ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ใต้เงาจอมมาร

ใต้เงาจอมมาร

เซร์คิโอ คุณานันท์ อะลอนโซ มหาเศรษฐีผู้โหดเหี้ยมดั่งจอมมาร ต้องมาเกี่ยวพันกับแก้วกัลยา หญิงสาวผู้งดงามแต่ไร้ทางเลือกจนต้องยอมแต่งงานกับเขา ท่ามกลางเกมเล่ห์เหลี่ยมที่ทั้งคู่ต่างฟาดฟันเพื่อเป้าหมายของตน แก้วกัลยาพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าแลกเพื่อทำตามแผนที่วางไว้ แม้จะถูกดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงจากชายหนุ่มที่ไม่เคยเห็นเธอในสายตา ทว่าภายใต้ความขัดแย้งและอารมณ์อันดุเดือด แรงดึงดูดมหาศาลกลับเริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

แก้วกัลยาหมุนตัวไปรอบๆ ห้องนอนกว้างใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราเกินบรรยายของเซร์คิโอ ว่าที่สามีในอนาคตของตัวเองด้วยความอัศจรรย์ใจ แม้ว่าสีของห้องจะออกมืดๆ ทึมๆ ดูลึกลับซับซ้อนอยู่บ้าง แต่มันก็น่าค้นหาพอๆ กับเจ้าของห้องนั่นแหละ เซร์คิโอ อะลอนโซ คุณานันท์ ผู้ชายสุดหล่อที่แค่มองตาหล่อนก็รู้แล้วละว่าบุรุษคนนี้อัดแน่นไปด้วยความเถื่อนทมิฬและเซ็กซี่มากมายขนาดไหน ความเร่าร้อนของเขาคงจะไม่แพ้ภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิดอย่างแน่นอน

แก้มสาวซับเลือดฝาดขึ้นมาทันตาเมื่อสายตาเหลือบเห็นเตียงนอนใหญ่ขนาดคิงไซส์สีน้ำตาลเข้มที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง พลันภาพของหญิงชายคู่หนึ่งที่กำลังคลุกวงในกันอยู่ก็ผุดขึ้นมาในสมอง และเมื่อมองหน้าผู้หญิงคนนั้นให้ชัดๆ สาวน้อยก็ถึงกับตกใจสุดขีดเพราะมันคือตัวหล่อนเอง ส่วนผู้ชายก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพ่อเซร์คิโอจอมเถื่อนคนนั้น

ทั้งๆ ที่คิดว่าตัวเองยอมตกลงรับเงื่อนไขนี้ของกัญญิกาเพราะไม่มีทางเลือก แต่พอได้สบตากับจอมมารเซร์คิโอจริงๆ คำว่าไม่มีทางเลือกมันก็ปลิดปลิวหายไปจากสมองโดยเฉียบพลัน เหลือไว้แต่ความรู้สึกต้องการอย่างรุนแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต

และที่สำคัญหล่อนไม่สามารถควบคุมมันได้เสียด้วย...

“ไม่ว่าต้องใช้วิธีไหน หนูแก้วก็จะต้องทำให้เจ้าลูกชายตัวแสบของน้ารับหนูเป็นภรรยาของเขาให้ได้” คำพูดของกัญญิกามารดาของเซร์คิโอที่พึ่งส่งผ่านสายโทรศัพท์มาถึงหล่อนก่อนหน้านี้ยังดังติดแน่นอยู่ในสมอง

“แต่หนูไม่กล้า...”

“ถ้าในสิบวันหนูสามารถทำให้เจ้าเซร์คิโอมันยอมแต่งงานกับหนูได้ น้าสัญญาว่าจะคืนหนี้สินให้พ่อกับแม่ของหนูทั้งหมด”

และด้วยเหตุผลนี้เองหล่อนถึงได้ยอมเดินทางมาที่นี่ พาลาทีน่า อะลอนโซ อาณาจักรอันเป็นส่วนตัวของเซร์คิโอ ที่มีกิตติศัพท์ของระบบการรักษาความปลอดภัยยอดเยี่ยมติดอันดับโลก แต่หล่อนก็สามารถเข้ามาอยู่ในนี้ได้โดยคำสั่งของกัญญิกาคุณแม่ของเขา

แน่นอนเซร์คิโอจะต้องไม่พอใจ หรือบางทีอาจจะจับหล่อนโยนออกไปจากห้องนอนของเขาเลยด้วยซ้ำ หากเข้ามาเห็นหล่อนมาเพ่นพ่านในสถานที่ที่เป็นส่วนตัวของเขาเช่นนี้

หล่อนทั้งกลัว... ทั้งหวาดหวั่นจนขวัญแทบจะกระเจิง แต่ก็ต้องทำ...

แม้จะรู้ดีว่าการให้ท่าผู้ชาย หรือแม้แต่การมาเสนอตัวให้ผู้ชายถึงเตียงแบบนี้จะไม่ได้อยู่ในตำราของกุลสตรีที่ตัวเองเคยถูกพร่ำสอนมา แต่การจะจับผู้ชายหล่อร้ายแถมยังพกพาความเถื่อนทมิฬเอาไว้เต็มตัวแบบเซร์คิโอให้อยู่หมัดนั้น หล่อนคงต้องลงทุนด้วยแรงกายและแรงใจที่มีอยู่ทั้งหมด แม้มันจะต้องแลกกับความชิงชังจากผู้ชายหล่อกระชากจิตวิญญาณคนนี้ก็ตาม

สาวน้อยสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อรวบรวมความกล้า จากนั้นจึงเคลื่อนร่างอรชรในกระโปรงสั้นเหนือเข่าเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แบบบิวท์อินติดผนัง สองมือเล็กของหญิงสาวกำลังจะดึงประตูตู้ให้เปิดออกแต่ประตูห้องนอนของเซร์คิโอดันถูกเปิดเข้ามาเสียก่อน และผู้มาใหม่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของห้องหล่อระเบิด

แก้วกัลยาตัวแข็งทื่อ กระเป๋าเดินทางในมือตกลงกับพื้นห้อง ขณะค่อยๆ หมุนร่างที่อ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงอย่างน่าตกใจไปเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเหี้ยมโหดกับศัตรูด้วยความขลาดกลัวยิ่งนัก และสิ่งที่ได้เห็นก็ยิ่งทำให้หล่อนตัวสั่นระริกมากขึ้นอีกเป็นร้อยๆ เท่า

ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีน้ำเงินอมดำยืนตระหง่านอยู่ปากประตูห้อง ท่าทางของเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เพียงแวบเดียวเจ้าความตกใจในดวงตาคมกริบนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลจนคนมองอย่างหล่อนถึงกับหนาวไปทั้งสันหลัง

“คุณ...”

“ขึ้นมาได้ยังไง?”

น้ำเสียงที่ถูกเค้นออกมาจากผู้ชายที่พึ่งจะใช้เท้าดันประตูห้องให้ปิดลงและเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของหล่อนนั้นช่างราบเรียบ แต่หล่อนรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังเกรี้ยวกราดและพร้อมจะหักคอสวยๆ ของหล่อนให้ขาดเป็นสองท่อนได้ในพริบตา

“คือว่า...”

และก็เป็นอีกครั้งที่คำพูดที่เตรียมมาไม่สามารถเอ่ยออกมาจากลำคอได้ เพียงแค่ได้สบตาตรงๆ กับผู้ชายที่หล่อระเบิดในทุกอิริยาบถอย่างเซร์คิโอ ลมหายใจของหล่อนก็แทบจะหมดไปจากปอดเสียแล้ว เขาหล่อมาก ยิ่งเห็นใกล้ๆ แบบนี้ก็ยิ่งหล่อสุดกู่ และมันยิ่งทำให้หล่อนอดอิจฉาบรรดาผู้หญิงที่เขาเลือกขึ้นมาบำรุงบำเรอบนเตียงกว้างนี้ไม่ได้ พวกหล่อนคงจะมีความสุขราวกับขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว

โอ๊ย... ตายแล้ว นี่หล่อนคิดบ้าแบบนี้ได้ยังไงกันนะ ใบหน้าของแก้วกัลยาแดงเถือกไปจนถึงไรผมเมื่อสมองอุตริคิดในเรื่องที่น่าละอายขึ้นมา

“ถามว่าขึ้นมาบนห้องนอนของฉันได้ยังไง!”

คราวนี้พ่อคนตัวโตเพิ่มระดับคีย์เสียงสูงขึ้น เข้มขึ้น และน่ากลัวขึ้นจนคนฟังอย่างแก้วกัลยาตัวสั่นสะท้าน หัวใจแทบจะหยุดเต้นกับความเลือดเย็นที่ผู้ชายตรงหน้าจงใจแสดงให้ชมยิ่งนัก แต่กระนั้นหล่อนก็ยังพูดไม่ออกอยู่ดี

“คือ... คือว่าแก้ว...”

“ถ้าเธอยัง คือว่า... คือว่า... ออกมาอีกแม้แต่คำเดียวล่ะก็ ฉันจะจับเธอโยนออกนอกหน้าต่างไปเสียเดี๋ยวนี้แหละ”

เซร์คิโอเดินเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นอีกจนหล่อนได้กลิ่นหอมจางๆ แบบผู้ชายโชยเข้าจมูก สมองมึนงง นัยน์ตาพร่าเลือนขึ้นมาในบัดดล เนื้อตัวอ่อนระทวยจนแทบจะล้มลงไปกองแทบเท้าใหญ่ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเซร์คิโอจะยังดูดี มีเสน่ห์น่าหลงใหล ทั้งๆ ที่อยู่ในอารมณ์เดือดดาลแบบนี้

เขาเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทั้งโลกใฝ่หาตัวจริงเสียงจริงเลยทีเดียวเชียวแหละ หล่อนขอยืนยัน

“แก้ว เอ่อ จะอยู่ในห้องนี้กับคุณค่ะ”

ในที่สุดหล่อนก็สามารถพูดจนจบประโยคได้ และสิ่งที่ได้ตอบกลับมาจากผู้ชายนัยน์ตาสวยตรงหน้าก็คือสายตาเหยียดหยาม ดูแคลน และขยะแขยงสุดกู่ จนหล่อนถึงกับสะอื้นอยู่ในอกแต่ก็ต้องทนข่มความปวดร้าวนั้นเอาไว้

หล่อนเตรียมตัวมาล่วงหน้าแล้วนี่ รู้ดีว่าถึงยังไงเซร์คิโอก็ไม่มีทางเต็มใจยอมรับตนเองเป็นภรรยาง่ายๆ แน่ ดังนั้นหล่อนถึงต้องใช้วิธีที่น่าละอายเช่นนี้ยังไงละ

“ฉันรู้ว่าเธอมีคุณแม่ให้ท้าย...” เขาจ้องมองหล่อนด้วยความชิงชัง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาผู้ถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์ เจียงซิงซิงยอมทนความเย็นชาจากคุณชายเซียวแห่งเมืองบีเพื่อความรัก จนกระทั่งความจริงปรากฏว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตคนรักของเขา เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา สามปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนผู้สง่างามจนอดีตสามีที่เคยเมินเฉยต้องอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไปอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย บ่วงสวาทเจ้าบ่าวทมิฬ
9.4
เฟื่องลดา นักเขียนอิสระสาวเริ่มต้นทริปตามฝันที่สเปน แต่โชคชะตากลับพาเธอไปพบกับ ลีโอนาร์ด ดีเอซ กอนซาเลซ มหาเศรษฐีเจ้าของฉายานักล่าแห่งสเปนโดยบังเอิญ การพบกันครั้งนี้ดึงดูดเธอเข้าสู่บ่วงเสน่หาที่ยากจะถอนตัว แม้เธอจะพยายามปฏิเสธความเร่าร้อนของเขา แต่สัมผัสที่อ่อนโยนและรุกรานจากชายหนุ่มกลับทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนจนแทบเสียอาการ ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นคนรักจริงของเขาจนไม่อาจหนีพ้น
หน้าปกนวนิยาย ลืมใจสายใยรัก
8.7
หญิงสาวคนหนึ่งช่วยชีวิตชายแปลกหน้าบาดเจ็บสาหัสข้างทางท่ามกลางสายฝน แต่เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับจำอะไรไม่ได้ ทั้งสองจึงใช้ชีวิตร่วมกันจนเกิดเป็นความรัก ทว่าจู่ๆ เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลายเดือนต่อมาเธอได้พบเขาอีกครั้งในฐานะประธานโรงแรมผู้ร่ำรวยซึ่งจำเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ในขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ความแตกต่างของฐานะและสายตาที่เย็นชาทำให้เธอต้องตัดสินใจว่าจะจัดการกับความสัมพันธ์ที่ถูกลืมเลือนนี้อย่างไรในวันที่ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย คนในความลับ
9.5
เพราะความรักที่ล้นใจ ฟาริดาจึงยอมลดตัวอยู่ในฐานะคนในความลับของท่านประธานหนุ่มอย่างวชิรวัฒน์ ภายใต้เงื่อนไขอันแสนเจ็บปวดที่ห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ให้ใครได้รับรู้ แม้จะมีความลึกซึ้งเพียงใด เธอก็เป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งในสายตาคนนอก จนกระทั่งเธอตัดสินใจหนีหายไปพร้อมความลับที่ซ่อนไว้ หลายปีผ่านไปเขากลับมาพบเธออีกครั้งพร้อมเด็กหญิงตัวน้อยที่เรียกเธอว่าแม่ ความจริงที่ถูกปิดบังไว้กำลังสั่นคลอนหัวใจของเขา ท่ามกลางความโกรธแค้นและสงสัยว่าใครคือพ่อที่แท้จริงของเด็กคนนี้กันแน่
หน้าปกนวนิยาย เมื่อความรักแวะมาทักทาย
9.7
หลังเผชิญวิกฤตหนี้สินก้อนโตและถูกคนรักทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย วันวาดจึงสร้างกำแพงแก้วขึ้นมาปิดกั้นหัวใจเพื่อป้องกันความเจ็บช้ำ ทว่าชีวิตที่หม่นแสงของเธอกลับเปลี่ยนไปเมื่อได้พบกับ มกรา มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เพียบพร้อม เขาเข้ามาพังทลายปราการที่เธอสร้างไว้ด้วยความจริงใจและกลายเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตที่เคยมืดมน มกรามอบทั้งความอบอุ่นและความมั่นคงให้เธออย่างที่ไม่เคยได้รับจากใคร จนวันวาดเริ่มยอมเปิดใจให้ความรักครั้งใหม่ที่แสนล้ำค่านี้อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
9.4
ซ่งเซียงทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวให้เหยียนลี่หาน แต่เขากลับทอดทิ้งเธอไปอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีนีจากการรับมรดกและมีชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์พร้อมหนุ่มๆ รุมล้อม เมื่ออดีตเจ้านายผู้โอหังหวนกลับมาพบเธอในงานเลี้ยงและหลงคิดว่าเธอยังโหยหาเขาอยู่ ซ่งเซียงจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอต้องการอีกต่อไป ชีวิตที่เคยถูกเหยียดหยามบัดนี้กลายเป็นความเหนือกว่าที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง