
ฟาร์มสุข
ตอน 3
เว่ยเว่ยเข้าครัวทำอาหาร วันนี้นางอยากกินตุ๋นไก่ใส่เห็ดจึงให้น้าลู่ฆ่าไก่ให้หนึ่งตัว เกิดมาเธอไม่เคยฆ่าไก่เธอจึงทำไม่เป็น งานหิน ๆ เช่นนี้จึงต้องเป็นของนางลู่ ทั้งสองปรุงอาหารกันอย่างสนุกสนาน ไก่พวกนี้ลู่เหวินเหยียนไปซื้อมาตั้งแต่มันเป็นลูกเจี๊ยบ เอามาเลี้ยงไว้เพื่อกินไข่ ฆ่าไปหนึ่งตัวเหลืออีกสองตัวเลี้ยงเอาไว้ให้ออกไข่
เว่ยเว่ยผัดเห็ดสองจานใหญ่ เธอบอกให้น้าลู่หุงข้าวมากหน่อยเพราะเธอหิวมาก ๆ กับข้าวเสร็จพอดีกับลู่เหวินเหยียนกลับมาถึงบ้าน
แต่เขากลับมีอาการแปลก ๆ ดูเหม่อลอย เว่ยเว่ยเรียกเขาก็ไม่ได้ยิน นางลู่วิ่งออกมาดูเมื่อเห็นลูกชายมีอาการเช่นนี้ก็ตกใจ
ลู่เหวินเหยียนเดินมาถึงบ้านตอนไหนก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็เห็นหน้าทั้งสองมายืนอยู่ด้านหน้าแล้ว เขามีอาการสะดุ้งเล็กน้อย
“เหยียนเหยียนเจ้าเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น เจ็บป่วยที่ใดหรือไม่”
ลู่เหวินเหยียนส่ายหน้า ทั้งสองค่อยรู้สึกโล่งอกขึ้นมา
“เป็นอย่างไรบ้างพี่เหยียนเหนื่อยหรือไม่”
เว่ยเว่ยเอื้อมมือไปช่วยปลดตะกร้าออกมาจากหลังของลู่เหวินเหยียน เขายิ้มให้ทั้งสองคน เขาถือตะกร้าไว้เช่นเดิมเพราะมันค่อนข้างหนัก
“ท่านแม่ เว่ยเว่ยเข้าบ้านเร็วเข้า ข้ามีเรื่องจะบอก”
ลู่เหวินเหยียนฉุดทั้งสองเข้าไปในบ้าน ปิดประตูลงกลอน เดินมาที่โต๊ะกินข้าวเอาตั๋วเงินที่อกออกมาและเงินก้อนที่ใส่ตะกร้าเอาใบไม้ทับไว้ทั้งหมดมากองไว้ นางลู่เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงินมากมายกองอยู่ตรงหน้า เว่ยเว่ยเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน
“พี่เหยียนทั้งหมดนี่เป็นเงินเท่าไรเจ้าคะ”
เว่ยเว่ยไม่รู้ค่าเงินในยุคนั้นว่าเท่าไร
"โสมซานชีอายุห้าร้อยปี ราคาหัวละสองพันตำลึงทอง มีทั้งหมดห้าหัวรวมเป็นเงิน หนึ่งหมื่นตำลึงทอง ส่วนดอกมีห้าช่อดอก ราคาช่อดอกละหนึ่งร้อยตำลึงทอง ถั่งเช่าจินละสองพันตำลึงทอง มี 4จินกับ1เหลียงข้าเอาแค่ 4 จินที่เหลือก็แถมให้เขาเพราะเราไม่ได้ล้างทำความสะอาด ในตอนนี้เงินที่กองอยู่ตรงหน้าทั้งหมด18,500 ตำลึงทอง"
นางลู่ตาโตตกใจเอามือทาบอก ส่วนเว่ยเว่ยนั้นดีใจมากที่ได้ราคาเกินความคาดหมาย
“ว้าว ไม่คิดว่าจะได้ราคาดีขนาดนี้”
“เงินทั้งหมดนี้มันเป็นของเจ้าเว่ยเว่ย”
เว่ยเว่ยโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
“ไม่ ๆ ท่านไปขุดข้าไปขุด เช่นนั้นก็คนละครึ่งนะ อ่อ ไม่สิ ข้าเอาแค่ห้าพันพอ ข้าอยากให้พี่เหยียนสร้างบ้านใหม่ หน้าหนาวจะได้ไม่ลำบาก ท่านนำเงินไปซื้อที่เพิ่มอีกสักหน่อย ข้าอยากให้ท่านสร้างบ้านแบบตรงกลางว่างไว้ข้าปลูกผักตอนหน้าหนาว เดี๋ยวข้าจะวาดแบบให้”
ลู่เหวินเหยียนครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ตอบตกลง
“ได้สิ จริงสิ ท่านหลงจู้ที่ร้านยานั้นน่ะเขาบอกว่ารับซื้อถั่งเช่าไม่อั้น โสมถ้ามีอีกเขารับซื้อทั้งหมด”
เว่ยเว่ยนิ่งคิด ได้เงินเยอะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ของเหล่านี้มันหาง่ายเกินไปก็จะมีปัญหาทีหลัง อาจถูกกดราคาได้ ไม่ก็โดนโจรปล้นชิงไป
“เราเว้นช่วงบ้างสักหน่อยก็ได้ อีกสักสามวันเราค่อยเอาไปขาย หรือไม่ก็สัปดาห์ละครั้ง วันพรุ่งพวกเราไปช่วยกันขุดแต่เช้าสักหน่อย ครั้งนี้ห่อข้าวห่อน้ำไปกินด้วยนะ”
“เดี๋ยวแม่จะไปช่วยขุดด้วยนะ”
นางลู่พูดอย่างตื่นเต้นสิ่งไหนที่สามารถทำเงินได้ นางก็อยากทำ งานปักผ้าเป็นของนางเองเดี๋ยวค่อยปักก็ได้
“ข้าว่าตอนนี้เรากินข้าวกันเถอะ ข้าหิวแล้ว”
เว่ยเว่ยโอดครวญ ท้องของเธอก็ร้องโครกคราก เสียงดังทุกคนต่างหัวเราะพร้อมกัน เว่ยเว่ยยิ้มเอียงอายเล็กน้อยแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน
“เว่ยเว่ยเห็ดนี่มันอร่อยมากเลย”
ลู่เหวินเหยียนคีบเห็ดใส่ปากเคี้ยวท่าทางน่าอร่อย
“ใช่ ๆ อร่อยกรุบกรอบดี”
นางลู่เห็นด้วย สองแม่ลูกกินไปชมไปไม่ขาดปาก
“อร่อยก็กินเยอะๆ เจ้าค่ะ”
วันนี้ทุกคนกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย ลู่เหวินเหยียนเติมข้าวหลายรอบจนข้าวหมดหม้อ เว่ยเว่ยพึ่งจะรู้ว่าลู่เหวินเหยียนนอนที่ห้องกินข้าว เดิมห้องที่เธอนอนนั้นเป็นห้องเขา แต่ก็ต้องเสียสละให้เธอนอน เธอรู้สึกทราบซึ้งกับครอบครัวนี้มาก เงินทองก็ไม่ค่อยจะมี ยังตามหมอมารักษาเธออีก เธอตอนแทนก็สมควรแล้ว ตัวเธอก็ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน มาได้อย่างไร เธอคงต้องอาศัยอยู่ที่นี่ไปจนกว่าเธอจะกลับไปได้ หากกลับไปไม่ได้ ก็คงต้องแล้วแต่วาสนาจะนำพา
เมื่อทุกคนกินอิ่มกันหมดแล้วก็ช่วยกันเก็บกวาดล้างจาน ลู่เหวินเหยียนก็มาช่วยเว่ยเว่ยล้างจานด้วย นางลู่แอบมองแล้วยิ้มถูกอกถูกใจ อยู่ ๆ นางก็เกิดมีความคิดบางอย่างขึ้นในใจ รอให้บ้านสร้างเสร็จก่อนนางจะขอเว่ยเว่ยแต่งเข้าบ้าน นนางคิดโดยไม่สนใจที่มาที่ไปของเว่ยเว่ย ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนนางและลูกชายพึงพอใจเสียอย่าง ก็ไม่ต้องสนคนอื่น เพราะคนอื่นไม่ได้มาซื้อข้าวให้นางกิน
เช้าวันรุ่งขึ้นนางลู่ตื่นมาหุงข้าว และทำซาลาเปาโดยมีลู่เหวินเหยียนช่วยนวดแป้งให้ เว่ยเว่ยทำข้าวผัดใส่เห็ด เห็ดผัด เห็ดชุบแป้งทอดเธอทำกับข้าวเสร็จก็ยกมาที่โต๊ะกินข้าว นางลู่ยกซาลาเปาตั้งไฟนึ่งไว้ กินข้าวเสร็จก็สุกพอดี แล้วค่อยห่อไปกินในป่า วันนี้ทั้งหมดจะไปขุดถั่งเช่ากัน
แล้วก็อีกเช่นเคยข้าวผัดใส่เห็ดหมดเกลี้ยง อาหารที่โต๊ะก็หมดเช่นกัน
“หากเป็นเช่นนี้ทุกมื้อข้าต้องเป็นหมูแน่ ๆ เลยขอรับท่านแม่”
ลู่เหวินเหยียนเอ่ยขึ้นทุกคนต่างหัวเราะคิกคัก
“ไม่หรอกเจ้าค่ะท่านพี่เหยียนพวกเรากินผักมากกว่าเนื้อ อีกทั้งทำงานใช้แรง เดี๋ยวก็เหงื่อออก ไม่มีไขมันสะสมแน่นอน”
สองแม่ลูกฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอย่างเคย หม้อนึ่งซาลาเปาร้อนแล้วมีควันลอยขึ้นมา นางลู่จึงลุกเดินไปเปิดดูซาลาเปาที่อยู่ในหม้อนึ่ง เว่ยเว่ยและเหยียนเหยียนเก็บถ้วยชามไปล้าง นางลู่เก็บซาลาเปาใส่ปิ่นโตเตรียมน้ำดื่มไว้เรียบร้อย เมื่อทั้งสองล้างถ้วยชามเสร็จก็สะพายตะกร้าคนละใบออกเดินทางเข้าป่าทันที
เมื่อทุกคนมาถึงที่หมาย ก็ตั้งหน้าตั้งตาขุดทันที นางลู่ผู้มาใหม่ไม่รู้ว่าสิ่งไหนคือหญ้าหนอนก็ดูเว่ยเว่ยขุดก่อน จากนั้นก็ค่อย ๆ ลงมือขุดด้วยตัวเอง พอรู้จักหญ้าหนอนนางก็ขุดอย่างสนุกสนาน ตรงนั้นก็มีตรงนี้ก็มี นางขุดจนลืมความเมื่อยล้าเลยทีเดียว ยามหิวก็กินซาลาเปาและน้ำชา เหยียนเหยียนก่อไฟต้มชาไว้ตั้งแต่มาถึงที่นี่แล้ว ทั้งสามขุดทั้งวันถั่งเช่าก็ยังไม่มีวี่แววว่าหมด แต่ก็ได้มามากเกือบเต็มตะกร้าทั้งสามใบ แต่แล้วทุกคนก็ต้องหยุดมือ เพราะต้องรีบออกจากป่าถ้าออกจากป่ามืดค่ำเกรงว่าจะหลงป่าเอาได้
คุณอาจจะชอบ





