ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย -ภรรยาในความลับ-

-ภรรยาในความลับ-

บัวรินจำใจรับสถานะเมียลับของภวินท์เพื่อทดแทนบุญคุณ แม้เขาจะแสดงออกว่าชิงชังเธอเพียงใด แต่กลับตักตวงความสุขจากร่างกายเธออย่างบ้าคลั่งไม่เว้นวัน จนกระทั่งวันที่เขาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับเจ้าสาวที่เหมาะสม บัวรินจึงตัดสินใจเดินจากไปพร้อมความลับสำคัญนั่นคือลูกในท้องที่เกิดจากความผิดพลาดเพียงคืนเดียว เธอเลือกที่จะหลบหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง ทิ้งความรักที่มีต่อชายใจร้ายไว้เบื้องหลังเพื่อปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง
ตอน
แชร์

ตอน 1

มือเล็กขาวสะอาดของ เด็กหญิงบัวริน วัยเพียงเก้าขวบที่ตอนนี้อยู่ในอุ้งมืออ่อนนุ่มของ วัลลีย์ ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับมารดาที่เสียชีวิตไปแล้วของตัวเอง เย็นเฉียบขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ดวงตากลมโตที่อยู่ภายใต้ขนตายาวงอนงามหลุบลงต่ำ เมื่อผู้ชายวัยกลางคนเบื้องหน้าจ้องมองมาอย่างพิจารณา

“แกไม่มีที่พึ่งแล้วค่ะเจ้าสัว”

วัลลีย์ผู้หญิงวัยสี่สิบสองปีเอ่ยขึ้นกับสามีมหาเศรษฐีของตัวเอง ขณะยังคงกุมมือเล็กของเด็กหญิงบัวรินเอาไว้ตลอดเวลา ราวกับต้องการปลอบประโลม

“พ่อกับแม่ของแกตายหมดแล้วค่ะ แล้ววัลก็ทนเห็นแกลำบากไม่ได้ ก็เลยพามาขอพึ่งใบบุญของเจ้าสัวค่ะ”

วัลลีย์ที่จับพลัดจับพลูมาเป็นเมียคนล่าสุดของ เจ้าสัวภวัต ยังคงเดินหน้าขอร้องให้สามีเมตตาเด็กหญิงบัวริน

“ให้แกอยู่ในฐานะคนรับใช้ก็ได้ค่ะ แต่ช่วยเมตตาให้แกอยู่ในบ้านหลังนี้อีกคนด้วยนะคะ”

หลังจากพิจารณาเด็กหญิงวัยเก้าขวบตรงหน้าอยู่พักใหญ่ เจ้าสัวภวัตก็เอ่ยขึ้นกับภรรยาคนล่าสุดของตัวเอง

“ได้สิ ฉันจะอุปการะเลี้ยงดูเด็กคนนี้เอง”

“จริงเหรอคะเจ้าสัว”

วัลลีย์ดีใจมาก เพราะหล่อนสงสารเด็กหญิงคนนี้จริงๆ

“อืม..”

เจ้าสัวภวัตผงกศีรษะขึ้นลงช้าๆ รอยยิ้มเมตตาเกลื่อนเต็มใบหน้าอิ่มเอิบมากมาย

“รีบขอบคุณเจ้าสัวสิบัวริน”

วัลลีย์รีบบอกหลานของตัวเองด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ

“บัวขอบคุณเจ้าสัวค่ะ”

ดวงตากลมโตที่จ้องมองมาของเด็กหญิงตรงหน้าทำให้เจ้าสัวภวัตยิ่งเอ็นดู

“ต่อไปก็อยู่ด้วยกันที่นี่นะ ฉันจะส่งเสียให้หนูเรียนเอง อยากเรียนสูงแค่ไหนก็ได้ ตามใจของหนูเลย หนูบัวริน”

“ขอบคุณเจ้าสัวค่ะ”

“งั้นวัลขอพาบัวรินไปห้องพักก่อนนะคะเจ้าสัว”

“เธอให้คนจัดห้องพักให้หนูบัวแล้วเหรอวัลลีย์” เจ้าสัวเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“ยังเลยค่ะเจ้าสัว แต่ห้องพักคนใช้ยังมีห้องว่างอยู่หลายห้องค่ะ”

วัลลีย์ตั้งใจจะให้บัวรินไปพักที่ห้องพักของคนรับใช้ แต่เจ้าสัวภวัตยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน

“ให้ขึ้นไปพักด้วยกันบนตึกนั่นแหละ หนูบัวไม่ใช่คนรับใช้สักหน่อย”

“เอ่อ... แต่ว่า...”

วัลลีย์อึกอัก เพราะรู้ดีว่าหากตนเองทำเช่นนั้นจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน

“ทำตามที่ฉันสั่งนั่นแหละแม่วัล”

เมื่อเป็นคำสั่งของสามีผู้ร่ำรวยก็ทำให้วัลลีย์ไม่สามารถโต้แย้งได้

“ค่ะเจ้าสัว”

สีหน้าของวัลลีย์ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยามที่เดินจูงมือของเด็กหญิงบัวรินออกมาจากห้องพักผ่อนของเจ้าสัวภวัต

“บัว หนูอยู่ในบ้านหลังนี้ต้องอยู่อย่างเจียมตัวนะลูก”

ระหว่างที่พาเด็กหญิงบัวรินเดินขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปยังชั้นสอง ซึ่งเป็นบริเวณที่แบ่งเป็นห้องนอนของเจ้านายของคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้

“ค่ะ ป้าวัล”

เด็กหญิงบัวรินเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังคำพูดของผู้ใหญ่เสมอ แม้ว่าตัวเองจะเกิดมาอาภัพต้องเสียพ่อเสียแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เด็กหญิงก็ยังคงมองโลกในแง่ดีเสมอ

เด็กน้อยเชื่อเสมอว่า หากทำความดี สักวันความดีจะมอบความสุขตอบแทนกลับมา

วัลลีย์ยิ้มน้อยๆ ออกมา มองเด็กหญิงบัวรินด้วยความเอ็นดู

บัวรินเป็นลูกสาวของ จิตตรา ลูกพี่ลูกน้องของหล่อน ก่อนที่จิตตราจะเสียชีวิตลงได้ฝากฝังลูกสาวเอาไว้ ทำให้หล่อนไม่สามารถทอดทิ้งบัวรินได้

“ห้องนี้เป็นของหนูนะบัว”

วัลลีย์พูดขึ้นหลังจากเปิดประตูห้องรับแขกซึ่งอยู่ทางปีกขวาของตัวคฤหาสน์

เด็กหญิงบัวรินมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะหันมายกมือขึ้นไหว้วัลลีย์

“บัวขอบคุณป้าวัลมากค่ะ”

วัลลีย์ยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กของเด็กหญิงเบาๆ

“อยู่ที่นี่ทำตัวให้ดีๆ นะ เชื่อฟังคำพูดของผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วทุกคนจะรักและเอ็นดูบัว เข้าใจที่ป้าสอนใช่ไหมลูก”

“บัวเข้าใจค่ะป้าวัล”

ขณะที่สองป้าหลานกำลังช่วยกันเก็บข้าวของใส่ตู้เสื้อผ้าอยู่นั้น ภวินท์ ลูกชายวัยสิบเจ็ดย่างสิบแปดปีของเจ้าสัวภวัตก็เดินผ่านมาพอดี

เด็กหนุ่มจ้องมองผ่านประตูห้องที่เปิดอ้าอยู่เข้าไปภายใน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นแม่เลี้ยงของตัวเองพาเด็กหญิงหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่งเข้ามาอยู่ภายในบ้านของเขาด้วย

“มาเกาะพ่อของฉันคนเดียวไม่พอสินะ ถึงได้พาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาช่วยกันสูบเลือดสูบเนื้อพ่อของฉันอีกคน ผู้หญิงหิวเงิน”

ภวินท์ที่กำลังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนพึมพำออกมาด้วยความไม่พอใจ และเสียงนั้นก็ดังพอที่จะทำให้วัลลีย์กับเด็กหญิงบัวรินได้ยิน

ทั้งคู่หันไปมองที่ประตูห้องที่เปิดค้างเอาไว้ สีหน้าของวัลลีย์ซีดลงเมื่อเห็นภวินท์ยืนอยู่ แต่สำหรับบัวรินแล้ว เด็กหญิงส่งรอยยิ้มไร้เดียงสาตามวัยให้กับพี่ชายเบื้องหน้า

“สวัสดีค่ะคุณไบร์ท” วัลลีย์เอ่ยทักทายลูกเลี้ยง

“อย่าคิดว่าพ่อของผมหลงคุณ แล้วใครจะทำอะไรคุณไม่ได้นะ สักวันผมจะกระชากหน้ากากของพวกคุณออก พ่อจะได้เห็นธาตุแท้ของพวกคุณเสียที”

แล้วภวินท์ก็เดินจากไปด้วยท่าทางฉุนเฉียว

วัลลีย์มองตามไปด้วยสายตาไม่สบายใจ หล่อนพยายามมาตลอดที่จะเป็นแม่เลี้ยงที่ดีของ

ภวินท์ แต่เด็กหนุ่มไม่ยอมเปิดใจรับเลย ยังคงมองหล่อนเป็นคนเลว เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายเสมอมา ทั้งๆ ที่หล่อนไม่เคยคิดร้ายกับคนที่นี่เลยสักคน

“ป้าวัล... พี่เขาไม่ชอบบัวแน่เลยค่ะ”

เด็กหญิงพูดออกมาเสียงเศร้า จนวัลลีย์ต้องรีบปลอบใจ

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกจ้ะบัว คนที่คุณไบร์ทไม่ชอบคือป้าต่างหาก”

“ป้าวัลเป็นคนดี ทำไมคุณไบร์ทถึงไม่ชอบป้าวัลล่ะค่ะ”

วัลลีย์ยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะพูดความจริงออกมา ซึ่งหล่อนก็ไม่รู้ว่าเด็กหญิงบัวรินจะเข้าใจสิ่งที่หล่อนพูดทั้งหมดหรือไม่

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อสาวน้อยท่าทางจืดชืดตัดสินใจเซ็นสัญญาเสน่หาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ฝ่ายชายจึงเกิดความสงสัยในแรงจูงใจที่แท้จริงของเธอ ว่าเป็นเพราะเงินทองหรือความต้องการแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่กันแน่ แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนบทรักอันหนักหน่วงเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับทำให้เธอเผลอใจไปกับสัมผัสที่เขามอบให้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางการปะทะคารมที่กล่าวหาว่าเขาคืออสูรร้าย เธอกลับตอบสนองต่อการรุกรานที่แสนวาบหวามนั้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านและโหยหาในทุกค่ำคืน
หน้าปกนวนิยาย ตรวนปรารถนา
7.9
ปาณิศายอมรับผิดที่ทำลายคำมั่นสัญญาเรื่องการใช้ชีวิตคู่จนสร้างความแค้นเคืองให้คทาวุธ แม้เธอต้องจำใจแต่งงานกับชายรุ่นพ่อด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ความจริงคือเธอไม่เคยปันใจให้ใครและยังคงรักเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยโหยหา คทาวุธตั้งคำถามสำคัญเพื่อหยั่งเชิงความรู้สึกของหญิงสาว เมื่อหัวใจเรียกร้องและเธอยอมจำนนต่อสัมผัสที่คุ้นเคย ปาณิศาจึงเลือกที่จะก้าวข้ามความผิดพลาดในอดีตเพื่อเริ่มต้นบทเรียนรักครั้งใหม่ในอ้อมกอดที่เธอโหยหามาตลอด
หน้าปกนวนิยาย เก้าทางเลือก การจากลาครั้งสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียว
9.4
ชีวิตแต่งงานของฉันถูกทำลายด้วยบททดสอบเก้าข้อที่รักแรกของสามีเป็นคนบงการ พีทเลือกโซเฟียเสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาทิ้งงานศพยายหรือปล่อยให้ฉันบาดเจ็บกลางพายุเพื่อไปหาเธอที่แค่กลัวเสียงฟ้าร้อง เมื่อความอดทนสี่ปีสิ้นสุดลง ฉันจึงตัดสินใจปิดฉากความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ ในวันที่เขาพยายามเอาใจโซเฟียด้วยการเซ็นเอกสารโดยไม่ยั้งคิด เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาลงนามไปนั้นไม่ใช่สัญญาธุรกิจ แต่เป็นใบหย่าที่ฉันเตรียมไว้เพื่อปลดปล่อยตัวเองจากกรงขังนี้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เมื่อความรักแวะมาทักทาย
9.7
หลังเผชิญวิกฤตหนี้สินก้อนโตและถูกคนรักทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย วันวาดจึงสร้างกำแพงแก้วขึ้นมาปิดกั้นหัวใจเพื่อป้องกันความเจ็บช้ำ ทว่าชีวิตที่หม่นแสงของเธอกลับเปลี่ยนไปเมื่อได้พบกับ มกรา มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เพียบพร้อม เขาเข้ามาพังทลายปราการที่เธอสร้างไว้ด้วยความจริงใจและกลายเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตที่เคยมืดมน มกรามอบทั้งความอบอุ่นและความมั่นคงให้เธออย่างที่ไม่เคยได้รับจากใคร จนวันวาดเริ่มยอมเปิดใจให้ความรักครั้งใหม่ที่แสนล้ำค่านี้อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
ใบบัวต้องเผชิญชะตากรรมสุดรันทดเมื่อเธอถูกส่งไปเป็นของบรรณาการเพื่อชดใช้หนี้ที่ตนไม่ได้ก่อ เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนผู้มั่งคั่งจึงตักตวงผลประโยชน์จากเธออย่างคุ้มค่า ทว่าท่ามกลางความเร่าร้อนของไฟปรารถนาที่แผดเผา หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากลับค่อยๆ อ่อนระทวยเพราะเสน่ห์ของเธอ จากทัณฑ์ร้ายกลายเป็นความรักที่เอเดนปรารถนาจะกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดเพื่อครอบครองเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวตลอดกาล