ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ไฟร้อนซ่อนสวาท

ไฟร้อนซ่อนสวาท

“เปล่านะ ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย แค่ไม่ได้บอกว่าจะให้รางวัลมากน้อยแค่ไหนและตอนไหนเท่านั้นเอง” คนเจ้าเล่ห์ตอบกลับเสียงใส รีบปลดสองแขนใหญ่ออกจากร่าง ลุกขึ้นไปยืนยิ้มหน้าระรื่น “เอาน่า...ฉันไม่ผิดคำพูดหรอก แค่ยืดเวลาออกไปนิด คุณคงไม่ถึงกับลงแดงหรอกนะ” “ได้จ้ะเมียจ๋า แต่เดี๋ยวถึงเวลาฉันทวงรางวัล เธอจะมาว่าฉันมักมากไม่ได้นะ” “ให้มันแน่เถอะค่ะคุณสามีขา...แก่แล้วนะคะ กลัวจะตายคาอกฉันน่ะซิ” นิลลดาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทว่าในใจเธอกลับขลาดกลัว เพราะดันมีเรื่องปกปิดชายหนุ่มเอาไว้น่ะซิ ************ “คะ...คุณภูมิต้องการอะไรล่ะคะ” เอ่ยถามเสียงใสพลิ้ว “ถ้าฉันให้ได้ก็จะให้ค่ะ” “ฉันก็แค่อยาก...” นิ้วยาวร้อนผ่าวทาบทับคลึงบนกลีบปากนุ่ม “กอดเธออย่างแนบชิด แล้วก็จูบ...จูบไปทั่วทั้งตัวเธอเท่านั้นเอง” “บ้า!! คุณภูมิน่ะ” ยกมือทุบอกกว้างเบาๆ “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย คุณขอแบบนั้นได้ยังไง” “ไม่ได้หรือยายดำ” ภูมินทร์ทำหน้ามุ่ย ทำตาละห้อยโหยหาราวกับว่าจะต้องจากลาไปในบัดเดี๋ยวนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

1

“จะไปไหนมุกลดา”

เสียงดุเข้มเรียกคนตัวเล็กรูปร่างเพรียวบางในชุดสีงาช้าง ขับผิวออกสีน้ำผึ้งให้ดูเด่นใสขึ้น จนแขกเหรื่อที่ได้เห็นต่างก็ชื่นชมและยินดีที่เขาได้ภรรยาที่แสนจะน่ารักน่าใคร่ ตอนนี้เธอชะเง้อคอยาวจนแทบจะเป็นยีราฟ เหลียวซ้ายแลขวาท่าทางหลุกหลิกลุกลี้ลุกลนอย่างกับเด็กแอบไปทำอะไรผิดมา แล้วกลัวจะมีคนจับได้ ค่อยๆ สืบเท้าเลี่ยงหนีแขกที่มาอวยพรในงานออกมาทางประตูด้านข้างห้องจัดเลี้ยงอย่างไม่ทำตัวให้เป็นที่สังเกตของคนในครอบครัว ซึ่งก็มีเพียงแค่บิดาเท่านั้น ที่มาอวยพรโดยไม่ได้มีสีหน้าแช่มชื่นยินดีกับงานมงคลเลยสักนิด

ส่วนคนอื่นๆ มารดาเลี้ยงก็อยู่โยงเฝ้าไข้น้องชายคนละแม่ที่โรงพยาบาล ในขณะที่มารดาตัวจริงนั้นไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้คงกำลังสนุกอยู่กับงานและเขาคนสำคัญอย่างเขาที่ยืนเคียงข้าง

คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกจนแทบจะกระโดดไปมุดใต้โต๊ะ หัวใจเต้นตึกตักรัวเร็วราวกับจะร่วงหล่นลงมาจากที่สูง ดวงหน้ารูปหัวใจซึ่งตกแต่งไว้อย่างดี งดงามและประณีตเหมาะสมกับงานสำคัญเหลียวมองตามที่มาของเสียงอย่างหวาดหวั่น พร้อมรอยยิ้มแหยๆ ที่มาพร้อมใบหน้าซีดเผือดลงพอๆ กับปลายมือปลายเท้าชื้นเหงื่อ เย็นยะเยือกขึ้นมาราวกับว่าเธอยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง

ดวงตากลมโตล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนเบิกกว้างคล้ายคนถูกผีหลอกจนตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกในตอนนี้คืออ่อนล้าสลับไหววูบด้วยความกังวล หัวใจร่ำๆ จะหยุดทำงานเสียแล้วหลายครั้งหล่นตุ้บไปกองอยู่ปลายเท้ากับเสียงห้าวทรงอำนาจและดุกร้าวที่ดังไม่ไกลจากตัวสักเท่าไหร่

อยากบอกว่าไม่ได้ไปไหนสักหน่อย แต่...กลีบปากอิ่มนุ่มเป็นสีชมพูระเรื่ออยู่แล้วถูกเสริมทับด้วยลิปสติกสีชมพูเข้มสวยสดและมันวาว ขบเม้มเข้าหากันด้วยหาเสียงพูดไม่เจอ ในทรวงอึดอัดคล้ายถูกบีบคั้นจากมือซึ่งมองไม่เห็น จนคิดว่าถ้าหากยืนอยู่ตรงนี้อีกเพียงแค่นิด เธออาจจะเป็นลม เพราะหายใจไม่ออกก็เป็นไปได้ ห้องโถงกว้างใหญ่แต่เธอรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่ในกล่องแคบ ๆ ราวกับโลงศพ

ปกติไม่ใช่คนขี้กลัวนะ แต่ตอนนี้...ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างติดขัดกับรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่กระจายมา ดวงตาหลุบลงมองเพียงแค่อกกว้างของร่างหนาล่ำบึกบึนราวกับหมียักษ์จากขั้วโลกเหนือ ในชุดสูทสากลสีดำสนิท ยืนจังก้าราวกับจะข่มร่างเพรียวบางด้วยความสูงเพียงแค่ร้อยหกสิบนิดๆ ให้เล็กเท่ามดดำ

ตาสีนิลเข้มดุกร้าวกราดเกรี้ยวเต็มไปด้วยเพลิงไฟเจิดจรัส เสริมด้วยวงหน้าคมเข้มสีน้ำตาลไหม้อย่างคนทำงานกลางแดดจัดๆ ตลอดเวลา สำทับด้วยไรหนวดไรเคราซึ่งขึ้นรกครึ้มไล่จากใต้หูลงมาถึงปลายคางจรดใบหูอีกฝั่ง ยิ่งเป็นการเน้นใบหน้าถมึงทึงให้ดูน่ากลัวขึ้นอีกเป็นหลายเท่า

คนถูกเรียกอยากยืดอกแฟบๆ อย่างกับอกไข่ดาวมองสบสายตาคนเรียกด้วยท่าทางองอาจกล้าหาญ และพูดจาโต้ตอบไปอย่างฉะฉานด้วยน้ำเสียงอันดังไม่แพ้กันอย่างไม่เกรงกลัว

‘ฉันจะไปให้พ้นๆ หน้าคุณไงไอ้คุณหมียักษ์’ แต่ก็ไม่อาจหาญสู้ประกายนัยน์ตาสีนิลคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวบนเวหา และรัศมีแห่งอำนาจบาตรใหญ่ซึ่งแผ่กระจายมาได้ จำใจก้มหน้างุดมองหัวรองเท้าที่สะกิดพื้นพรมนุ่ม ทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ หูทวนลม ไม่ตอบคำถามไปเสียเฉยๆ

‘อยากถามก็ถามไป จะไม่ตอบซะอย่าง มีอะไรไหม’

“ว่าไง จะไปไหน”

เสียงแข็งดุกร้าวดังแทรกเสียงเพลงรักหวานๆ ตามมาอีกระลอก แต่สาวน้อยร่างแบบบางกลับทำเหมือนว่าคำพูดนั้นเป็นเพียงแค่เสียงสายลมพัดผ่านไป

‘ก็ไม่อยากตอบนี่นา ใครจะทำไมล่ะ’

จมูกเล็กโด่งย่นตวัดใส่คนถาม เมื่อกี้เห็นคุยอยู่กับใครก็ไม่รู้ อยู่ไกลกับเธอตั้งหลายเมตร จนคิดว่าเขาไม่สังเกตเห็นแล้วนะ แต่พอขยับใกล้ถึงประตูเท่านั้นแหละ ดันตามมาเสียได้ แล้วอย่างนี้เธอจะทำไงล่ะทีนี้ เวลาก็งวดมาแล้ว ขืนยังออกจากงานไม่ได้ มีหวังคืนนี้ตายแหงๆ แค่อยู่ใกล้แค่นี้ ขนตามเรือนกายยังลุกชันเลย

นับแต่วินาทีแรกที่ได้สบตากับอีกฝ่าย ถึงไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องยอมรับ หน้าตาของพายุไม่ได้หล่อเหลาอย่างชายอีกคนซึ่งเธอแอบชอบอยู่ ทว่าหน้าตาออกคมสันและแกร่ง รัศมีแห่งอำนาจแผ่กระจายมาทำให้หัวใจเธอทำงานผิดจังหวะได้ไม่น้อยเหมือนกัน

หน้าตาเลยขยันแดงบ่อยมากถึงมากที่สุด อยู่ใกล้ๆ แล้วทำอะไรไม่ค่อยจะถูก แม้กระทั่งมือก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ตรงไหนดี มันเกะกะไปเสียหมด ยามยืนเทียบกัน ความสูงใหญ่ข่มให้เธอกลายเป็นมดตัวเล็กๆ ได้ในพริบตา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะแพ้ตั้งแต่ไม่ทันออกสนามรบเลยด้วยซ้ำ รับไม่ได้ค่ะ...รับไม่ได้อย่างแรงเลยทีเดียวละ

เมื่อคำถามที่เอ่ยออกไปแล้วไม่ได้รับคำตอบกลับมา ก็ทำให้คนถามหงุดหงิดจนผิวหน้าสีน้ำตาลเข้มขึ้นพอๆ กับประกายในดวงตาดุกร้าว ทอดสายตามองแม่สาวตัวเล็กอย่างจะห้ามปรามอยู่ในที หากคิดทำอะไรก็ให้ระลึกให้ดีว่าตัวเองอยู่ตกอยู่ในสภาพใด

นับตั้งแต่ได้ข่าวไม่สู้ดีก่อนวันงานเพียงแค่วันเดียว มีคนเห็นมุกลดาเดินทางขึ้นรถโดยสารไปกรุงเทพฯ ตอนแรกเขาคิดว่าอาจต้องหน้าแตก อายคนทั้งเมืองสายหมอกแห่งนี้แล้ว เพราะไม่มีเจ้าสาวในวันจัดงานพิธี ทว่าพอเช้ามาก็มีแม่สาวน้อยร่างเพรียวบางในชุดไทยประยุกต์สีงาช้าง ชุดน่ะสวยเข้ารูปเหมาะกับเจ้าสาว ขับผิวสีน้ำผึ้งให้นวลเนียนผ่องพรรณมากยิ่งขึ้น แต่ใบหน้าของเจ้าสาวนะซิ บูดบึ้งหงิกงอราวกับว่าเธอไปสับเปลี่ยนหน้ากับสุนัขพันธุ์ปั๊กมาอย่างนั้นแหละ

ก็รู้อยู่หรอกนะ ไม่ได้อยากแต่งงานด้วย เขาก็แค่คนหวังดีที่เดินผ่านเข้ามา เสนอทางให้เลือกโดยไม่มีการบังคับ ฉันเสนอไปแล้ว เธอต้องทำตามนะ การตัดสินใจทุกอย่างก็อยู่ที่ตัวมุกลดานั่นแหละ

แต่ก็ต้องยอมรับนิดหนึ่ง เหตุการณ์ร้ายๆ ที่ผ่านเข้ามาบังคับอยู่ในที ทำให้มุกลดาเลือกเส้นทางนี้ แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ควรจะทำใจ ไม่ใช่จะมาโยนความผิดให้และมาทำท่าทางไม่พอใจใส่เขาอยู่อย่างนี้

นับตั้งแต่เห็นเจ้าสาวร่างเพรียวบางร่างอ้อนแอ้นราวกับนางอัปสร เพียงแค่แวบแรกที่ได้ประสบพบหน้า สบกับสายตากลมโตราวกับตากวางตื่นภัยที่มองราวกับเขาเป็นสัตว์ร้ายอันน่าเกลียดน่าขยะแขยง ล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนที่ทำให้หัวใจกระตุกไหวโดยไร้สาเหตุ

เป็นอะไรที่แปลกมาก ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเจอกับมุกลดา เคยเจอหลายครั้งตอนหญิงสาวไปเยี่ยมน้องชายที่โรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึกแค่เฉยๆ น่ะ ต่างกับคราวนี้ที่เขารู้สึกว่ามีอะไรแปลกไป บางอย่างสะกิดใจอยู่มิใช่น้อย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร ทว่าสิ่งหนึ่งที่รู้ก็คือ...

ดวงตากลมโตทอประกายแข็งกร้าวและเกรี้ยวกราด ทุกครั้งยามสบสายตาด้วย ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ความตื่นกลัวแซมรังเกียจ แต่มีความเจ้าเล่ห์ที่แอบซุกซ่อนเอาไว้โดยปิดไม่มิด ทำให้เขาไม่ไว้วางใจ รู้สึกเธอจะฤทธิ์มากและมีลับลมคมใน จนต้องคอยจับตามองไม่ให้คลาดคลา

ท่าทางลุกลี้ลุกลนและเหลียวมองไปที่ประตูห้องอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเพิ่มความสงสัย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ทำไมเธอถึงมองแต่ประตู คิดจะทำอะไรอีกหรือเปล่า?

มือใหญ่สอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง สาวเท้าเดินเรื่อย ๆ เอื่อยเฉื่อยเหมือนจะไม่สนใจอะไร แต่กลับแฝงไว้ด้วยความมั่นคงและอาจหาญ ร่างหนาแกร่งหยุดยืนตรงหน้าเจ้าสาว ซึ่งคนในงานต่างก็เอ่ยชมทุกคนว่าสวยน่ารัก ศีรษะทุยโน้มลงไปเล็กน้อย ลมหายใจเป่ารดกกหู ริมฝีปากแนบชิดใบหู

“ไปคุยกันแบบส่วนตัวหน่อยดีไหมมุกลดา” ไม่รอให้คนถูกเรียกได้ตั้งตัว มือหนาสอดเข้าจับแขนกลมกลึง ไม่ดึงแต่บังคับด้วยแรงบีบที่กดกระชับลงไป ทำให้แม่ตัวเล็กต้องเดินตามไปยังประตูฝั่งหนึ่ง ซึ่งด้านหลังเป็นห้องซึ่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวใช้แต่งตัวอย่างไม่พอใจและไม่เต็มใจ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว
7.9
หลังเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตที่วาดฝันไว้คือความเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมของผู้หญิงที่ออกเรือนแล้ว ซึ่งไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาตรากตรำทำนาหรือรับผิดชอบงานล้างจานอันเหน็ดเหนื่อย หน้าที่หลักมีเพียงการปรนนิบัติดูแลสามีและเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่กับบ้านอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการเรียนหนังสือให้วุ่นวายใจอีกต่อไป ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีของเธอไม่ได้ปล่อยให้เธอได้นั่งพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ อย่างที่เคยหวังไว้
หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ดั่งทรายต้องลม
9.1
เมื่อปรินทร์ตัดสินใจพาทิวาทิพย์เข้ามาในบ้านในฐานะภรรยาอีกคน หัวใจของพราวฟ้าก็แตกสลายจนเกินจะรับไหว ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศทำให้เธอเลือกที่จะจบชีวิตคู่ที่ไร้ค่านี้ แม้เขาจะมองว่าการมีเมียน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่และพยายามบีบบังคับให้เธอทนอยู่ แต่พราวฟ้ากลับยืนหยัดปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง เธอตัดสินใจหันหลังให้ผู้ชายที่หมดรักและไม่เคยถนอมน้ำใจ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปพร้อมกับลูกในครรภ์ที่เขายังไม่เคยรับรู้ ทราบ ทิ้งอดีตอันแสนร้าวรานไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง
หน้าปกนวนิยาย หนังสือรักเล่มเดิม(ฉบับปรับปรุง)
8.4
ความคลุมเครือในอดีตของเขาเคยสร้างบาดแผลลึกจนเธอต้องเดินจากไป ทว่าเมื่อโชคชะตาพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เขาจึงตั้งมั่นว่าจะทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้หายไปไหนอีก แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดคือเธอกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่มีคนคอยดูแลอยู่ข้างกายอย่างใกล้ชิดเสียแล้ว การกลับมาแก้ไขนิยายรักเล่มเก่าที่เคยจบไม่สวยฉบับนี้จะยังทันเวลาสำหรับเขาหรือไม่ ในเมื่อหัวใจของเธออาจไม่มีที่ว่างให้คนไม่ชัดเจนเช่นเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์ซ่าน
9.4
ซีรีส์ซ่านคือผลงานนิยายรักสไตล์โมเดิร์นที่รวบรวมเรื่องราวสุดเร้าอารมณ์ไว้ถึง 12 เรื่องในชุดเดียวกัน ประกอบไปด้วยตอนซ่าน เพื่อนเหงาสาวข้างโต๊ะ ติวสยิวรัก เถื่อนทมิฬ และปิ่นโตผูกรัก ตามมาด้วยคฤหาสน์หวาม สาวน้อยข้างบ้าน เมียจ๋า เล่ห์สวาท สยิว live สด และปิดท้ายด้วยไม่หล่อแต่เร้าใจ ทุกเรื่องถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้น ครบถ้วนทุกอารมณ์รักและเสน่ห์ชวนหลงใหลที่ผู้อ่านไม่ควรพลาดในคอลเลกชันพิเศษชุดนี้
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]
9.4
Plum, a handsome businessman, is tasked by his mother to drive Ploy-Yok away from his brother's life. However, he soon discovers that he cannot sever ties with her himself. Trapped on an island together, their mutual attraction ignites, leading to an intimate encounter where Plum's initial mission is forgotten. Despite the arrival of help, Plum finds he can no longer live without her, as his professional duty transforms into an uncontrollable and deep-seated passion.