
กลลวงพรหมจารี
ตอน 3
ปรินทรขับรถของโรงแรมมาส่งหญิงสาวถึงไร่ปกรัก เขาเองก็เพิ่งจะรู้เธอจะเป็นถึงน้องสาวพ่อเลี้ยงธามผู้กว้างขวางในวงการไร่ชาและไร่ดอกไม้เมืองหนาวของเมืองเชียงราย
“เมื่อยมั้ยคุณ! ” เขาถามลอยๆ
“อะไร” คนโดนถามหันขวับ เลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย
“นั่งคอเอียงตั้งแต่โรงแรมมาถึงไร่ เพราะอายที่จะสารภาพรักผม เลยใช้ภาษากายสื่อ” ชายหนุ่มบอกต่อ เขาเห็นหญิงสาวที่เอาแต่หน้างอเขาก็อยากชวนคุย แต่ไม่รู้ว่ามุกตัวเองบอดสนิท
“ฮะ!”
“ก็คุณรักผมข้างเดียวไง เห็นนั่งตัวเอียง หันหัวใจมาให้ตรงหัวใจของผมตลอดทาง นึกว่าจะบอกรัก” ชายหนุ่มยิ้มระรื่นเฉลย
“ฝันอยู่หรือเปล่า หรือดูละครมากไป”
“เขินล่ะสิ” ชายหนุ่มเย้าต่อแบบไม่สนใจอารมณ์อีกคน
หญิงสาวสะบัดหน้าพรืดอย่างขัดใจ เปิดประตูรถลงไปทันที ไม่ยอมเสียเวลาสักนาทีแม้จะหันกลับมามองหน้าเขาอีกไม่รักษามารยาทมีน้ำใจบอกขอบคุณคนมาส่งสักนิด
ตลอดเวลาที่เธอนั่งรถกลับไร่เธอได้คิดทบทวนเป็นอย่างดีว่าจะไม่ยอมปริปากบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะต้องตายไปกับเธอเท่านั้น เธอจะไม่ยอมให้พี่ชายเสียใจเพราะเธออีก แต่ก็คงต้องใช้เวลาในการทำใจ ให้สามารถลืมเรื่องร้ายๆ ไปได้ หญิงสาวยกมือป้ายคราบน้ำตาที่ไม่อาจอดกลั้น ไหลรินออกมาอย่างไม่อาย
คนที่มาส่งได้แต่มองตามร่างบางที่เดินเข้าบ้านไป เขาได้แต่หวังว่าสักวันเมื่อเธอได้รู้ความจริงว่าไม่ได้โดนข่มขืนอย่างที่เธอเข้าใจไปเอง เธอคงหันมาขอบคุณและพูดดีๆ กับเขาบ้าง
รษาเดินเข้าบ้านด้วยสภาพอิดโรย ดวงตาบวมเป่งเลื่อนลอยเหมือนคนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ริมฝีปากบวมเจ่อ มีรอยแดงกลืนสีม่วงเข้มตามตัวนับสิบจุด
เมื่อพ่อเลี้ยงธามเห็นน้องน้อยเดินเข้ามา เขาก็วิ่งถลาเข้าหาน้องสาวทันที หลังจากที่ทำได้เพียงรอมาเกือบค่อนวัน
“รษา!” เขาร้องเรียกชื่อเธออย่างดีใจ ตลอดวันที่ผ่านมาเข้าได้แต่เฝ้าโทรถามเพื่อนของน้องสาว แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบที่แน่ชัดสักคน ไม่เว้นแม้แต่มินตราก็ติดต่อไม่ได้เช่นเดียวกัน
“พี่ธาม” รษาโผเข้ากอดพี่ชายร้องไห้ตัวโยนอย่างรู้สึกผิด ผิดที่ไม่ยอมเชื่อฟังพี่ชาย ผิดที่ดื้อรั้น
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมสภาพของเราถึงเป็นแบบนี้ บอกพี่มา” คนเป็นพี่ชายเขย่าร่างบางตัวคลอน อารมณ์พลุ่งพล่านเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นสภาพน้องสาวยอดดวงใจ มันเกิดอะไรขึ้นกับน้องน้อยของเขา เขารู้สึกตกใจมากที่เห็นสภาพของน้องสาวที่ไม่ต่างจากโดนรุมโทรมเลยสักนิด
“พี่ธามฮื้อ ฮื้อ” รษาได้แต่ส่ายศีรษะร้องไห้สะอื้นฮักๆ กับอกอุ่นของพี่ชาย เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวพี่ชายฟังอย่างไรดี เธอไม่อยากให้เขาเสียใจ แต่จะปกปิดอย่างไรดี
“ใจเย็นๆ รษา ค่อยๆ เล่าให้พี่ฟัง ทำไมสภาพของเราเป็นอย่างนี้” ชายหนุ่มพยายามปลอบโยนน้องเสียงนุ่ม แม้ว่าในใจคิดไปไกล
ท้ายประโยคกลับสะกิดรอยแผลในใจของหญิงสาว ยิ่งทำให้เพิ่มความร้าวรานรุนแรงขึ้นไปอีก เธอซุกหน้ากับแผงอกกว้างร้องไห้หนักกว่าเดิม พ่อเลี้ยงหนุ่มจับไหล่บางของคนร่างเล็กดันออกจากอกเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าร่างน้องน้อยเงียบเสียงไปและเหมือนจะหยุดร้องไห้แล้ว
“รษา” พ่อเลี้ยงหนุ่มเรียกชื่อน้องสาวเหมือนละเมอ แต่พูดได้แค่นั้นเขาก็ตกใจหนักกว่าเดิม เมื่อร่างบางในอ้อมกอดของเขาหมดสติและล้มพับไป
“รษา!” พ่อเลี้ยงหนุ่มเรียกน้องสาว ก่อนช้อนอุ้มร่างไร้สติขึ้นไปบนห้องนอน แนวฟันสองฝั่งกระทบกันและขบแน่นจน กรามแกร่งปูดเด่นเป็นสันนูน เขาต้องรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้น้องสาวสุดที่รักที่เขาเฝ้าฟูมฟักมาตั้งแต่เด็กมีสภาพเป็นอย่างนี้ให้ได้
คุณอาจจะชอบ





