ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียบำเรอฟรีแลนซ์

เมียบำเรอฟรีแลนซ์

ปานทิพย์พลาดท่าถูกณัฏฐ์ตลบหลังในคืนงานเลี้ยงรุ่น จนต้องตกอยู่ในสถานะเมียบำเรอส่วนตัวที่เขาเรียกหาได้ทุกที่ทุกเวลา แม้เธอจะพยายามขัดขืนหรือแสดงความเกลียดชังเพียงใด แต่เขากลับใช้กำลังและเสน่หาบีบคั้นให้เธอต้องยอมจำนนอยู่ใต้ร่างเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ณัฏฐ์ตอกย้ำสถานะอันไร้ศักดิ์ศรีของเธอด้วยการกระทำที่เอาแต่ใจ โดยไม่สนความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของหญิงสาวที่ทำได้เพียงรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของเขาในฐานะผู้หญิงลับๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความต้องการของเขาได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 3

จะไม่ให้ตื่นเต้นดีใจได้อย่างไร

“ปานจ๊ะปานจ๋า ติว่าปานเลิกจ้องคุณณัฏฐ์มันเถอะนะ มันไม่โสดแล้วล่ะปาน อีกอย่างคุณณัฏฐ์มันไม่ถูกกับสาวเปรี้ยวจี้ดจ้าดแบบปานด้วย...ใช่ไหมวะ” ท้ายประโยคจุติเหมือนจะถามกันท่าว่าคนนี้ข้าจองอะไรประมาณนั้น

ณัฏฐ์นิ่งงันไป รอยยิ้มน้อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมปากของเขา

“ตอนนี้ปานทำอะไร อยู่ที่ไหน แล้ว...สวยขนาดนี้มีแฟนแล้วยัง” จุติซักด้วยความอยากรู้ ชนิดที่ดูจริงจังมาก ๆ

“โสดจ้ะ งานหรือ ปานไม่มีสังกัดหรอก”

ปานทิพย์ตอบปัดเรื่องงาน เธอไม่กล้าตอบ เพราะช่วยงานบัญชีอยู่หลายที่ รวมถึงร้านกาแฟของรัศมีโชติ กับช่วยงานเล็กน้อยที่บริษัทนำเข้าส่งออกของคุณวัฒน์อีกด้วย

คุณวัฒน์ที่เป็นบิดาของณัฏฐ์

พ่อลูกสองคนนี้ตัดขาดกันตั้งแต่คนพ่อตัดสินใจเดินออกมาจากครอบครัวเดิม แล้วจดทะเบียนสมรสสร้างครอบครัวใหม่กับรัศมีโชติหรือน้าเดือนของเธอ

ปานทิพย์จึงเลี่ยงที่จะตอบคำถามเรื่องงาน แบบที่ต้องพาดพิงถึงบุคคลที่เป็นบิดาของณัฏฐ์ อีกอย่างคือเธอไม่อยากพูดสะกิดแผลในใจของเขา แล้วแสร้งเปลี่ยนกิริยา ทำตาโตล้อเลียนเขาเปลี่ยนเรื่องไปเสีย

“จริงหรือดิน ที่ดินไม่ชอบสาวเปรี้ยวจี้ดน่ะ ทำไมละ เล่าหน่อยสิ” ถามออกไปด้วยความผิดหวัง เพราะจำได้ว่าสมัยเรียนณัฏฐ์จะควงดาวโรงเรียนที่ทั้งสวยและเปรี้ยว จนเธอมองแกมอิจฉาทุกที แถมก่อนที่จะมีข่าวว่าจะหมั้น เขาก็ยังควงแต่ดาราเปรี้ยวจี้ดทั้งนั้นเลยนี่นา

แล้วทำไมถึงได้เลิกชอบสาวเปรี้ยวจี้ดขึ้นมาเสียละ

แต่ท่าทีนิ่งเงียบของณัฏฐ์ก็เหมือนจะช่วยยืนยันคำตอบว่าจริง และคบเป็นเรื่องส่วนตัวมาก ๆ เขาถึงไม่ยอมตอบ ทำเอาปานทิพย์ใจเสีย หมดความมาดมั่นในตัวเองไปเลย

“ให้สวย เปรี้ยว เฉี่ยวแค่ไหน ดินมันก็ไม่ใจแตกหรอกครับ ขนาดน้องไอวี่ ดาราดังมายืนอ่อยตอนงานเลี้ยงผู้ถือหุ้นรายใหญ่คืนก่อน มันยังยิ้มให้เฉย ๆ เลย เสียดายแทน”

เพื่อนในกลุ่มที่เป็นบริษัทลูกของณัฏฐ์ช่วยตอกย้ำอีกคน พร้อมออกปากเล่าอย่างอิจฉา “ไหนเลยจะน่ารักแบบหนูดี ถ้าไม่เรียบร้อยอ่อนหวาน ไอ้ดินมันไม่แลให้เสียสายตาหรอก...ใช่ไหมครับคุณดิน”

ณัฏฐ์ยังคงเงียบ ไม่ตอบอะไรเพื่อน เอาแต่ดื่มอย่างเดียว

ปานทิพย์มองเก็บรายละเอียดเรื่องของเขาด้วยการเงียบฟังเพื่อนคนอื่น ๆ คุยเช่นกัน

แล้วนึกถึงที่ครูฝึกสอนมา เธอแอบพ่นลมหายใจ ทำทีเป็นนั่งเอนหลัง พิงพนัก ก่อนยกขาไขว้ไขว่ห้างจนชายชุดสวยที่สั้นอยู่แล้วถลกสูงขึ้นไปอีก

มือของเธอตกแต่งเล็บให้เป็นคอลเล็กชันเดียวกันกับชุดหยิบเครื่องดื่มยกขึ้นจิบ ก่อนถามเขาด้วยท่าทีที่มั่นใจอย่างที่สุด ขัดกับหัวใจที่เอาแต่สั่นไหวราวฟ้ากับเหว

“นี่เราไม่เจอกันกี่ปีแล้วเนี่ยดิน”

‘7 ปี 10 เดือน กับอีก 15 วัน’

ปานทิพย์ตะโกนคำตอบดังก้องอยู่ภายในใจ ใต้ท่าทีที่จงใจคล้ายถามเล่น ไม่ได้สนนัก ว่าเขาจะจำมันได้หรือไม่

แต่ณัฏฐ์มองสบตาเธอด้วยแววตายิ้มได้ ก่อนจะเปล่งเสียงทุ้มนุ่มละมุนหู ตอบกลับมาว่า “7 ปี 10 เดือนกับอีก 10 กว่าวันแล้วไหม”

“หูย จำได้ด้วยอะ”

ปานทิพย์ร้องออกมาอย่างตกใจ อดใจเต้นโครมครามกับคำตอบของเขาไม่ได้ ย้อนเขาแบบล้อๆแล้วพยายามส่งสายตาท้าทายให้เขาด้วย

แต่ณัฏฐ์ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างที่ครูฝึกบอกเลยสักข้อว่าเขาสนใจเธอ เช่นหูตาแพรวพราว พูดคุยหยอกล้อ หรือถึงเนื้อถึงตัวอะไรเทือกนั้น ณัฏฐ์ไม่ได้แสดงออกแบบนั้นเลยสักนิด

ปานทิพย์ยกแก้วคอกเทลขึ้นดื่มทีละนิด เพื่อให้แอลกอฮอล์ในนั้นสร้างความหน้าหนาเพิ่มให้กับตัวเธอเอง

นึกถึงสคริปต์ที่ฝึกฝนมาอย่างดี ค่อยวางแก้วลง แต่ยังคงประคองมันไว้ในอุ้งมือ พร้อมกับโน้มตัวเข้าไปหาเขา จงใจอวดความอวบอิ่มของทรวงอกให้มันล้นออกมาต่อหน้าต่อตาเขาแล้วถามเสียงยั่วนิด ๆ “ท่าทางดินจะรักว่าที่คู่หมั้นน่าดูเลยเนอะ ถามจริง เคยคิดนอกใจบ้างป่าว”

คาดหวังว่าจะได้เห็นสายตาของเขามองลงมาที่ร่องอกอวบ ๆ แต่เปล่าเลย คนโดนยั่วยังคงรักษาระดับสายตาที่มองมา พร้อมรอยยิ้ม แต่ไม่ตอบคำถามเธอ ก่อนจะเบนหน้าไปอีกทางเมื่อมีเพื่อนอีกกลุ่มตะโกนเรียก

ปานทิพย์เผลอระบายลมหายใจออกมาพร้อมกับความคิดที่ว่า งานนี้คงไม่ได้เรื่องแล้วแน่ ๆ ทำไมถึงได้ยากนักนะ แล้วเธอจะจัดการเขาแบบไหนดีละทีนี้

ปานทิพย์ทาบคีย์การ์ดแล้วผลักประตูเข้าไปยังห้องที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเป็นคอนโดสุดหรูของเธอ

แกล้งเซหน่อย ๆ ให้คนเดินตามมาช่วยประคับประคอง หลังจากสร้างอุบัติเหตุให้ตัวเอง ด้วยการทำเป็นข้อเท้าพลิก เจ็บขา เดินไม่ไหว ตอนไปดื่มกันต่อที่ผับของจุติ แล้วทำตัวงอแงร่ำร้องจะกลับห้องเอง

จุติดื่มหนักไม่น้อยไปกว่าใคร ยกมือ ร้องอาสาจะมาส่งเธอ แต่แล้วก็สะดุดขาโต๊ะจนหน้าคะมำ ณัฏฐ์ผู้ครองสติได้ดีสุดในกลุ่ม เลยลุกขึ้น ดึงจุติให้กลับไปนั่งที่เดิม พร้อมเสนอตัว บอกว่าจะมาส่งเธอที่ห้อง

อาการขาเจ็บหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อสามารถพาเขามาถึงในห้องได้

ปานทิพย์เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์ วางกระเป๋าลงแล้วหันไปจัดการเปิดตู้เย็น หยิบอะไรในนั้นออกมาวางที่ชั้น พร้อมกับส่งคำถามถามเขา “ดินดื่มอะไรก่อนไหม โอ๊ย!” แล้วแกล้งส่งเสียงร้องขึ้นมา

ณัฏฐ์ที่ยืนนิ่งกลางห้อง รีบตรงมาดูเธอ พอรู้สึกถึงไออุ่นด้านหลัง ปานทิพย์ค่อยหันมาหา พร้อมกับส่งน้ำที่ตระเตรียมไว้อย่างดี กระชอกหกใส่เสื้อของเขา

“อุ๊ย! ขอโทษนะดิน ปานมึน ๆ น่ะ ดินเข้าไปล้างตัวในห้องปานก่อนก็ได้”

บอกจบ ชี้มือไปยังห้องนอนด้านใน พอเห็นเขาเดินไปยังทางที่เธอบอก จึงรีบหันกลับมาหยิบผงยาที่เตรียมไว้เปิดออกอย่างระมัดระวัง เทใส่ลงในเครื่องดื่มของเขาทันที พร้อมคะเนปริมาณยาไปด้วย บ่นงึมงำเบาๆ “ใส่หมดนี่ คงหลับไม่ตื่นยันเที่ยงละมั้ง เอาครึ่งเดียวก็พอ”

ยังเทไม่ทันเท่าที่คิดไว้ เสียงณัฏฐ์ร้องเรียกชื่อดังอยู่ในระยะใกล้ ๆ นี่เอง

“ปาน”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีพันธกาลรัก
9.3
มิราวดีหญิงสาวผู้ถูกคู่หมั้นหักหลังจนชีวิตพังทลาย กลับได้รับความช่วยเหลือจากชายลึกลับที่มักปรากฏตัวในยามคับขันเสมอ เธอตัดสินใจแต่งงานกับเขาเพื่อรักษาตัวรอด โดยหารู้ไม่ว่าสามีคนนี้มีอายุยืนยาวมาหลายชั่วอายุคน ทว่าท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้น อดีตชาติอันขมขื่นกลับตามมาหลอกหลอน เมื่อวิญญาณปริศนาปรากฏตัวพร้อมทวงคืนร่างเพื่อชดใช้บาปกรรมเก่าที่เธอเคยทำไว้ในอดีต กลายเป็นบททดสอบความรักข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและพันธนาการที่ยากจะตัดขาด
หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวพญามาร
9.8
เงื่อนไขมรดกมหาศาลทำให้วรรณรดาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหม่อมราชวงศ์ธีรดนย์ ชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามทว่าหัวใจกลับเย็นชาดุจพญามาร เขาตราหน้าเธอและอาว่าเป็นเพียงปลิงที่หวังสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลของเขาเหมือนที่เคยทำกับบิดาจนสิ้นใจ แม้จะเกลียดชังเพียงใดเขากลับยอมจดทะเบียนสมรสเพื่อรอขยี้เธอให้สาสมกับตำแหน่งภรรยาที่เธอได้รับมา ท่ามกลางไฟแค้นที่พร้อมแผดเผา วรรณรดาต้องเผชิญกับสัมผัสอันร้อนแรงและคำดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าบ่าวที่มองเธอเป็นเพียงศัตรูในคราบเจ้าสาว
หน้าปกนวนิยาย  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่ หยูชิง หญิงสาวผู้มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะและรักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ กำลังเผชิญกับมรสุมความกดดันจากครอบครัวที่เคี่ยวเข็ญให้เธอรีบแต่งงานออกเรือนไปเสียที เพื่อตัดปัญหาและหาทางออกให้ตัวเองได้มุ่งเน้นกับอาชีพที่รักได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมารบกวน เธอจึงตัดสินใจทำข้อตกลงแต่งงานกำมะลอกับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคจากการนัดบอด ซึ่งเขามีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพื่อใช้ชีวิตบังหน้าไปก่อน
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย เมียแต่งจำเป็น
9.3
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความใกล้ชิดเกินพิกัด เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องมานอนกอดกันแนบแน่นตลอดทั้งคืนในห้องเดียวกัน แต่พอแสงอาทิตย์ยามเช้ามาเยือน ฝ่ายชายกลับพยายามปฏิเสธความจริงด้วยการบอกว่าพวกเขาเป็นเพียงเพื่อนร่วมห้องที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเท่านั้น สถานการณ์ชวนสับสนนี้สร้างความระอากับคำโกหกที่ขัดกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ท่ามกลางความผูกพันที่เริ่มถักทอขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวในฐานะเมียแต่งที่ต้องมารับหน้าที่แบบจำเป็น
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้ายพ่ายรัก
9.6
ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อหนึ่งพยายามติดต่อเพลิงแต่กลับถูกเมินเฉยอย่างเย็นชา เมื่อเธอเดินทางไปหาเขาที่ห้องก็พบว่ารหัสผ่านถูกเปลี่ยนไปโดยไม่บอกกล่าว เพลิงตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยพร้อมไล่ให้เธอกลับบ้านไปเสียดื้อๆ ทิ้งให้หนึ่งต้องยืนเคว้งอยู่หน้าห้องด้วยความสับสนและเสียใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนรัก บทสนทนาที่แสนสั้นและห่างเหินนี้กลายเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าความรักของทั้งคู่กำลังเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ที่ยากจะประสานให้เหมือนเดิมได้อีกครั้ง