ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามกาลบันดาลใจ

ข้ามกาลบันดาลใจ

จันทร์วาดหลุดเข้าไปในโลกนิทานและได้พบรักแท้กับคุณหลวงอัครเดชผู้มั่นคง ในยามที่อำนาจลึกลับพยายามพรากทั้งคู่จากกันด้วยความเจ็บปวดเจียนตายประหนึ่งร่างจะฉีกขาด คุณหลวงกลับเลือกที่จะอดทนต่อความทรมานแสนสาหัสและไม่ยอมปล่อยมือจากหญิงคนรัก แม้ความตายจะมาเยือนเขาก็ปรารถนาจะสิ้นใจในอ้อมกอดของจันทร์วาดเพียงผู้เดียวเท่านั้น ด้วยสายใยความผูกพันที่หยั่งรากลึกเกินกว่าที่แรงอาถรรพ์ใดจะทำลายความรักอันมั่นคงของพวกเขาลงได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ในที่สุดเขาก็ยอมนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากที่มีฟูกยัดนุ่นหนา ๆ ปูรองด้านบน

จันทร์วาดมองซ้ายมองขวาก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เขา เล่นเอาคุณหลวงผู้ถือยศศักดิ์ถึงกับตาค้างกับกิริยาไร้การสำรวมและเข้าหาผู้ชายโดยไม่ถือตัว

จันทร์วาดมองคนข้าง ๆ แล้วยิ้มจนเห็นฟันขาววับโชว์ลักยิ้มน่ารักข้างแก้ม

“มองทำไมคะ”

“ไยไม่นั่งที่พื้น นั่งเสมอบุรุษนั่งเสมอเจ้านายไม่อาจทำได้”

จันทร์วาดย่นจมูก

“พื้นเย็นจะตายนี่คะ ฉันไม่ใช่ทาสของคุณหลวงด้วย เรื่องหมอบคลานไม่ถนัดอีกอย่างที่นี่หนาวจะตายดูสิฝนก็ตกฟ้าก็ผ่า ฉันกลัวเสียงฟ้าร้องค่ะ เมื่อกี้ที่โผล่มาก็มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าฉันนี่กลัวจนฉี่แทบราดเลยค่ะ พวกเราต่อไปต้องสนิทกันตอนนี้ก็ใกล้ชิดกันไว้เถอะค่ะ ฉันไม่อยากนั่งพื้น ถ้าคุณหลวงอยากนั่งก็นั่งเองสิคะ อย่ามาบังคับคนอื่น”

สีหน้าของหลวงอัครเดชคล้ายจะเอือมระอา ในขณะที่จันทร์วาดกลับตีหน้าขรึมเอาจริงเอาจัง หลวงอัครเดชจึงเอ่ยเบา ๆ

“ใครเขาจะไปอยากสนิทกับคนท่าทางเพี้ยน ๆ เช่นหล่อนกัน”

“คุณหลวงอย่าพูดแบบนั้นสิคะ ฉันเสียใจนะคะ ฉันออกจะน่ารักไม่ได้เพี้ยนสักหน่อย”

บทเด็กขี้อ้อนเริ่มมาแล้ว ตอนนี้เธออายุยี่สิบกว่าปีถ้าคุณหลวงมีอายุตามหนังสือนิยายบอกตอนนี้เขาก็อายุยี่สิบแปดปีแล้ว ห่างกันตั้งหลายปีเธอจึงเหมือนเป็นน้องสาวของเขา

แต่ว่าด้วยสเปกชอบผู้ชายที่แก่กว่าของจันทร์วาดทำให้ดวงตาของเธอเป็นประกายเมื่อพบว่าผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เธอตอนนี้ตรงกับสเปกทุกประการ

ผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนไร้รูขุมขน ใบหน้าสะอาดตาหล่อเหลา สันกรามคม ดวงตากลมโต จมูกโด่งได้รูป ปากหนาแบบฉบับชายไทยแท้ กล้ามท้องสวยเป็นลอน กล้ามแขนนั่นก็น่ากัดจนรู้สึกอยากลองสักคำ

ที่สำคัญคุณหลวงคนนี้ตัวสูงไม่น้อย น่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยแปดสิบแน่ ๆ ทำให้จันทร์วาดที่สูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบเซ็นเตี้ยไปถนัดตาเมื่อยืนคู่กับเขา

อา โชคดีจริง ๆ ที่ได้เห็นพระเอกในนิยายตัวเป็น ๆ ไม่คิดว่าจะงานดีกว่าที่คิดไว้อีก

จันทร์วาดจ้องเขาดวงตาหวานเชื่อมปากยังพูดอ่อนหวาน

“คุณหลวงฟังฉันหน่อยนะคะ ฉันไม่ใช่คนร้ายจริง ๆ ดูสิฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้ จะกล้าโกหกได้ยังไงคะ”

ทั้งน้ำเสียงอ่อนหวานสายตาออดอ้อนที่หลวงอัครเดชไม่เคยพบมาก่อนในชีวิตทำให้น้ำเสียงแข็ง ๆ และท่าทางแข็งกร้าวของเขาอ่อนลงไปมาก เธอกระแซะเขาพร้อมกับอมยิ้มขยับเข้ามาใกล้ ๆ

เขายืดตัวถอยหนี

“คุณหลวงรังเกียจฉันเหรอคะ”

“เรียกว่าสำรวม”

“ทำไมต้องสำรวมคะ ฉันไม่ใช่มหาเทวีเจ้าสักหน่อย”

หลวงอัครเดชพูดเบา ๆ

“ในเมื่อหล่อนไม่รู้จักคำว่ากุลสตรี ก็คงเป็นฉันที่ต้องระวังตัว”

จากนั้นเขาก็ลุกขึ้น ทว่ากลับถูกจันทร์วาดคว้ามือเอาไว้แล้วดึงให้เขานั่งลงที่เดิม

“นั่งด้วยกันนี่แหละค่ะ จะได้พูดคุยกันได้สะดวก ไม่ต้องไปนั่งพื้นหรอก ฉันไม่ถือ”

เขาปวดหัวแล้ว ใครจะนั่งพื้นกันเขาแค่จะยืนคุยกับหล่อนเท่านั้น เขาดึงมือของจันทร์วาดออกแต่หล่อนไม่ยอมปล่อยยังเกาะแน่นหนา ทั้งยังแอบลูบเบา ๆ จนเส้นข้างใบหน้าของหลวงอัครเดชตึงขึ้นมาทันใด

“เป็นแม่หญิงเข้ามาในห้องหับผู้อื่นกลางค่ำกลางคืนยังนั่งใกล้กันเช่นนี้ไม่ได้”

“ทำไมไม่ได้ล่ะคะ หรือชอบให้คนอื่นมาได้ยิน ฉันรู้ว่าหน้าห้องนอนของคุณหลวงต้องมีไอ้พร้า เอ๊ยน้าพร้าคอยเฝ้าอยู่ไม่ใช่หรือคะ”

คุณหลวงได้ยินยิ่งมีสีหน้าประหลาดใจ แน่นอนว่าหน้าเรือนของเขามีไอ้พร้าบ่าวที่ติดตามเขามาตั้งแต่เด็กคอยเฝ้าอยู่ตลอดแล้วแม่หญิงผู้นี้จะเข้ามาโดยที่บ่าวของเขาไม่รู้ได้อย่างไร

เรื่องเหนือธรรมชาติคนโบราณย่อมเชื่อถือมากกว่าคนสมัยใหม่ ตอนนี้ในใจของคุณหลวงจึงมองว่าเธอเป็นผีหรือไม่ก็วิญญาณลี้ลับที่บังเอิญโผล่เข้ามาในห้อง

“คุณหลวงจ้องฉันอีกแล้วนะคะ นิสัยชอบคิดไม่ชอบพูดนี่ทำให้คนไม่รู้นะคะว่าจริง ๆ อยากได้อะไร”

ผู้ชายโบราณรูปหล่อคนนี้ตกใจกับคำพูดของเธออีกแล้ว แน่นอนว่านั่นเป็นเพราะเธอดันรู้กระทั่งนิสัยที่ไม่ค่อยชอบพูดของเขา

“ฉันรู้สึกว่าเรื่องของหล่อนมันคลุมเครือไม่ชัดเจน คนธรรมดาไม่อาจทำได้ หรือหล่อนจะไม่ใช่คนจริง ๆ”

จันทร์วาดหัวเราะคิก

“อย่าบอกนะคะว่าคุณหลวงกำลังคิดว่าฉันเป็นผี”

เธอทายถูกเผง และสายตาคมที่มองมานั้นทำให้เธอถอนหายใจยาว

“คุณหลวงฉันเป็นคนจริง ๆ ค่ะ ฉันชื่อจันทร์วาด คือฉันเกิดวันจันทร์ค่ะ แม่เลยตั้งส่ง ๆ ว่าจันทร์คำเดียว ดูสิฉันสวยขนาดนี้จะใช้ชื่อว่าจันทร์ได้ยังไง เพื่อนล้อตายเลย พอโตขึ้นมาฉันเลยไปเปลี่ยนเองเลยค่ะ เติมวาดเข้ามาเป็นจันทร์วาด ชื่อเหมือนนางในวรรณคดีเลยใช่หรือเปล่าคะ ฉันเคยไปดูดวงแล้วนะคะ ชื่อนี้ดีมากอาจได้เป็นถึงคุณหญิงคุณนายนั่งกินนอนกินไปตลอดชีวิต ถ้าคุณหลวงจะกรุณา”

จันทร์วาดอดไม่ได้ที่จะเต๊าะคนหล่อไปหนึ่งประโยค แต่ดูเหมือนว่าคุณหลวงคนนี้จะไม่เข้าใจความตั้งใจของเธอแล้ว

หลวงอัครเดชฟังเธอเล่าเรื่องตัวเองรัวเร็วจนหูอื้อ เขาไม่เคยพบแม่หญิงคนใดพูดเร็วเท่านี้มาก่อน ยังมีเรื่องชื่อที่เขาไม่เห็นด้วย

“ชื่ออีจันทร์ก็ไพเราะไม่เบา ไยจึงคิดเปลี่ยนชื่อที่พ่อแม่ให้มาเล่า”

“อีจันทร์ โอ๊ยคุณหลวงก็ช่างมาเติมให้ฉัน แค่จันทร์คำเดียวก็แย่แล้วค่ะ ยังมามีอีเอออะไรอีก เชยจะตาย อีจันทร์นี่มันเพราะตรงไหนคะ แล้วคุณหลวงว่าชื่อจันทร์วาดไม่ดีเหรอคะ”

ในที่สุดเขาก็ถูกเด็กหลอกให้พูดเรื่องชื่อที่เขาเห็นว่าไร้แก่นสารจนได้

“เอาเถิดหล่อนเข้าใจเลือก จันทร์วาดก็งามสง่าไพเราะไม่น้อย เอาเป็นว่าชื่อดีทั้งสองหากจะไม่เปลี่ยนก็ยังเป็นชื่อที่งามนัก”

“ใช่ไหมล่ะคะ คุณหลวงยังบอกเลยว่าไพเราะเพราะพริ้ง อ้อ แล้วฉันไม่ใช่ผีจริง ๆ นะคะ ดูสิ ตัวก็อุ่น หัวใจก็เต้นเป็นปกติ”

มือของเธอไวเท่ากับฝีปาก เพราะต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นคนจึงคว้ามือของคุณหลวงขึ้นมาจับที่จมูกตัวเองแล้วยังพามือใหญ่มาวางแนบอก

มือของเขาทั้งใหญ่และร้อนแม้จะทาบอยู่นอกเสื้อคลุมแต่ก็ทำให้จันทร์วาดสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอุ่นวาบตรงนั้น

ทว่าหัวใจของจันทร์วาดเต้นเป็นจังหวะปกติ แต่หัวใจของหลวงกลับเต้นระรัวรุนแรง หลวงอัครเดชกระแอมแล้วค่อย ๆ ดึงมือของตัวเองออกมาช้า ๆ

ยอมรับอยู่ไม่น้อยว่านั่งใกล้หล่อนเช่นนี้ทำให้ได้กลิ่นหอมประหลาดที่ชวนให้รู้สึกว่าร่างกายร้อนผ่าว และยังติดอยู่ที่ปลายจมูกไม่รู้คลาย

เขาเสมองไปทางอื่นด้วยสายตาเอาแต่จะคอยจับจ้องใบหน้านวลผ่อง ฟันขาววับที่งามพิกลของหล่อน

“เอาล่ะแม่จันทร์”

จันทร์วาดยกมือขึ้นแล้วส่ายไปมาพร้อมกับส่ายศีรษะของตัวเอง

“จันทร์วาดค่ะ จันทร์วาด ไม่เอาไม่เรียกว่า จันทร์เฉย ๆ”

แม่หญิงผู้นี้ช่างมากเรื่องนัก แต่หลวงอัครเดชยังใจเย็นพูดคุยกับหล่อนโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน

“อะ แฮ่ม แม่จันทร์วาด”

เมื่อเขาเรียกถูกเธอจึงยิ้มแป้นจนเห็นลักยิ้มอย่างพอใจ หลวงอัครเดชเห็นว่ารอยยิ้มนี้ช่างน่าดูชมไม่น้อย

“ค่ะ ว่ามาค่ะ ต่อเลย”

“หากหล่อนไม่ใช่ผี เช่นนั้นหล่อนก็สารภาพมาว่าใช้กลอันใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้”

จู่ ๆ จันทร์วาดก็ยืนขึ้นจนคุณหลวงตกใจ จากนั้นเธอก็วิ่งตึง ๆ ไปที่ข้างเตียงของเขา ตรงนั้นที่เธอทำหนังสือหล่นเอาไว้ก่อนจะวิ่งกลับมาหยุดยืนที่หน้าเขา

“จะลุกจะนั่งก็ให้สำรวม กิริยามารยาทให้งามเสียหน่อยเถิดแม่”

จันทร์วาดขบขันกับน้ำเสียงและคำพูดที่แสนจะโบราณนี้ของเขา เธอจึงอดกระเซ้าไม่ได้

“ฉันยังไม่มีลูกค่ะ เป็นน้องคุณหลวงตั้งหลายปี คุณหลวงต้องพูดว่าจะลุกจะนั่งก็ให้สำรวมหน่อยเถิดหนู”

หลวงอัครเดชขมวดคิ้ว ในขณะที่จันทร์วาดยิ้มหวานแล้วหัวเราะเบา ๆ

“มุกนี้ไม่ตลกเหรอคะ”

เขาส่ายหน้าช้า ๆ

“อย่าเล่นลิ้นอีกเลย หนังสืออันใดอยู่ในมือหล่อน”

เขาจ้องหนังสือที่จันทร์วาดกอดเอาไว้เขม็ง

“อ้อ” จันทร์วาดพูดรัวเร็ว

“คุณหลวงนี่ดูสิคะ ว่าทั้งหมดเขียนเกี่ยวกับคุณหลวงเอาไว้ฉันเลยรู้จักคุณหลวง ฉันคิดว่าฉันมาจากอีกโลกหนึ่งถูกดูดเข้ามาที่นี่”

เธอหยุดพูดเล็กน้อยก่อนที่จะส่งสายตานับถือเขาออกไป

“ฉันยังรู้ว่าคุณหลวงมีเมียตั้งสี่คนแน่ะค่ะ”

หลวงอัครเดชดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าและท่าทางตกใจไม่น้อย

“ฉันน่ะหรือ มีเมียสี่คนผู้ใดบอกหล่อนกัน”

“ฉันอ่านมาค่ะ นี่ดูค่ะ ก่อนที่จะมาโผล่ที่นี่ฉันกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มนี้ที่คอนโด อยู่ดี ๆไฟก็ดับ รู้ตัวอีกทีก็ถูกดูดเข้ามาในนี้ค่ะ เอ๊ะ แต่ทำไมหนังสือเปิดไม่ออกกันนะ ทำไมติดกันแบบนี้”

จันทร์วาดพยายามเปิดหนังสือ แต่หนังสือเล่มนั้นกลับติดกันแน่นเหมือนถูกกาวเหนียวติดเอาไว้ทั้งเล่ม

“ส่งมาให้ฉันซี ให้ฉันตรวจสอบเสียหน่อย”

คุณหลวงยังมีสีหน้าฉงน ใจหนึ่งยังคิดว่าจันทร์วาดเป็นผีแต่เนื้อตัวอุ่นนุ่มนิ่มทั้งยังสามารถแตะต้องได้ดวงตามีประกายเหมือนคนทั่วไป

ร่างกายของแม่หญิงจันทร์วาดก็หอมอ่อน ๆ ทั้งตัวเขาก็เป็นคนมีของดีไม่น้อยแม่จันทร์วาดผู้นี้กลับไม่ยักเป็นอันใดเมื่อยามที่นั่งแซะกายข้าง ๆ เขา

คุณหลวงยื่นมือมารับหนังสือ ทว่ากลับบังเกิดลมพัดแรงจนหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ทั้งยังมีไม้ค้ำดันปิดเข้ามาดังปัง ตะเกียงในห้องถูกลมพัดจนปลิวและกระแทกจนไส้ตะเกียงร่วงหล่นลงมาดับสนิท

“ประเดี๋ยวฉันจัดการตะเกียงก่อน หล่อนอยู่เงียบ ๆ ในนี้ฉันจะไปเรียกไอ้พร้าให้เอาตะเกียงอันใหม่มาให้”

คุณหลวงเอ่ยเบา ๆ เกรงว่าจะทำให้แม่จันทร์วาดคนนี้ตกใจเข้าให้แล้ว ทว่าเมื่อเขาคิดจะจับมือของหล่อนให้นั่งลงบัดนี้ก็พบว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ยืนอยู่ที่นั่นแล้ว

หลวงอัครเดชเพ่งสายตาในความมืดก่อนจะเอ่ยเบา ๆ

“แม่จันทร์วาดยังอยู่หรือไม่”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JDF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JDF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
9.8
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้มาเกิดใหม่ในร่างของหลิวตาน เด็กสาวสู้ชีวิตยุค 80 ท่ามกลางครอบครัวปู่ย่าที่กดขี่บ้านรองราวกับข้ารับใช้ เมื่อได้รับโอกาสใหม่เธอจึงมุ่งมั่นพาแม่และพี่น้องก้าวสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดประหลาดที่มักมอบรางวัลชวนกุมขมับอย่างเมล็ดผักกาดหลังทำงานหนัก แม้ระบบจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และเต็มไปด้วยความห่วยแตก แต่หลิวตานก็ไม่ย่อท้อที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวที่เธอรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ติวสวาท ปิศาจร้อนรัก
9.6
ออสติน เบรเดน ปีศาจหนุ่มผู้ช่ำชองเรื่องกามารมณ์ถึงกับตกตะลึง เมื่อดรัลพร น้องสาวของเพื่อนสนิทบุกมาขอให้เขาเป็นติวเตอร์สอนบทเรียนรักเพื่อเปลี่ยนเธอให้เป็นสาวร้อนแรง แม้เขาจะพยายามหักห้ามใจเพราะแอบหลงรักเธอมาตั้งแต่เด็ก แต่ความไร้เดียงสาที่แสนยั่วยวนทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ เขาจึงตอบรับเป็นครูสอนบทสวาทโดยมีพรหมจรรย์ของเธอเป็นค่าตอบแทน พร้อมบทลงโทษสุดเร่าร้อนด้วยแส้ที่คอยกำราบไม่ให้เธอไปอ่อยชายอื่นนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีต่ำช้า
9.6
โอกาสครั้งใหม่ในการมีชีวิตทำให้นางตั้งมั่นว่าจะไม่เดินซ้ำรอยเดิม ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวคือการปกป้องครอบครัวให้พ้นจากโศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้น นางตัดสินใจหันหลังให้กับความรักที่เคยเป็นดั่งกับดักทำลายทุกสิ่ง เพื่อรักษาความสงบสุขและชีวิตของคนที่รักเอาไว้ให้ได้ พบกับเรื่องราวโรแมนติกดราม่าที่เข้มข้นไปด้วยปมปัญหา ความเจ็บปวด และการตัดสินใจที่ต้องแลกมาด้วยความเด็ดเดี่ยวในเส้นทางที่นางเลือกเดินเอง
หน้าปกนวนิยาย หวนกลับมาครานี้...ข้าจะไม่ขอเป็นสตรีที่ปากแข็งอีก
9.4
เพราะกำแพงแห่งความเข้าใจผิดที่ต่างคนต่างสร้างขึ้น นำไปสู่ท่าทีที่เย็นชาและการสูญเสียช่วงเวลาอันล้ำค่าในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน กว่าที่พวกเขาจะตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายมีความหมายต่อหัวใจมากเพียงใด ทุกอย่างก็สายเกินแก้เมื่อความตายได้พรากคนสำคัญไปตลอดกาล ทิ้งไว้เพียงความเสียดายในอดีตที่ไม่อาจหวนคืนได้อีก เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความขมขื่นนี้จะถูกแก้ไขอย่างไร เมื่อโอกาสที่สองมาถึงเพื่อลบเลือนความปากแข็งที่เคยทำลายทุกอย่างลง
หน้าปกนวนิยาย หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก
8.7
ความรักในอดีตสร้างความทุกข์ระทมให้หมิงหลิ่งฟางจนนำพาครอบครัวสู่ความพินาศ แต่เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้ดวงจิตจากยุคปัจจุบันหวนคืนสู่อดีต นางจึงตั้งมั่นที่จะแก้ไขโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ด้วยตนเอง หมิงหลิ่งฟางคนใหม่จะไม่ยอมอ่อนแอหรือบูชาความรักจนหน้ามืดตามัวอีกต่อไป แม้ใจไม่ได้รักหยางจวินเฟย แต่นางก็ฉลาดพอที่จะเลือกอยู่ข้างผู้ชนะและใช้เขาเป็นเกราะคุ้มภัยให้ตระกูลหมิงรอดพ้นจากเภทภัยทั้งปวง พอกันทีกับหยดน้ำตาจากนี้จะมีเพียงการชิงไหวชิงพริบเพื่อปกป้องคนที่นางรัก
หน้าปกนวนิยาย ท่านอา อย่าร่ำสุรา
8.2
เจียลี่เฝ้ามองท่านอาหวังผู้เอาแต่ดื่มสุราจนละเลยเรื่องสตรี เมื่อเขาเอ่ยปากให้เธอหาโสเภณีมาปรนนิบัติ เด็กสาวผู้พิการและต่ำต้อยกลับปฏิเสธด้วยความเจียมตัว ทว่าเขากลับไม่เคยดูแคลนเธอเหมือนคนอื่น ซ้ำยังข่มขวัญด้วยคำกระซิบว่าตนเองคืออสุรกายร้ายที่จ้องจะลิ้มลองกลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่น ท่ามกลางความเมามายและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน หัวใจของเจียลี่เริ่มสั่นคลอนไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของชายที่เธอเทิดทูนเหนือใครในชีวิตนี้