ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียยอดเสน่หา

เมียยอดเสน่หา

ท่ามกลางเรื่องราวความรักอันแสนตราตรึง หัสดิน กัปนาท ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและแสนดีที่สุดในชีวิตของเธอ ได้มอบความรักทั้งหมดที่มีให้แก่ พลอยชมพู วิภูมินทร์ หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นดั่งดวงใจและเขารักสุดหัวใจ ความผูกพันที่ทั้งคู่มีให้แก่กันนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายได้ ร่วมสัมผัสเส้นทางรักแท้ที่แสนอ่อนโยนและตราตรึงใจของเขาทั้งสองคนได้ใน เมียยอดเสน่หา นิยายโรแมนติกที่จะทำให้คุณประทับใจไปกับทุกความรู้สึกที่พวกเขามีต่อกันอย่างไม่รู้ลืม
ตอน
แชร์

ตอน 3

“อย่าพูดแบบนั้นสิพร ผมเชื่อว่าความดีของคุณต้องเอาชนะใจยัยบัวได้ในที่สุด ปล่อยแกไปก่อน ตอนนี้ทำอะไรลงไป แกก็ต่อต้านยัยบัวคงอยากอยู่คนเดียวมากกว่า ปล่อยแกไว้แบบนั้นแหละ”

ทรงศักดิ์ถอนใจหนักๆ มองข้าวของในห้องด้วยความหดหู่ใจ พากับสายรีบจัดการเก็บข้าวของที่ถูกโยนทิ้งเข้าที่ สิ่งไหนที่เสียหายมากก็จำต้องทิ้งถังขยะไป

ทรงศักดิ์มองบันไดบ้านด้วยความเคร่งเครียด บุตรสาวขังตัวเองอยู่แต่ในห้องไม่ยอมทานข้าวทานปลา จนเขานึกเป็นห่วง แต่เพราะพลอยชมพูเอาแต่ใจ เขาไม่อยากตามใจบุตรสาวอีก

นายหัววัยสี่สิบกุมขมับคิดไม่ตก หรือเขาจะเลี้ยงลูกผิดๆ ชายหนุ่มได้แต่ทอดถอนใจด้วยความไม่สบายใจ ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะตีบุตรสาว แม้จะทำผิดก็ตักเตือนไปตามเรื่อง นี่เขาทำอะไรลงไป เขาทำรุนแรงกับบุตรสาวไปหรือเปล่าหนอ

พรพิมลมองสามีด้วยความเข้าใจ ทรงศักดิ์คงกำลังโทษตัวเองที่ทำโทษลูกแบบนั้น

“คุณคะใจเย็นๆ นะคะ ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากัน อย่าโมโหจนทำร้ายแกอีก ไม่อย่างนั้นแกจะยิ่งเตลิด”

พรพิมลเอ่ยเตือน ห่วงใยในตัวลูกเลี้ยงด้วยความบริสุทธิ์ใจ

“ขอบใจคุณมากที่เข้าใจผม ต่อไปผมจะระงับอารมณ์ให้มากกว่านี้ บัวไม่เคยก้าวร้าวกับผมมาก่อน ผมเลยขาดสติพลั้งมือไปหน่อย”

เขายอมรับความผิด ถอนใจหนักๆ อีกหลายครั้ง พรพิมลวางมือบนหลังมือหนาของสามีเพื่อให้กำลังใจ

“สายไปตามยัยบัวลงมากินข้าวหน่อย”

ทรงศักดิ์หันไปสั่งแม่บ้านเสียงเครียด เขาเป็นห่วงบุตรสาวยิ่งนักกลัวว่าจะไม่สบาย อยากให้พลอยชมพูรู้ว่าถึงเขาจะมีภรรยาใหม่แต่ความรักความห่วงใยของเขาไม่เคยน้อยลงเลยสักนิด

“เอ่อ... คุณบัวบอกว่าไม่ต้องขึ้นไปตามอีกแล้วค่ะ เพราะยังไงก็จะไม่ลงมา”

สายพูดเกรงๆ ยิ่งเห็นใบหน้าเครียดขรึมของผู้เป็นนาย ยิ่งคอหด ทรงศักดิ์ใจดีต่อลูกน้องก็จริง แต่เวลาโมโหน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

“คุณคะ ให้พรไปดูหนูบัวไหมคะ” พรพิมลอาสา

“อย่าเลย เดี๋ยวบัวจะอาละวาดใส่คุณเสียเปล่าๆ”

เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดแบบนั้น แต่ทำให้ผู้เป็นภรรยาหน้าสลดทันที

“แบบนั้นยิ่งต้องไป เชื่อพรเถอะค่ะ ขอพรได้คุยกับหนูบัวก่อน พรรู้สึกได้ว่าแกไม่ใช่เด็กก้าวร้าว ความจริงแกเป็นเด็กน่ารักนะคะ”

ทรงศักดิ์มองพรพิมลนิ่งเหมือนกำลังตัดสินใจ เธอเป็นคนใจเย็นเสมอ ครานี้ก็เช่นกัน ถ้าเป็นคนอื่นจะมีใครทนอารมณ์รุนแรงของบุตรสาวเขาได้บ้าง แม้พลอยชมพูจะไม่เคยก้าวร้าวกับเขามาก่อน แต่เวลาโมโหพาเคยเปรยๆ ว่าเหมือนเขาไม่มีผิด ใครก็เอาไม่อยู่

“งั้นก็ตามใจคุณแล้วกัน”

พากับสายมองสบตากันยิ้มๆ รวมถึงหัสดินที่ยิ้มให้มารดาเพื่อให้กำลังใจ

“พี่พาจัดอาหารให้พรด้วยนะคะ”

พรพิมลหันไปพูดกับแม่บ้านที่รีบกุลีกุจอจัดสำรับให้คุณหนูของนางอย่างไม่อิดออด อยากให้พลอยชมพูได้ทานอาหารดีกว่าขังตัวอยู่แต่ในห้องแบบนั้น

พรพิมลเคาะประตูห้องลูกเลี้ยง ก่อนจะได้ยินเสียงกระชากพูดตอบออกมาจากข้างในห้อง

“ป้าพาไม่ต้องมาตามหนูหรอกค่ะ หนูไม่อยากกินข้าวกับผู้หญิงคนนั้นแล้วก็ลูกของเค้าด้วย”

พลอยชมพูซบหน้ากับหมอนร้องไห้ด้วยความเสียใจ ริมฝีปากแดงๆ สั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย

พรพิมลลอบถอนใจหนักๆ ก่อนเคาะประตูอีกครั้ง

“ป้าไม่ได้ยินหรือไง หนูบอกว่าไม่กิน”

เด็กสาวกระชากประตูออกด้วยอารมณ์รุนแรง ชะงักเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง

“หนูบัวทานอะไรเสียหน่อยนะคะ น้าเอาอาหารขึ้นมาให้ ของโปรดหนูทั้งนั้นเลย”

พลอยชมพูมองพรพิมลด้วยสายตาเกลียดชัง

“คงทำดีเอาหน้าคุณพ่อล่ะสิ อย่าคิดว่าหนูจะหลงกลคุณอีกคน ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งทำดีกับหนูหรอก”

เด็กสาวกระชากเสียงด้วยความไม่ชอบใจ เธอแอบคิดว่าบิดาจะมาตามเธอเสียอีก

นึกไปถึงตอนเด็กๆ และการดูแลของบิดาหลังจากมารดาจากไป รู้สึกน้อยใจยิ่งกว่าเดิม ตอนนี้เธอคงหมดความหมาย ไม่มีความสำคัญอีกแล้วในสายตาของท่าน ท่านไม่มาตามไม่เท่ากับการให้คนที่เธอเกลียดชังตั้งแต่ไม่เห็นหน้าขึ้นมาตามแบบนี้

“กินเสียหน่อยนะคะ ไม่งั้นจะไม่สบายเป็นโรคกระเพาะเอาได้”

พรพิมลพูดเสียงปรานี สีหน้าและแววตาเป็นห่วงนั้นทำให้ พลอยชมพูหวั่นไหวไม่น้อย แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เด็กสาวเชิดหน้าขึ้น ปัดความห่วงใยนั้นออกไปจากใจหมดสิ้น

“อยากให้หนูไม่สบายแล้วตายไปล่ะสิ คุณจะได้ครอบครองบ้านหลังนี้ แล้วก็สมบัติของคุณพ่อ อย่านึกว่าหนูไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่”

พลอยชมพูเบ้ปากไม่ชอบใจ ดูถูกดูแคลนอีกฝ่ายชัดเจน

“ถ้าหนูบัวไม่ยอมกิน เกิดไม่สบายขึ้นมาจริงๆ น้าต้องดีใจสิ ถ้าไม่อยากให้น้าได้ครอบครองสมบัติที่นี่ก็ต้องแข็งแรงเอาไว้ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเสียก่อน เพราะคนที่ฉลาดย่อมไม่ทำลายตัวเองแบบนี้ ขนาดตัวเองยังไม่รักจะให้คนอื่นมารักได้ยังไงกัน”

แม้คำพูดจะกล่าวไปอีกทาง แต่สายตาอ่อนโยนและใบหน้านั้นไม่ได้เป็นไปตามคำพูด พลอยชมพูขมวดคิ้วยุ่ง กำลังคิดว่ามารดาเลี้ยงจะมาไม้ไหนกันแน่

“อนุญาตให้น้าเอาอาหารเข้าไปไว้ในห้องนะคะ ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา คงไม่มีใครมาดูแลหรอก คนอื่นยุ่งๆ กันทั้งนั้น ใครจะมามัวดูแลคนป่วย แถมไม่รักตัวเองอีก” พรพิมลแสร้งว่า

“ทำไมถึงไม่มีใครมาดูแล นี่คุณกับลูกคงคิดฮุบทุกอย่างรวมถึงคนของหนูไปด้วย อย่าหวังเลยว่าจะทำแบบนั้นได้สำเร็จ”

พลอยชมพูฉุนจัด ยิ่งถูกยั่ว ยิ่งอยากเอาชนะอีกฝ่ายแบบเด็กๆ

“ถ้าไม่อยากให้น้าฮุบทุกอย่างที่ควรจะเป็นของหนูก็ต้องกินสิคะ ถ้าไม่กินเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ทรัพย์สมบัติพวกนั้นตกเป็นของน้าของลูก ก็อย่าโวยวายแล้วกัน”

พรพิมลได้มีโอกาสเดินเข้ามาในห้องเด็กสาวได้สำเร็จ วางอาหารรสเลิศที่นางกับแม่บ้านวัยกลางคนทำเอาไว้บนโต๊ะใกล้ๆ กับเตียงกว้าง

“อย่าหวังเลยว่าจะเป็นแบบนั้น คิดจะแช่งให้หนูตายก่อนเหรอคะ ไม่สมหวังหรอก เพราะหนูจะไม่อ่อนแอให้ใครมารังแกได้”

พลอยชมพูเดินไปพูดใกล้ๆ ให้อีกฝ่ายได้ยินชัดเจน อยากเห็นสีหน้าอีกฝ่ายผิดหวัง แต่เด็กสาวไม่ได้เห็นแววนั้น เห็นแค่เพียงสายตาอ่อนโยนเหมือนเดิม

... ทำไมต้องมาทำสายตาแบบนี้ให้เราด้วยนะ

“ค่ะ น้าจะคอยดู คนเก่งแบบหนู แต่ถ้าไม่ยอมกินอะไร ระวังนะคะ น้าจะฮุบสมบัติให้หมด เพราะคนที่ต่อกรกับคนอื่นได้ต้องมีแรงกำลัง ใช้แต่อารมณ์อย่างเดียวไม่ได้หรอกค่ะ ต้องใช้สมอง ใช้สติ แล้วคิดก่อนทำ ก่อนพูด ก่อนตัดสินใจเท่านั้น”

พรพิมลพูดจบก็เดินออกไปด้านนอก เด็กสาวมองตามหลังไปก่อนกระชากประตูปิดเต็มแรง

แม่เลี้ยงวัยสามสิบเก้าหันมามองประตูยิ้มๆ หวังว่าลูกเลี้ยงคงยอมกินอาหาร เพราะดูแล้วพลอยชมพูเป็นคนอยากเอาชนะ มีทิฐิพอสมควร การจะออดอ้อนพูดดีๆ คงไม่ได้ผล การที่จะให้อีกฝ่ายทำตามความต้องการมีหลายวิธี

บางคนต้องพูดจาดีๆ บางคนต้องแกล้งให้อยากเอาชนะ บางคนต้องบังคับ แล้วแต่นิสัยของแต่ละคน จะใช้วิธีเดียวกันหมดไม่ได้

นางใช้วิธีนี้เพราะคิดว่าดีที่สุด เด็กฉลาดแบบพลอยชมพูจะต้องไม่ยอมแพ้อะไรแน่นอน และไม่ยอมให้ใครมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของตน

เด็กสาวหันมองอาหารตรงหน้า กลิ่นหอมกำลังยั่วยวนให้น้ำย่อยเร่งหลั่งออกมา เธอรู้ดีว่าอาหารฝีมือป้าพาอร่อยแค่ไหน โดยไม่รู้ว่าวันนี้มีอีกคนร่วมทำอาหารอยู่ด้วยเช่นกัน และเป็นคนที่เธอไม่ชอบหน้าที่สุด

พลอยชมพูรีบรับประทานอาหารด้วยความหิว เธอคิดตามคำพูดของพรพิมล เธอจะต้องแข็งแรงไม่เป็นอะไรเด็ดขาด ต้องอยู่ขัดขวางสองแม่ลูกนั่นให้ถึงที่สุด

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FXK” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FXK
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเงาพยาบาท
8.6
ชีวิตของคณานางค์พังทลายลงทันทีเมื่อ มิเกล บาร์น ก้าวเข้ามา พ่อของเธอตัดสินใจจบชีวิตตนเองทิ้งให้บุตรสาวเผชิญกับหนี้สินมหาศาลและความสิ้นเนื้อประดาตัว แม้เขาจะแสดงตัวเป็นผู้ช่วยชีวิตในยามยาก แต่เธอกลับไม่เชื่อใจและพยายามสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ยิ่งพยายามเกลียดเขามกเท่าไร หัวใจเจ้ากรรมกลับเริ่มหวั่นไหวให้กับเจ้าหนี้จอมเจ้าเล่ห์คนนี้ที่จ้องจะครอบครองทั้งชีวิตของเธออย่างสมบูรณ์แบบในฐานะเจ้าของหัวใจคนใหม่
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักเพลิงรัญจวน
8.8
วิชญ์ วิชญนนท์ พ่อหม้ายหนุ่มผู้มีความลับซ่อนอยู่ในใจ เขาเฝ้าหลงรักลูกสาวของเพื่อนสนิทมาเนิ่นนานตั้งแต่วัยเยาว์ จนกระทั่งถึงเวลาที่เขาจะใช้ทุกเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงเพื่อคว้าตัวและหัวใจของเธอมาเป็นของตนให้ได้ ทางด้านจิรดา สาวน้อยวัยเพียงยี่สิบสองปีที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตวัยทำงาน เธอต้องเดินทางไปฝึกงานภายใต้การดูแลของเพื่อนสนิทบิดา โดยที่ไม่รู้เลยว่าการก้าวเข้าสู่บ้านหลังนี้คือการเดินเข้าสู่กรงขังแห่งเสน่หาที่เสือหนุ่มผู้หิวกระหายได้วางกับดักไว้เพื่อครอบครองเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ล่าหัวใจมาเฟีย
9.6
วินซ์ เอเมอร์ตัน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซียจมอยู่กับความแค้นหลังสูญเสียน้องชาย เขาจึงวางแผนทำลายศัตรูจนหมดตัวและบีบให้ ขวัญชีวา ซีร์ยานอฟ ต้องกลายเป็นสิ่งของขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้ วินซ์มองว่าเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่ไร้ค่าและพร้อมจะเขี่ยทิ้งทุกเมื่อ แม้ขวัญชีวาจะเกลียดชังความร้ายกาจของเขา แต่เธอกลับพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์จนยอมมอบกายถวายชีวิต ทว่าความเย็นชาของเขากลับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและพรหมจารีของเธอจนแหลกสลาย ทำให้เธอตระหนักว่าหัวใจของมาเฟียผู้นี้คือสิ่งต้องห้ามที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รักอสูรร้าย (ภาคต่อสูรร้อนซ่อนรัก)
9.4
ปรางค์รวีถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนและเผชิญหน้ากับอสูรร้ายในคราบมนุษย์ผู้มีดวงตาสีเขียวดุดัน เขาคุกคามเธอด้วยความแค้นเพราะปักใจเชื่อว่าเธอคือฆาตกรที่ฆ่าลูกของตัวเอง แม้เธอจะพยายามปฏิเสธและอธิบายความจริงเพียงใด แต่เขากลับปิดปากเธอด้วยความป่าเถื่อนและจองจำเธอไว้เพื่อเป็นทาสกามเพียงหวังให้เธอชดใช้ด้วยการให้กำเนิดทายาทคนใหม่ ท่ามกลางความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจที่ถูกขังไว้กับหัวเตียง เธอไร้ซึ่งอิสรภาพและต้องแบกรับความเกลียดชังที่ไม่มีวันจบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย ชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบของฉัน ความลับมรณะของเขา
8.8
สามเดือนในฐานะภรรยาแสนเพอร์เฟกต์ของอคินจบลงด้วยความสยดสยอง เมื่ออดีตคนรักของเขาบุกทำร้ายฉัน แต่สามีที่แสนดีกลับปกป้องคนร้ายและปล่อยให้ฉันถูกทรมานปางตาย ทั้งโยนเข้ากรงหมาป่าและสั่งทำลายร่างกายฉันอย่างไร้ความปราณี แม้ในวินาทีสุดท้ายที่ฉันอ้อนวอนเขากลับตัดสายทิ้งอย่างเยือกเย็น อคินไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่เขาดูถูกแท้จริงคือทายาทตระกูลวรโชติผู้ทรงอิทธิพล หลังหนีตายมาได้ ฉันจึงเริ่มแผนล้างแค้นเพื่อทำลายเขาให้ย่อยยับคามือ