
อย่าพูดคำว่าไม่เคย
ตอน 2
“ฉินซูเนียน แกมันบ้าไปแล้ว!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโวยวายของลี่เวินฮั่น ฉินซูเนียนออกไปจากห้องหนังสือโดยไม่หันหลังกลับมามอง
ทันทีที่เดินออกจากประตูมา ก็มีข้อความเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ
เสิ่นอีอี:【โธ่พี่ คืนนี้จะไม่ไปคริมสันบาร์จริง ๆ เหรอ? การแต่งงานไม่ใช่การออกบวชซะหน่อย พี่ไม่ควรสูญเสียแวดวงสังคมของตัวเองเพราะไอ้คนโง่ลี่อี้เฉินคนนั้น ขอร้องล่ะ คริสขู่ว่าถ้าคืนนี้พี่ไม่มา เขาจะส่งคนโทรมาก่อกวนฉัน 】
ฉินซูเนียน:【เธอพูดถูก 】
เสิ่นอีอี:【? 】
ฉินซูเนียน:【ฉันหย่าแล้ว กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 】
หลังจากเงียบไปหนึ่งวินาที ในห้องแชทก็ปรากฏเครื่องหมาย “!” เต็มหน้าจอ ความตื่นเต้นของเสิ่นอีอีนั้นไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้
【สิบนาที! ฉันจะรอต้อนรับราชินีกลับสู่อาณาจักรของเธอที่ประตูบ้านของไอ้โง่นั่น! 】
จนกระทั่งประตูห้องหนังสือปิดลงดัง “ปัง” ลี่เวินฮั่นยังไม่อยากจะเชื่อในเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอพูดกับลี่อี้เฉินอย่างเดือดดาล “พี่ พี่จะดูนางสารเลวนั่นรังแกฉันเฉย ๆ แบบนี้เหรอ? ไม่ได้นะ พี่ไปลากเธอมาตบสักฉาด ฉันยังอยากจะเอาน้ำสาดหน้าเธอ……”
“พอได้แล้ว!”
ลี่อี้เฉินดุเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เธอดูสภาพตอนนี้สิ ยังมีความเป็นสุภาพสตรีหลงเหลืออยู่ไหม? เธอเป็นลูกสาวตระกูลลี่ ไม่ใช่มนุษย์ป้าข้างถนน!”
ลี่เวินฮั่นไม่เคยถูกพี่ชายดุด่าแบบนี้มาก่อน เธอตกใจจนพูดอะไรไม่ออก
หลังจากมองลี่อี้เฉินอยู่นาน เธอจึงเอ่ยถามอย่างระแวดระวังว่า “งั้น พี่คะ ไม่เอารถก็ได้ แต่พี่ต้องให้ฉันไปงานเลี้ยงต้อนรับคืนนี้ด้วยนะ ฉันเองก็ไม่ได้เจอพี่ซงหวานหวานมานานแล้ว คิดถึงเธอมากเลย!”
ลี่อี้เฉินโบกมืออย่างรำคาญ “ตามใจ อย่ารบกวนงานของฉันก็แล้วกัน!”
เมื่อเข้าใจแล้วว่าเขาอนุญาต ลี่เวินฮั่นก็ออกไปจากห้องทำงานอย่างมีความสุข
ในห้องเงียบสงบขึ้นมา แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนให้เห็นถึงดวงตาที่เหม่อลอยของลี่อี้เฉิน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ไม่ว่าเขาจะพยายามรวบรวมสมาธิมากแค่ไหนก็ยังคงเห็นภาพตอนที่เห็นฉินซูเนียนหยิบแจกันดอกไม้ขึ้นมาคว่ำใส่หัวลี่เวินฮั่นแวบขึ้นมาในสมองของเขาเหมือนกับไฟฟ้าช็อต
รู้สึกเหมือนภาพลวงตา ราวกับว่าเขาไม่เคยรู้จักภรรยาคนนี้ของเขามาก่อน……
การเคลื่อนไหวของเสิ่นอีอีรวดเร็ว และเฉียบขาด แม้ปากจะพูดว่าสิบนาที แต่แปดนาทีต่อมา รถจีคลาสก็จอดสนิด เธอก้าวลงจากรถ ผิวปากไปทางฉินซูเนียนที่กำลังออกมาจากประตูบ้าน
“ขอแสดงความยินดีกับพี่สาวแสนดีของฉันที่หลุดพ้นจากคุกเสียที!”
ฉินซูเนียนยังไม่ทันได้ตอบโต้ เสิ่นอีอีก็หันมารับแชมเปญขวดหนึ่งในมือ เธอขยับนิ้วหัวแม่มือ แชมเปญก็สาดกระเซ็นออกจากขวดทำให้ฉินซูเนียนตัวเปียกไปหมด
“ซื้อน้ำส้มโอไม่ทัน แต่โรเซ่แชมเปญขวดนี้จะช่วยขจัดปัดเป่าโชคร้ายได้ ถือว่าชดเชยได้ใช่ไหม!”
ฉินซูเนียนถอนหายใจ โยนกระเป๋าถือไปยังเบาะหลัง กุญแจรถวางอยู่ตรงหน้า “จีคลาสแต่งมาลองหน่อยไหม? ไม่ได้แตะมาสี่ปี ไม่อยากลองเหรอ”
ฉินซูเนียนใช้ฝ่ามือตบลงไป ขาเรียวยามของเธอก้าวขึ้นไปบนที่นั่งผู้โดยสาร “ไม่มีอารมณ์”
เสิ่นอีอียิ้มหวาน เหยียบคันเร่งแล้วขับรถออกจากคฤหาสน์ไป พลางพูดประชดตัวเองขึ้นว่า “ไหนว่ามาซิ หลุดพ้นจากความรักบังตาที่ยากเกินเยียวยามาได้ยังไง?”
ฉินซูเนียนเอานิ้วจับคาง ตัดภาพความสัมพันธ์สี่ปีที่ผ่านมาออกไปราวกับบอกลา
“ซงหวานหวานกลับมาแล้ว”
เสิ่นอีอีได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา “คุณกับลี่อี้เฉินน่าสนใจจริง ๆ เอาคอตัวเองไปแคว้นไว้บนท่อนไม้ถึงจะตายก็ไม่ยอมปล่อย บางครั้งฉันก็อยากให้พวกคุณสองคนไปตรวจดีเอ็นเอซะจริง ๆ ทำไมถึงหมกมุ่นอยู่กับของที่ถูกทิ้งไปแล้วอยู่ได้?”
เสิ่นอีอีที่อยู่ข้าง ๆ พูดไม่หยุด แต่ฉินซูเนียนกลับเอาแต่เหม่อลอย
ความทรงจำเกี่ยวกับซงหวานหวานที่เธอจดจำได้นั้นไม่มากนัก ความอ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ประกอบกันเป็นซงหวานหวานในภาพความทรงจำของเธอ จากนั้นเธอใช้เวลาสี่ปีเต็มในการพยายามเลียนแบบภาพในความทรงจำนี้
ไว้ผมยาวดำคลับตามเธอ แต่งตัวเลียนแบบเธอ พูดจาอ่อนหวานเหมือนเธอ เพียงเพื่อให้คน ๆ นั้นมองมาที่ตัวเองนานขึ้นอีกหน่อย
น่าเสียดาย ของปลอมก็เป็นเพียงแค่ของปลอม
ฉินซูเนียนพูดออกมาอย่างไร้อารมณ์ “คงเป็นเพราะไม่มีใครชอบผู้หญิงที่เคยติดคุก”
เสิ่นอีอีกรอกตามองบน “ยังจะพูดถึงเรื่องนี้อีกเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะน้องสาวโรคจิตคนละสายเลือดของคุณปล่อยข่าวลือเรื่องที่คุณไปฝึกที่ซัมเมอร์เดลล์ออกมาว่าที่คุณหายหาไปเพราะไปติดคุก ลี่อี้เฉินยังจะทำหน้ายักษ์ต่อหน้าคุณอยู่ไหม?”
“จริงสิ พอดีเลย คุณหย่าแล้ว มีเวลาว่างแล้วสิ จะไปงานแข่งอีสต์ริเวอร์คอร์ส เรสซิ่งสัปดาห์หน้ากันไหม?”
“ไม่ไป”
ฉินซูเนียนเอามือเท้าคาง “ไม่อยากทำอะไร”
เสิ่นอีอีมองไปที่เธออย่างสงสัย “ยังเสียใจอยู่เหรอ?”
ฉินซูเนียนไม่ตอบ แต่เมื่อเห็นอารมณ์ที่จมดิ่งของเธอ เสิ่นอีอีก็เข้าใจได้ทันทีว่าตัวเองทายถูกว่าเธอรู้สึกอย่างไร
เธอกำลังอยากด่าออกมา แต่แล้วสายตาก็เปลี่ยนไปพลางพูดขึ้นมาว่า “มูนชาร์ดอปก็จะไปด้วยนะ! จากผลการแข่งในปีนั้น คู่ต่อสู้เพียงคนเดียวที่สามารถแข่งขันกับคุณได้ คุณไม่อยากจัดการเขาสักหน่อยเหรอ!”
อีสต์ริเวอร์คอร์ส เรสซิ่งคือการแข่งขันแข่งรถใต้ดินงานใหญ่ สมาชิกที่เข้าร่วมมีทั้งคนรวยและคนมีชื่อเสียง ทุกคนต่างมีรถแข่งดัดแปลงเป็นของตัวเอง พร้อมด้วยอุปกรณ์ชั้นยอด การแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระตุ้นอารมณ์ แต่หากไม่ระวัง ชีวิตก็อาจตกอยู่ในอันตรายได้
ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้จัดงานกำหนด ผู้เข้าร่วมงานทุกคนจะต้องสวมหน้ากาก ใครที่มางานอีสต์ริเวอร์คอร์ส มาแค่แข่งขันแพ้ชนะ จะไม่สนทนากันเรื่องอื่น การเลือกคู่ต่อสู้ทำได้ด้วยการเลือกจากรายชื่อ เมื่อคู่ต่อสู้เข้าร่วมการต่อสู้ ต้องชนะเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ให้คู่ต่อสู้เปิดเผยใบหน้าได้
เมื่อถูกเปิดเผยโฉมหน้าก็หมายความว่าต้องออกจากการแข่งขัน
ดวงตาของฉินซูเนียนเปล่งประกาย จู่ ๆ ก็ยืดตัวตรง “ก็ดีนะ ไปดูสักหน่อย”
เธอก้มหน้าลงแล้วดึงชายเสื้อ “เปลี่ยนชุดก่อน”
เสิ่นอีอีเหลือบตามองเธอที่แต่งตัวเหมือนเฉย ๆ แล้วเม้มริมฝีปาก “ทำไมแต่งตัวเหมือนแม่บ้านแบบนี้ หากแต่งตัวอย่างนี้ไปร้านเหล้า ใครที่ไม่รู้ จะคิดว่าฉันไปล่อลวงสะใภ้ดีเด่นที่ไหนมาหรอก!”
ฉินซูเนียนเลิกคิ้ว “ใครบอกว่าฉันจะแต่งตัวแบบนี้?”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ คริมสันบาร์
มีคนมากมายหลายประเภทอยู่บนชั้นสอง ทั้งผู้คนที่เดินไปเดินมา ผู้คนที่กำลังนั่งดื่มเหล้า แต่พวกเขาก็ถูกผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหัวมุมดึงดูดโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวสวมชุดกระโปรงสีแดงเพลิงที่ชายชุดหลุดรุ่ย เหมือนหลุดมาจากภาพยนตร์ฮ่องกงไต้หวันเมื่อศตวรรษก่อน
“นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสแบบนี้!” เสิ่นอีอีอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ “หุ่นดีขนาดนี้ วัน ๆ ใส่แต่ชุดสูทไม่ก็ชุดแม่บ้านกระโปรงยาวสีอ่อน ไม่รู้ว่าคิดว่าตัวเองเป็นเสมียนตระกูลลี่หรือไง”
ฉินซูเนียนก้มหน้าหัวเราะ แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับ
ตอนที่เพิ่งแต่งงาน เธอเคยพยายามตื่นแต่เช้าเพื่อแต่งหน้า และแต่งตัวด้วยชุดที่เลือกมาอย่างดี แต่เมื่อลงไปข้างล่างก็ถูกแม่ลี่ดุว่าเธอแต่งตัวเกินเลย ไม่เรียบร้อย ผู้หญิงต้องเป็นภรรยาและแม่ที่ดี แต่งตัวแบบนี้จะทำอาหาร และทำงานบ้านได้ยังไง ลี่อี้เฉินก็เอาแต่นั่งเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ อย่างเย็นชา
แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เธอเป็นอิสระจากข้อกำหนดของตระกูลลี่ เธออยากแต่งตัวยังไงก็ได้ตามอำเภอใจ
ตอนที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของเสิ่นอีอีก็ดังขึ้น สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที โบกโทรศัพท์ไปทางฉินซูเนียน “ฉันออกไปรับสายแป๊บนึง”
เสิ่นอีอีเพิ่งลุกออกไป ฉินซูเนียนก้มหน้าลงเพื่อเช็ดคราบไวน์ที่ติดอยู่ที่หลังมือโดยไม่ได้ตั้งใจ ทันใดนั้นก็มีมือใหญ่ ๆ เลื่อนมาจับที่ไหล่ของเธอ
“สาวสวย มาคนเดียวเหรอครับ? ให้พี่ชายที่แสนดีอย่างพวกเรานั่งเป็นเพื่อนไหม?”
คุณอาจจะชอบ
![หน้าปกนวนิยาย ในรอยรักร้าว [ดราม่าหนัก พระเอกถูกเอาคืนสาสมมาก]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/bfbb45c85001834806839808633/kIpEBgrCekMA.webp!15491.webp)




