ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง

จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง

ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
ตอน
แชร์

ตอน 2

ชิงหลินนางทั้งอุ้มทั้งปล่อยให้จ้าวเยี่ยนเดินด้วยเอง กว่าจะมาถึงเรือนของบิดามารดานางก็แทบจะสิ้นแรง

“ท่านพ่อ ท่านแม่ อยู่หรือไม่เจ้าคะ” นางพยายามเลียนแบบคำพูดของคนโบราณทั้งวิธีการพูดของเจ้าของร่างเดิม เพื่อไม่ให้ผู้ใดจับผิดนางได้

เพราะตลอดทางที่เดินมา นางก็ได้รับสายตาดูแคลนจากชาวบ้านมานับไม่น้อย แต่คนอย่างชิงหลิงนางจะไปสนสายตาของผู้ใด

เมื่อก่อนตอนนางไลฟ์สดทั้งสายตาและคำพูดมากมาย พูดกระทบนางจนนางเลิกเก็บคำพูดคนอื่นมาคิดเสียแล้ว

“หลิงเออร์ เข้ามาก่อนลูก เหตุใดถึงมาที่เรือนได้เล่า”

จงเยว่รีบมาเปิดประตูเรือนเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกของบุตรสาว ยิ่งเห็นใบหน้าของนาง เนื้อตัวสองแม่ลูกที่อาบน้ำจนสะอาดหน้ามอง ผมที่เก็บเรียบของทั้งคู่ นางก็อดจะอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงไม่ได้

เมื่อก่อนชิงหลินนางก็รักสวยรักงามเช่นสตรีทั่วไป แต่พอเจ๋อหยวนไม่สนใจนาง นางก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนมีสภาพไม่น่ามอง

“อาเยี่ยนหิวข้าวเจ้าค่ะ ในเรือนข้า...” นางไม่รู้จะพูดเรื่องขายหน้าออกมาเพื่ออันใดจึงเงียบปากลง

จงเยว่รับหลานชายไปอุ้มพร้อมทั้งพาสองแม่ลูกเข้ามาในเรือน ก่อนจะรีบไปหาอาหารมาให้พวกเขาได้กิน

ชิงหลิงนางไม่ได้ลงมือกินก่อนเช่นทุกครั้งที่มารดานำอาหารมาให้ เพราะครั้งนี้นางตักข้าวต้มป้อนบุตรชายเสียก่อน จงเยว่อดจะมองนางอย่างพิจารณาไม่ได้

“หลิงเออร์มารึ” โจวอู๋หลางกลับมาจากสวนก็เดินเข้ามาหาบุตรสาวที่อยู่ในห้องโถง

เขาก็มีอาการเช่นเดียวกับภรรยาที่มองบุตรสาวอย่างตกตะลึง ยิ่งหลายชายแล้วด้วย ทุกทีจะมีสภาพไม่ต่างจากขอทาน

“ท่านพ่อ ท่านกินอะไรมาหรือยังเจ้าคะ” ชิงหลิงเอ่ยถามบิดาเสียงหวาน

โจวอู๋หลางมองบุตรสาวด้วยน้ำตาคลอเบ้า นานเพียงใดแล้วที่เขาไม่ได้เห็นบุตรสาวร้องเรียกเสียงหวานเช่นนี้

“กำลังหิวอยู่พอดี” โจวอู๋หลางนั่งลง จงเยว่ก็รีบร้อนหาข้าวมาให้เขาทันที ทั้งสี่นั่งลงกินข้าวพร้อมกันอย่างมีความสุขในรอบสามปีก็ว่าได้

“ท่านแม่ ท่านจะไปไหนหรือไม่ ข้าจะฝากอาเยี่ยนเย็นๆ ข้าจะมารับเจ้าคะ”

“เจ้าจะไปที่ใด” เพราะบุตรสาวไม่ยอมออกไปข้างนอกมานาน จงเยว่จึงอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

“ข้าจะกลับไปเก็บเรือนเจ้าค่ะ” 

โจวอู๋หลางเกือบจะพ่นชาในปากออกมา เมื่อได้ยินสิ่งที่บุตรสาวเพิ่งพูดไป

“ดีดีดี แม่จะดูอาเยี่ยนให้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องมารับ ประเดี๋ยวอาเทียนกลับจากสำนักศึกษา แม่จะให้เขาพาหลานไปส่ง” จงเยว่กลัวบุตรสาวจะเดินเหนื่อยเพราะน้ำหนักตัวของนางที่เคลื่อนไหวลำบากจึงจะให้น้องชายเขาไปส่งจ้าวเยี่ยนให้

“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ” นางยิ้มหวานอย่างยินดี ก่อนจะหันไปมองอาเยี่ยนให้เป็นเด็กดีแล้วกลับเรือนของนางไป

“ตาเฒ่า ข้าหูฟาดไปหรือไม่” จงเยว่หันไปหาสามี

“เจ้าได้ยินเช่นใด ข้าก็ได้ยินเช่นนั้น” โจวอู๋หลางมองแผ่นหลังของบุตรสาวที่เดินกลับเรือนของนางไป

“อาเทียนกลับมา เจ้าก็ให้เขาเอาแป้ง ข้าวไปให้ หลิงเออร์มากเสียหน่อย นางคงกินไม่อิ่มถึงได้เป็นเช่นนี้” โจวอู๋หลางเอ่ยกลับจงเยว่อย่างปลงตก

หากชิงหลิงนางมาได้ยินเข้าคงได้โมโหจนได้ ยิ่งวันนี้สองสามีภรรยาเห็นบุตรสาวกินข้าวน้อยกว่าทุกครั้งก็ยิ่งเป็นห่วงนางมากขึ้น

ชิงหลิงเมื่อกลับมาถึงเรือน นางก็จัดการเก็บกวาดภายในห้องของนาง เพียงแค่ก้มๆ เงยๆ นางก็แทบจะหลังเสียแล้ว

นางรื้อของที่ชิงหลิงคนเดิมแอบเก็บไว้กินจนเหม็นเน่าทิ้งทั้งหมด ทั้งจะนำเสื้อผ้า ผ้าห่มออกไปซักก่อนเป็นอันดับแรก

เมื่อเดินมาที่โอ่งน้ำ นางก็แทบจะลมจับ เมื่อน้ำในโอ่งถูกนางสองแม่ลูกอาบไปจนหมดแล้ว ชิงหลิงจึงต้องแบกของทั้งหมดไปที่แม่น้ำ เพื่อซักผ้า

ยังดีที่เป็นเวลาสายแล้วชาวบ้านที่ริมน้ำจึงไม่เหลือสักคน ไม่เช่นนั้นพวกนางคงได้ตกใจจนตาย เพราะพบเจอเรื่องประหลาด ที่ชิงหลิงนางออกมาซักผ้า

ชิงหลิงใช้ฝักเจ้าเจี่ยวที่นางเก็บมาจนหมดกว่าเสื้อผ้าและผ้าห่มของนางจะสะอาด เมื่อกลับถึงเรือนเรี่ยวแรงที่นางทั้งซักผ้าทั้งแบกของ เดินกลับก็แทบจะไม่เหลือ

แต่ชิงหลิงก้ไม่อาจจะหยุดพักได้ ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้ก็ต้องเดินไปขอข้าวบิดามารดากินอีก นางต้องเดินกลับไปหาบน้ำที่แม่น้ำ เพื่อมาเติมให้เต็มโอ่ง

ยังดีที่แม่น้ำอยู่เพียงหลังเรือนไม่เช่นนั้นนางคงถอดใจ ไม่ล้างมันแล้วจาน แต่ก็ต้องท่องไว้ ไม่ล้างก็ไม่มีกิน

ฝักเจ้าเจี่ยวหลังเรือนถูกเด็ดมาใช้จนแทบจะเกลี้ยงต้น นางทั้งขัดทั้งต้มน้ำร้อนลวกจานชาม หม้อ ไห ตะเกียบ จนคิดว่าเชื้อโรคคงตายไปบ้างแล้วจึงได้นั่งพักอย่างเหนื่อยหอบ

เพียงนาน โจวเทียนก็พาอาเยี่ยนมาส่งให้นาง

ชิงหลิงหันไปมองด้วยแววตาที่อยากจะร้องไห้ นางยังไม่ได้หยุดพักเลยบุตรชายก็กลับมาเสียแล้ว

“พี่หญิง ผีเข้าหรือขอรับ ท่านถึงได้ลุกขึ้นมาเก็บกวาดเรือนเสียเรียบร้อยเช่นนี้”

โจวเทียนมองเรือนที่สะอาดตาของชิงหลิง พร้อมทั้งพูดเย้านางอย่างอดไม่ได้

“แล้วนั้นเจ้าเอาอะไรมาด้วย” ชิงหลิงถลึงตามองน้องชาย ก่อนจะถามถึงของที่อยู่ในตะกร้าด้านหลังของเขา

“ท่านพ่อท่านแม่ คิดว่าท่านอดข้าวจะเสียสติ จึงให้ข้าเอาของมาให้ท่าน”

“ห๊า” ชิงหลิงร้องออกมาอยากไม่อยากเชื่อ แต่เมื่อนั่งคิดก็คงไม่แปลกอันใด เพราะอยู่ๆ คนขี้เกียจจะลุกขึ้นมาขยันก็คงจะแปลกอย่างที่เขาว่า

“ช่างเถิด เจ้าช่วยข้าหาบน้ำได้หรือไม่” ชิงหลิงนางกะพริบตาปริบๆ มองน้องชายเพื่อให้เขาเห็นใจ

“ทำยังกับท่านไม่เคยใช้ข้าเสียอย่างนั้น” โจวเทียนแบกถังน้ำออกไปหาบน้ำอย่างรวดเร็ว เพราะทุกครั้งที่เขามาที่เรือนของพี่สาวเขาก็ต้องทำเช่นนี้ทุกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักของจักรพรรดิ
9.8
เฉียวชูเยว่อุทิศตนดูแลสามีจนได้เป็นขุนนาง ทว่าเขากลับทรยศนางด้วยความโลภและเจ้าชู้ เพื่อปกป้องอนาคตของเขา นางจำต้องยอมทอดกายรับใช้จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดอย่างกล้ำกลืน ขณะที่สามีเสวยสุขในลาภยศและสตรีอื่น นางกลับถูกตอบแทนด้วยใบหย่าและถูกไล่ล่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุด จักรพรรดิได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอให้นางมาเป็นผู้หญิงของพระองค์ เพื่อแลกกับการคุ้มครองไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกนางได้อีกตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน
7.9
เมื่อพี่ชายของมนตราคือต้นเหตุที่ทำให้คนรักของโดมต้องจบชีวิตอย่างน่าสลด เขาจึงกลับมาเพื่อชำระแค้นและมอบบทลงโทษที่แสนเร่าร้อนให้เธอเป็นการตอบแทน ทว่าเธอกลับไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่เป็นแม่มดผู้มีมนตรามหาเสน่ห์ที่ร่ายเวทให้เขาตกหลุมพรางแห่งความปรารถนาจนยากจะถอนตัว แม้จะพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกและยึดมั่นในความเกลียดชังเพียงใด แต่หัวใจของซาตานร้ายกลับพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์อันเย้ายวนจนไม่อาจต้านทานรักครั้งนี้ได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักแม่ทัพปีศาจ
8.2
ว่านฉีฉีบุตรสาวเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ถูกส่งไปปักกิ่งเพื่อความปลอดภัย แต่สถาบันที่เธอเข้าเรียนกลับนำพาเธอย้อนสู่อดีตท่ามกลางสงครามล้างเมืองต้าเยียน ณ เมืองจี้ เธอได้พบกับหลี่เหวินฉาง แม่ทัพผู้โหดเหี้ยมอำมหิตในคืนพระจันทร์สีเลือด เขาชิงตัวสาวงามจากอนาคตมาเป็นสตรีบำเรอโดยหารู้ไม่ว่าเธอซ่อนพลังนางพญามารเอาไว้ ขณะที่ตัวเขาเองคือแม่ทัพปีศาจแห่งเฉียนฉินผู้แสนเย็นชา ทั้งคู่ต้องเผชิญชะตากรรมที่ผูกพันด้วยอำนาจมืดและความเสน่หาท่ามกลางไฟสงคราม
หน้าปกนวนิยาย เจียงซินเฟย จันทราตำหนักเย็น
8.5
เจียงซินเฟยเป็นเพียงพระสนมชั้นผู้น้อยที่ถูกลืมเลือนอยู่ในมุมมืดของวังหลัง แม้แต่พระนามของนางฮ่องเต้ก็ยังทรงจำไม่ได้ ทว่าค่ำคืนแห่งวสันต์เพียงคืนเดียวกลับตราตรึงอยู่ในหฤทัยอย่างประหลาด ท่ามกลางภาระงานราชกิจอันหนักอึ้งที่ทำให้จักรพรรดิผู้เย็นชาละเลยเรื่องสตรี สิ่งที่สั่นคลอนความรู้สึกของพระองค์กลับไม่ใช่ความเร่าร้อน แต่เป็นแววตาอันแสนโศกเศร้าของนางที่สะท้อนท่ามกลางความเงียบเหงาในตำหนักเย็นแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ยอดรักจิ้งจอกมาร
9.2
กงอวิ๋นเทียน รองแม่ทัพแห่งเป่ยซีได้รับบาดเจ็บกลางสมรภูมิและถูกช่วยชีวิตโดยหญิงเก็บสมุนไพรลึกลับ แม้ความจำจะสูญสิ้นแต่เขากลับตกหลุมรักนางอย่างลึกซึ้ง ทว่าความรักที่เปี่ยมด้วยตัณหาและการครอบครองกลับกลายเป็นอาวุธที่ทำร้ายนางอย่างสาหัสโดยไม่ตั้งใจ ความเห็นแก่ตัวบดบังความจริงที่ว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่แท้จริงแล้วนางคือปีศาจจำแลงกายมา บทสรุปของความสัมพันธ์ต้องห้ามท่ามกลางสงครามแคว้นจึงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะเลือนหาย