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในโลกของมาเฟีย
หน้าปกนวนิยาย ท่านประธานอย่ารักฉันมากนักเลย
8.8
ชีวิตที่แสนเรียบง่ายของเสี่ยเหมียนต้องพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงหลังได้รับสายจากตำรวจที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของมรสุม เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อกู้หนานแฟนหนุ่มที่คบกันมานานแอบทรยศไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเธอเอง ท่ามกลางความบอบช้ำ โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอมีความสัมพันธ์ลับกับถิงเจว๋ผู้เป็นอาของกู้หนานบนรถของเขา นำไปสู่ปมความรักอันซับซ้อนและการแย่งชิงที่ดุเดือดระหว่างอาและหลานชายโดยมีเธอเป็นศูนย์กลางของสงครามหัวใจครั้งนี้