
สัมพันธ์ลับเพื่อนพ่อ
ตอน 3
เช้าวันต่อมาอันดาลงมารับมื้อเช้าด้วยสีหน้าไม่ดีนัก ยิ่งเห็นสองแม่ลูกนั่งฉีกยิ้มหวานกับพ่อแสดงละครเป็นครอบครัวอบอุ่นใส่เธอก็ยิ่งอยากอ้วกสักทีแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ แค่นี้เธอก็เปรียบเสมือนกลายเป็นคนนอก เป็นนางร้ายในสายตาของพ่อตัวเองมากพอแล้ว
วิชิตรเหลือบมองลูกสาวตัวดีแวบหนึ่งถึงได้พูดขึ้นมา
"เก็บกระเป๋าหรือยัง"
"หนูไม่เก็บ ยังไงหนูก็ไม่ไปค่ะ"
"ก็แล้วแต่ แต่แกจำไว้ว่าต่อจากนี้แกต้องหาเงินใช้เอง"
"คุณคะ อย่าดุลูกนักเลย"
เพ็ญนภาลูบแขนสามีพลางเอ่ยเสียงนุ่มคล้ายปลอบให้เขาใจเย็น แต่ทว่าสายตาที่มองไปยังลูกเลี้ยงกลับแฝงไว้ด้วยแววตาและรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างคนเหนือกว่า
อันดาเห็นแบบนั้นก็หัวเราะในลำคออย่างไร้เสียง เรื่องตอแหลไม่มีใครเกินแม่เลี้ยงของเธอคนนี้หรอก
"อันอย่าดื้อกับคุณพ่อเลยนะ"
นี่ก็อีกคน เล่นบทพี่สาวใจดีเก่งจริง ๆ
"เหอะ สาระแน"
อันดารวบช้อนเข้าด้วยกันพลางลุกขึ้น เธอไม่อยากอยู่ร่วมโต๊ะต่อกับคนพวกนี้ พาลให้มื้อเช้าไม่อร่อยจริงๆ
ฟ้าใสกัดปากด้วยความไม่พอใจที่โดนด่า แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ต่อหน้าพ่อเลี้ยงเธอยังต้องรับบทพี่สาวที่แสนดี ได้แต่ลอบส่งสายตากับแม่อย่างลับ ๆ ลับหลังพ่อเลี้ยง ทั้งคู่พยักหน้าให้กันพลางคิดในใจอย่างตรงกันว่าแผนที่พวกเธอสองแม่ลูกวางไว้น่าจะเป็นไปได้ด้วยดี
'ทำไงดีเม พ่อขู่จะไม่ให้เงินเราใช้'
อันดาฟุบหน้าลงบนท่อนแขนหลังส่งแชทหาเพื่อนสาวคนสนิทอย่างเมเปิ้ล วันนี้เธอยังไม่ได้นัดเพื่อนออกไปเที่ยวไหนทั้งนั้น ได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ เบื่อหน่ายอยู่ในห้อง
'อ้าว ทำไมงั้น'
'เกรดตกน่ะสิ พ่อโกรธมาก'
'จริงอะ เกรดเธอต่ำกว่าเทอมที่แล้วแค่นิดเดียวเองนะ'
เมเปิ้ลถามด้วยความแปลกใจ อันดาเรียนเก่งจะตาย เกรดตกแค่นิดหน่อยถึงกับกลายเป็นปัญหาใหญ่ขนาดนี้เชียวเหรอ
'อื้อ ใช่ แถมพ่อจะให้เราไปทำงานที่อื่นด้วย'
'แล้วอันทำไง ยอมไปเหรอ'
'ไม่ยอมหรอก เมื่อเช้าก็ทะเลาะกันไปทีหนึ่งแล้ว'
เมเปิ้ลไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรมากนัก เธอแค่บอกให้อันดาไปอ้อนพ่อแล้วขอโทษ แต่มีหรือที่คนที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจทุกอย่างเช่นอันดาจะยอมไป ความดื้อรั้นและทิฐิของเธอสูงลิบ ยิ่งพ่อไม่อยากให้เธอออกไปเที่ยวเธอก็ยิ่งอยากออกไป นิ้วเรียวรีบพิมพ์ข้อความใหม่ส่งให้เพื่อนทันที
'ออกมาเจอที่เดิมตอนสิบเอ็ดโมงนะเม'
หลังได้รับคำตอบตกลงจากเพื่อนสนิทแล้วอันดาก็รีบลุกไปแต่งตัว เด็กสาวเลือกใส่ชุดมินิเดรสสายเดี่ยวสีครีมเพิ่มความหวาน แต่ก็ยังดูเปรี้ยวเซ็กซี่เพราะเนินอวบอิ่มที่ล้นออกมาบริเวณอก เครื่องมีประดับมีเพียงสร้อยเส้นเล็กกับกำไลข้อมือเข้าคู่กันจากแบรนด์ดัง ผมลอนราวเกลียวคลื่นถูกรวบไว้ด้วยโบว์ทั้งสองข้าง หน้าตาจิ้มลิ้มแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์เพียงบางเบาก็เพียงพอแล้วเพราะเธอมีเครื่องหน้าที่ครบครัน อันดาตรวจความเรียบร้อยหน้ากระจกแล้วถึงได้ไปหยิบกระเป๋าจากในตู้ที่จะถือไปด้วยในวันนี้
ตอนลงมาชั้นล่างยังไม่วายเห็นภาพครอบครัวอบอุ่น ทั้งสามคนนั่งอยู่หน้าทีวี พูดคุยพลางหัวเราะอย่างมีความสุข เป็นอีกครั้งที่อันดารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนนอก เธอสะบัดหน้าหนีทำเป็นไม่สนใจ แม้ลึก ๆ แล้วจะรู้สึกเจ็บแค่ไหนแต่เธอจะไม่มีวันแสดงมันออกมาให้สองแม่ลูกเห็นเด็ดขาด
เมื่อเดินทางไปถึงห้างเธอกับเมเปิ้ลก็เดินเข้าร้านอาหารประจำก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเช้าเธอกินไปนิดเดียวเมเปิ้ลเองก็ยังคงไม่ได้กินอะไรตามประสาคนตื่นสาย ทั้งคู่จึงสั่งอาหารจานโปรดคนละอย่างสองอย่างพร้อมเครื่องดื่ม รอไม่นานทุกอย่างก็เซิร์ฟขึ้นโต๊ะ สองเพื่อนสนิทกินไปพลางคุยกันไปเรื่อยเปื่อย
"คิดว่าเป็นแผนของสองแม่ลูกนั่นเหรอ?"
"ใช่น่ะสิ คุณพ่อไม่มีทางคิดอะไรแบบนี้หรอก วัน ๆ ยุ่งแต่เรื่องงานเรื่องธุรกิจน่ะแหละ"
เมเปิ้ลยักไหล่ เธอเห็นด้วยกับเพื่อนว่าคุณลุงยุ่งแต่เรื่องงานจริง ๆ ส่วนแม่เลี้ยงเพื่อนเธอก็ร้ายจะตายทำไมคุณลุงถึงไม่รู้เรื่องนี้สักที พวกผู้ชายมักเก่งเรื่องอื่นเสมอแต่ไม่ทันมารยาหญิงหรอก
อันดาใช้กระดาษทิชชู่ซับปาก มือสวยยกขึ้นเป็นสัญญาณให้พนักงานมาเก็บเงิน บัตรเครดิตสีเงินเรียบลื่นถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าหนังชั้นเยี่ยมแบรนด์หรูแล้วยื่นให้บริกรชาย ชายหนุ่มจากไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องรอ ทว่าไม่นานนักบริกรชายคนนั้นก็เดินกลับมาพร้อมกลับเอ่ยอย่างสุภาพ
"บัตรของคุณลูกค้าไม่สามารถชำระได้ครับ"
อันดามีสีหน้างุนงง เธอรับบัตรเครดิตใบนั้นคืนมาแล้วยื่นอีกใบไปให้เขา
"ใบนี้ก็ได้ค่ะ"
ทว่าหลังจากบริกรชายจากไปไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับใบหน้าจืดเจื่อน
"ขออภัยคุณลูกค้านะครับ ใบนี้ก็ชำระไม่ได้ครับ"
"อะไรนะคะ"
"บัตรชำระไม่ได้จริง ๆ ครับ ผมลองหลายครั้งแล้ว"
"เอาใบนี้ไปแทนค่ะ"
เมเปิ้ลช่วยแก้สถานการณ์ เธอยื่นบัตรเครดิตของตัวเองให้พนักงานแทนพลางจับไหล่เพื่อนที่กำลังหน้าเสีย
"หรือว่าคุณพ่อจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ อะเม"
น้ำเสียงใส ๆ เริ่มสั่นเครือ บัตรเครดิตที่รับคืนมาจากพนักงานถูกอันดากำเอาไว้แน่นจนเริ่มงอ
"มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ อย่าคิดมากเลยนะ คุณลุงไม่ทำจริง ๆ หรอก"
เมเปิ้ลพูดปลอบใจเพื่อนสนิทพลางลูบแผ่นหลังของเธอ อันดาเหลือพ่อเพียงคนเดียว เธอไม่อยากให้คุณลุงใจร้ายกับเพื่อนเธอนัก แค่นี้เพื่อนเธอก็เจ็บปวดมากพอแล้ว
เมเปิ้ลที่หวังดีไม่อยากให้เพื่อนสนิทคิดมากจึงชวนอันดาเข้าช็อป แบรนด์เนมตามปกติเพื่อดูคอลแลคชั่นใหม่เหมือนทุกที แต่ทว่าคราวนี้ทุกอย่างกลับแย่ลง เพราะตอนจะจ่ายเงินค่ากระเป๋าใบใหม่บัตรเครดิตของอันดาดันใช้ไม่ได้สักใบ!
"คุณพ่อทำจริงด้วยอะเม"
คุณอาจจะชอบ





