ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Kissing U : จูบปรารถนา

Kissing U : จูบปรารถนา

เมื่อสาวอกหัก ยอมมาเป็นเพียงแค่มดแดงแฝงพวงมะม่วง ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ชายที่รัก จนกว่าเขาจะแต่งงาน แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการเปิดประตูพรหมลิขิตเข้าอย่างจัง ตึกๆ ตักๆ ตึกๆๆ ตักๆๆ จังหวะการเต้นของหัวใจนาราชานั้นถี่กระชั้นขึ้นจนเธอเหมือนจะเป็นลม ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมองธามด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้มองแต่เพราะตอนนี้อยู่ใกล้กันมากเกินไป ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของธามได้ “โอ๊ย! ใจจ๋า อย่าเต้นดังไป เดี๋ยวเขาได้ยินหมด” นาราชาที่ยังคงหลับตาเอ่ยบอกหัวใจที่ตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพลยามออกรบ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่นักและพอรับรู้ว่าปลายนิ้วของธามกำลังขยับ นาราชาก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป “เอ่อ…ขะ…คุณธามคะ มันจำเป็นต้องจับตรงนั้นด้วยหรือคะ” “ตรงนั้นรู้เหรอว่าคือตรงไหน” “ก็ตรงที่คุณธามหยุดปลายนิ้วไว้น่ะค่ะ” เพราะยังคงหลับตา จึงไม่รู้ว่าตอนนี้มือธามอยู่ที่ไหน นั่นทำให้ธามอยากแกล้งคนรู้ดี “หึหึ…ถ้าไม่จับ แล้วฉันจะรู้ขนาดไหม” “หุ่นที่ปั้นนี่มันต้องรู้ขนาดของคนที่มาเป็นแบบ แบบเป๊ะๆ เลยเหรอคะ” “ใช่…ฉันชอบความเป๊ะ….” -------------------------------------------------------------------------------- “เสื้อเชิ้ตก็หอม เสื้อยืดก็หอม กางเกงยีนส์ก็ยังหอม โอ๊ย! เสื้อผ้าผู้ชายอะไรใส่แล้วยังหอมเหมือนยังไม่ได้ใส่ นี่ก็หอม เอ๊ย!” นี่ก็หอมที่ว่าคือบ็อกเซอร์สีขาวที่ตอนนี้อยู่ในมือเธอ แล้วเมื่อครู่เธอก็เอาเจ้านี่ขึ้นมาหอม มาดมไปตั้งหลายครั้ง หึหึ นาราชาเพ่งมองเจ้าบ็อกเซอร์สีขาวในมือ จินตนาการบางสิ่งบางอย่างก็โลดแล่นอยู่ในสมองอย่างไม่อาจห้ามได้ นั่นพลอยทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวๆ กับความคิดเชิงสิบแปดบวกของตัวเองในขณะนี้ “ยัยจิ้งบ้า คิดอะไรของหล่อน หล่อนเป็นผู้หญิงยิงเรือนะยะ” นาราชายิ้มเขิน แต่อยู่ๆ เสียงออดหน้าบ้านที่ดังขึ้นก็ทำให้คนที่กำลังเพ้อฝันถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบออกไปดูทันที แต่พอเห็นว่าในมือกำลังถืออะไรติดมาด้วย ก็รีบเหน็บไว้กับขอบกางเกงพร้อมกับดึงเสื้อยืดตัวยาวที่สวมอยู่ลงมาปิด
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ใช่…งานนี้มีแต่ลุย แต่ก่อนจะลุยขอไปออกกำลังกายเผาผลาญไขมันตรงพุงหน่อยได้ไหมอ่ะ แบบว่าช่วงนี้เอาแต่กินๆ นอนๆ พุงชักจะมีห่วง” ขณะพูดนาราชาก็ก้มมองตัวเอง เพราะตอนนี้เธอมีพุงเป็นชั้นๆ ถึงจะมีไม่มากก็เถอะ เพราะขืนไม่เผาผลาญพลังงานส่วนเกินออกไปบ้าง มีหวังได้เป็นแม่หมูกันพอดี

“ไปสิ แพงอยากว่ายน้ำที่สโมสรพอดี ค่ำๆ วันทำงานแบบนี้ลูกบ้านไปใช้บริการน้อย จะได้เป็นส่วนตัวหน่อย”

“ชอบกันจริงว่ายน้ำที่สโมสรเนี่ย สระข้างบ้านก็มีทำไมไม่ว่าย หืม” พระเพื่อนเอ่ยแย้งสองสาว

“หูย…สระในบ้านเราแค่ไม่กี่เมตรเองนะเพื่อน ว่ายยังไม่ทันไรมือก็แตะขอบสระแล้ว ไม่สนุกเลย”พระแพงหันไปบอกเหตุผลกับแฝดผู้พี่

“อยากไปก็ตามใจ แต่เพื่อนไม่ลงสระด้วยนะ ขอเข้าฟิตเนสพอ”ทั้งนาราชาและพระแพงพยักหน้าให้เป็นคำตอบว่าตกลง ก่อนที่ทั้งสามสาวจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตรงไปยังสโมสรของทางหมู่บ้าน ซึ่งครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีทั้งฟิตเนสแบบครบวงจร ห้องซาวน่าและสระว่ายน้ำแบบน้ำเกลือขนาดมาตรฐาน

เช้าของวันรุ่งขึ้น พรหมลิขิตก็กำหนดให้หัวใจของนาราชาเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อเธอเห็นธามกลับมาที่บ้านตอนเกือบจะสี่โมงเย็น หญิงสาวที่เฝ้ารอเวลานี้มาตลอด ลนลานเตรียมตัวหวังจะรีบเข้าไปหาดวงใจ พร้อมกับจะแนะนำตัวเองว่าเป็นแม่บ้าน แต่กลับถูกสองแฝดดึงตัวไว้เสียก่อนก่อนที่พระเพื่อนจะถามขึ้น

“นั่นแกจะรีบไปไหนจิ้ง”

“บ้านคุณธาม ฉันเห็นเขากลับมาแล้ว” ใบหน้าของนาราชาแฝงไว้ด้วยความดีใจที่ปิดซ่อนยังไงก็ไม่อาจซ่อนไว้ได้

“แต่นี่จะสี่โมงแล้วนะ รอพรุ่งนี้ค่อยเข้าไปไม่ดีกว่าเหรอ” พระแพงเอ่ยเสริม เพราะเห็นว่าเวลานี้เย็นมากแล้ว

“เข้าไปตอนนี้ วันนี้นี่และ ฉันอยากเจอเขาจะแย่แล้ว”

“อ่ะๆ ไปก็ไป แต่เดี๋ยว…แกจะไปชุดนี้เลยเหรอ”พระเพื่อนถามไปก็คิ้วขมวดเล็กๆ

“อื้อ…ทำไม ชุดนี้มันไม่เหมือนแม่บ้านเหรอ”นาราชาก้มมองตัวเอง ก็วันนี้เธอสวมแค่เสื้อยืดสีน้ำเงินธรรมดาๆ กับกางเกงยีนส์นี่นาผมก็รวบมัดไว้ด้านหลัง ลุคออกจะใช่แม่บ้านดีออก

“เหมือนน่ะเหมือน แต่ฉันว่ามันมีอะไรเกินๆ อยู่นะ” พระเพื่อนไล่สายตามองนาราชาใหม่อีกครั้ง เสื้อผ้าน่ะผ่าน แต่หน้าผมนี่ดูท่าจะไม่ผ่าน

“อะไรที่ว่าเกินๆ บอกมาเร็วๆ สิเพื่อน ฉันอยากไปหาคุณธามจะแย่แล้ว”

“ผมแกนี่แหละ เปรี้ยวเข็ดฟันเกินไปหน่อย ขืนไปแบบนี้คุณธามได้ส่ายหน้าหนีแล้วไล่แกกลับมาแน่”

“ใช่ๆ แพงเห็นด้วยกับเพื่อน”พระแพงพยักหน้าให้ ก่อนที่พระเพื่อนจะจูงแขนนาราชาให้ไปนั่งบนเก้าอี้

“นั่งนี่ก่อน” เมื่อนาราชานั่ง พระเพื่อนก็คว้ากรรไกรมาตัดฉับ หั่นผมครึ่งล่างสีน้ำเงินอมม่วงออกอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ไม่ให้เวลาเจ้าของผมได้เตรียมใจ

“เห้ย! นี่ต้องถึงขนาดตัดผมเลยเหรอเพื่อน” นาราชาอุทานออกมาอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะได้ทรงผมใหม่แบบกะทันหันอย่างนี้

“อืม…นั่งนิ่งๆ เถอะนะ ไม่งั้นผมเบี้ยวนะ คราวนี้ได้ทรงสั้นข้าง ยาวข้าง เอาไหม” ได้ยินแบบนี้ สิ่งเดียวที่นาราชาทำได้คือการนั่งให้นิ่งที่สุด ก่อนจะให้แฮร์สไตล์ลิสออกแบบทรงผมให้ก็ในเมื่อตัดผมเธอไปซะขนาดนี้แล้ว จะไม่ยอมตามใจได้ยังไง

นาราชานั่งมองผมสีน้ำเงินอมม่วงที่ร่วงหล่นกับพื้นด้วยสายตาละห้อย นั่นเพราะปรกติแล้วเธอเป็นคนที่หวงเส้นผมมาก ตั้งแต่จบมัธยมก็ไม่เคยไว้สั้นเลยสักครั้ง แล้วนี่พระเพื่อนหั่นผมเธอออกไปซะเยอะ ทรงใหม่จะออกมาเป็นยังไง ก็ชวนให้ลุ้นตัวโก่ง จนหัวใจจะวาย

“แท่นแท๊น เสร็จแล้ว”

“เป็นไงแพง หน้าฉันเด๋อมากเลยเหรอ แกถึงอึ้งกิมกี่ไปเลยแบบนี้”เพราะเห็นพระแพงเอาแต่จ้อง นาราชาจึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น พร้อมกับอาการหวั่นใจกับทรงผมทรงใหม่แบบมัดมือชกนี้เหลือเกิน

“เด๋อที่ไหน น่ารักแถมยังดูหน้าเด็กมากด้วยจิ้ง” พระแพงยิ้มให้ เพราะเธอชอบลุคนี้ของนาราชา ดูใสๆ น่ารักดี

“จริงเหร้อ” นาราชาเอ่ยถามเสียงสูง ก่อนที่แฮร์สไตล์ลิสจะส่งกระจกมาให้ พอเห็นหน้าตัวเอง นาราชาถึงกับอมยิ้ม แต่สำหรับเธอทรงนี้มันก็ยังคงแปลกตาอยู่ดีเพราะจากที่ผมยาวครึ่งค่อนหลัง ตอนนี้เหลือความยาวเพียงแค่ประบ่าเท่านั้นเอง

“แต่แพงว่ามันยังมีอะไรขาดๆ ไปอยู่นะ”พระแพงคิ้วขมวดขณะพยายามคิดว่าอะไรที่ขาดหายไป ได้ฟังแบบนี้แล้ว นาราชาก็ถึงกับคอตก ตัดพ้อออกมา

“อ้าวตะกี้คนพี่บอกเกิน มานี่คนน้องบอกขาด โถ่ชีวิตยัยจิ้ง มีอะไรพอดีกับเขามั่งไหมเนี่ย”

“แว่น…ใช่แล้ว จิ้งต้องมีแว่น แว่นสายตาจิ้งอยู่ไหน เอามาใส่เลย จะได้ดูลุคแบบเฉิ่มๆ บ้านๆ หน่อย”ในที่สุดพระแพงก็คิดออก

“หา…ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้เหรอแพง ให้ใส่แว่น ฉันว่ามันไม่เข้ากับผมทรงนี้เท่าไหร่มั้ง” นาราชาค้านเสียงสูง นั่นเพราะแว่นที่เธอมีคือแว่นสายตาจริงๆ ไม่ใช่แว่นสายตาแบบแฟชั่นแว่นที่มีอยู่รูปแบบมันไม่ได้ล้ำสมัย ใส่ปุ๊บลุคมนุษย์ป้าจะเข้าประทับร่างปั๊บซึ่งเธอจะใส่แว่นเฉพาะเวลาที่อยู่บ้านเท่านั้น ออกนอกบ้านเมื่อไหร่ก็เปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์

“เข้าสิทำไมจะไม่เข้า แว่นสายตาอยู่ไหนจิ้ง บอกมา”พระแพงถามอีกครั้ง

“อยู่นั่น” นาราชาชี้ไปยังจุดที่เธอวางแว่นสายตาไว้ พระแพงรีบเดินเข้าไปหยิบแล้วนำมาให้เพื่อนรักทันที นาราชาจัดการถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนจะรับแว่นมาใส่

“ลุคนี้แหละ ใช่เลย เป๊ะ!” พระเพื่อนและพระแพงหันไปตีมือกันและกัน แล้วหันมามองนาราชาอีกครั้ง

“ลุคมนุษย์ป้าที่ไหนเนี่ย” พอมองเห็นตัวเองแล้ว นาราชาก็ถึงกับยิ้มแห้งๆ ให้ลุคเฉิ่มๆ บ้านๆ ที่ใครเห็นคงมีอันต้องตะโกนถาม ‘น้องมาจากจังหวัดไหนจ๊ะ’หรือไม่ก็ประโยคนี้ ‘น้องไม่ใช่คนกรุงเทพฯ ใช่ไหม’

“มั่นใจในตัวเองไว้จิ้ง พร้อมแล้วก็ลุยเลย”พระแพงสนับสนุนเต็มที่

“ก่อนจะลุย มารวมพลังกันหน่อย” ได้ยินแบบนี้พระแพงก็วางมือทับบนหลังมือพี่สาว ตามด้วยนาราชา ท่านี้คือท่ารวมพลังที่สามสาวนั้นมักจะทำกันอยู่บ่อยๆ เรียกได้ว่าทำกันมาตั้งแต่เด็กยันโต

“ลุย!” ทั้งสามคนประสานเสียงออกมาพร้อมกัน สำหรับนาราชาแม้รู้ว่าหากเดินหน้าต่อ คำตอบคือความเจ็บ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ขอทำตามหัวใจดูสักตั้ง

เมื่อรวมพลังกันเสร็จ นาราชาก็เดินจ้ำไปยังบ้านของธาม ส่วนพระเพื่อนและพระแพงนั้น ขึ้นไปมองดูชนิดติดขอบเวทีพร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นาราชาอยู่ชั้นบนของบ้าน

“เพื่อนว่างานนี้จิ้งจะรอดไหม”

“ไม่รอดก็ต้องรอด ใจสู้ซะอย่าง”พระเพื่อนเอ่ยอย่างมั่นใจ

“คิดยังไงของจิ้งนะถึงไปเป็นแม่บ้าน งานบ้านตัวเองก็ใช่ว่าจะทำคล่อง กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า รีดผ้าน่ะพอไหว แต่…”

“แต่ตกม้าตายเรื่องทำกับข้าว”แฝดผู้พี่เอ่ยเสริม นั่นทำให้พระแพงรีบรับ

“ใช่”

“งานนี้คุณธามได้กินเมนูไข่ทุกวันแน่นอน”ขณะพูด สายตาของพระเพื่อนก็จับจ้องอยู่ที่นาราชา

“โชคดีมีชัยนะคะคุณธาม” พระแพงยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนบ้าน แต่ลึกๆ ก็อยากให้นาราชาสมหวังในรักครั้งนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าคำภาวนาของเธอจะเป็นจริงได้ไหม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธะลวงหัวใจทมิฬ
8.1
อริย์ธัชมีคนรักที่พร้อมจะแต่งงานด้วยกัน แต่ธนิสราหญิงสาวผู้อ้างว้างและแอบรักเขามาตลอดกลับทำลายงานมงคลนั้นลงเพื่อแก้แค้นให้แม่ของเธอ การกระทำนี้เปลี่ยนความอ่อนโยนของอริย์ธัชให้กลายเป็นความเกลียดชังอย่างรุนแรง เมื่อความจำเป็นบังคับให้ทั้งคู่ต้องผูกมัดกันด้วยพันธะลวง เขาจึงโยนความผิดทั้งหมดให้เธอและเดินหน้าทรมานหัวใจธนิสราอย่างเลือดเย็น แม้เธอจะพยายามบอกรักเขามากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเจ็บปวดจากชายที่หัวใจกลายเป็นสีดำสนิท
หน้าปกนวนิยาย แต่งก่อนค่อยรัก
8.4
เมื่อพันธะสมรสเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจของเขาก็ปะทุขึ้นเพียงแค่ได้สบตาเธอ ในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เขาจึงถือครองสิทธิ์ในตัวภรรยาอย่างเต็มที่และไม่คิดที่จะละเว้นสิทธิ์นั้นแม้แต่น้อย ท่ามกลางบรรยากาศความรักยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและจริงจัง เรื่องราวความสัมพันธ์ครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไรเมื่อสิทธิ์ขาดทุกอย่างตกอยู่ในมือของเขาแต่เพียงผู้เดียวในฐานะคู่ชีวิตที่พร้อมจะทำตามใจตนเอง
หน้าปกนวนิยาย วังวนรัก... เพลิงฐานิน
9.3
ในอดีตเพลิงฐานินเคยตัดสินใจทิ้งคนรักไปแต่งงานใหม่พร้อมคำพูดที่สร้างบาดแผลลึกไว้ในใจ ทว่าหลายปีผ่านไปโชคชะตากลับเหวี่ยงให้เขามาพบกับพันไมล์อีกครั้ง พร้อมความจริงที่คาดไม่ถึงเมื่อเขามีลูกกับเธออยู่หนึ่งคน การกลับมาของเขาในครั้งนี้มีพยานรักตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่หัวใจที่เคยถูกทำลายจนบอบช้ำของพันไมล์จะยอมเปิดใจและเชื่อมั่นในตัวผู้ชายที่เคยทอดทิ้งเธอไปได้อีกครั้งหรือไม่ในวังวนแห่งรักนี้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์วิวาห์ร้อนเสน่หา
9.1
มธุรดาถูกบีบให้เข้าพิธีวิวาห์กับราช ชายหนุ่มผู้เย็นชาจากแผนร้ายของคนรอบข้างที่ทำให้เขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ แม้ความเข้าใจผิดจะกัดกินใจมานานถึงเจ็ดปี แต่เธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่สั่นคลอนหัวใจเขาได้ตั้งแต่แรกพบ เมื่อโชคชะตานำพาเธอกลับมาอีกครั้งในวันที่เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้อง พันธะรักที่ไม่ได้ตั้งใจจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ไม่อาจแยกจาก และเขาจะไม่มีวันยอมให้หัวใจดวงนี้เป็นของใครอื่นอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย กามสวาทโลกีย์
9.6
สาวน้อยแปลกใจเมื่อพบกับชายหนุ่มลึกลับผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและร่างกายกำยำใต้แสงไฟที่ชัดเจนเป็นครั้งแรก แม้เธอจะพยายามเอ่ยปากถามตัวตนของเขา แต่เขากลับเลือกที่จะปิดปากเธอไว้พร้อมเดินหน้าบรรเลงบทเพลงสวาทที่เขาเป็นผู้ควบคุมจังหวะทั้งหมดเพียงผู้เดียว ความเร่าร้อนที่เขาปลุกปั่นทำให้ร่างเล็กบิดเร้าครวญครางด้วยความเสียวซ่านจนถึงขีดสุด เมื่อพายุอารมณ์พัดพาคนทั้งคู่ไปถึงสรวงสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า เธอจึงหลับไหลไปด้วยความเหนื่อยล้าท่ามกลางร่องรอยแห่งความสุขสม
หน้าปกนวนิยาย คุณฟู่อยากจะหย่ากับฉันทุกวัน
8.1
เมื่อหลินว่านซูต้องเผชิญกับการแต่งงานกับชายแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ชีวิตคู่ของเธอกลับเริ่มต้นด้วยความขัดแย้ง เมื่อคุณฟู่สามีมหาเศรษฐีพยายามกดดันให้เธอเซ็นใบหย่าทุกวิถีทาง เขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงหิวเงินและเสนอเงินจำนวนมหาศาลเพื่อจบคความสัมพันธ์นี้ ทว่าหลินว่านซูยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ยอมหย่าขาดจากเขาโดยเด็ดขาด แม้จะถูกดูแคลนเพียงใดเธอก็ไม่ต้องการเงินเหล่านั้นและพร้อมจะรักษาพันธะนี้ไว้จนถึงที่สุด