ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี

เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี

เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
ตอน
แชร์

ตอน 3

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่วเฉิงเฟิงก็ค่อย ๆ เก็บพลังหยินไป

เฝิงอี้มองนางแวบหนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า “พวกเราจะเป็นศัตรูกันมิได้ เอาไว้หาทางแก้ไขปัญหานี้ได้แล้วก็ยังไม่สายเกินไปที่จะแยกทางกันหรอก”

เด็กสาวผู้นี้ยังกุมความลับเอาไว้อีกเยอะ

อีกอย่าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะด้ายผูกชะตาที่ทำการเชื่อมพวกเขาเอาไว้ด้วยกันหรือไม่ พลังปีศาจในร่างกายของเขาถึงได้ไม่ปั่นป่วนเหมือนตอนเริ่มแรกแล้ว.....

ซึ่งก็หมายความว่านางยังมีประโยชน์อยู่

ตอนนี้พลังยุทธ์ของเขาลดลงไปถึงระดับต่ำสุดแล้ว การสู้กันเองมีแต่จะทำให้ต้องสูญเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ตอนนี้คงต้องกล้ำกลืนความอัปยศเพื่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ก่อน หากแก้ด้ายผูกชะตาได้แล้วค่อยให้นางชดใช้ความเสียหายให้อีกที!

เฝิงอี้ครุ่นคิดพลางหลับตาลง

ตอนที่เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สีแดงฉานในลูกตาของเขาได้เลือนหายไปอย่างน่าประหลาด แล้วก็กลับกลายมาเป็นสีดำเข้มเฉกเช่นตอนปกติแล้ว

เย่วเฉิงเฟิงจ้องมองชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าอยู่นาน ความทรงจำในสมองบอกนางว่า ในโลกต่างมิติแห่งนี้มีเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่มากมาย

สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในเผ่ามนุษย์ก็คือคนผมสีดำและดวงตาสีดำ

ส่วนบุรุษผู้นี้ที่ดวงตาเปลี่ยนสีได้ มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะไม่ใช่เผ่ามนุษย์โดยสมบูรณ์.....

เมื่อสังเกตเห็นว่ารังสีที่แสดงถึงเจตนาฆ่าบนตัวของเขาหายไปแล้ว เย่วเฉิงเฟิงก็รับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เขาได้ละทิ้งความเป็นศัตรูต่อนางไปแล้ว นางจึงถามขึ้นมาว่า “ข้าชื่อเย่วเฉิงเฟิง เจ้าชื่ออะไรหรือ?”

เขาเหลือบมองเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นบนตัวนางจากหางตา แล้วก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีและพูดออกมาอย่างเฉยชาเบา ๆ ว่า “เฝิงอี้”

หลังจากพูดจบ เขาก็หยิบชุดคลุมสะอาดออกมาจากแหวนเก็บของที่นิ้วและโยนให้นางไป

เย่วเฉิงเฟิงตกใจไป จากนั้นก็รีบหยิบชุดคลุมที่เขาโยนมาคลุมตัวเอาไว้ นับว่าเขายังมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่มาก......

“ข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีก” เฝิงอี้ลุกขึ้นยืน แล้วก็ยื่นกระดิ่งเรียกวิญญาณให้นางพร้อมกับพูดว่า “เจ้าเก็บรักษากระดิ่งเรียกวิญญาณเอาไว้ก่อน ห้ามให้ผู้ใดรู้เด็ดขาดว่ามีมันอยู่”

“ไว้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่”

เมื่อพูดจบ เฝิงอี้ก็หายตัวไปจากตรงนั้นทันที

หลังจากที่เย่วเฉิงเฟิงเอาเสื้อเขาห่อตัวไว้เรียบร้อยแล้ว นางก็ยืดเส้นยืดสายพลางมองไปยังสถานที่ที่เฝิงอี้เพิ่งจะหายตัวไปครั้งสุดท้ายและหัวเราะเยาะออกมา

นางเองก็ต้องกลับไปที่เรือนตระกูลเย่วเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีคนในเรือนตระกูลเย่วเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ปฏิบัติต่อนางในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่คนที่เจ้าของร่างเดิมไม่อาจปล่อยไปได้ก็คือหมิงหยูผู้เป็นแม่เลี้ยงของนาง

นอกจากนี้ เรื่องที่เย่วเทียนเจียวหรือคุณหนูใหญ่เย่วทำร้ายเจ้าของร่างเดิมไว้ นางจะไม่ชำระแค้นนี้ได้อย่างไร?

เย่วเฉิงเฟิงหัวเราะเยาะออกมาแบบไม่มีเสียง กระดิ่งเรียกวิญญาณในมือจึงส่ายไปมาเบา ๆ จนมีเสียงกรุ๊งกริ๊งดังกังวานขึ้นมา ทำให้เหล่าภูตผีที่ซ่อนตัวอยู่ทุกซอกทุกมุมของเขาหัวโล้นลอยละล่องตามเสียงกระดิ่งมา

“เหล่าเพื่อนรักของข้า จงตามข้ากลับไปที่เรือนตระกูลเย่วเสีย แล้วก็ทำให้เรือนตระกูลเย่วชุลมุนวุ่นวายให้หมดไปเลย!”

เมื่อได้รับคำสั่งจากเย่วเฉิงเฟิงแล้ว ภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที

ทันใดนั้นก็เหมือนมีลมพายุแห่งความชั่วร้ายอันมืดมิดถาโถมเข้ามา ภูตผีและวิญญาณที่เคียดแค้นจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันพุ่งตัวออกไปจนแทบอดใจรอไม่ไหว กระจัดกระจายกันออกไปนอกเขาหัวโล้นอย่างรวดเร็ว!

ซึ่งในขณะนี้เอง

เฝิงอี้ที่ปากบอกว่ามีธุระต้องไปทำ ก็ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากมุมหนึ่งอย่างช้า ๆ เขาจ้องมองแผ่นหลังของเย่วเฉิงเฟิงอยู่นาน ก่อนจะขยับริมฝีปากบาง ๆ พูดออกมาว่า “หลิวหยิ่ง”

ทันใดนั้น เงาดำเงาหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ เฝิงอี้ แล้วก็คุกเข่าข้างหนึ่งลงพลางพูดด้วยความเคารพว่า “ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ!”

“จงไปสืบเรื่องตระกูลเย่วแห่งแคว้นชิงซวนมาเสีย โดยเฉพาะเด็กสาวที่ชื่อเย่วเฉิงเฟิงผู้นั้น” เฝิงอี้พูดอย่างเย็นชา

หลิวหยิ่งตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นก็กำหมัดแน่นพลางพูดว่า “ข้าน้อยขอน้อมรับคำสั่งขอรับ!”

จู่ ๆ นายท่านก็บอกให้ไปสืบเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่ง..... ช่างน่าแปลกเสียจริง

หลิวหยิ่งไม่ได้คิดอะไรมากนัก คำสั่งของเจ้านายเขาย่อมต้องเชื่อฟังอยู่แล้ว เขาจึงหายตัวออกไปในทันที

.......

เนื่องจากความทรงจำเก่า เย่วเฉิงเฟิงจึงกลับไปที่เรือนตระกูลเย่วได้ถูก

เมื่อมองไปที่เรือนอันดูหรูหราแบบคนชนชั้นสูงทุกมุมของเรือนตรงหน้า เย่วเฉิงเฟิงก็ยกมุมปากขึ้นเป็นทรงโค้งอันน่าสะพรึงกลัว

นางไม่ได้เลือกที่จะเข้าทางประตูเรือน แต่เลือกที่จะเดินอ้อมไปที่กำแพงของเรือนด้านหลัง ที่นั่นมีเรือนเล็กที่รกร้างอยู่แห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ที่หมิงหยูอาศัยอยู่กับเจ้าของร่างเดิม

ทันทีที่เข้าไปใกล้กำแพง เย่วเฉิงเฟิงก็ได้ยินเสียงสตรีร้องไห้ด้วยความขมขื่นดังออกมา นอกจากนี้ยังมีเสียงพูดอย่างประชดประชันและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอีกด้วย

“ฮือ ๆ…... พวกเจ้าคืนเฟิงเอ๋อให้ข้าเถิด!” เฟิงเอ๋อของข้า.....”

“เฟิงเอ๋อของเจ้าถูกพวกเราจับไปโยนเลี้ยงผีเร่ร่อนที่เขาหัวโล้นตั้งนานแล้ว! อยากเจอนางหรือไม่เล่า? เช่นนั้นเจ้าก็รีบเอาหัวโขกกำแพงให้ตาย ๆ ไปเสียสิ! ถ้าตายแล้วจะได้ไปเจอนางได้เยี่ยงไรเล่า!”

“ป้าสาม อย่าโทษที่พวกเราต้องใจร้ายเลยนะ นี่เป็นคำสั่งของท่านพ่อ ท่านพ่อบอกว่าพอเห็นนังไร้ประโยชน์นั่นแล้วรำคาญใจ ก็เลยต้องหาที่ฝังนางไปเสียเยี่ยงไรเล่า!”

“เย่วเฉิงเฟิงตายไปแล้ว ต่อไปก็ถึงคราวของเจ้าแล้ว! สตรีที่มิสามารถมีลูกได้ การอยู่ในเรือนตระกูลเย่วต่อไปก็เป็นได้แค่ภาระเสียเปล่า ๆ!”

คำพูดที่โหดร้ายนี้เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหูทั้งสองข้างของเย่วเฉิงเฟิงไม่มีผิด

นางขมวดคิ้วพลางปีนขึ้นกำแพงไปอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็มองลงไปที่หนุ่มสาววัยละอ่อนด้านล่างกำแพง

หมิงหยูกำลังคุกเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้น ส่วนเย่วเทียนเจียวผู้เป็นคุณหนูใหญ่กำลังพิงเสาต้นหนึ่งอยู่ เอามือกอดอก แววตาดูร้ายกาจยิ่งนัก

ส่วนเย่วหรูม่อผู้เป็นคุณชายรองพอเห็นว่าหมิงหยูที่ร้องไห้จนน้ำตาแทบจะนองหน้าอยู่แล้ว เขาก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาและกำลังจะยกเท้าเตะหมิงหยูออกไป

ซึ่งวินาทีที่เขายกเท้าขึ้นมา จู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นสิ่งใดบางอย่างจนอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นเย่วเฉิงเฟิงที่กำลังนอนมองอยู่บนกำแพง

สายตาของทั้งคู่สบกัน

สีหน้าของเย่วหรูม่อเปลี่ยนไปราวกับเห็นปีศาจไม่มีผิด จากนั้นเขาก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดังด้วยความตื่นตกใจว่า “ผี! ผีอยู่ตรงนั้น......”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์เถื่อน
8.2
มณีมณฑ์เผชิญหน้ากับอพอลโล่ด้วยความโกรธแค้น ท้าทายให้เขาใช้กฎหมายจัดการแทนการใช้อำนาจป่าเถื่อนรังแกเธอ แต่อพอลโล่กลับข่มขู่ด้วยวิธีการทรมานที่แสนเจ็บปวดพร้อมบีบบังคับให้เธอทำความสะอาดห้อง แรงโทสะทำให้หญิงสาวขว้างปาสิ่งของใส่เขา ทว่าชายหนุ่มกลับจู่โจมเข้าประชิดตัวและพันธนาการเธอไว้ด้วยความรุนแรง เขาตราหน้าและสบประมาทว่าผู้หญิงที่ร้อนแรงอย่างเธอคงถูกศรวัณทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี พร้อมยิ้มหยันว่าแท้จริงแล้วเธอก็พร้อมจะทอดกายให้คนที่เกลียดชังอย่างเขาได้ทุกเมื่อ
หน้าปกนวนิยาย บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil
9.0
เมลดา นางแบบสาวระดับอินเตอร์ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทย แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอพลาดมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชานนท์ นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของพี่ชายที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังเบ่งบาน โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องสูญเสียลูกและสูญเสียความทรงจำจนลืมสิ้นทุกความผูกพัน ชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อรื้อฟื้นความรักครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง แม้ต้องเริ่มใหม่กี่รอบแต่พรหมลิขิตยังคงนำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันในวังวนแห่งรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย สุริยันต์
9.7
บทสรุปของซีรีส์เพลิงแค้นในแดนเดือดที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสุริยันต์ ชายหนุ่มผู้แบกรับทั้งภาระครอบครัวและความแค้นฝังลึก ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด พิมพ์รดากลับก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจที่เคยเยือกเย็นของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนำไปสู่รอยจูบอันร้อนแรงที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล สุริยันต์ต้องเลือกระหว่างการปกป้องคนที่รักกับการสะสางบัญชีแค้นในอดีต ในนิยายแนวโรแมนติกแอ็กชันร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์เสน่หาและเดิมพันที่สูงค่า
หน้าปกนวนิยาย ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
9.7
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ มีนา หัวขโมยสาวมือฉกาจโคจรมาพบกับ เมฆา นายตำรวจหนุ่มฝีมือเยี่ยมผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้ความผิดในอดีตที่เธอเคยบุกปล้นบ้านเขาจะกลายเป็นชนักติดหลัง แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางกำแพงของสถานะที่ต่างกันสุดขั้ว เมฆาพยายามพิสูจน์ว่าความรักไม่มีกฎเกณฑ์และพร้อมจะปรับตัวเข้าหาเธอ ขอเพียงแค่มีนามอบโอกาสให้เขาได้ดูแลหัวใจโจรสาวคนนี้ตลอดไปในฐานะคนรักที่มั่นคง
หน้าปกนวนิยาย งี่เง่าเอาแต่รัก
8.9
งี่เง่าเอาแต่รัก (ภาคต่อ อวบอยู่ไหนจ๊ะ) เป็นเรื่องของเดอะแก๊งสี่หนุ่มเพื่อนพี่คิงและอวบค่ะ #คนงี่เง่าก็มีหัวใจ #คนเอาแต่ใจก็รักจริง “ลุงเย็กๆ ๆ” อุ้ยอ้ายหรือเด็กหญิงขนิษฐายังคงเรียกวรฤทธิ์แบบนั้นไม่หยุด “บอกให้เรียกอาๆ ๆ ๆ” “ฮี่ๆ” หมูน้อยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มแฉ่ง “เดี๋ยวตีเลย” วรฤทธิ์ขู่เด็กพร้อมกับทำตาโตดุๆ แล้ววางเจ้าตัวกลมให้ยืนบนพื้น ขณะที่เขาก็หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้รับแขกในสวนข้างๆ ขุนพล “ลุงเล็กอย่าตี อย่าตีน้อง” คราวนี้ยัยตัวกลมเรียกชื่อเขาชัดแจ๋วเสียงอ้อนน่าสงสารเชียว ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งจิบกาแฟและมองมาพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขา...” ฝากพี่เล็กกับผองเพื่อนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียคลั่งรัก.
8.8
“คุณรักฉันยอมรับมาเถอะ” “เปล่าเลย มิรันดา ผมไม่เคยรักคุณเลยสักนิด ที่ผ่านมามันก็แค่เรื่องเซ็กซ์ ให้ยืนยันอีกกี่ครั้งผมก็พูดเหมือนเดิม ผมไม่ได้รักคุณผมรักแค่เซ็กซ์ของคุณ” ************************* เพราะเสียคนรักจากการลอบทำร้ายของคู่อริเมื่อห้าปีก่อน มาร์คัสจึงไม่คิดจะรักใครอีก แต่เหมือนฟ้าจะกลั่นแกล้งเมื่อมาเจอกับมิรันดาสาวน้อยที่เขาใช้เงินซื้อมาเพื่อให้เธอเลิกยุ่งกับน้องเขยของตนเอง ชายหนุ่มทั้งทั้งหลง แต่ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นอีก เขาจึงคิดจะวางมือและถอนตัวจากธุรกิจสีเทา แต่การจะลงจากหลังเสือนั้นมันยากกว่าที่คิดไว้ ในเมื่อมีคนที่จ้องจะกำจัดเขาให้สิ้นซาก