ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย V-vine ที่รักครับ...ขอรัดหน่อย [Human Trials Series: มนุษย์ทดลองยอดรัก]

V-vine ที่รักครับ...ขอรัดหน่อย [Human Trials Series: มนุษย์ทดลองยอดรัก]

เมื่อโครงการลับ Human Trials พยายามดัดแปลงพันธุกรรมมนุษย์จนเกิดความผิดพลาด มนุษย์ทดลองรหัส V ผู้มีพลังผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเถาวัลย์จึงหลบหนีออกมาได้สำเร็จ เรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อเขาได้พบกับนักพฤกษศาสตร์หนุ่มจากบราซิล ผู้ที่ต้องมารับหน้าที่ศึกษาพืชพรรณประหลาดที่มีชีวิตคนนี้ ท่ามกลางภารกิจสำรวจสุดป่วน มนุษย์เถาวัลย์จอมเจ้าเล่ห์กลับพยายามหยอกล้อและพิสูจน์ความแข็งแกร่งของ ‘เถาวัลย์’ ในร่างกายตนเองจนนักวิชาการหนุ่มต้องใจแกว่งกับสัมผัสที่คาดไม่ถึง
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ว่ากันว่าพระเจ้ามอบพรสวรรค์ให้มนุษย์ทุกคน

แต่พรสวรรค์ที่พระเจ้ามอบให้นั้นไม่ได้ประทานให้เหมือนกันทุกคน

บางคนอาจจะมีบางอย่างที่โดดเด่น ในขณะที่บางคนอาจไม่มี

เช่นเดียวกัน...บางคนมีพรสวรรค์โดดเด่นจนน่าอิจฉา ทว่ากลับขาดบางสิ่งบางอย่างที่ธรรมชาติของมนุษย์พึงมีไป

ตัวอย่างเช่นชายคนนี้... เขามีพรสวรรค์ที่พระเจ้าสรรค์สร้างให้เหนือกว่าคนอื่นๆ

มีความอัจฉริยะที่ยากจะหาใครเปรียบ ขณะเดียวกันก็ขาดความเป็นมนุษย์ถึงขั้นติดลบ

เจ้าอรุณ... นักพฤกษศาสตร์รุ่นใหม่ที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ

เหตุผลที่เขาได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะมีไม่มาก ก็แค่...

...งานวิจัยพรรณไม้ของเขาที่ทำตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งได้รับคัดเลือกว่าเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าต่อวงการพฤกษศาสตร์ไทย

...เขาสามารถเรียนจบมหาวิทยาลัยได้ภายในระยะเวลาสองปีทั้งที่หลักสูตรสาขาพฤกษศาสตร์มีสี่ปี

...สามารถคว้าทุนเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่ประเทศบราซิลได้เมื่ออายุเพียงยี่สิบเอ็ด

...จบการศึกษาระดับปริญญาโทในอีกสองปีให้หลัง เข้าทำงานในองค์กรสวนพฤกษศาสตร์แห่งชาติ ประเทศบราซิล ในฐานะผู้ช่วยนักวิจัยคนสำคัญของผู้อำนวยการประจำองค์กรเพื่อชดใช้ทุนการศึกษาที่มีมูลค่ามหาศาล เขาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการศึกษาวิจัยพรรณไม้ต่างๆ จากป่าอเมซอนมาตลอดสองปี งานของเขาเกือบทุกชิ้นสามารถใช้ต่อยอดได้ในวงการอื่นๆ จนเป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง

เขาเป็นคนสำคัญ... ใช่ สำหรับวงการพฤกษศาสตร์ แต่ไม่ใช่สำหรับเพื่อนร่วมงานที่มองเขาเป็นเพียงคนนิสัยไม่ดี แข็งกระด้างและมนุษย์สัมพันธ์แย่เข้าขั้นติดลบ หากไม่มีธุระจำเป็น ก็ไม่มีใครอยากจะเอ่ยปากพูดคุยกับชายหนุ่มชาวไทยที่ทำหน้าไร้อารมณ์ตลอดเวลาอย่างเขานักหรอก

เจ้าอรุณเองก็รู้ดีว่าตัวเองถูกพูดถึงอย่างไร หากทว่าเขาไม่ใส่ใจ เขาไม่ได้อยากจะมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับมนุษย์ด้วยกันเองมากนักด้วยเหตุผลว่าเขาเป็นคนขี้รำคาญ การทำงานในสังคมมนุษย์ไม่เหมาะกับเขา การทำงานกับสิ่งมีชีวิตจำพวกต้นไม้ใบหญ้าเป็นอะไรที่เขาสบายใจกว่าเยอะ

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีคำสั่งใดๆ จากผู้อำนวยการหนุ่มอย่างโจเซ ก็จะไม่มีใครอาสาเข้ามาช่วยงานเขาแม้แต่คนเดียว

ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อโจเซเรียกตัวเขาไปอย่างเร่งด่วนหลังจากได้รับพืชพรรณไม้ชนิดใหม่จากทีมนักสำรวจที่เพิ่งเคลื่อนย้ายมาส่งให้เมื่อเช้าตรู่ของวันนี้

ชายหนุ่มผิวขาว รูปร่างสันทัดกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปตามโถงทางเดินในสถานที่ทำงานอันแสนคุ้นเคย มุ่งหน้าไปยังเรือนกระจกขนาดยักษ์ที่เอาไว้ใช้เพาะพันธุ์พืช ที่นี่มีเรือนกระจกขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่เขากลับพุ่งเข้าไปในเรือนกระจกที่มีป้ายติดหราว่า ‘พืชพรรณที่อยู่ในระหว่างการศึกษา’ เพราะโจเซเน้นย้ำว่าพืชพรรณชนิดใหม่ที่เพิ่งได้มาเป็น ‘พืชพรรณไม้ประหลาด’ นั่นหมายความว่ามันเป็นพืชชนิดใหม่ที่เขาจะต้องทำหน้าที่ศึกษาต่อหลังจากนี้

เสียงฝีเท้ากระทบแผ่นกระเบื้องดังขึ้น เรียกสายตาของโจเซ ชายหนุ่มวัยสามสิบปลายๆ ที่กำลังก้มๆ เงยๆ สำรวจพรรณพืชตรงหน้าให้หันไปมอง พอเห็นว่าเป็นคนที่ตัวเองกำลังรอก็เอ่ยปากทักด้วยน้ำเสียงเริงรื่นเป็นภาษาโปรตุเกส

“มาไวทันใจดีนี่อรุณ”

เรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างชัดเจนอีกต่างหากทั้งที่ชื่อนั้นเป็นชื่อไทย เจ้าอรุณไม่ได้ใส่ใจนัก ชื่อเขาไม่ได้ออกเสียงยากสำหรับชาวต่างชาติ มันก็ไม่แปลกหรอกถ้าจะเรียกชัด เขาจึงทำเพียงสวนกลับด้วยภาษาเดียวกัน

“ก็ด็อกเตอร์บอกให้ผมรีบมา”

เขาเองก็เป็นชาวต่างชาติที่พูดภาษาโปรตุเกสได้ชัดเจนเลยทีเดียว หากหลับตาฟัง อาจจะเข้าใจว่าเจ้าของภาษามาเองก็เป็นได้

ทว่านั่นไม่ได้เป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจจากโจเซนอกจากจะยิ้มรับคำพูดของหนุ่มรุ่นน้อง ยกมือขึ้นรวบผมสีน้ำตาลที่ยาวปะบ่าของตัวเองขึ้นเป็นหางม้าพลางว่า

“ก็ต้องรีบมาสิ มีอะไรดีๆ ให้ดูทั้งที ฉันเรียกนายมาดูเป็นคนแรกเลยนะ”

จะงานไหน โจเซก็เรียกหาเจ้าอรุณเป็นคนแรกทั้งนั้น

เจ้าอรุณไม่ได้เถียงอะไร เงียบไปครู่ก่อนออกปากถาม

“แล้วตกลงด็อกเตอร์จะให้ผมรีบมาดูอะไรครับ”

โจเซทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้พลันกวักมือเรียก

“เรียกมาดูเจ้านี่ อย่างที่ฉันบอก ทีมนักสำรวจเพิ่งจะส่งมันมาที่นี่เมื่อเช้า ฉันก็เลยรีบโทรตามนาย”

พูดจบก็เบี่ยงตัวเล็อกน้อยให้อีกฝ่ายได้เห็น ‘เจ้านี่’ เต็มสองตา เจ้าอรุณมองเลยเข้าไปก็พบว่าตรงกลางของเรือนกระจกที่เคยว่างอยู่ บัดนี้มีวัตถุประหลาดลักษณะเป็นวงรีสูงกว่าตัวของโจเซตั้งตระหง่านอยู่ รอบข้างมีเหล็กแท่งมาคานเอาไว้รอบด้าน กันไม่ให้วัตถุนั้นกลิ้งล้มลงมา

เจ้าอรุณมองอย่างพินิจ มันดูคล้ายกับมีเถาวัลย์เถาใหญ่เลื้อยขึ้นเรียงกันจนก่อเป็นรูปร่างอย่างนี้ ซึ่งดูๆ ไปแล้วก็ไม่ได้ประหลาดอะไร ในป่าอเมซอนที่ได้ชื่อว่าเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเป็นไปได้ที่จะมีพืชพรรณลักษณะแปลกๆ เกิดขึ้นไปทั่ว ทำให้เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ไว้หน้า

“มันประหลาดตรงไหนครับ ก็แค่เถาวัลย์ขึ้นรูปเป็นวงรี ผมว่ามันเหมือนไม้ตายซากมากกว่า”

นึกถึงน้ำเสียงตื่นเต้นของโจเซในตอนที่โทรมาปลุกเขาขณะพูดไปด้วย

คำพูดของเขาทำเอาโจเซมุ่ยหน้า ดันแว่นตากรอบหนาให้พอดีกับสันจมูกเบาๆ ประกอบการพูด

“ถ้ามันแค่นั้น ฉันคงไม่รีบโทรไปเรียกนายมาหรอก มันมีมากกว่าที่ตานายเห็นเยอะน่า”

คราวนี้เจ้าอรุณดันแว่นไร้กรอบให้รับกับสันจมูกบ้าง เป็นสัญญาณว่าเขาเตรียมตัวจะจับผิดหัวหน้างานอย่างเต็มที่

“งั้นมันมีอะไรล่ะครับ”

ถ้าไม่มีอะไรพิเศษอย่างที่พูดล่ะก็ รับรองว่าเจ้าอรุณคงพ่นคำพูดเสียดแทงออกมายาวเหยียด... โจเซมั่นใจว่าอย่างนั้นเพราะทุกครั้งที่เขาตื่นเต้นในสิ่งที่เจ้าอรุณคิดว่ามันไม่พิเศษ เขาก็มักจะโดนอีกฝ่ายค่อนแคะทุกที

ทว่าคราวนี้ไม่... เขามั่นใจว่ามันพิเศษแน่ ก็ก่อนหน้านี้เขาพิสูจน์มันมาด้วยตัวเองแล้ว

“คราวนี้นายจะต้องตะลึงแน่ เข้ามาใกล้ๆ สิ”

ว่าพลางกวักมือเรียก เจ้าอรุณเดินเข้าไปหาตามคำชักชวนก่อนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าวัตถุทรงประหลาด

“นายสังเกตเห็นอะไรนอกจากไอ้เถาวัลย์ที่ก่อรูปเป็นวงรีตรงหน้าไหม”

แทนที่จะบอกตรงๆ ว่ามีอะไร โจเซกลับถามให้เจ้าอรุณสังเกต เจ้าอรุณไม่ได้ทักท้วง กวาดตามองอยู่ครู่ก็เห็นว่านอกจากวัตถุทรงรีนั่นแล้ว รอบๆ วัตถุนั้นยังมีเถาวัลย์เถาเล็กและใหญ่ห้อยระโยงระยางอยู่ภายนอก ความยาวของมันอยู่ที่ว่าเป็นเถาที่โตเต็มที่หรือเถาอ่อน นอกจากนั้นยังสังเกตเห็นว่ามีดอกไม้เล็กๆ สีแดงสดที่เป็นดอกตูมอยู่ตามเถาวัลย์เถาที่แก่จนเป็นสีน้ำตาลอีกด้วย

“มีเถาวัลย์งอกออกมากับมีดอก”

เจ้าอรุณว่าไปตามที่เห็น โจเซตีมือตัวเองดังป้าบให้เจ้าอรุณรู้ว่าตัวเองตอบถูก

“ถูกต้อง นี่ไงล่ะที่แปลก”

แปลกตรงไหนกัน เถาวัลย์จะมีเถาอื่นงอกแตกแขนงออกมามันก็เรื่องปกติ ส่วนไอ้การมีดอก พวกพืชตระกูลไม้เลื้อยตระกูลเถาวัลย์บางวงศ์ก็มีเหมือนกัน เขาไม่เห็นว่ามันจะแปลกสักนิด

คิดแต่ไม่พูด ส่งสายตาเสียดแทงให้หัวหน้างานแทน โจเซเหลือบมองก็รู้แล้วว่าเจ้าอรุณคิดอะไรก่อนรีบดักคอ

“ฉันรู้น่าว่านายจะบอกว่ามันไม่แปลก ใช่ ไอ้มีเถาวัลย์เถาอื่นแตกแขนงกับมีดอกน่ะอาจจะไม่แปลก แต่ที่แปลกคือนี่...”

พูดจบก็หันไปคว้าเอาไม้เรียวยาวที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมากระชับในมือ แล้วยื่นมันเข้าไปสะกิดเข้ากับเถาวัลย์เถาหนึ่ง เถาวัลย์เถาที่ถูกสะกิดสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนมันจะขยับขึ้นในอากาศ หลบซ่อนจากการสัมผัสอย่างช้าๆ

ภาพที่เห็นทำเอาเจ้าอรุณเบิกตาโต หันขวับไปมองหน้าโจเซที่ยิ้มเผล่ให้เขาอย่างรวดเร็ว

“มันขยับได้”

โจเซว่า แล้วก็ลองเอาไม้ไปสะกิดเข้ากับเถาวัลย์เถาใหญ่อีกเถา พลันเถาวัลย์เถานั้นก็ขยับขึ้นอย่างอิสระราวกับมีชีวิต

“อย่างกับต้นมิโมซา พูดิก้า1”

“ใช่ แต่อันที่นายพูดถึงน่ะมันเป็นพืชล้มลุก นี่ไม่ใช่ มันเป็นเถาวัลย์”

ใช่เถาวัลย์แน่หรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ลักษณะภายนอกดูใช่ โจเซจึงทึกทักเอาอย่างนั้น

“ตอนแรกฉันก็นึกว่าเป็นเพราะลมพัดหรือพื้นสะเทือน เถาวัลย์มันถึงได้เคลื่อนไหว แต่พวกนักสำรวจที่เอามันมาบอกว่าไม่ใช่ มันเคลื่อนไหวได้เองอย่างอิสระ ต่อให้ไม่มีอะไรไปกระตุ้น มันก็เคลื่อนไหวเองได้ ทีนี้นายว่ามันแปลกหรือยังล่ะ”

“ก็แปลกครับ”

เจ้าอรุณยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข ตั้งแต่เขาทำงานด้านนี้มา เจอพืชพรรณประหลาดมาก็มาก แต่ก็เพิ่งจะเคยเจอพืชพรรณที่เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตจริงๆ อย่างนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อถูกศัตรูจับตัวไป อัลฟ่าผู้เป็นคนรักกลับเลือกทิ้งฉันไว้เบื้องหลังเพื่ออยู่กับคู่แท้ของเขาอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ไร้หัวใจส่งผ่านสายโทรศัพท์กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา ฉันจำต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากอัลฟ่าฝ่ายศัตรูพร้อมยอมศิโรราบทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ทว่าในวันที่อดีตคนรักคิดจะกลับมาทวงฉันคืน ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ฉันได้กลายเป็นสมบัติของศัตรูผู้โหดเหี้ยมที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันกลับไปหาเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ไอ้เสือ-ของผม
6.8
ชีวิตเด็กกำพร้าพลิกผันเมื่อมาเฟียรับไปดูแล ความใกล้ชิดแปรเปลี่ยนเป็นความรักจนสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน ทว่าโลกที่วาดฝันกลับพังทลาย เมื่อชายที่เขารักมอบความเจ็บปวดด้วยความรุนแรงและการทรยศที่เกินรับไหว เพื่อปกป้องลูกน้อย เขาจึงเลือกละทิ้งทุกสิ่งและหนีออกจากกรงขัง การแสวงหาความสงบสุขนำพาเขาให้พบกับนายแบบภาพเปลือยชื่อดัง ผู้ก้าวเข้ามาพลิกหน้ากระดาษชีวิตของเขา บาดแผลจากอดีตจะได้รับการเยียวยาผ่านความสัมพันธ์ครั้งใหม่หรือไม่ เขาต้องเผชิญมันด้วยตนเอง
หน้าปกนวนิยาย เทพสวรรค์บัญชา
8.6
เมื่อความรักมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในวังวนแห่งความผูกพันต้องเผชิญกับคำถามที่ยากจะตอบ เมื่อต้องเลือกระหว่างบุรุษสองผู้ทรงอำนาจ นางกลับไม่อาจตัดใจทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างสถิตอยู่ในใจนางอย่างเท่าเทียมกัน ในเมื่อความรักครั้งนี้ไม่มีที่ว่างให้ความสูญเสีย ข้อเสนอสุดท้ายที่เหนือความคาดหมายจึงเกิดขึ้น หากเลือกไม่ได้ก็จงครองรักร่วมกันทั้งสามคน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บทใหม่ที่โลกต้องจารึก
หน้าปกนวนิยาย จ้างให้รัก
8.3
เมื่อคุณแม่เข้าใจผิดอย่างหนักว่าลูกชายสุดที่รักมีรสนิยมทางเพศแบบชายรักชายเพียงเพราะเขามีนิสัยสุภาพเรียบร้อยผิดจากผู้ชายทั่วไป แผนการคลุมถุงชนเพื่อดัดนิสัยจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มผู้แสนดีที่ยืนยันว่าตนเองชอบผู้หญิงแต่กลับไร้ทักษะในการเข้าหาเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง จึงต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงท่ามกลางความวุ่นวายของความรักที่เขาไม่ได้เป็นคนเลือกเองในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม
9.3
นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย  Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)
8.5
หลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์วันสิ้นโลกมานานถึงสี่สิบปี มนุษยชาติได้วิวัฒนาการจนสามารถเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่แสนโหดร้ายได้สำเร็จ ทว่าจู่ๆ ชายผู้หนึ่งกลับได้รับโอกาสที่คาดไม่ถึง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองย้อนเวลากลับมาสู่จุดเริ่มต้นของหายนะอีกครั้ง ในร่างของเด็กน้อยวัยเพียงห้าขวบเท่านั้น เขาต้องเผชิญกับจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมโลกที่กำลังจะอุบัติขึ้นซ้ำรอยเดิมด้วยความทรงจำจากอนาคตที่ติดตัวมา