ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน

GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน

อธิเมศร์พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เป็นดั่งดวงใจอย่างณชาณัธฐ์ แม้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายหรือต้องตัดสินใจเหนี่ยวไกสังหารศัตรูหน้าไหนก็ตามที่คิดจะย่างกรายเข้ามาทำร้ายเธอ ความรักครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตและความตาย โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการดูแลและคุ้มครองเธอให้ปลอดภัยไปตลอดกาล ท่ามกลางสมรภูมิแห่งความขัดแย้งที่บีบคั้นให้เขาต้องเลือกระหว่างความเมตตาหรือการปลิดชีพเพื่อรักษาชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นที่รักที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

เสียงฮำเพลงอย่างคนอารมณ์ดี ดังขึ้นภายในห้องส่วนตัวของอพาร์ทเม้นท์แห่งใหม่ ณชาณัธฐ์ย้ายเข้ามาอยู่หลังจากที่สอบเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยมีชื่อของที่นี่ได้ ซึ่งที่พักแห่งนี้ถือได้ว่าดีกว่าอพาร์ทเม้นท์แห่งเดิมที่เธอเคยอยู่ สังคมมหาวิทยาลัยก็ต้องดีกว่าสังคงไฮท์สคูลอยู่แล้ว

เธอไม่อยากอยู่ที่เดิมเพราะป้าเจ้าของอพาร์ทเม้นท์จู้จี้จุกจิก ชอบจับผิดเธออยู่นั่นแหละ และอีกหลายๆ เหตุผลที่ไม่อยากอยู่ เธอก็เลยย้ายออกแบบรวดเร็ว พ่อเองก็พึ่งรู้ตอนที่เธอขนของเสร็จแล้ว

“กลับบ้าน กลับบ้าน” หญิงสาวตัวบอบบางเอ่ยเสียงใส ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อคิดถึงประเทศไทย ประเทศที่เธอจากมาเกือบเจ็ดปีเพื่อมาเรียนต่อที่อังกฤษตามคำสั่งแกมบังคับของพ่อ ซึ่งตอนนั้นเธอทั้งโกรธทั้งงอนพ่อเลยก็ว่าได้ที่อยู่ๆ ก็ส่งเธอมาเรียนที่ต่างประเทศ ทั้งๆ ที่ตัวเธอไม่ต้องการ

กว่าจะปรับตัวได้ ทั้งเรื่องภาษา เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องอากาศและอีกหลายๆ เรื่อง เธอก็แทบแย่ ไหนจะถูกโรคโฮมซิกเล่นงานทุกวัน แต่สุดท้ายเมื่อไม่มีหวังว่าจะได้กลับเธอก็ต้องปรับตัว และไม่มีความคิดที่จะกลับเมืองไทยเลยสักครั้ง จนจะเข้ามหาวิทยาลัยซึ่งก็ไม่รู้ว่าอะไรมาดลจิตดลใจให้เธอกลับเมืองไทย แต่คิดว่าจะกลับไปแค่ครั้งเดียวและต่อจากนั้นเธอจะไม่กลับไปอีกเลย ตั้งใจเอาไว้ว่าถ้าเรียนจบก็จะหางานทำมันที่อังกฤษนี่แหละ

“จัดกระเป๋าเสร็จแล้ว ออกไปซื้อของฝากดีกว่า ของน้ากวางจะซื้ออะไรให้ดีนะ” ณชาณัธฐ์ระบายยิ้มบนใบหน้าอีกครั้ง คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าการกลับเมืองไทยจะทำให้เธอตื่นเต้นแบบนี้ได้ เธอพึ่งโทรศัพท์ไปบอกพ่อเมื่อวันก่อนถึงแผนการกลับบ้าน ซึ่งพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรและก็เหมือนไม่รู้สึกดีใจด้วยซ้ำ น้ำเสียงดูเนือยๆ เหมือนมีอะไรปิดบังเธออยู่อีกตามเคย

คนอย่างพ่อทำได้แค่ส่งเงินมาให้ใช้และส่งเธอมาให้อยู่ไกลหูไกลตาจนชินแล้วมั้ง แม้จะรู้สึกน้อยใจนิดๆ แต่หญิงสาวมีนิสัยส่วนตัวที่ถือว่าเป็นข้อดี นั่นก็คือเธอไม่เก็บมาคิดมากให้รกสมองในเรื่องที่ไม่สำคัญ อาจจะเป็นเพราะโตมาพร้อมกับวัฒณธรรมของที่นี่ก็เป็นได้

เมื่อจัดกระเป๋าใบใหญ่เรียบร้อย ณชาณัธฐ์ก็ออกไปหาซื้อของฝากตามที่ตั้งใจ ก่อนจะสวนทางกับนวคุณหรือแฟรงค์หนุ่มไทยตรงบันได ชายหนุ่มมาเรียนระดับปริญญาตรีที่นี่เหมือนกัน แถมยังพักอยู่อพาร์ทเม้นท์เดียวกันอีก ทั้งคู่จึงค่อนข้างจะสนิทสนมในฐานะเพื่อนและรุ่นพี่ เพราะนวคุณอายุมากกว่าเธอสองปี

“อ้าว...ปอนั่นจะไปไหนนะ”

“ซิ้อของฝาก” หญิงสาวส่งยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าที่ตัวสูงใหญ่ หากมองแค่ด้านหลังแทบไม่เชื่อว่าเขาคือชายไทย ส่วนเธอนั้นคือสาวไทยที่สูงยังไม่ถึงร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตรด้วยซ้ำ เดินไปไหนมาไหนเพื่อนๆ ชอบแซวว่าเธอเป็นสเมิฟอยู่เรื่อย ตัวเล็กแล้วไง เดี๋ยวเธอก็กระโดดกันหูซะเลย

“หือ...ซื้อให้ใคร” คำถามฟังดูละลาบละล้วง แต่หญิงสาวก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

“คนที่บ้าน”

“จะกลับบ้านเหรอ” นวคุณเดินเข้ามาใกล้ อย่างนี้เขาก็อดเจอกับณชาณัธฐ์น่ะสิ อุตส่าห์คิดว่าจะใช้เวลาช่วงก่อนเปิดเทอมกับเธอเสียหน่อย

“อื้อ...ไปก่อนนะพี่แฟรงค์” ณชาณัธฐ์โบกมือให้ ขืนชักช้าของฝากจะไม่ได้ซื้อกันพอดี คำว่าพี่ที่หญิงสาวเอ่ยนำหน้าก่อนจะเรียกชื่อของนวคุณ พลอยทำให้คนที่นี่งุนงงว่าทำไมต้องมีคำว่าพี่ด้วย กว่าจะอธิบายว่ามันคือการให้เกียรติของคนไทยที่จะเอ่ยเรียกคนที่อายุมากกว่าตนว่าพี่ ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

“เดี๋ยวสิปอ พี่ว่างพอดี ขอไปด้วยได้ไหม?”

“ได้สิ” หญิงสาวพยักหน้าให้ ทั้งสองคนจึงเดินไปยังย่านธุรกิจการค้าของที่นี่ เพราะมีสินค้าให้เลือกมากมายจนตระการตาไปหมด ณชาณัธฐ์เข้าร้านนั้นออกร้านนี้เพื่อหาซื้อของที่ถูกใจ สุดท้ายมาหยุดที่ร้านน้ำหอมชื่อดัง นี่แหละคือสิ่งที่เธอต้องการ

“สวัสดีครับร้าน...ยินดีต้อนรับ” พนักงานชายในร้านเอ่ยทักทายเป็นภาษาอังกฤษ ตอนนี้ณชาณัธฐ์เข้าใจทุกคำและสำเนียงการพูดของเธอก็ฟังดูดีมาก เหมือนต้นฉบับเลยก็ว่าได้ การมาเรียนที่อังกฤษแรกๆ ทำให้เธอถูกล้อเรื่องสำเนียงพูดเหน่อๆ ของตัวเองจนแทบไม่กล้าพูด แต่สุดท้ายเธอก็ฝึกพูดกับตัวเองทุกวัน สำเนียงบ้านนอกยังไงก็พูด กระทั่งชัดถ้อยชัดคำอย่างในปัจจุบัน ไม่เสียแรงที่ตั้งใจ

“ฉันอยากได้น้ำหอมกลิ่นหวานๆ นุ่มนวลของดอกไม้ ประมาณนั้นค่ะ” ณชาณัธฐ์เอ่ยบอกความต้องการ เพราะคนที่จะได้น้ำหอมชิ้นนี้คือน้าสาวผู้แสนอ่อนโยนของเธอ ไม่ได้พบหน้ากันตั้งนานไม่รู้ป่านนี้จะลืมหลานสาวคนนี้แล้วหรือยัง ส่วนเธอเองก็ใช่ว่าจะชอบใช้โทรศัพท์เสียเมื่อไหร่ นานๆ ถึงจะได้คุยกันสักครั้ง

“ลองเทสกลิ่นนี้ดูนะครับ” พนักงานชายฉีดน้ำหอมลงในกระดาษแผ่นเล็ก ก่อนจะยื่นให้ลูกค้าสาวดมกลิ่นว่าชอบไหม นวคุณยืนมองณชาณัธฐ์อย่างสนใจ

“ไม่ค่ะ แรงไป” หญิงสาวปฏิเสธทันที การเทสกลิ่นใหม่จึงเริ่มขึ้น ในมือของณชาณัธฐ์มีแก้วที่บรรจุเมล็ดกาแฟคั่วอยู่

“ที่ถืออยู่ในมือ มันมีไว้ทำอะไรน่ะปอ” นวคุณเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเห็นณชาณัธฐ์ดมของในมือก่อนจะเทสกลิ่นน้ำหอมที่พนักงานยื่นให้ทุกครั้ง

“เอาไว้ดมตัดกลิ่นน้ำหอมไง เพราะถ้าดมน้ำหอมหลายกลิ่นมันจะตีกันในจมูกจนไม่รู้ว่าอันไหนหอมหรือไม่หอม กลิ่นนั้นกลิ่นนี้ตีกันให้วุ่น เขาเลยมีเมล็ดกาแฟไว้ให้ดมก่อนดมกลิ่นใหม่”

“เหรอ...ขอดมมั่งสิ เพราะตอนนี้พี่เองก็ชักจะมึนๆ กับกลิ่นพวกนี้แล้วเหมือนกัน” ชายหนุ่มแบมือไปยังหญิงสาว ณชาณัธฐ์จึงยื่นแก้วใบเล็กในมือให้ชายหนุ่ม

“ไม่ชอบน้ำหอมเหรอ?”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JZD” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JZD
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนชัง
8.5
กัมปนาทจมอยู่กับเพลิงแค้นหลังนายอิทธิพลฟ้องร้องจนพ่อของเขาต้องจบชีวิตลงด้วยความล้มละลาย เขาจึงวางแผนลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวเขามาจองจำเพื่อชำระแค้น แม้จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงขยะสกปรกที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางความขัดแย้งกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยแข็งกร้าว ปมพยาบาทจะคลี่คลายกลายเป็นความรักได้หรือไม่ เมื่อความเกลียดชังปะทะกับความปรารถนาที่เขาไม่เคยคาดคิด ในเรื่องราวภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
หน้าปกนวนิยาย รสรักเสน่หา
9.0
อักษราถูกเจ้าของเกาะใจร้ายโยนลงทะเลทั้งที่ยังถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปาก แม้ลูกน้องจะสงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เธอฟื้นคืนสติท่ามกลางความหนาวเหน็บและพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดในน้ำด้วยความลำบาก จนกระทั่งชายร่างสูงใหญ่เจ้าของแววตาดุดันเดินลุยน้ำเข้ามาประจันหน้าพร้อมคำพูดถากถาง อักษราทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวและสับสน โดยไม่อาจเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่เขาทำรุนแรงกับเธอเช่นนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย ยอดคุณหมอสกุลเฉิน
9.4
จากชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าและถูกดูแคลนว่าไม่ต่างจากขยะ ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เหตุการณ์นั้นนำพาให้เขาได้รับมรดกตกทอดอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษตระกูลเฉินโดยบังเอิญ พลังลึกลับนี้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหมอเทวดาผู้มีทักษะการรักษาเหนือชั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง จากชีวิตที่เคยมืดมนกลับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถด้านการแพทย์อันยอดเยี่ยมและทรงพลังในโลกปัจจุบัน
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
หน้าปกนวนิยาย ผมมีพี่สาวเจ็ดคน
8.2
เนี่ยเฟิงคือเทพราชามังกรผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักมังกร ทว่าเบื้องหลังอำนาจล้นฟ้า เขาถูกรายล้อมด้วยพี่สาวบุญธรรมเจ็ดคนที่ล้วนเป็นยอดหญิงแห่งยุค ชิวมู่เฉิงพี่คนโตคือผู้บริหารโรงแรมระดับโลก หยูจิงหงพี่รองเป็นเทพีแห่งสงคราม หลินซูอินและหมิงอี๋หานคือครูและแพทย์หญิงที่งดงามที่สุด โจวลี่ซือคือแอร์โฮสเตสสาวพราวเสน่ห์ เย่หรูเสว่เป็นตำรวจหญิงยอดฝีมือ และคังเมิ่งน้องเล็กคือเน็ตไอดอลชื่อดัง ตำนานความผูกพันและชีวิตอันเต็มไปด้วยสีสันของชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจกับเหล่าพี่สาวทั้งเจ็ดจึงเริ่มต้นขึ้น