ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 1

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 1

หลังจบชีวิตลงในโลกที่ล่มสลายเพราะฝูงซอมบี้ ฉินหลิวซีก็ได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้แสนอาภัพ เธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองและคนในบ้าน โดยตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ความสามารถที่มีนำพาครอบครัวก้าวข้ามความลำบากและสร้างฐานะให้มั่งคั่งร่ำรวยเหนือใครให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

“อาหารของพวกเราไม่เพียงพออีกแล้ว! ต่อไปนี้ใครที่ต้องการอาหารต้องมาช่วยกำจัดซอมบี้ข้างนอกนั่น! เราจะให้อาหารแก่ผู้ที่ลงมือ!”

เสียงเจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะเบ็งบอกให้ได้ยินกันทั่วโถง สิ้นเสียงของเขาก็ตามมาด้วยเสียงฮือฮาของพลเมืองที่ไม่พอใจการตัดสินนั้น

“ถ้าไม่ทำก็ออกไปเป็นอาหารซอมบี้เองเถอะ!” เจ้าหน้าที่รายนี้ไม่สนว่าจะมีคนไม่พอใจหรือไม่

เพราะสถานการณ์ไม่เอื้อให้เหลือการประนีประนอมอีก

“กลุ่มแรก ใครอาสาให้มาที่นี่” เจ้าหน้าที่นายหนึ่งยกธงขึ้นเป็นสัญลักษณ์ พวกเขาใช้เสียงสดในการประกาศจึงต้องใช้งานลำคอมาก บางครั้งก็เหมือนตะคอกทั้งที่ไม่ตั้งใจ

ฉินหลิวซีเห็นใจเจ้าหน้าที่บางคนที่ต้องรับมือกับสถานการณ์อันยากลำบากนี้ ส่วนคนที่ทำงานนี้แบบส่ง ๆ เธอไม่มีใจจะสงสารแม้แต่เสี้ยวเดียว จริงอยู่ว่าเจ้าหน้าที่มีจำนวนไม่พอมานานแล้วจึงต้องรับอาสาสมัครอยู่เรื่อย ๆ แต่คนที่รับงานนี้แค่เพราะอยากกร่างและใช้อำนาจข่มเหงคนอื่นก็มีไม่น้อย

ฉินหลิวซีเข้าไปเป็นอาสาสมัครในกลุ่มแรก หญิงสาวแซ่ฉินเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีของเจ้าหน้าที่เวลาร้องขออาสาสมัคร แม้เธอจะไม่ได้ร่วมทุกครั้ง แต่ก็เป็นส่วนใหญ่ที่จะมีชื่อเธอปรากฏอยู่

ฉินหลิวซีเป็นอดีตนักกีฬาต่อสู้ และยังมีประสบการณ์หลายปีที่ทำให้เธอรู้วิธีฆ่า ตอนนี้เธอไม่มีครอบครัวเหลืออยู่อีกแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องลังเล และเธอต้องการนิวเครียสซอมบี้เพื่อเพิ่มพลังอยู่ด้วย หากมองว่านี่เป็นการหาวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ในเกม RPG เสมือนจริงก็ไม่แย่อะไร

เจ้าหน้าที่ยังล้างสมองกรอกหูทุกครั้งก่อนออกเดินทางด้วยประโยคเดิม ๆ จนเธอท่องตามได้หมดแล้ว

“ฆ่าซอมบี้ต้องเล็งที่หัว ถ้าติดเชื้อไม่มีโอกาสที่สอง ไปเอาเสบียงกลับมาให้ได้!”

พลเมืองในกลุ่มร้องเฮลั่นเพื่อปลุกใจตัวเอง เพราะถ้าก้าวขาออกไปนอกรั้วเมื่อไร กำลังใจมีแต่หดหายไม่มีเพิ่ม

เป็นระยะเวลามากกว่าสิบวันที่ร่วมต่อสู้เพื่ออาหารตามที่เจ้าหน้าที่เคยบอก ระหว่างนั้นเธอก็แอบกิน

นิวเครียสไปหลายลูก เพื่อเพิ่มพลังและแรงกายที่ใกล้จะหมด อาหารที่มีเลี้ยงต่อวันคือขนมปังแข็ง ๆ ไม่กี่ก้อน เจ้าหน้าที่รับปากว่า จะให้อาหารในปริมาณที่มากกว่าเมื่อกลับถึงค่าย

พวกที่ปราบซอมบี้อยู่แนวหน้าอย่างเธอมีรั้วช่วยทุ่นแรงแค่ชั้นเดียว เพราะต้องทำให้แน่นหนา แต่ด้วยจำนวนซอมบี้มีมากกว่าจึงถูกฝ่าทะลวงเข้ามาทุกปี จนตอนนี้รั้วกั้นของศูนย์พักพิงผู้อพยพเหลือแค่ชั้นนอกกับชั้นในเท่านั้น

“พวกเราต้องทำแบบนี้ไปอีกกี่วันกันเนี่ย” เสียงชายวัยรุ่นคนหนึ่งบ่นทั้งสีหน้าเหนื่อยอ่อน

“จากที่ฟังมาน่าจะเป็นวันสุดท้ายแล้วละ” ใครอีกคนตอบ สภาพผู้อาสาออกมาแต่ละคนดูดีกว่าซอมบี้แค่นิดเดียว เธอเองก็อยากรีบกลับเข้าไปแล้วเหมือนกัน

หลังกลับเข้าไปจะมีอาหารปริมาณมากรอเธออยู่เป็นสิ่งตอบแทน หลังจากพระอาทิตย์เคลื่อนคล้อยลงต่ำ อาสาสมัครที่เคยทำงานด่านหน้าก็มารวมกันที่หน้าประตู เพราะครั้งไหน ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกินสิบวัน แต่แล้วบางอย่างที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

“ประตูไม่ยอมเปิด! เฮ้ย คุณเจ้าหน้าที่ นี่มันหมายความว่ายังไง!?”

ประตูและรั้วเหล็กเริ่มสั่นสะเทือนจากการใช้กำลังของอาสาสมัครหลายสิบคนที่นอกรั้ว ฉินหลิวซีรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง ความหวาดกลัวค่อย ๆ คืบคลานเข้าเกาะกุมจิตใจ เธอยอมออกมา เพราะเชื่อว่าจะได้กลับเข้าไป แต่ดูเหมือนจะให้ความไว้ใจมากเกินไปสินะ

ขณะเดียวกับที่เหตุความวุ่นวายตรงหน้ากำลังเริ่มขึ้น เสียงคำรามแหลมสูงจากด้านหลังก็ดังขึ้นมา เสียงสั่นประสาทหวีดแหลมก้องสะท้อนจนแสบแก้วหู

“เปิดสิวะ!”

“เปิดให้พวกเราเดี๋ยวนี้นะ!”

พลเมืองพากันประท้วงทั้งชายหญิง พวกเขาต่างหมดเรี่ยวแรงไปแล้วจากการทำงานแลกอาหารสิบวันที่ผ่านมา เสียงกรีดร้องไม่มีความหมาย เจ้าหน้าที่ยังคงยืนกรานไม่เปิดประตูโดยไม่มีการตอบคำถามใด

ฉินหลิวซีเงยหน้ามองอาคารสูงเบื้องหน้าด้วยแววตาเคียดแค้น ที่ผ่านมาเธอคงมองโลกในแง่ดีเกินไป การหาอาสาสมัครมาก็แค่คัดคนที่มีประโยชน์แบบใช้แล้วทิ้งมาเป็นอาหารผีดิบพวกนี้ จะให้อาหารเป็นรางวัลอย่างนั้นหรือ

ทั้งที่อาหารไม่เคยมีพอ เธอน่าจะคิดได้

ฉินหลิวซีกัดฟันมองขึ้นไปยังห้องบัญชาการของค่ายด้วยความเครียดแค้นชิงชัง รั้วเหล็กชั้นนอกไม่นานก็ถูกพังเข้ามา ฝูงซอมบี้หิวกระหายไล่ล่าพลเมืองที่ถูกขังไว้ด้านนอกราวกับมีคนสั่งการ พวกมันไม่ได้พังรั้วอีกชั้นเข้าไป แต่กลับไล่รุมทึ้งมนุษย์ไม่กี่สิบคน

ฉินหลิวซีสั่งรากไม้ให้ผุดขึ้นจากดิน แต่พลังของเธอยังไม่ถึงขั้น ต้านพวกมันได้ไม่ถึงอึดใจด้วยซ้ำ

“กรี๊ดดดด!”

ฉินหลิวซีหวีดร้องเสียงแหลมเมื่อถูกคว้าตัวเอาไว้ได้ สัมผัสต่อมาคือคมเขี้ยวเปื้อนน้ำลายที่ฝังลงบนผิวเธอแล้วฉีกกระชากออกไปจนหยาดเลือดสาดกระเซ็น ความหวาดกลัวเข้าครอบงำหญิงสาวในทันที ตัวเธอสั่นสะท้านและรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง หลังจากนั้นความเจ็บปวกมากมายก็จู่โจมมาที่เธอ

สติรับรู้เลือนหาย ดวงตาพร่าเบลอ แม้แต่ลำคอก็ไม่อาจส่งเสียงได้ การรับรู้สุดท้ายคือเสียงโหยหวนของเพื่อนร่วมชะตาที่ไม่อาจหนีพ้นเช่นเดียวกับเธอ...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
9.8
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
9.3
ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
6.8
หลังถูกวางยาจนสิ้นใจ ฉือเยว่นักฆ่ามือฉกาจได้ตื่นขึ้นมาในร่างแม่เลี้ยงใจร้ายที่มีลูกติดถึงสี่คน ตอนแรกเธอคิดจะหนีจากความวุ่นวาย ทว่าความกตัญญูของเด็กๆ ที่ช่วยทำงานบ้านและหาอาหารมาให้ กลับทำให้หัวใจที่เย็นชาของเธอหลอมละลาย เธอจึงตัดสินใจทิ้งอดีตและหันมาเป็นชาวบ้านธรรมดา โดยงัดเอาทักษะต่อสู้มาใช้ล่าสัตว์และงมไข่มุกเพื่อสร้างฐานะให้มั่นคง แต่ขณะที่ครอบครัวกำลังมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บุรุษปริศนากลับปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน นำพาความวุ่นวายครั้งใหม่มาสู่ชีวิตที่เธอเพิ่งสร้างขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจองครักษ์เถื่อน
9.4
ความต่างของฐานะและหน้าที่อันหนักอึ้งบีบบังคับให้ 'ฮะมีส' ต้องสะกดกลั้นความรักที่มีต่อ 'จัสทีน่า' ไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครองเธออยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจากไปโดยไร้คำร่ำลา ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจที่กรีดกินความรู้สึกของหญิงสาว การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างแสนสาหัส จนเกือบจะพรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายในอดีต
หน้าปกนวนิยาย พิษรักร้าย Toxic Love
9.1
เมื่อริกบุกรุกเข้าห้องพักของนินิวในยามวิกาล ความขัดแย้งระหว่างอดีตคนรักจึงปะทุขึ้น นินิวพยายามไล่เขาให้ไปหาภรรยาคนปัจจุบันอย่างโมเน่ แต่ริกกลับอ้างสิทธิ์ในตัวเธอด้วยความหึงหวงหลังเห็นเธอใกล้ชิดกับไทม์ แม้นินิวจะยืนยันว่าความสัมพันธ์จบลงแล้วเพราะความเลวของเขา แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและอารมณ์รุนแรง นินิวต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เธอแสนรังเกียจในฐานะหนึ่งในกลุ่มวิศวะที่มีความรักอันเป็นพิษและแสนดุดัน
หน้าปกนวนิยาย สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ
9.0
สวี่กงเหมยบุตรีบุญธรรมของปรมาจารย์พิษได้รับภารกิจสำคัญในการดูแลและปรุงยารักษาเซวียนจางหย่งแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเหนือเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม แม้เขาจะเป็นบุรุษสูงศักดิ์ที่ไม่เคยเหลียวแลหญิงใด แต่สาวน้อยชาวป่าที่กล้ายิงธนูใส่เขาตั้งแต่แรกพบกลับสั่นคลอนหัวใจเขาได้อย่างประหลาด ทั้งคู่เป็นดั่งไฟกับน้ำมันที่ขัดแย้งกันเสมอ ทว่าความใกล้ชิดตลอดการเดินทางสู่เมืองหลวงกลับเปลี่ยนความวุ่นวายให้กลายเป็นความผูกพัน จนสายตาของท่านแม่ทัพมีไว้เพื่อเฝ้ามองเพียงนางผู้เดียว