ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เขาคิดว่า ฉันจะยอมทนเงียบๆ

เขาคิดว่า ฉันจะยอมทนเงียบๆ

ในวันครบรอบห้าปี ฉันพบความลับในแฟลชไดรฟ์ของสามีที่ใช้รหัสเป็นวันเกิดรักแรกของเขา ตลอดเวลาที่แต่งงานกัน ฉันเป็นเพียงเงาของคนอื่นที่ไม่มีตัวตนในใจเขาเลย เมื่อเขานำผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำงานและยกโปรเจกต์ที่ฉันทุ่มเทให้เธอ พร้อมทั้งตวาดใส่ฉันต่อหน้าทุกคนเพื่อปกป้องเธอ ความอดทนของฉันก็สิ้นสุดลง เขาคิดว่าฉันจะยอมก้มหน้าแบกรับความเจ็บปวดอย่างเงียบงัน แต่เขาคิดผิด ฉันตัดสินใจเทแชมเปญรดหัวเขาต่อหน้าพนักงานทุกคนเพื่อประกาศจุดยืนว่าฉันจะไม่ทนอีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

เคท มนัญญา POV:

ในที่สุดฝนก็ซาลงเหลือเพียงละอองปรอยๆ ฉันจ่ายค่ากาแฟแล้วผลักประตูแก้วหนักๆ ออกไป อากาศเย็นชื้นที่ปะทะเข้ามาทำให้ฉันรู้สึกตื่นตัว ขณะที่ฉันก้าวลงบนทางเท้าที่เปียกลื่น รถคันหนึ่งที่คุ้นเคยก็แล่นมาจอดเทียบขอบทางข้างหน้า

ออดี้สีดำเงา...รถของภาคย์

หัวใจฉันกระตุกวูบ เขาลงจากรถ แต่ไม่ได้มองมาที่ฉัน เขากำลังเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร อิซซาเบล อัศวโชติ ก้าวออกมา เธอเหมือนภาพฝันในชุดเทรนช์โค้ตสีครีม ผมสีน้ำตาลแดงของเธอสะท้อนแสงหม่นๆ

ในที่สุดภาคย์ก็เห็นฉัน ไม่มีแววประหลาดใจในดวงตาของเขา ไม่มีความรู้สึกผิด มีเพียงความรำคาญที่เย็นชาและเรียบเฉย เขาคิดว่าฉันตามเขามา

ฉันเมินพวกเขา ตั้งใจปลดล็อกแอปเรียกรถบนมือถือ สิ่งสุดท้ายที่ฉันต้องการคือการสร้างเรื่องอีก ขณะที่ฉันก้าวลงจากขอบทางเพื่อข้ามถนนเล็กๆ ไปยังรถที่รออยู่ ส้นรองเท้าของฉันเกิดไปสะดุดกับแผ่นปูพื้นที่ไม่เรียบ

ความเจ็บปวดแหลมคมแล่นปราดขึ้นมาที่ข้อเท้า ฉันร้องออกมาอย่างตกใจ สะดุดล้มจนโทรศัพท์หลุดมือกระแทกกับพื้นยางมะตอยที่เปียกชื้น

ภาคย์ไม่ขยับ เขายืนมองด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ขณะที่ฉันพยายามทรงตัว ข้อเท้าของฉันปวดตุบๆ

เขาหันไปจากฉัน พูดอะไรบางอย่างกับอิซซาเบล แล้วก็เดินเข้าไปในคาเฟ่ที่ฉันเพิ่งออกมา เขาเดินผ่านฉันไปเลย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาลอยฟุ้งอยู่ในอากาศชื้น ราวกับว่าฉันเป็นแค่คนแปลกหน้า เป็นอุปสรรคเกะกะบนทางเท้า

ฉันพิงกำแพงอิฐ กัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงร้อง ขณะที่ความเจ็บปวดแล่นเป็นระลอกมาจากข้อเท้า มันบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉันลงน้ำหนักไม่ได้เลย

หนึ่งนาทีต่อมา ภาคย์เดินออกมาจากคาเฟ่พร้อมกับแก้วร้อนๆ สองใบ เขาเดินตรงมาหาฉัน สีหน้าของเขาอ่านไม่ออก

“ไปกันเถอะ” เขาพูด เสียงห้วนและหงุดหงิด เขาไม่ถามว่าฉันเป็นอะไรไหม เขาไม่เสนอที่จะช่วย เขาสั่ง

“ฉันไม่ได้ขอให้คุณรอนะ” ฉันพูดลอดไรฟัน พยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น

เขาไม่สนใจคำพูดของฉัน ด้วยเสียงถอนหายใจอย่างหงุดหงิด เขาวางแก้วลงบนหลังคารถ ก้มลงแล้วช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มก่อนที่ฉันจะทันได้ขัดขืน การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและไร้ความรู้สึก เหมือนกำลังขนย้ายสิ่งของ

เขาวางฉันลงบนเบาะผู้โดยสาร ปิดประตูดังปัง แล้วขึ้นมานั่งฝั่งคนขับ เขายื่นแก้วใบหนึ่งให้ฉัน มันคือกาแฟดำ ของโปรดของเขา ไม่ใช่ของฉัน ฉันดันมันกลับไปที่ที่วางแก้วโดยไม่พูดอะไร

ความเงียบในรถนั้นหนักอึ้งและน่าอึดอัด ที่เบาะหลัง อิซซาเบลกระแอมเบาๆ

“โอ๊ย ภาคย์คะ อิซรู้สึกเมารถนิดหน่อย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและบอบบาง “คุณก็รู้ว่าอิซเป็นยังไง”

ทันทีทันใด ท่าทีทั้งหมดของภาคย์ก็เปลี่ยนไป “จริงด้วย แน่นอน” เขาพูด เสียงของเขาอ่อนลงด้วยความห่วงใยที่ทำให้ฉันคลื่นไส้ “ผมลืมไปเลย เหมือนตอนที่เราขับรถขึ้นไปที่กระท่อมบนเขาใหญ่เลย จำได้ไหม? คุณหน้าเขียวตลอดทางเลย”

“แต่คุณก็ดูแลอิซนะคะ” เธอพึมพำ และฉันได้ยินรอยยิ้มในน้ำเสียงของเธอ “คุณดูแลเสมอ”

พวกเขาสองคนจมอยู่กับการรำลึกความหลังอย่างง่ายดาย อดีตที่พวกเขามีร่วมกันเป็นเหมือนคลับส่วนตัวอันอบอุ่นที่ฉันถูกกีดกันออกมาอย่างชัดเจน ฉันรู้สึกเหมือนเป็นผู้บุกรุกในรถของสามีตัวเอง เป็นคนแปลกหน้าที่แอบฟังบทสนทนาส่วนตัว

เราขับรถผ่านสวนพฤกษศาสตร์เก่าแก่ โดมแก้วของมันส่องประกายระยิบระยับท่ามกลางสายฝน คอของฉันตีบตัน เขาเคยพาฉันมาที่นี่ในเดทแรกของเรา เขาบอกว่ามันเป็นสถานที่โปรดของเขาในกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเงียบสงบ เขาจูบฉันเป็นครั้งแรกใต้ต้นไทรใหญ่ในเรือนกระจกเขตร้อน ฉันเคยทะนุถนอมความทรงจำนั้น กอดมันไว้แน่นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาเคยรู้สึกอะไรบางอย่างกับฉันจริงๆ

ตอนนี้ เมื่อได้ฟังเขาและอิซซาเบลคุยกันเรื่องทริปต่างจังหวัดสมัยเรียนและความทรงจำร่วมกัน ความจริงอันน่าขยะแขยงก็ปรากฏขึ้น เขาไม่ได้แบ่งปันสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเขากับฉัน เขาพาฉันไปยังสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับพวกเขาอยู่แล้ว ฉันเป็นเพียงผู้มาเยือนในความทรงจำที่ไม่ใช่ของฉัน

ในหัวของฉันฉายภาพเหตุการณ์อื่นๆ อีกนับร้อย แจ๊สคลับที่เขาชอบ ร้านหนังสือมือสองที่เขาไปบ่อยๆ ไวน์ยี่ห้อเฉพาะที่เขาสั่งเสมอ มีอะไรบ้างที่เป็น ‘ของเรา’? หรือฉันแค่ใช้ชีวิตอยู่ในเสียงสะท้อนของชีวิตที่เขาเคยมีกับเธอ?

ฉันคงจะเผลอหลับไป ความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ถาโถมเข้ามาจนทนไม่ไหว เมื่อฉันตื่นขึ้น เราจอดอยู่ในโรงรถของบ้านเราแล้ว เบาะหลังว่างเปล่า อิซซาเบลไปแล้ว

ภาคย์กำลังมองข้อเท้าที่บวมเป่งของฉัน “คุณตั้งใจทำให้มันแพลงเหรอ?” เขาถาม เสียงต่ำและกล่าวหา “นั่นเป็นการเรียกร้องความสนใจแบบหนึ่งใช่ไหม เคท?”

ความไร้สาระในคำพูดของเขา ความหลงตัวเองอย่างที่สุด ทำให้บางอย่างในตัวฉันขาดสะบั้นลง

“ใช่ค่ะ ภาคย์” ฉันพูด เสียงของฉันเต็มไปด้วยการประชดประชันที่ฉันไม่เคยรู้ว่าตัวเองมี “แน่นอนค่ะ ฉันจงใจทำให้ตัวเองบาดเจ็บเผื่อว่าคุณจะลดตัวลงมาสังเกตเห็นการมีอยู่ของฉันบ้าง โลกทั้งใบของฉันหมุนรอบการเรียกร้องความสนใจจากคุณ คุณไม่รู้เหรอคะ?”

“อย่าไร้สาระ”

“ฉันไม่ใช่คนที่ไร้สาระ” ฉันสวนกลับ หันไปเผชิญหน้ากับเขาเต็มๆ “คุณอยากรู้ไหมว่าอะไรที่ไร้สาระ? การเชื่อไปแม้แต่วินาทีเดียวว่าฉันต้องการคุณ ฉันเป็นสถาปนิกที่เก่งมาก่อนที่จะเจอคุณ และฉันก็จะยังเป็นสถาปนิกที่เก่งมากหลังจากที่คุณไปแล้ว”

แววตาอันตรายปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา “นั่นเป็นการท้าทายเหรอ?”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ดวงใจแค้นแสนรัก
9.1
พรธีราต้องตื่นจากฝันหวานด้วยความสับสน เมื่อนวินเอ่ยปากไล่เธอออกจากห้องทันทีหลังเสร็จสิ้นความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง คำยืนยันที่ว่าเขาไม่เคยยอมให้ผู้หญิงคนไหนค้างคืนด้วย แม้แต่ตัวเธอเอง เปรียบเสมือนตบหน้าให้หญิงสาวได้สติ ท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายตรงหน้าทำให้เธอเริ่มใจเสีย เมื่อความจริงปรากฏว่าสถานะแฟนที่เธอทึกทักไปเองนั้นไม่เคยหลุดออกมาจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในค่ำคืนที่แสนโหดร้ายนี้เพียงลำพัง
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย บำเรอสวาททาสรักอสูร
9.1
ท่ามกลางหุบเขาอันเงียบเหงา หญิงสาวผู้เปราะบางต้องตกเป็นเชลยภายใต้เงื้อมมือของอสูรร้ายอย่างทัพเทวินทร์ เขาใช้ไฟแค้นและความเสน่หาแผดเผาทำลายความบริสุทธิ์ของเธอจนบอบช้ำไปทั้งกายใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอสุดท้ายให้เธอปรนเปรอความสุขแก่เขาในค่ำคืนนี้ เพื่อแลกกับอิสรภาพของตัวเธอและพี่สาว แม้จะหวาดกลัวสายตาที่จ้องจะกลืนกินเพียงใด แต่เธอกลับต้องเลือกระหว่างการยอมจำนนต่อราคะหรือการดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการรักที่โหดร้ายนี้
หน้าปกนวนิยาย ฟ้าหลงตะวัน
8.4
เมื่อพัทธนันท์และต้นน้ำกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะรักครั้งแรก ความทรงจำเก่าก่อนจึงถูกรื้อฟื้นกลายเป็นความโหยหาที่แสนหวานและเร่าร้อน ต้นน้ำไม่อาจหักห้ามใจจากเสน่ห์ที่ตราตรึง เขาจึงรุกรานเธอด้วยจูบที่ลึกซึ้งและสัมผัสที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แม้พัทธนันท์จะขัดเขินแต่เธอก็เรียนรู้ที่จะตอบรับอารมณ์ที่พุ่งพล่านนั้น สายตาคมที่จ้องมองมาทำให้เธอหลบเลี่ยงไม่ได้ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความรัญจวนใจและรสชาติแห่งความรักที่หอมละมุนเกินกว่าจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์สวาท สามีโดยพฤตินัย
9.6
จากความผิดพลาดเพียงคืนเดียว กลับกลายเป็นพันธนาการที่ผูกมัดเธอไว้กับเขาตลอดกาล เมื่อร่างกายถูกดึงเข้าสู่โอบกอดที่ร้อนแรง ความใกล้ชิดที่ไม่อาจเลี่ยงทำให้เธอต้องเผชิญกับสัมผัสอันชวนสยิวจากแผงอกแกร่งที่เบียดเสียดกับทรวงอกนุ่มนิ่ม แม้ความอับอายจะทำให้เธอไม่กล้าเอื้อนเอ่ยความในใจว่าลุ่มหลงในรสสัมผัสนี้เพียงใด แต่ร่างกายกลับทรยศและโอนอ่อนตามความต้องการของเขาไปอย่างสิ้นเชิง ในบทพิสูจน์เสน่หาที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ตัวตายตัวแทน เพื่อสนองความหมกมุ่นของเขา
8.1
ในฐานะศิลปิน ฉันหลงรักมหาเศรษฐีผู้เงียบเหงาอย่างคิน มิลเลอร์ แต่ความจริงกลับโหดร้าย เมื่อเขาใช้ดีปเฟกเปลี่ยนใบหน้าฉันให้เป็นคาร่า น้องสาวต่างแม่ที่เขาคลั่งไคล้ เมื่อถูกคาร่าใส่ร้าย คินกลับสั่งให้คนทำลายมือขวาของฉันจนหมดสิ้นอาชีพศิลปิน ก่อนจะทิ้งฉันเข้าคุกอย่างเลือดเย็นในฐานะของเล่นที่หมดประโยชน์ ท่ามกลางความสิ้นหวัง พ่อเลี้ยงยื่นข้อเสนอให้ฉันแต่งงานกับคีแกน ทายาทมหาเศรษฐีผู้พิการเพื่อแลกกับมรดกของแม่ ฉันจึงตกลงเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และหนีจากปีศาจที่ทำลายฉัน