ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ฟ้าแลบ

วิวาห์ฟ้าแลบ

หลู่ชิงชิงตัดสินใจแต่งงานทันทีกับคนแปลกหน้าหลังถูกแฟนที่คบมานานหักหลังไปหาเพื่อนสนิท ทว่าชีวิตหลังวิวาห์ฟ้าแลบกลับผิดคาด เมื่อสามีใหม่คอยดูแลเธออย่างดี ทั้งสนับสนุนงานและช่วยงานบ้านจนเธอมีความสุข แม้เขาจะชอบเลี่ยงตอบคำถามเวลาช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆ ให้เธอเสมอ จนกระทั่งชิงชิงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เธอจึงได้เห็นชายหน้าเหมือนสามีตัวเองปรากฏตัวบนนิตยสารการเงินระดับโลก ในฐานะมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ซ่อนตัวตนอยู่ข้างกายเธอมาตลอด
ตอน
แชร์

ตอน 3

เนื่องจากเธอหันหลังให้กับลู่ชิงชิงอยู่ ฉินฮันเยว่จึงพูดอย่างเมามันส์

“ตอนที่ลู่ชิงชิงเรียนมหาวิทยาลัย เธอเคยกิ๊กกั๊กกับอาจารย์ผู้ชายคนหนึ่งด้วยนะ ฉันได้ยินมาว่าอาจารย์ช่วยเธอเขียนวิทยานิพนธ์ด้วย”

“ก็ใครใช้ให้เธอสวยซะขนาดนั้นล่ะ” พนักงานต้อนรับพูดออกมาอย่างอิจฉา

“เธอสวยตรงไหน หน้าตาอย่างกับนางจิ้งจอก แค่เธอรู้จักอ่อยผู้ชายก็แค่นั้น” ฉินฮันเยว่พูดอย่างไม่พอใจ

“นั่นถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวของเธอ ฉันได้ยินมาว่าแฟนของเธอหล่อมาก แล้วเขาก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นของพวกเธอด้วยใช่ไหม?”

“หึ!” ฉินฮันเยว่พูดด้วยความรู้สึกภูมิใจเล็กน้อย “ตอนนี้หลินซั่วเป็นแฟนฉันแล้วล่ะ”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” พนักงานแผนกต้อนรับตื่นเต้นขึ้นมาทันที “หมายความว่าลู่ชิงชิงถูกทิ้งงั้นเหรอ?”

“ฉันถูกทิ้งแล้วเธอต้องดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ?” จู่ ๆ ลู่ชิงชิงก็พูดขึ้น ทำให้ทั้งสองคนตกใจจนสะดุ้งโหยง

“เธอเป็นผีรึไง เดินมาไม่รู้จักให้ซุ่มให้เสียง ฉันตกใจหมด” ฉินฮันเยว่มองบนใส่ลู่ชิงชิง

“ฉินฮันเยว่ แทนที่เธอจะเอาเวลามานินทาคนอื่นแบบนี้ ฉันว่าเธอเอาเวลาไปช่วยหลินซั่วส่งเรซูเม่ให้ได้เยอะ ๆ ดีกว่านะ ไม่อย่างนั้น หากต้องอาศัยแค่เงินเดือนของเธอ เธอไม่มีทางเลี้ยงเขาไหวหรอก”

แม้ว่าฉินฮันเยว่ และลู่ชิงชิงจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน แต่ลู่ชิงชิงกลับได้เป็นหัวหน้าแผนกการเงินไป ส่วนเธอยังคงเป็นแค่แคชเชียร์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นเงินเดือนของพวกเธอสองคนจึงแตกต่างกันมาก

แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ ลู่ชิงชิงก็ยังต้องทำงานถึงสามงาน โดยต้องไปแจกใบปลิวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นงานเสริม แล้วก็ต้องไปเป็นนางแบบในบริษัทโฆษณา ซึ่งก็เป็นเพราะว่ารายจ่ายของหลินซั่วไม่ใช่น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเติมเกม ซื้อของฟุ่มเฟือย ไปเหมาบาร์ เขาใช้เงินราวกับเป็นสายน้ำอย่างไรอย่างนั้น

ซึ่งแน่นอนว่าลู่ชิงชิงจะไม่เตือนฉินฮันเยว่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ด้วยความหวังดีใด ๆ ทั้งสิ้น

เวลานี้ฉินฮันเยว่กำลังคิดว่าเธอได้พบทรัพย์สมบัติมีค่าอยู่ เมื่อเธอได้ยินคำพูดเหน็บแนมของลู่ชิงชิง เธอจึงคิดว่าลู่ชิงชิงอิจฉาเธอ

ดังนั้นเธอจึงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มดูถูกว่า “ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ เพราะบริษัท เซิงทงได้แจ้งให้หลินซั่วของฉันไปสัมภาษณ์แล้ว เธอคงจะรู้จักบริษัท เซิงทงใช่ไหมล่ะ? เป็นบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ให้เงินเดือนอยู่ที่สองแสนห้า”

ฉินฮันเยว่ยื่นมือสองข้างออกมาพร้อมข้างหนึ่งกางห้านิ้วและอีกข้างหนึ่งกางสองนิ้วออก แล้วโบกมือไปมาต่อหน้าลู่ชิงชิง “อิจฉาเหรอ อิจฉาใช่ไหมล่ะ?”

“ไร้สาระ!” ลู่ชิงชิงเลี่ยงเดินอ้อมฉินฮันเยว่ไป แล้วก็กลับไปที่ห้องทำงานของเธอ

เธอมองดูบิลกองโตที่ยังไม่ได้จัดการอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ

“นี่มันงานของแคชเชียร์ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงเอามาให้ฉันล่ะ? ลู่ชิงชิงถามผู้ช่วย

“หัวหน้าซูบอกว่าช่วงนี้ฉินฮันเยว่ไม่ค่อยสบาย จึงให้คุณช่วยทำให้เธอหน่อยค่ะ” ผู้ช่วยตอบ

“ให้ฉันทำให้อีกแล้วเหรอ?” ลู่ชิงชิงโกรธมากจนโยนแฟ้มนั้นลงบนโต๊ะทำงาน ทำให้บิลกระจัดกระจายไปทั่วพื้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้ว่าฉินฮันเยว่เป็นคนหัวหมอขนาดนี้ แต่ตอนนี้ลู่ชิงชิงรู้สึกว่าเธอโง่มากที่ไปมองว่าฉินฮันเยว่เป็นเพื่อนสนิท เหมือนเปิดรับให้หมาป่าเข้ามาในบ้านตัวเองไม่มีผิด

ตลอดทั้งวัน ลู่ชิงชิงยุ่งมากจนไม่มีเวลาแม้แต่จะดื่มน้ำเลยด้วยซ้ำ เรื่องกินข้าวนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เมื่อกลับถึงบ้านในตอนเย็น เธอก็กินแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น

จากนั้นเธอก็วิดีโอคลอไปหาย่า ตอนนี้ย่ายังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ดังนั้นลู่ชิงชิงจึงไม่ได้พูดเรื่องอาการป่วยของย่ามากนัก แล้วก็บอกให้ย่าทำตามคำแนะนำของหมอ ให้ความร่วมมือในการรักษาตัวให้มาก ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน

ย่ารู้ว่าลู่ชิงชิงงานยุ่ง ย่าก็เลยปลอบใจเธอกลับ แล้วก็บอกเธอว่าไม่ต้องกังวลกับอาการป่วยของย่า

ลู่ชิงชิงอยากจะเล่าเรื่องการแต่งงานของเธอให้ย่าฟังอยู่หลายครั้ง แต่เธอก็ได้แต่กลืนคำพูดเหล่านั้นลงไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ชิงชิงรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย ปวดเมื่อยไปทั่วตัว เธอจึงขอลาหยุด

เมื่อถึงตอนเที่ยง พอเธอรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว เธอจึงเริ่มเก็บข้าวของโดยตั้งใจจะย้ายไปบ้านของตระกูลเซิงในตอนเย็น

พอคิดว่าจะต้องนอนบนเตียงเดียวกันกับชายแปลกหน้า ลู่ชิงชิงก็รู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก

ในตอนเย็น ลู่ชิงชิงก็ถือกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งกับข้าวของของเธอติดตัวไป แล้วก็มาถึงที่อยู่ที่เซิงหมิงซีส่งมา

บ้านหมายเลข 88 ซอยจินหยวน หูถง

ซอยจินหยวน หูถงตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ ซอยแคบมาก ๆ สองข้างทางมีจักรยาน รถสามล้อไฟฟ้า แล้วก็ของจิปาถะต่าง ๆ วางกองเอาไว้

ลู่ชิงชิงที่กำลังลากปกระเป๋าสัมภาระอยู่ เดินสะดุดนู้นสะดุดนี่ไปตลอดทาง ในขณะที่เดินก็คอยถามทางไปด้วย แต่ก็ยังหาบ้ายหมายเลข 88 ไม่เจอสักที

หลังจากที่หาไม่สักพัก เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะหลงทางเข้าแล้ว

เพราะยิ่งเดินเข้าไปด้านในมากเท่าไร สภาพแวดล้อมก็จะดูหรูหรา และสะอาดมากขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงแค่มีถนนที่กว้างขวางขึ้น แต่ยังเห็นโรงจอดรถส่วนตัวอีกด้วย

แล้วบ้านหมายเลขแปดสิบแปดอยู่ไหนกันนะ?

หลังจากถามมาหลายคนแล้ว ทุกคนก็บอกให้เธอเดินเข้าไปข้างในตลอดเลย แต่เธอเดินไปเกือบจะสุดทางแล้วก็ยังไม่เห็นบ้านหมายเลขแปดสิบแปดอยู่ดี

ลู่ชิงชิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องโทรหาเซิงหมิงซี แต่หลังจากโทรไปครั้งแล้วครั้งเล่ากลับไม่มีใครรับสายเลย......

สุดท้ายเขาก็ปิดเครื่องไป

ลู่ชิงชิงทั้งร้อนใจทั้งโกรธ เขาเป็นอะไรไปเนี่ย?

เขาเป็นคนบอกให้เธอย้ายมาที่นี่เย็นนี้เอง นอกจากจะไม่ไปรับเธอที่บ้านแล้ว ตอนนี้พอเธอหลงทาง เขายังจะไม่รับสายเธออีกเหรอ

ลู่ชิงชิงเริ่มรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย เธอจึงมานั่งยอง ๆ อยู่บนบันไดหินถัดจากเขตสวน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว จู่ ๆ ก็มีแสงไฟรถส่องแยงตาเข้ามา

ลู่ชิงชิงจึงเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นเซิงหมิงซีที่อยู่หลังแสงไฟนั้นลงมาจากรถ

ลู่ชิงชิงต้องการจะลุกขึ้น แต่เป็นเพราะเธอนั่งยอง ๆ มานานเกินไป ขาของเธอจึงชาจนไม่สามารถยืนได้ เธอจึงล้มลงไปข้างหน้าทันทีที่ลุกขึ้นมา

แต่กลับไม่มีความเจ็บปวดอย่างที่คาดคิดเอาไว้ เพราะแขนที่แข็งแรงกำยำของเซิงหมิงซีมาคว้าตัวของลู่ชิงชิงเอาไว้ซะก่อน

“ขอบคุณค่ะ” ลู่ชิงชิงพูดอย่างประหม่า

“ทำไมไม่เข้าไปล่ะ?”

“ฉันไม่รู้ว่าหลังไหนคือหมายเลขแปดสิบแปด”

“คนที่โทรหาผมเมื่อเย็นคือคุณเหรอ?” เมื่อกี้นี้เซิงหมิงซีกำลังประชุมกับผู้บริหารระดับสูงอยู่ พอโทรศัพท์มือถือของเขาดังไม่หยุด เขาจึงปิดเครื่องไปเลย

“ค่ะ แล้วทำไมไม่รับสายล่ะคะ?” ลู่ชิงชิงเริ่มโกรธขึ้นมา ผู้ชายคนนี้แกล้งโง่เก่งจริง ๆ

“เราเข้าไปกันเถอะ” เซิงหมิงซีไม่ได้อธิบายอะไร เขาแค่หยิบกุญแจออกมา แล้วก็เดินไปที่บ้านหลังตรงข้ามของลู่ชิงชิงทันที

นี่คือบ้านหมายเลขแปดสิบแปดงั้นเหรอ? ลู่ชิงชิงเหลือบมองเลขที่บ้านที่ถูกกิ่งไม้บังไว้ แล้วก็พบว่าเป็นเรื่องจริง

เมื่อเซิงหมิงซีเปิดประตู ป้าคนหนึ่งที่อายุประมาณห้าสิบปีก็ออกมา

“หลิวอาอี๋ คุณปู่หลับแล้วเหรอ?”

“ยังหรอกค่ะ เห็นบอกว่าจะรอพวกคุณกลับมา”

เซิงหมิงซีสาวเท้าเดินเข้าไปในประตูใหญ่โดยไม่ได้สังเกตเห็นลู่ชิงชิงที่กำลังพยายามลากกระเป๋าเดินทางอยู่ข้างหลังเขาเลยสักนิด

บันไดสูงมาก ลู่ชิงชิงจึงต้องใช้พละกำลังทั้งหมดของเธอเพื่อดึงของขึ้นไปทีละขั้น

ทันใดนั้นก็มีมือใหญ่ ๆ ข้างหนึ่งเอื้อมมา แล้วก็หยิบกระเป๋าเดินทางจากมือของลู่ชิงชิงไป

เธอรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาเล็กน้อย

ในภาพจำของลู่ชิงชิง หลินซั่วไม่เคยช่วยเธอยกของเลย

ร่วมทั้งการย้ายบ้านครั้งล่าสุด หลินซั่วไม่แม้แต่จะขยับตัวเลย เธอเป็นคนออกแรงย้ายของ ยกกล่องใหญ่ ๆ ที่หนักเจ็ดแปดกล่องขึ้นไปชั้นบนด้วยตัวเอง

ขนาดเธอทำถึงขนาดนี้แล้ว หลินซั่วก็ยังมองว่าเธอขี้เกียจ เขาว่าเธอว่าย้ายขึ้นมาแล้วก็เอาวางไว้ตรงนั้นเฉย ๆ ไม่รู้จักเก็บข้าวของให้มันเรียบร้อย ส่วนตัวเขาเอาแต่เล่นเกมอย่างเดียว แถมยังบอกให้เธอสั่งอาหารเดลิเวอรี่ให้อีก

“ทำไมยังไม่เข้ามาอีกล่ะ?”

เสียงที่ไม่พอใจของเซิงหมิงซีดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของลู่ชิงชิง

เธอจึงเดินเข้าประตูใหญ่ไป

ลานบ้านไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดอะอ้าน มีกระถางต้นไม้นานาชนิดวางเรียงอยู่ตามผนัง

“โอ๊ย!” จู่ ๆ ลู่ชิงชิงก็ร้องออกมา

เป็นเพราะเธอมัวแต่มองไปรอบ ๆ จึงเหยียบก้อนกรวดเข้าโดยไม่ทันระวัง ทำให้เธอเกือบจะล้มลง

เซิงหมิงซีหันกลับมามอง

แต่ลู่ชิงชิงก็โบกมืออย่างประหม่าพลางพูดออกมาว่า “ไม่เป็นไรค่ะ”

เซิงหมิงซีเหลือบมองก้อนกรวดบนพื้นแวบหนึ่ง แล้วก็เดินเข้าไปเตะพวกมันไปด้านข้าง จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมา

มือเขาเห็นข้อต่อนิ้วที่ชัดเจนมาก แถมยังมีความด้านเล็กน้อย น่าจะเป็นร่องรอยจากการเข้าฟิตเนสมาตลอดหลายปี

ลู่ชิงชิงไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร

ส่วนเซิงหมิงซีก็เม้มริมฝีปากแน่น

ในวินาทีถัดมา เขาก็เป็นฝ่ายจับมือลู่ชิงชิงก่อน

ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือมา ทำให้หัวใจของลู่ชิงชิงสั่นไหวเล็กน้อย เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลผ่านเข้าไปในหัวใจ

เซิงหมิงซีเอากระเป๋าเดินทางส่งให้หลิวอาอี๋ แล้วก็พาลู่ชิงชิงไปที่หน้าประตูห้องของคุณปู่

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ
8.9
สามวันก่อนวิวาห์ ซวี่โม่พบความจริงที่เจ็บปวดว่าแฟนหนุ่มที่รักกันมาสามปีแอบจัดงานแต่งกับเพื่อนสนิท โดยอ้างเหตุผลว่าฝ่ายหญิงป่วยเป็นอัลไซเมอร์และต้องการทำตามความหวังสุดท้ายของเธอ เขาขอเลื่อนงานแต่งกับซวี่โม่ไปอย่างไร้กำหนดจนกว่าคนรักเก่าจะลืมเขาได้สนิท เธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้อย่างเยือกเย็นและโทรหาครอบครัวเพื่อรับข้อเสนอวิวาห์ทางการเมืองกับทายาทผู้เย็นชาแห่งตระกูลฟู่แทน โดยสั่งให้เตรียมตัวมารับเธอเป็นเจ้าสาวในอีกสามวันข้างหน้าทันที
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ
8.0
เมื่อนิโคลัสเอ่ยปากขอจูบด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน พุดแก้วจึงยอมมอบสัมผัสแสนหวานให้ด้วยความประหม่า ทว่าอ้อมกอดที่รัดแน่นกลับแสดงถึงความต้องการที่มากกว่านั้น แม้เธอจะพยายามเว้นระยะห่างเพราะรู้ทันว่าเขาคงไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่ พร้อมเตือนสติฝ่ายชายว่าเขากำลังบาดเจ็บจนขาหักอยู่ แต่นักธุรกิจหนุ่มเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมแพ้ เขาโต้ตอบอย่างมีเลศนัยว่าถึงแม้ขาจะขยับไม่ได้ แต่ร่างกายส่วนอื่นของเขายังคงแข็งแรงและพร้อมจะเดินหน้าต่ออย่างเต็มที่
หน้าปกนวนิยาย วางแผนเพื่อเธอ
9.0
ตลอดสามปีเสิ่นเฉียวทุ่มเทรักให้ลี่จิ่งฮั่นอย่างหมดใจ แต่เขากลับนำผลงานภาพถ่ายที่เธอแลกชีวิตมาไปมอบให้คนรักใหม่เพื่อชิงรางวัล เมื่อความเจ็บปวดถึงขีดสุดเธอจึงเลือกหย่าขาดเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมา ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังพิสูจน์ตัวเอง ศัตรูทางธุรกิจของอดีตสามีกลับก้าวเข้ามาพร้อมข้อเสนอที่น่าเหลือเชื่อ เขาอ้างว่าต้องการคืนความยุติธรรมให้คนเก่ง แต่แท้จริงแล้วกลับรุกคืบเข้าหาเธออย่างหนัก จนเธอได้รู้ว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือแผนการที่เขาวางไว้เพื่อครอบครองเธอเพียงคนเดียว
หน้าปกนวนิยาย ประธานคนนี้สามีของฉัน
7.9
เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งเริ่มถอดใจจากเส้นทางน้ำหมึก ในคืนที่เมามายจนขาดสติ เธอจึงตะโกนประกาศกร้าวว่าอยากขายตัวแทนการเขียนนิยาย คำพูดพลั้งปากนั้นนำพาเธอไปสู่การป่าวประกาศกลางงานวิวาห์ว่า ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่คือสามีของเธอ! สำหรับเขาผู้เป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งและเชื่อมั่นในรักแรกพบ เมื่อสาวในดวงใจเสนอขายตัวให้มีหรือที่เขาจะปฏิเสธโอกาสนี้ ความสัมพันธ์วุ่นๆ ระหว่างท่านประธานหนุ่มและนักเขียนช่างฝันจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย รักไร้ค่า
9.2
เจียงหว่านติดอยู่ในกรงขังของการแต่งงานตามข้อตกลงที่ไร้รัก แม้เธอจะมอบหัวใจให้เผยเสี้ยน แต่เขากลับเลือกอยู่กับผู้หญิงอีกคนในยามที่เธอต้องการเขามากที่สุด ความเจ็บปวดทำให้เธอตัดสินใจหย่าเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง ทว่าเมื่อเธอจากไป เขากลับเพิ่งรู้ซึ้งถึงค่าของเธอ ท่ามกลางคู่แข่งมากมายที่รอขายขนมจีบ มหาเศรษฐีหนุ่มจึงยอมทุ่มเงินร้อยล้านเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว และหวังจะพาภรรยาคนเดิมกลับมาแต่งงานใหม่อีกครั้ง