ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ห้าปี กับ หนึ่งคำโกหก อันแสนสาหัส

ห้าปี กับ หนึ่งคำโกหก อันแสนสาหัส

ตลอด 5 ปีของการแต่งงาน ฉันเชื่อเสมอว่าชีวิตคู่ของเราสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งอีเมลแจ้งเตือนงานศีลจุ่มของเด็กชายคนหนึ่งที่มีนามสกุลเดียวกับสามีปรากฏขึ้น ภาพที่เขาอุ้มลูกชายตัวน้อยโดยมีเน็ตไอดอลชื่อดังอยู่เคียงข้างในโบสถ์ ทำให้ความจริงอันเจ็บปวดเปิดเผยว่าเขาแอบสร้างครอบครัวซ้อนในขณะที่ปฏิเสธการมีลูกกับฉัน เมื่อตระหนักว่าเวลาที่อ้างว่าทำงานหนักคือการมอบให้หญิงอื่น ฉันจึงตัดสินใจตอบรับทุนวิจัยที่ซูริกเพื่อทวงคืนอนาคตและทิ้งชีวิตที่เต็มไปด้วยคำลวงนี้ไปทันที
ตอน
แชร์

ตอน 2

"ทุนยังว่างอยู่นะครับคุณอลิน เรายินดีมากที่จะได้คุณมาร่วมโครงการ" เสียงของผู้อำนวยการอบอุ่นผ่านสายโทรศัพท์ "แต่คุณเข้าใจเงื่อนไขใช่ไหมครับ หกเดือน แยกตัวโดยสิ้นเชิง ห้ามติดต่อโลกภายนอก"

"เข้าใจค่ะ" ฉันพูด มันคือสิ่งที่ฉันต้องการพอดี สถานที่ที่จะหายตัวไป

"เราสามารถจัดการทุกอย่างให้คุณได้" เขาสัญญา "แค่แจ้งแผนการเดินทางของคุณมาก็พอ"

"ขอบคุณค่ะ" ฉันพูด แสงแห่งความหวังริบหรี่ส่องผ่านความชาด้าน "แล้วเจอกันที่ซูริกค่ะ"

ฉันวางสายแล้วขับรถตรงกลับบ้าน บ้านของเรา

ประตูหน้าเปิดเข้าไปสู่ห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของชีวิตคู่ของเรา แก้วกาแฟคู่บนเคาน์เตอร์ รูปถ่ายของเราในวันแต่งงานบนหิ้งเหนือเตาผิง แขนของเขาโอบรอบตัวฉันอย่างแน่นหนา ผ้าห่มแคชเมียร์ที่เขาซื้อให้ฉัน พาดอยู่บนโซฟาที่เราเคยนอนกอดกันดูหนัง

ความรู้สึกขยะแขยงถาโถมเข้ามา

ฉันคว้าถุงขยะจากในครัวแล้วเริ่มเดินไปทั่วบ้านเหมือนพายุ แก้วกาแฟถูกโยนลงไปก่อน แตกกระจายอยู่ที่ก้นถุง กรอบรูปตามลงไป กระจกแตกละเอียด ฉันฉีกรูปถ่ายของเราทุกใบออกจากกรอบ ฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วโยนทิ้ง ผ้าห่ม เสื้อผ้าของเขาในตู้เสื้อผ้าของฉัน ของที่ระลึกงี่เง่าที่เขาเอามาจาก "ทริปทำงาน"

ทุกอย่างลงไปอยู่ในถุง ฉันลากมันไปทิ้งที่หน้าบ้าน ไฟแห่งความโกรธแค้นแผดเผาฉันอย่างหมดจด

จากนั้นฉันก็เริ่มเก็บของ เสื้อผ้า หนังสือ โมเดลสถาปัตยกรรมของฉัน ทุกอย่างที่เป็นของฉัน ฉันจัดการให้บริษัทขนส่งมารับของและส่งไปยังอพาร์ตเมนต์เก่าของฉัน ที่ที่ฉันยังคงเก็บไว้เป็นสตูดิโอทำงาน

คืนนั้นอคินไม่กลับบ้าน

เขาเดินเข้ามาในเย็นวันถัดมา ดูเหนื่อยแต่ก็ยังยิ้มอยู่ เขาวางกระเป๋าเอกสารลงแล้วดึงฉันเข้าไปกอด แขนของเขารอบตัวฉันราวกับไม่มีอะไรผิดปกติ

"พระเจ้า ผมคิดถึงคุณจัง" เขากระซิบข้างหู ริมฝีปากของเขาแตะขมับฉันเบาๆ

ร่างกายของฉันแข็งทื่อ ฉันได้กลิ่นน้ำหอมหวานจางๆ ของผู้หญิงคนอื่นบนเสื้อของเขา ภาพเดียวที่ฉันเห็นคือเขากำลังอุ้มเด็กทารกคนนั้น จูบไอด้า คลีฟแลนด์ ความคลื่นไส้ตีขึ้นมาในลำคอ

ฉันผลักตัวเองออกจากอ้อมแขนของเขา

รอยยิ้มของเขาจางลง ถูกแทนที่ด้วยสีหน้ากังวล "เป็นอะไรไป อลิน คุณตัวเย็นนะ"

"ฉันไม่เป็นไร" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"คุณไม่สบาย" เขายืนกราน คิ้วของเขาขมวด "คุณป่วยเหรอ ไปหาหมอกันเถอะ"

ความหน้าซื่อใจคดนี้มันน่าหายใจไม่ออก เขาสามารถเล่นบทสามีผู้ห่วงใยได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้กระทั่งหลังจากที่ใช้เวลาทั้งคืนกับอีกครอบครัวของเขา

"ฉันไม่ได้ป่วย" ฉันพูด "ฉันแค่เหนื่อย"

เขาไม่ได้เซ้าซี้ต่อ แต่กลับหยิบกล่องของขวัญห่อสวยหลายกล่องออกมาจากกระเป๋าเอกสาร "ผมซื้อของขวัญมาให้ จากทริปของผม"

เขายังปลอมหลักฐานการเดินทางไปทำงานด้วยซ้ำ ผ้าพันคอไหมจากแบรนด์ที่ฉันเกลียด น้ำหอมขวดที่ฉันไม่มีวันใช้ ของขวัญแต่ละชิ้นคือคำโกหกที่สร้างขึ้นอย่างประณีต เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความลึกซึ้งของการหลอกลวงของเขา ราคาของขวัญเหล่านี้อาจจะพอตั้งบริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆ ได้ แต่ความคิดที่อยู่เบื้องหลังมันกลับไร้ค่า

ฉันอยากจะกรีดร้อง อยากจะขว้างกล่องของขวัญใส่หน้าเขาแล้วถามว่าเขาทำแบบนี้ได้อย่างไร แต่คำพูดไม่ออกมา ฉันติดอยู่ระหว่างผู้หญิงที่ยังคงรักผู้ชายที่เขาเคยเป็น อยู่ที่ไหนสักแห่งลึกๆ และผู้หญิงที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความจริงว่าตอนนี้เขาเป็นใคร

เขาสังเกตเห็นความเงียบของฉัน รอยแดงในดวงตาของฉัน

"เป็นอะไรไป อลิน คุยกับผมสิ"

ฉันมองตรงไปที่ดวงตาของเขา เสียงของฉันแข็งกร้าว "ฉันอยากมีลูก อคิน ฉันอยากมีตอนนี้เลย"

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป แววตาตื่นตระหนกปรากฏขึ้นชั่วครู่ แล้วก็สวมหน้ากากของความอดทนที่เหนื่อยล้า "เราคุยกันเรื่องนี้แล้วนะ เวลาตอนนี้มันยังไม่เหมาะ"

"มันไม่เคยเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับคุณเลย" ฉันสวนกลับ

"บริษัทเพิ่งเปิดตัวโครงการใหม่ ผมกดดันมาก" ข้ออ้างเดิมๆ เหมือนเดิมเสมอ

"คุณไม่คิดว่าฉันกดดันบ้างเหรอ" ฉันยืนกราน เสียงของฉันดังขึ้น "ฉันอยากมีลูก อคิน กับคุณ"

โทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ช่วยเขาไว้ หน้าจอไม่แสดงชื่อผู้โทร เขาเหลือบมองมัน สีหน้าของเขาจริงจังขึ้น

"เรื่องงานน่ะ" เขาพูด พลางหันหลังไปแล้ว "ผมต้องไป" คำโกหก ฉันรู้ว่ามันเป็นคำโกหก

เขาจูบหน้าผากฉัน ท่าทางที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนเป็นตราประทับแห่งการทรยศของเขา "ผมจะกลับดึกนะ ไม่ต้องรอ"

ฉันมองจากหน้าต่างขณะที่เขาขึ้นรถแล้วขับออกไปหายไปในความมืด

ฉันทรุดตัวลงบนโซฟา ความอยากต่อสู้หมดไป เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ลึกถึงกระดูก เขาสามารถมีลูกกับเธอได้ แต่ไม่ใช่กับฉัน ความคิดนั้นเหมือนถูกชกเข้าอย่างจัง

สายตาของฉันเหลือบไปเห็นโทรศัพท์เครื่องที่สองของเขา เครื่องที่เขาอ้างว่า "สำหรับธุรกิจระหว่างประเทศ" วางอยู่บนโต๊ะกาแฟ เขาลืมมันไว้ในความรีบร้อน หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมกับข้อความ

จากไอด้า: "น้องลีโอตัวร้อนอีกแล้วค่ะ ร้องหาแต่คุณพ่อ"

เขาไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าฉันเปลี่ยนไป ว่าบ้านว่างไปครึ่งหนึ่ง ว่าหัวใจของภรรยาเขากำลังแตกสลาย

น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอาบแก้ม แล้วก็อีกหยด ความเจ็บปวดในใจมันรุนแรงจนเป็นความรู้สึกทางกาย แต่กลับถูกบดบังด้วยอาการปวดเกร็งในท้องอย่างรุนแรงฉับพลัน

ฉันผงะไปข้างหน้า เอามือปิดปากขณะวิ่งไปห้องน้ำ อาเจียนลงในโถส้วม

ร่างกายของฉันรู้สึกแปลกๆ นี่ไม่ใช่แค่ความเสียใจ ความคิดที่เย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ความเป็นไปได้ที่เป็นทั้งปาฏิหาริย์และคำสาป

คืนนั้นเขาไม่กลับบ้าน

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันไปโรงพยาบาลคนเดียว

คุณหมอยิ้ม ดวงตาของเธอยิบหยีที่มุมขณะมองไปที่หน้าจออัลตราซาวนด์

"ยินดีด้วยนะครับคุณอลิน" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสดใสด้วยความยินดีที่ฉันไม่สามารถรู้สึกได้ "คุณตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้ว"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญาร้ายพ่ายเพลิงรัก
8.8
เมื่อนาถลดาแบล็กเมล์เควิน คลากสัน ด้วยข้อหาล่วงละเมิดเพื่อบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย ชีวิตที่เคยสงบสุขของเขาก็พังทลายลง ทว่าในคืนเข้าหอเธอกลับเสนอสัญญาวิวาห์ปลอมและสั่งห้ามไม่ให้เขาแตะต้องตัวเธอ เควินที่โกรธแค้นจึงตัดสินใจซ้อนแผนเพื่อเอาคืนอย่างสาสม สิ่งใดที่เธอไม่ปรารถนา เขาจะยัดเยียดสิ่งนั้นให้เพื่อลากเธอลงนรกไปพร้อมกัน เสือร้ายอย่างเขาขอสาบานว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงจอมลวงโลกคนนี้หลุดพ้นเงื้อมมือไปได้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เพราะฉันคือผู้หญิงในมุมมืด
8.8
ลิลลี่คือหญิงสาวทรงเสน่ห์ประจำเล้าจ์ที่เควิน ซุง มองว่าเป็นเพียงคู่นอนที่ไร้ค่าเกินกว่าจะเดินเคียงข้าง ทว่าเมื่อเขาเห็นเธอปรนนิบัติชายอื่น ความหึงหวงก็ปะทุขึ้นจนกลายเป็นความโกรธแค้น ลิลลี่จึงตอกกลับด้วยการท้าทายให้เขาจ่ายหนักหากต้องการตัวเธอในคืนนี้ คำพูดลองดีของเธอทำให้เควินฟิวส์ขาด เขาพร้อมจะสั่งสอนให้แม่ดอกไม้ดอกนี้ต้องร่ำไห้และจดจำบทลงโทษของเขาไปตลอดทั้งคืนเพื่อระบายอารมณ์กรุ่นโกรธที่เธอริอาจมาเล่นตัวใส่คนแง่กับคนอย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายคุณชายจอมหยิ่ง
9.7
เมื่อเพื่อนสนิทอย่างต่อตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับใบตองที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งจึงรีบปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยว่าเธอเป็นเพียงเด็กรับใช้ที่ย่าของเขาเมตตาชุบเลี้ยงไว้เพราะความสงสาร แม้เขาจะได้รับคำสั่งให้คอยรับส่งเธอไปเรียนทุกวัน แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและขยะแขยงที่ต้องคลุกคลีกับคนที่ไม่เจียมตัวอย่างใบตอง ซึ่งพยายามถีบตัวขึ้นมาเรียนสูงๆ โดยอาศัยบารมีจากครอบครัวของเขาเพียงอย่างเดียว
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อย...มือสอง
9.5
สัมผัสอันแผ่วเบาแต่เร่าร้อนจากปลายนิ้วของคิรากรที่ลูบไล้ผ่านกางเกงชั้นในตัวบาง ปลุกเร้าความสยิวจนขวัญจิราต้องนั่งเกร็งด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เมื่อจังหวะรัวเร็วขึ้น เสียงครางหวานก็หลุดรอดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ชายหนุ่มกระซิบขอความยินยอมท่ามกลางอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน หญิงสาวทำได้เพียงหลับตาพริ้มและพยักหน้าตอบรับด้วยความเต็มใจ ก่อนที่อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายจะถูกถอดออกไปอย่างนุ่มนวลเพื่อเริ่มต้นบทรักที่แสนเสน่หาในค่ำคืนนี้
หน้าปกนวนิยาย กลยุทธ์ลับเปลี่ยนคุณหนูตกอับเป็นเศรษฐีนี
9.1
จากอดีตผู้จัดการร้านเหล้าผู้ล่วงลับ สู่ร่างของเหอหลี่น่า คุณหนูตกอับที่เผชิญมรสุมชีวิต ทั้งครอบครัวถูกโกงและคู่หมั้นทรยศไปแต่งงานกับหญิงอื่น แม้โชคชะตาจะกลั่นแกล้งให้เธอฟื้นคืนชีพมาพบความลำบาก แต่เธอก็ตั้งมั่นจะก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งให้จงได้ ทว่าท่ามกลางความทะเยอทะยานกลับมีจ้าวหวังหย่งเข้ามาพัวพัน แม้เขาจะยืนกรานขอรับผิดชอบและแต่งงานกับเธอหลังจากความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่หญิงแกร่งอย่างเธอกลับปฏิเสธเสียงแข็งและเลือกที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ซาตานตีตราแค้น
9.0
เมื่อ ‘เจ้าสาวตัวจริง’ คิดคดไม่รักษาสัญญาที่เคยให้กันไว้ ด้วยการส่ง ‘เจ้าสาวตัวปลอม’ มาเป็นตัวตายตัวแทน คนไม่โง่และไม่เคยยอมให้ใครลบคมง่ายๆ อย่าง ‘อัทธ์ อัฐเสนา’ จึงต้องดัดสันดานคนขี้โกงให้หลาบจำ ในเมื่อรังเกียจและเจ้าเล่ห์กันนักก็เอา ‘ความแค้น’ ไปแทน ‘หัวใจ’ แล้วกัน >>อัทธ์ อัฐเสนา<< ผู้ชายไทยวัย ๓๒ ชื่อไทยแท้ แต่สายเลือดของเขามีเลือดของแม่ชาวเวเนซุเอลาปนอยู่ครึ่งหนึ่ง เขาไม่เคยยอมเสียเปรียบใคร เมื่อรู้ว่าลูกน้องของพ่อคิดคดโกงแล้วเชิดเงินหนีไปอย่างลอยนวล เขาจึงไล่ล่าและจับทำสัญญาชดใช้หนี้พร้อมกับจ่ายดอกเบี้ย เพื่อแลกกับการไม่ลากเข้าคุก แต่ลูกสาวคนโกงกลับตอบแทนความใจดีของเขาด้วยการหลอกลวง >>มัดไหม<< เด็กสาววัย ๑๙ กำลังจะได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย แต่ผู้เป็นบิดากลับมาด่วนจากไป พร้อมกับทิ้งภาระอันแสนหนักอึ้งไว้ให้เด็กกำพร้าตัวเล็กๆ ต้องเผชิญ เมื่อหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ มัดไหมจำต้องใช้วิธี 'หลอกลวง' ผู้เป็นเจ้าหนี้และว่าที่เจ้าบ่าว ด้วยการส่งตัวพี่สาวคนสนิทไปทำหน้าที่แทน โดยไม่รู้เลยว่าผลของการกระทำครั้งนั้นจะทำให้ชีวิตของตัวเองตกที่นั่งลำบากยิ่งกว่าเดิม >>เสาวรส<< น้ำตาและเสียงสะอื้นอันบาดใจของ คนที่รักเหมือนน้องสาว ทำให้หล่อนต้องเสียสละตัวเองเพื่อตอบแทนบุญคุณของครอบครัวมัดไหม โดยการมารับบทบาทเจ้าสาวตัวปลอมของอัทธ์ แต่เขาไม่ได้เป็นปิศาจร้ายอย่างที่คิด เสน่ห์ของเขาสั่นคลอนหัวใจของหล่อน ยิ่งใกล้ก็ยิ่งหวั่นไหว แต่จะทำเช่นไร ในเมื่อรู้ตัวเองดีว่าไม่ใช่เจ้าสาวตัวจริงของเขา >>ธีระ<< เขาเติบโตมาภายใต้ร่มเงาของอัทธ์ อัทธ์เป็นทั้งพี่ชายและผู้มีพระคุณ แต่เขากลับรักคนที่ไม่ควรรักซึ่งอยู่ใกล้เกินเอื้อม สาวน้อยยกมือขึ้นกอดอกและทอดสายตาขึ้นมองท้องฟ้าในคืนเดือนแรมอย่างหนาวเหน็บเช่นเดียวกับคืนที่ได้รู้ว่าเสาวรสกับอัทธ์กำลังจะแต่งงานกัน หล่อนพยายามปล่อยตัวปล่อยใจและสลัดทิ้งความเศร้าสร้อยออกไปจากหัวใจ ทว่ามันก็ไม่สำเร็จเลยแม้แต่เสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยวูบโหวง เจ็บในอกลึกๆ ขอบตาร้อนผ่าว และน้ำใสๆ ในนั้นก็กำลังจะกลั่นออกมา หากว่าไม่มีอ้อมแขนของใครคนหนึ่งสอดมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่สัมผัสอุ่นๆ ที่กดลงบนซอกคอของหล่อน “อยู่นี่เองตามหาซะทั่วเลย” เสียงทุ้มคุ้นหูรำพึงขึ้นที่ข้างหูพร้อมด้วยสัมผัสหยอกเย้าคลอเคลียที่เริ่มจะหนักขึ้นๆ “ปล่อยค่ะคุณอัทธ์” “ไม่ปล่อย...ฉันคิดถึงเธอจะตายอยู่แล้ว รู้หรือเปล่ามัดไหม” “คุณไม่ควรทำแบบนี้นะคะ พรุ่งนี้คุณก็จะแต่งงานกับพี่รสแล้ว มัดไม่อยากให้พี่รสเสียใจ” “แล้วเธอล่ะ ไม่เสียใจสักนิดเลยเหรอที่ฉันกำลังจะแต่งงาน” “มัดยินดีต่างหากค่ะ คุณกับพี่รสเหมาะสมกันที่สุดแล้ว” มัดไหมพูดเสียงสั่นเครืออย่างหักห้ามความรู้สึกตัวเองไม่อยู่ ก่อนที่น้ำตาที่กลั้นเอาไว้จะไหลเป็นทางออกมาเป็นทาง “เธอเป็นอะไรหือ...” อัทธ์ถามด้วยเสียงงอนง้อ ห่วงหา ก่อนจะจับไหล่บางหมุนให้หล่อนหันมาเผชิญหน้า แม้จะมืดสลัวแต่เขาก็เห็นว่าหล่อนกำลังร้องไห้ นิ้วเรียวจึงเกลี่ยน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน “มัดเปล่าค่ะ” “เปล่าอะไร เห็นอยู่ว่าร้องไห้ขี้แย” เสียงทุ้มเอ่ยกระเซ้า นั่นยิ่งทำให้น้ำตาของมัดไหมไหลออกมามากกว่าเดิม หล่อนไม่อยากให้เขาอ่อนโยน ไม่อยากให้เขาทำตัวสนิทสนม เพราะแค่นี้หล่อนก็ตัดใจยากมากอยู่แล้ว “ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้กับมัด” “ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ แต่จะเป็นไรไปมัดไหม ฉันก็แค่แต่งงานตามหน้าที่ ยังไงเธอก็ยังเป็นเมียฉันเหมือนเดิม” “มัดไม่ได้ต้องการอย่างนั้น” “แต่ฉันต้องการเธอมัดไหม ต้องการมาก...” น้ำเสียงนั้นฟังดูเว้าวอน ออดอ้อน เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนที่เรียวปากหยักจะทาบทับลงมาปิดบนปากของหล่อน เขาบดจูบอย่างเร่าร้อน เรียกร้อง จนมัดไหมอดไม่ได้ที่จะจูบตอบเขา จุมพิตนั้นจึงเป็นจุมพิตที่เต็มไปด้วยอารมณ์โหยหา อาลัยอาวรณ์ และปรารถนากันและกันอย่างสุดซึ้ง