
พิสูจน์รักบอดี้การ์ดเย็นชา
ตอน 3
หลังจากวันนั้น อิงฟ้าก็ต้องเข้ามาทำงานที่บริษัททุกวันหลังเลิกเรียน แต่ถ้ามีงานด่วนเธอก็จะต้องเลือกที่จะมาทำงานก่อน แม้จะไม่มีประสบการณ์ใดๆ เลย แต่ทว่าอิงฟ้านั้นมีความเฉลียวฉลาด เธอสามารถเรียนรู้ทุกอย่างที่องศาสอนได้ และเลขาหน้าห้องของอนวัชเองก็ทำงานดี สามารถสอนคุณหนูอย่างเธอให้ใจเย็นลงได้ วันนี้ก็เป็นอีก 1 วันที่เธอเลิกเรียนแล้วจะต้องรีบเดินทางไปที่บริษัท
“แก คิดเหมือนฉันไหมว่าคุณหนูอิงฟ้าน่ะไม่เหมาะสมกับตำแหน่งประธานบริษัทคนปัจจุบันหรอกนะ เรียนก็ยังไม่จบ แถมลุคดูคุณหนูขนาดนั้น จะทำอะไรเป็น”
“นั่นน่ะสิแก ไม่ใช่ว่าพอเข้ามาบริหารแล้วหุ่นดิ่งลงเหวกำไรหดลงหมดนะ”
“ใช่ เป็นลูกคุณหนูผู้ดีมีเงิน จะเอาอะไรมาเก่งกาจเท่ากับพี่ชายที่เป็นสายลุย”
“คุณหนูแล้วมันยังไง?”
“!!!”
เมื่อเสียงที่แสนเยือกเย็นและคุ้นหูดังขึ้นอยู่ด้านหลัง พนักงานที่กำลังนินทาทั้งหลายแหล่ก็แตกฮือ ราวกับผึ้งแตกรัง ไม่รู้ว่าใครเป็นใครรีบวิ่งหนีไปก่อนเพื่อที่จะได้หลบหน้าหลบตาคุณหนูให้ทัน ถ้าเกิดว่าโดนเห็นหน้าขึ้นมามีแววว่าจะถูกไล่ออกกันหมด อิงฟ้าเดินกลับเข้าห้องประธานบริษัทอย่างหัวเสีย
“นี่องศา”
“คะ? คุณหนู”
“เธอว่าเราดูเป็นยังไง”
“คุณหนูก็ดูเป็นคุณหนูแบบนี้ จะให้ดูเป็นยังไงล่ะคะ ก็ปกติไม่มีอะไรแปลก”
“โอ๊ย นี่ฉันเลือกถามผิดคนใช่ไหมเนี่ย?”
“….”
องศานิ่งไปไม่ตอบเพราะรู้ว่านั่นเป็นแค่คำสบถและคำบ่นของคนหนูของเขา องศาไปยืนนิ่งอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานของคุณหนูอิงฟ้าตามปกติ แต่วันนี้อิงฟ้าหงุดหงิดมากก็เลยหมุนเก้าอี้ไปหาองศาแล้วมองด้วยสายตาที่ขุ่นเคือง
“เธอว่า เป็นคุณหนูแล้วมันยังไง?”
“ไม่ยังไงคะ”
องศาก็ยังคงเป็นองศา ตอบด้วยความใสซื่อและบริสุทธิ์ใจไม่ได้จงใจจะยียวนแต่อย่างใด แต่ทว่าอิงฟ้ากลับมองว่านั่นคือความกวนตีนของอีกฝ่าย เลยยิ่งขัดเคืองใจเข้าไปใหญ่ เธอโทรเรียกแผนกบุคคล และรปภ.
“คุณหนูมีอะไรคะ”
“นั่นสิครับมีอะไรด่วนหรอครับคุณหนูหรือว่ามีเหตุร้ายอะไร”
“เรียกฉันว่าประธานบริษัท ตอนนี้ฉันไม่ใช่คุณหนูอีกแล้ว”
“อ๋อค่ะ จะให้แจ้งทุกคนด้วยไหมคะ พนักงานทุกคนจะได้ทราบว่าควรจะเรียกคุณหนูว่ายังไง”
“ดีค่ะ จัดการให้เร็วๆ นะคะ ถ้าใครยังเรียกฉันว่าคุณหนูอีกคำเดียวฉันจะหักเงินเดือน แต่ถ้าหากฉันเดินไปได้ยินด้วยตัวเองฉันจะไล่ออก”
“ค่ะๆ รับทราบค่ะคุณหนู เอ้ย ท่านประธาน”
“ส่วนคุณลุงรปภ.ช่วยไปเช็คที่กล้องวงจรปิดตรงมุมทางเดินก่อนที่จะถึงห้องประธานหน่อย เอารูปและคลิปมาให้ฉันอย่างละเอียดว่ามีใครอยู่ตรงนั้นบ้างตอนที่ฉันเดินเข้ามาเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว”
“คุณหนู เอ๊ย ท่านประธานจะเอาไปทำอะไรครับ”
“ฉันสั่งอะไรก็ไปทำตามนั้นเถอะลุง”
องศาแอบกลั้นยิ้มกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ตามประสาเด็กที่ยังไม่รู้จักโต ต่อให้อยู่มหาวิทยาลัยแล้ว และยังเป็นถึงประธานบริษัท แต่การที่จะทำอะไรแบบนี้นั้น บ่งบอกได้ว่าอีกคนยังมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอ องศาคอยสังเกตและนำมันไปบอกผู้นำแก๊งอย่างคมกฤษ ว่าคุณหนูของบ้านยังคงไม่พร้อมที่จะขึ้นรับตำแหน่งรองหัวหน้ามาเฟียแน่นอน ต้องใช้เวลาฝึกฝนกันอีกยาวนาน ทั้งเรื่องสุขภาพร่างกายเทคนิคการต่อสู้ ตลอดไปจนถึงการบริหารและการควบคุมอารมณ์ อิงฟ้าไม่รู้ตัวเลยว่าการที่องศามาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้ก็เพื่อเตรียมเธอให้พร้อมสำหรับการเข้าแก๊งมาเฟีย นั่นเพราะแก๊งนี้คมกฤษผู้เป็นพ่อของเธอดูแลมาเป็นอย่างดี เมื่ออนวัชทายาทอันดับ 1 ล้มเจ็บลง ตำแหน่งก็ว่าง เกิดการระส่ำระสายภายในแก๊ง ถึงตอนนี้ผู้เป็นพ่อจะยังเอาอยู่แต่สักวันเมื่อเขาแก่ตัวลงก็อาจจะมีคนมาโค่นล้มอำนาจ เรื่องตรงนี้เขายังไม่พร้อมที่จะบอกลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา เพราะเขาเลี้ยงดูเธอมาอย่างลูกคุณหนูลิ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ตั้งใจว่าจะไม่ให้พบเจอกับความลำบากและใช้ชีวิตได้ตามสบาย ไม่ต้องถูกบังคับให้เข้าแก๊งและใช้ชีวิตอยู่บนความเป็นความตายแบบนี้ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
คฤหาสน์สุธรธารา
“สวัสดีค่ะคุณแม่ ทำไมยังไม่นอนคะ”
“แม่รอเจอลูก วันนี้กลับดึกเชียวเหนื่อยไหมจ๊ะ”
“หนูเหนื่อยจะตายอยู่แล้วค่ะแม่”
อิงฟ้าได้ทีก็ออดอ้อนผู้เป็นแม่ เธอเข้าไปกอดซบเอวและขออนุญาตนอนหนุนตัก ซึ่งอิงอรผู้เป็นมารดาก็ไม่ได้อิดออดในการที่จะให้ลูกนอนตัก เธอคิดถึงลูกสาวมาก ปกติแล้วเวลาเลิกเรียนทั้งคู่จะไปช้อปปิ้งหรือนั่งกินไอศกรีมหรือไม่ก็ไปนั่งร้านอาหารแพงๆ สักแห่ง ใช้ชีวิตหรูหรากันทั้งแม่ทั้งลูก ปล่อยให้พ่อกับลูกชายเขาทำงานกันไป พอมาตอนนี้ลูกสาวต้องเข้าไปบริหารงานแทน อีกทั้งผู้เป็นสามีของเธอยังบอกอีกว่าลูกสาวจะต้องเข้าแก๊งในเร็วๆ นี้
“อิงฟ้า ไหวไหมลูก”
“ถ้าบอกว่าไม่ไหวจะทำยังไงล่ะคะ”
“แม่ก็ไม่รู้จะช่วยหนูยังไงเลยลูก สู้ๆ นะ แล้วแม่จะหมั่นทำบุญภาวนาขอให้พี่ชายลูกฟื้นไวๆ”
อิงฟ้าอ้อนผู้เป็นแม่ และคำว่าลูกคุณหนู ก็ยังติดอยู่ในใจเธอแบบนั้น เธอเข้าใจมาตลอดว่าทุกคนต่างก็ยกย่องเทิดทูนเธอ เรียกเธอว่าคุณหนูอย่างนั้นคุณหนูอย่างนี้ไม่เคยมองในความหมายแฝงว่ามันอาจจะอยู่ในเชิงดูถูกหรือเปล่า ว่าเกิดมาเป็นลูกคุณหนูอาจจะหยิบโหย่งเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เธอก็ไม่กล้าถามกับแม่ว่าการเกิดมาเป็นลูกคุณหนูนั้นดีไหม เธอที่เคยภูมิใจในตัวเองกับลังเลเสียแล้วในวันนี้ แม้จะรู้ว่ามันเป็นแค่คำพูดลอยๆของคนขี้นินทาเท่านั้น
หลังจากอ้อนแม่จนพอใจแล้ว อิงฟ้าก็ขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เลิกจากที่บริษัทมาก็มีที่นี่แหละที่เธอจะต้องเข้าไปเรียนรู้เพิ่มเติม ผู้เป็นพ่ออ้างว่าอยากให้เธอมีวิชาการต่อสู้ติดตัว ตอนเด็กเธอก็เล่นบ้างกับพี่ชายแล้วก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้เก่งกาจมากเพราะว่ามาเลิกเอาตอนมัธยมต้นที่เริ่มติดเพื่อนและชอบไปช้อปปิ้งตามห้างมากกว่า เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่พร้อมสำหรับการเรียนต่อสู้แล้วเธอก็เดินไปที่โรงยิมด้านหลัง ใช่ บ้านเธอมีอาณาเขตกว้างขวางและใหญ่โตพอที่จะสร้างโรงยิมเอาไว้ ที่นี่เหล่าบอดี้การ์ดมักจะมาออกกำลังกายและฝึกการต่อสู้ที่โรงยิมแห่งนี้ เธอเห็นเป็นประจำ เธอยังคงสงสัยจนถึงทุกวันนี้ว่าทำไมที่บ้านจะต้องมีบอดี้การ์ดและคนที่เก่งด้านการต่อสู้มากขนาดนี้ แค่ทำธุรกิจอสังหามันจะอะไรกันนักกันหนา แต่พอเห็นพี่ชายถูกลอบทำร้ายปางตายขนาดนั้น เธอก็พอจะเข้าใจแล้วว่าในแง่ของธุรกิจคนเรามีหลายรูปแบบ เรื่องคอขาดบาดตายพร้อมที่จะเกิดกับเราได้ทุกเมื่อ เมื่อเธอเดินมาถึงโรงยิมแล้วเปิดประตูเข้าไปก็มองเห็นว่าองศาอยู่ในชุดที่เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว
“คุณหนูมาช้านะคะ”
“ฉันแวะคุยกับแม่น่ะ เริ่มเลยไหม”
“คุณหนูพร้อมแล้วใช่ไหมคะ วันนี้เราจะปรับพื้นฐานกันต่อ แต่ก็จะเริ่มขั้นตอนต่อไปให้ไวขึ้น วันนี้ 2 ชั่วโมงเต็มไม่มีพักห้ามงอแงนะคะ”
“ได้เลย”
องศาพูดย้ำเอาไว้ เพราะเรียนมาแล้ว 2 อาทิตย์เข้าอาทิตย์ที่ 3 ทุกครั้งก็รับปากแบบนี้นั่นแหละ บอกว่าจะไม่งอแง จะไม่ขอพัก จะทุ่มแรงกายแรงใจฝึกเต็มที่ ให้องศาใส่เต็มร้อยได้เลย แถมท้าทายเธอในหลายๆครั้ง พอเอาเข้าจริงนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำก็ลงไปนอนกองหอบหายใจหมดแรงแล้ว
แล้ววันนี้ก็เช่นเคย
แฮ่ก ๆ ๆ
“พักก่อน เราขอพักแป๊บนึง”
“ลุกขึ้นมาค่ะคุณหนู อยากให้คนดูถูกว่าเป็นแค่คุณหนูอ่อนด้อยอีกหรอ”
“เอ๊ะ เราชักจะเกลียดคำนี้จริงๆ แล้วนะ ทำไมเป็นคุณหนูแล้วมันทำไม เป็นคุณหนูแล้วมันหนักหัวใคร เกิดบนกองเงินกองทองก็ผิดเหรอ อิจฉาก็พูดมาสิ เดี๋ยวก็คุณหนูอย่างนั้น คุณหนูอย่างนี้ ชิ!”
“มีแรงบ่นขนาดนี้ ลุกค่ะ อย่าให้ฉันต้องลงมือ”
องศาพูดด้วยสีหน้าและแววตาเคร่งขรึม คำพูดคำจา พร้อมทั้งใบหน้าที่เรียบสนิทแบบนั้นขององศา ก็ทำให้เธอเกิดขนลุกซู่ขึ้นมา ไม่รู้หรอกว่า ไอ้คำว่า อย่าให้ฉันต้องลงมือนั้น มันหมายถึงลงมือทำอะไร แต่ขอไม่เสี่ยงดีกว่า พอคิดได้ดังนั้น อิงฟ้าก็รีบกลิ้ง 3 ตลบแล้วลุกพรวดขึ้นมา ตั้งการ์ดรอรับการโจมตี ทั้งสองตกลงกันเอาไว้แล้วว่าจะฝึกขั้นต่ำอย่างน้อยก็ต้อง 2 ชั่วโมงขึ้นไป ยังไงเสียอิงฟ้าก็เคยมีพื้นฐานการเรียนต่อสู้มาก่อนตั้งแต่เด็ก การกลับมารื้อฟื้นแล้วต่อยอดเอาตอนโต ก็น่าจะทำได้ไม่ยากหากมีความตั้งใจ อิงฟ้าทำเป็นเหยาะแหยะเหมือนคุณหนูเอาแต่ใจไปอย่างนั้นเอง พอเอาเข้าจริงๆ เธอก็ไม่เคยเลิกก่อนเวลา จะมีงอแงขอพักบ้าง แต่ก็ไม่เคยพักถึง 5 นาทีสักครั้ง
“อึ่ก!!”
แล้วผลแห่งความพยายามก็ประสบผลสำเร็จในวันนี้ องศามัวแต่คิดชื่นชมคุณหนูอยู่ในใจถึงได้พลาดโดนเตะตัดขาและจับทุ่มได้ อิงฟ้ากรีดร้องเสียงดังด้วยความดีใจ เธอไม่เคยนึกมาก่อนว่าตัวเองจะทุ่มบอดี้การ์ดมือหนึ่งของคุณพ่อลงได้ องศาแอบอมยิ้มแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าเคร่งขรึมอีกครั้ง องศาเก็บซ่อนความพึงพอใจเอาไว้ให้ลึกลงไป กลบเกลือนด้วยใบหน้านิ่งๆ แสนเย็นชานั้น อิงฟ้ารู้สึกดีใจแต่ไม่สุดเพราะองศาดูไร้ความรู้สึก ไม่ยินดียินร้ายกับชัยชนะเล็ก ๆ ของเธอเลย
“เย้ๆๆ ไงล่ะแม่หัวหน้าบอดี้การ์ด เจอลูกคุณหนูตัดขาเปรี้ยงเข้าไปถึงกับล้มคว่ำไม่เป็นท่าเลยนะ”
“สี่เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง นับประสาอะไรกับหัวหน้าบอดี้การ์ดอย่างฉันล่ะค่ะ คุณหนูเก่งมาก ฝึกเยอะๆ ก็จะเก่งขึ้นกว่านี้แน่นอนค่ะ”
องศาชื่นชมเพื่อให้กำลังใจ และมีความรู้สึกว่าคุณหนูนั้นเก่งจริง ๆ และผลตอบแทนก็คือคำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละ
“อะไรนะ นี่ดิฉันหูฝาดไปหรือเปล่าคะเนี่ย คุณหัวหน้าบอดี้การ์ด คุณชมดิฉันเหรอคะ”
อิงฟ้าเอามือไพล่หลังเอียงคอมองและทำตาใสใส่อย่างน่ารัก ยิ้มหวานจนแก้มปริล้อเลียนหัวหน้าบอดี้การ์ดอย่างองศา จนเกือบจะเสียอาการทำให้องศาเบือนหน้าหนี เขาซุกซ่อนใบหน้าที่กลั้นยิ้มเอาไว้ด้วยการหันหลัง และรีบเดินไปหยิบน้ำมายื่นให้ ก่อนจะเดินหนีออกไปจากโรงยิมแล้วตะโกนกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าวันนี้ให้เลิกก่อนเวลาเพราะว่าคุณหนูของเราเก่งแล้ว
“วันนี้อนุญาตให้พักเร็วได้ 1 วันนะคะ เก่งแล้วค่ะ”
“ใช่หรอ ให้พักได้ไว 1 วันเพราะฉันเก่งหรือว่าเธออ่อนกันแน่ แพ้ให้กับลูกคุณหนูแบบนี้ กิ้วๆ หน้าไม่อาย”
ถูกล้อเลียนแบบนั้นแทนที่องศาจะรู้สึกอับอาย หรือขัดเขินในเชิงไม่พอใจ แต่ทว่าเธอกลับรู้สึกนุ่มฟูในหัวใจราวกับเดินแล้วตัวลอยๆยังไงอย่างนั้น องศาเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองมีความรู้สึกพิเศษให้กับคุณหนูของบ้าน เธอไม่เคยคิดจะห้ามความรู้สึกนั้น เรื่องของความรู้สึกเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป แต่สิ่งที่เขาห้ามได้คือการกระทำ เขาจะไม่ทำให้คุณหนูของบ้านต้องเสื่อมเสียอย่างเด็ดขาด
คุณอาจจะชอบ





