ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก

THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก

ชายหนุ่มผู้ปิดตายหัวใจหลังสูญเสียคนรักไปอย่างกะทันหันก่อนวันวิวาห์ กลับต้องมาเผชิญบททดสอบความรู้สึกเมื่อคุณย่าของเขาพยายามวางแผนจับคู่ให้ โดยส่งหญิงสาวพราวเสน่ห์เข้ามาปั่นป่วนหัวใจที่เคยด้านชา ทว่าเรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อมีผู้หญิงอีกคนที่มีหน้าตาเหมือนอดีตคนรักที่ล่วงลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เขาจึงต้องตัดสินใจเลือกอย่างยากลำบากระหว่างการก้าวไปสู่รักครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัว หรือจะหวนกลับไปยึดติดกับเงาในอดีตที่โหยหามานาน
ตอน
แชร์

ตอน 3

THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก

Chapter 2

เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาที หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำ สองเท้าเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะเลือกหยิบชุดเดรสสีดำ ออกมาเพื่อสวมใส่ เป็นวันที่น่าเบื่อสำหรับเธออีกวัน ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่สุจริต ใช่ว่าเธออยากจะทำแต่เพราะได้เงินดี งานสมัยนี้หายากจะตายไป ยิ่งสำหรับเธอแล้วถึงแม้ว่าจบมาได้สองปีแต่เธอก็ยังเลือกที่จะทำงานแบบนี้ต่อ ทั้งที่งานนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสาขาที่เธอเลือกเรียนจบมาแม้แต่น้อย เพราะเธอเคยสมัครงานไปแล้วแต่ไม่มีการเรียกตัวเธอเข้างานทำรอแล้วรออีก ให้ทางบริษัทเรียกตัวเธอแต่กลับไม่มีวี่แววถึงสามเดือน

พริตตี้ งานที่เธอทำอยู่ในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะเปลืองตัวไปสักหน่อย แต่ก็ยังดีกว่านั่งรอหางานที่ไม่มีวันจะได้สักที และวันนี้ก็เป็นวันที่ต้องไปงานมอเตอร์โชว์ ถ้าแม่ของเธอเห็นว่าเธอต้องแต่งตัวโป๊คงจะได้โดนบ่นอีกแน่

จิรภาณินท์หยิบเครื่องสำอางเติมแต่งบนใบหน้าบาง ๆ ก่อนจะหมุนตัวรอบกระจกเพื่อสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง หญิงสาวหยิบกระเป๋าสะพายสีแดงเข้ากับชุดเดรสขึ้นมาพร้อมเดินออกจากห้องไป

เสียงฝีเท้าก้าวลงบันได ก่อนหยุดชะงักลงเมื่อเห็นผู้เป็นแม่มองด้วยสายตาขุ่นเคือง

“ณินท์แม่บอกกี่ครั้งแล้วใช่ไหม ว่าเลิกทำงานแบบนี้สักที”

หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะวิ่งลงมากอดผู้เป็นแม่ด้วยรัก

“โธ่แม่ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ณินท์ไม่ได้ไปทำอะไรผิดกฎหมายสักหน่อยนี่คะ อีกอย่างณินท์ขับรถไปเอง แม่ไม่ต้องห่วงณินท์หรอกนะคะ” สายพิรุณคนเป็นแม่ดันลูกสาวออกมองหน้าด้วยความลำบากใจ

“ถ้าพ่ออยู่ คงไม่ให้เราทำแบบนี้หรอก ดูสิ ! ดูแต่งเนื้อแต่งตัว...”

“แม่คะ ณินท์เข้าใจค่ะ แต่ว่ามันเป็นงานที่ได้เงินดีนะคะ”

“เลิกทำงานแบบนี้ไม่ได้เหรอ”

สายพิรุณพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง อยากให้ลูกสาวคนเดียวเลิกทำงานที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวแบบนี้

“ได้ไหม” คนเป็นแม่ถามย้ำอีกครั้งเพื่อรอฟังคำตอบ จิรภาณินท์ได้แต่ก้มหน้านิ่งเงียบไม่ยอมรับปาก สีหน้าเริ่มแสดงถึงความลำบากใจ ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงให้มารดาเข้าใจ งานที่ทำไม่ใช่งานขายร่างกายสักหน่อย

“ณินท์”

“แม่คะ ณินท์ว่าเราค่อยคุยเรื่องนี้ดีกว่านะคะ วันนี้ณินท์มีงานค่ะ” เมื่อพูดจบหญิงสาวก้าวเท้าออกจากบ้านไปทันที แต่หัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องคอยปัดหลีกอยู่ตลอดเวลา บางทีถึงเวลาที่เธอต้องหางานใหม่ทำแล้วจริง ๆ ก็เป็นได้

รถยนต์คันหรูหยุดจอด ชายหนุ่มเปิดประตูลงขณะหันไปมองรอบสุสานทุกครั้งที่มาถึงเขาไม่เคยลืม ห้าปีที่ผ่านมาเป็นเวลาแสนจะยาวนาน ทุกวันที่เคยมีความสุข แต่เวลานี้...ว่างเปล่า ทั้งหัวใจและคนที่เขารัก

สายลมอ่อน ๆ พัดในยามเช้า แสงแดงส่องเข้าที่ใบหน้าด้านขวาของเขา สองเท้าก้าวเดินไปยังสนามหญ้า มือแกร่งถือช่อดอกไม้ในมือด้วยความทะนุถนอม เพียงแค่ไม่นานเขาก็มาถึงหน้าสุสานของพิศชามนต์

ชายหนุ่มย่อตัวนั่งลง ฝ่ามือเอื้อมไปลูบชื่อที่สลักหน้าสุสานไปมาอย่างเชื่องช้า ไม่ต้องจดจำเพราะเขาจะไม่มีวันลืม

“มนต์ ภัทรมาหานะ” เสียงสั่นเอ่ยเบา ๆ ใบหน้าคมเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ไม่ว่านานแค่ไหน เขาจะรักพิศชามนต์เพียงคนเดียว

“มนต์ ภัทรคิดถึงมนต์นะ”

เวลานี้สมองเขากำลังนึกถึงเรื่องราวที่งดงามในอดีต เสียงหัวเราะที่คุ้นเคย รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจอบอุ่นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ

พิศชามนต์กับเขาคบหาเมื่อเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่รักครั้งแรก แต่ก็มั่นใจว่าพิเธอเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมทั้งครอบครัว ฐานะและการศึกษา ห้าปีกว่าปีที่รู้จักคบหากัน นานพอที่จะตัดสิ้นใจใช้ชีวิตคู่ได้

เขาจึงได้ขอแต่งงานในวันเกิดของพิศชามนต์ น้ำเสียงหวานตอบรับ

ตกลงแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันยังคงดังก้องอยู่เสมอ แต่ทำไมสวรรค์ถึงต้องพรากเธอไปจากเขา

ณัฐภัทรลืมตาขึ้น สูดหายใจเข้าพลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า

“ มนต์ ภัทรกลับก่อนนะ แล้วจะมาหาใหม่ ” ชายหนุ่มดันกายลุกขึ้น ใบหน้าคมที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตา ผู้หญิงคนเดียวที่เขาร้องไห้ให้และจะเป็นคนสุดท้ายที่เขารักหมดหัวใจ

เสียงเพลงเปิดดังไปทั่วงาน จินดารัตน์นั่งอยู่ในงานกวาดสายตามองภายในงานอย่างไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ มอเตอร์โชว์ที่ไม่ค่อยจะมีผู้หญิงมาดูรถยนต์ สิ่งที่เธอเห็นมีแต่เพียงผู้ชายทุกอายุ ไม่ว่าจะเป็นอายุยี่สิบต้นจนไปถึงอายุห้าสิบปลาย ๆ แต่สายตาที่มองรถนั้นแทบจะไม่มีเลย

ทันทีที่แสงไฟบนเวทีใหญ่ดับลง สายตาทุกสายตาจับจ้องไปที่กลางเวทีด้วยความตื่นเต้น ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกชายของเธอเช่นเดียวกัน

ไฟกลางเวทีเปิดขึ้น ปรากฏร่างหญิงสาวใบหน้าสวย จมูกโด่งสวย รับริมฝีปากบางอิ่มสีชมพู ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางในชุดเกาะอกกางเกงขาสั้นสีดำพร้อมเสื้อคลุมหนัง ยืนคู่กับรถสีดำรุ่นล่าสุดประจำปีด้วยท่าทางที่ยั่วยวน

“สวัสดีครับ นี่คือรุ่นล่าสุดนำเข้าจากประเทศเยอรมนี” พิธีกรหนุ่มพูดลากเสียงยาว เมื่อพูดจบก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น แต่ทว่าทุกสายตาก็ยังคงจับจ้องไปที่พริตตี้สาวไม่วางตารวมทั้งจินดารัตน์ด้วยเช่นกัน

“นี่แม่เพ็ญ พริตตี้ที่ยืนเกาะรถคนนั้นใครน่ะ” จินดารัตน์ถาม มองหญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยอย่างชื่นชม

“ไม่รู้หรอกค่ะ แต่เพ็ญว่าคุณแม่อย่าไปใส่ใจเลยดีกว่าค่ะ” เพ็ญรตีมองด้วยความไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ เธอไม่ชอบ พริตตี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้ายิ่งคุณแม่คิดแปลกจะหาสะใภ้เป็นพริตตี้ล่ะก็ ไม่มีทางยอมเด็ดขาด !

“ฉันก็เห็นว่าบางทีตาภัทรน่าจะสนใจผู้หญิงแบบนี้บ้าง” จินดารัตน์เอ่ยขึ้นหันหน้ามามองลูกสะใภ้

“ดีแล้วค่ะที่ไม่สน เพ็ญไม่เห็นจะชอบเลยค่ะ” เพ็ญรตีพูดน้ำเสียงดู

แคลนพลางส่งสายตารังเกียจไปที่เวที

“ก็ยังดีกว่าให้เจ้าภัทรจมปลักกับความทุกข์อยู่แบบนี้” เมื่อได้ยินเพ็ญรตีก็นิ่งเงียบ

ใช่ ! เป็นเรื่องจริง อย่างน้อยก็ยังดีกว่าตอนนี้ ยังดีกว่าที่ลูกชายของเธอจมปลักกับความรักที่ไม่มีวันห้วนกลับคืน แต่เธอก็ไม่มีวันยอมรับลูกสะใภ้ที่ไม่มีหน้ามีตาในสังคมอย่างแน่นอน !!

“ ตาทศ” จินดารัตน์เรียกลูกชายที่กำลังจ้องพริตตี้สาวไม่วางตาจนเพ็ญรตีจ้องบิดหูด้วยแรงหึง

“โอ๊ย ๆ เจ็บ !”

“เจ็บสิดีเผลอไม่ได้” เพ็ญตรีกัดฟันพูด สายตาจิกขู่ก่อนจะปล่อยมือออกจากหูคนเป็นสามี

“ว่าแต่คุณแม่มีอะไรครับ” ทศวรรษโน้มตัวลงไปหาพลางยกมือขึ้นลูบใบหูเพื่อบรรเทาความเจ็บ

“ฉันอยากรู้จักแม่พริตตี้ที่ยืนเกาะรถอยู่ ไปเรียกมาให้ฉันหน่อยล่ะกัน” ทศวรรษหันไปมองเวทีอีกครั้ง พริตตี้สาวที่ยืนอยู่ข้างรถได้เดินออกจากเวทีไปแล้ว

“คุณแม่คะ ! เพ็ญไม่ยอมนะคะ” เพ็ญรตีร้องอุทานด้วยความตกใจ ทศวรรษมองผู้เป็นแม่อย่างไม่เข้าใจว่าตั้งใจจะทำอะไรกันแน่

“เธอจะร้องโวยวายทำไมฉันก็แค่อยากรู้จัก” จินดารัตน์พูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ

“คุณแม่คะ”

“ตาทศไปสิ ไปถามผู้จัดการสิ” เมื่อเป็นคำสั่งคนเป็นลูกชายก็ต้องเดินออกไป เขาไม่รู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ แต่คงไม่คิดจะเอามาเป็นลูกสะใภ้จริง ๆ หรอกมั่ง

“คุณแม่คิดจะทำอะไรคะ ? คุณแม่จะให้ผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาแต่งกับตาภัทรไม่ได้นะคะ” เพ็ญรตีพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

“เรื่องนั้นเราค่อยมาว่ากัน ตอนนี้ฉันแค่รู้สึกถูกชะตาก็เท่านั้น” จินดารัตน์เอ่ย สายตาจ้องมองไปที่ที่หญิงสาวใบหน้าสวยยืนบนเวทีอีกครั้งถึงแม้ว่าตอนนี้เจ้าของร่างจะลงจากเวทีไปแล้วก็ตาม ถึงจะเป็นสะใภ้ได้แต่ใช่

ว่าหลานชายจะยอมเปิดใจง่าย ๆ

จิรภาณินท์เดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัว มือขวายกขึ้นหมุนคอบิดด้วยความล้า หลังจากที่เธอยืนค้างท่าเดิมอยู่นาน หญิงสาวนั่งลงที่เก้าอี้หน้ากระจกพร้อมถอนหายใจออกมา

เสียงท้องร้องดังขึ้นทักท้วงความหิว อาหารเช้าที่ยังไม่ตกถึงท้องสักคำ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเวลา สองมือเก็บของใส่กระเป๋าสะพายให้เรียบร้อยก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนชุด

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KTT” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KTT
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ท่านประธานโหดมาก
7.1
การถูกนอกใจผลักดันให้เธอสร้างเกมแก้แค้น โดยดึงชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลมาดนิ่งเข้ามาเป็นหมากเพื่อประชดอดีตคนรัก หวังเพียงใช้สถานะของเขาเป็นเครื่องมือ ทว่าความใกล้ชิดกลับทำให้ทุกอย่างพลิกผัน ภายใต้ความเย็นชาของเขามีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ ซึ่งค่อยๆ เข้ามาเยียวยาหัวใจที่พังทลายจนเธอเริ่มหวั่นไหว ความสัมพันธ์จอมปลอมที่เริ่มจากผลประโยชน์กลับกลายเป็นความผูกพันที่ยากจะตัดขาด เธอจึงต้องเผชิญบททดสอบสำคัญ ว่าจะเดินหน้าชำระแค้นต่อไป หรือยอมรับว่าตนเองได้ตกหลุมรักหมากตัวสำคัญในเกมนี้เข้าแล้วจริงๆ
หน้าปกนวนิยาย จำเลยรักลวงใจ
8.4
มิลินหญิงสาวผู้โชคร้ายถูกชาวีเศรษฐีเจ้าของรีสอร์ตจับตัวไปเพราะความเข้าใจผิด เนื่องจากเธอมีใบหน้าเหมือนม่านมุกภรรยาที่หายตัวไปของเขาอย่างกับแฝด มิลินถูกบังคับให้สวมรอยเป็นเมียของชายหนุ่มจนเกิดความสัมพันธ์ที่เกินเลย ทว่าเมื่อม่านมุกตัวจริงหวนกลับมา ปมปัญหาที่ซับซ้อนก็ยิ่งทวีความรุนแรง ชาวีต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากระหว่างภรรยาตามกฎหมายกับผู้หญิงอีกคนที่เขามีสัมพันธ์ทางกาย ท่ามกลางความเจ็บปวดที่มิลินต้องแบกรับในฐานะตัวแทนที่ไร้ความผิด
หน้าปกนวนิยาย สุดหัวใจนายตัวร้าย
9.5
ในพื้นที่อันคับแคบของรถยนต์คันหรู ชายหนุ่มต้องพยายามข่มอารมณ์อย่างหนักเมื่อถูกหญิงสาวจอมแสบปีนขึ้นมานั่งทับจนขยับกายลำบาก สถานการณ์ที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ร่างกายของทั้งคู่เสียดสีกันอย่างใกล้ชิดจนเขาส่งเสียงครางด้วยความทรมาน ขณะที่ฝ่ายหญิงสาวเองก็เริ่มรู้สึกถึงความแข็งขึงบางอย่างที่ทิ่มแทงจนเธอหลุดปากประท้วงด้วยความเจ็บและความตกใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและความวุ่นวายที่ยากจะควบคุมได้ในที่ลับตาคน
หน้าปกนวนิยาย ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ
8.8
เมื่อหนี้สินบีบให้กุลนิภาต้องเลือกชดใช้ด้วยร่างกายแก่ชนกันต์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาที่เกลียดความอ่อนแอของสตรี เขาเตือนเธอให้รักษาหัวใจไว้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไร้ความรัก ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ลับที่ซ่อนเร้น ความหึงหวงกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนเขากล้าขู่จะกักขังเธอไว้ตลอดกาล แม้กุลนิภาจะพยายามดึงสติเขาด้วยเรื่องผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วย แต่ความจริงที่ได้รับกลับสั่นคลอนความหวังในการได้รับอิสรภาพของเธอให้เลือนลางยิ่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย กรงพันธนาการรักยายหัว
9.8
หลังงานวิวาห์สิ้นสุดลง พิมพกานต์พยายามถอดชุดเจ้าสาวที่แสนวุ่นวายเพียงลำพัง จนกระทั่งว่านยื่นมือเข้ามาช่วยรูดซิบและเปลื้องอาภรณ์ออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความประหม่าของเจ้าสาวที่ทำได้เพียงรีบหลบเข้าห้องน้ำไป เมื่อถึงเวลาเข้าหอ ชายหนุ่มเอ่ยปากขอสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมกับเริ่มบทรักที่เร่าร้อนพัดกระหน่ำดั่งพายุ อารมณ์ที่พลุ่งพล่านนำพาให้พิมพกานต์ตกอยู่ในห้วงสัมผัสที่ไม่อาจขัดขืน แม้จะมีความกลัวปนอยู่ลึกๆ แต่เธอกลับโอบกอดเขาไว้แน่นขณะที่เขานำพาเธอไปสู่จุดหมายแห่งความสุขร่วมฝัน