
อ้อมกอดสุภาพบุรุษ
ตอน 3
“พักดื่มน้ำก่อนมั้ยคะ” มือหนาเปิดฝาขวดออก ก่อนยื่นขวดน้ำมาให้ เธอสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขาไปหยิบตอนไหน เห็นอยู่ว่าเขายืนอยู่ข้างกายตลอด แต่นั่นแหละคิดไปเองก็ไม่ได้คำตอบ จะให้ง้างปากเขาก็ไม่เอาอีกเช่นกัน
“พี่นนท์ไม่กินด้วยกันเหรอคะ” เสียงหวานถามเมื่อไม่เห็นเจ้าบ่าวถือขวดของตัวเอง
“ดื่มขวดเดียวกับกิ่งไง” ไม่ทันขาดคำ มือหนาแย่งจากมือบางไปกินหน้าตาเฉย
เอ่อ...จะเรียกว่าจูบปากทางอ้อมได้ไหมนะ เธอได้แต่ตั้งคำถามถามตัวเองในใจเพราะจะหันไปคุยกับคนข้าง ๆ คงมีอายกันบ้างแหละ
“เป็นยังไงกันบ้างลูก ตื่นเต้นมั้ย”
คุณขวัญฤทัยควงสามีเดินเข้ามาถามลูกสาว หลังลูกมาเปลี่ยนให้ไปพัก พลางส่งยิ้มมาให้แต่ไกลด้วยความดีใจที่ลูกเป็นฝั่งเป็นฝา จะได้หมดห่วงเสียทีที่มีคนดี ๆ อย่างนนทภัทร ชายหนุ่มรุ่นลูกคนนี้เป็นคนดูแลต่อจากนางและสามี เหลือก็แต่ลูกชายคนโตที่ทำแต่งานจนไม่สนใจหาเมียให้แม่อุ้มหลานเสียที
“ที่สุดเลยค่ะคุณแม่” กรรณิกาตอบมารดาเสียงสั่น โดยมีมือหนาของเจ้าบ่าวกุมไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกลูก มีพี่นนท์อยู่ข้าง ๆ” น้ำเสียงอ่อนโยนของคุณภาวิดาที่เดินตามหลังประมุขของบ้านรุ่งโรจน์ ทันได้ยินประโยคของเพื่อนสนิทถามลูกสะใภ้พอดี
“ค่ะคุณแม่”
แม่สามีพยักหน้า เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจจากลูกสะใภ้ที่นางเอ็นดูเหมือนลูก เนื่องจากเห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่อ่อน ทั้งยังเลี้ยงมาเองกับมือจะไม่รู้ได้ยังไงว่าหญิงสาวรู้สึกเช่นอยู่ตอนนี้ ซึ่งผู้หญิงทุกคนที่ได้มีงานแต่งงานเป็นของตัวเองก็มีความสุขระคนตื่นเต้นกันทั้งนั้น เนื่องด้วยนางเคยผ่านช่วงเวลาสำคัญอย่างนั้นมาแล้ว
“ขวัญจ๊ะ ฉันว่าเราเข้าไปในงานดีกว่านะ...ปล่อยให้ลูก ๆ ต้อนรับแขกกันเองเถอะ” ผู้เป็นใหญ่ของบ้านเกรียงไกรหันมาชวนเพื่อน
“งั้นเราไปกันเลยนะ จะได้ดูความเรียบร้อยด้วย” คนถูกชวนว่าอย่างเห็นด้วย
นนทภัทรเห็นบิดาและมารดาเข้างานแล้ว จึงหันใบหน้าหล่อคมมามองภรรยาที่กำลังใช้กระดาษซับหน้าอยู่ เห็นอย่างนั้นเลยยื่นมือแย่งมาซับให้ด้วยตัวเองไม่ได้
“พี่ทำให้” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นหญิงสาวสะดุ้งตกใจ
ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ที่เห็นภาพนี้ต่างพากันอิจฉาตาร้อนผ่าว เมื่อเจ้าบ่าวแสดงความรักต่อเจ้าสาวให้เห็น ตบท้ายด้วยหอมแก้มสาวคนรักโชว์แขกเป็นของรางวัล
แฟนหนุ่มแสดงความรักต่อธารกำลังเช่นนี้ กรรณิกาที่ทำตัวไม่ถูกรู้สึกว่าใบหน้านวลที่แต่งแต้มเครื่องสำอางราคาแพงร้อนผ่าวอย่างเขินอาย จนแทบมุดสิงเข้าร่างแฟนหนุ่มได้อยู่รอมร่อ ช่างภาพที่จ้างมาช่างรู้ใจเสียจริง เพราะว่าถ่ายภาพอิริยบถต่าง ๆ ที่เจ้าบ่าวแสดงออกถึงความรักที่มีต่อเจ้าสาวหวานจนมดขึ้นไปหลายต่อหลายซอต ชายหนุ่มไม่ได้แค่เอาใจแฟนสาวนี้ต่อหน้าสื่อ แต่ทำอย่างนี้ตลอดตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว
“พอแล้วค่ะพี่นนท์” เจ้าสาวแย่งกระดาษซับหน้ามันมาถือไว้เอง นนทภัทรเห็นอาการเขินอายอย่างนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยเปลี่ยนเรื่องเป็นถามอย่างห่วงใยแทน
“กิ่งเหนื่อยมั้ย”
“ไม่ค่ะ พี่นนท์ล่ะคะ?” กรรณิกาตอบยิ้ม ๆ แล้วถามกลับบ้าง
“ไม่เลย...พี่มีความสุขที่เราจะเดินเคียงคู่กันไปอย่างนี้ พี่ขอบคุณกิ่งมากนะ” ร่างสูงว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง ที่มีวันนี้ได้เพราะหญิงสาวยอมรับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขา รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้คนดี ๆ อย่างนี้มาเป็นเพื่อนคู่คิดดูแลซึ่งกันและกันไปจนแก่จนเฒ่า
“ขอบคุณทำไมคะ” กรรณิกาเอียงคอถาม รู้สึกงงงวยกับประโยคที่ชายหนุ่มเอ่ย พอสบตาสีดำสนิทของเขาถึงรู้ถึงความรักที่เขาแสดงออกมา สำหรับเธอแล้วไม่มีคำไหนจะพูดออกมาเป็นคำพูดได้ เพราะทั้งเธอและเขาต่างเคยบอกไปแล้วอยู่ที่เมื่อเชื่อวัน ตอนนี้เพียงแค่ใช้ใจมองก็รู้ถึงข้างในว่าเราสองคนมีความคิดตรงกัน อย่างที่เขาบอกว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ความรู้สึกที่แสดงออกมาก็ไม่ได้ต่างไปเช่นกัน
ตั้งแต่เล็กจนโตผู้ชายคนนี้ดูแลเธอเป็นอย่างดี ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ไปที่ไหนจะมีเขาคอยรับส่งเสมอ ขอแค่เอ่ยปากบอกเขาก็พร้อมเป็นสารถีที่ดีของเธอ...ตลอดไป
“พี่รักกิ่งนะ”
“กิ่งก็รักพี่นนท์ค่ะ”
คำว่ารักของเขาช่างมีอิทธิพลต่อใจของเธอนัก เมื่อก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวราวกับกลองเพล
ถึงนนทภัทรจะพูดจาด้วยคำเสียงอ่อนโยนสักเพียงใด สำหรับเธอแล้วไม่เท่ากับการกระทำที่เขาเพียรมอบให้...แม้แต่น้อย
คุณอาจจะชอบ





