ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หัวใจบ่มรัก

หัวใจบ่มรัก

ในอดีต พศวัต เคยปฏิเสธการหมั้นหมายกับ วรรณวลี เพราะมองว่าเธอเป็นเพียงเด็กกะโปโล แต่เมื่อเวลาผ่านไป เด็กสาวคนเดิมกลับกลายเป็นหญิงสาวผู้พราวเสน่ห์ที่สั่นคลอนหัวใจเขาอย่างรุนแรง จากที่เคยเมินเฉย เขากลับปรารถนาจะครอบครองเธอตามความต้องการของผู้ใหญ่ในวันวาน ทว่าฝั่งวรรณวลีที่เคยถูกตราหน้าว่าเด็กเกินไป กลับตั้งแง่และพร้อมจะเอาคืนตาแก่ปากร้ายให้สยบแทบเท้าเธอให้ได้ ท่ามกลางการปะทะคารมและความใกล้ชิดที่ชวนหวั่นไหว พศวัตจึงต้องเริ่มแผนการรุกหนักเพื่อทวงคืนผู้หญิงที่เกือบจะเป็นของเขามานานแล้ว
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 1

ซ้ำรอย

จากที่เงียบเหงามาหลายปีวันนี้บ้านกิตติวราก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง นางอมลวรรณตื่นขึ้นมาทำบุญใส่บาตรตั้งแต่เช้าตรู่อย่างเช่นทุกวัน หากแต่วันนี้พิเศษหน่อยก็ตรงที่สามีของนางหยุดงาน รวมไปถึงสองพ่อลูกของบ้านข้างๆ อย่างนายอนิวัตติ์กับพศวัตที่งานรัดตัวไม่ใช่น้อย แต่วันนี้ชายหนุ่มกลับยอมหยุดงานมาร่วมใส่บาตรในตอนเช้า เพื่อที่ตอนบ่ายจะได้เดินทางไปรับคนที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศกลับบ้านอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

จากนั้นทั้งสองครอบครัวก็ร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกันที่บ้านกิตติวรา และใบหน้าของแต่ละคนในวันนี้นั้นดูสดใสยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคู่สามีภรรยาผู้เป็นเจ้าบ้าน และมันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนว่าจะบินกลับเมืองไทยตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากที่เรียนจบและขอเที่ยวพักผ่อนพร้อมกับช่วยงานน้าสาวนานถึงหนึ่งปีเต็ม

และตลอดทั้งวันนางอมลวรรณก็ได้สั่งให้เด็กรับใช้ตรวจตราความเรียบร้อยภายในห้องนอนของลูกสาวรวมถึงวัตถุดิบในการทำอาหารจานโปรดให้เพียบพร้อมและตรวจตราอีกรอบก่อนจะเตรียมตัวไปรับบุตรสาวที่จะเดินทางมาถึงสนามบินในช่วงบ่ายแก่ๆ พร้อมกับสามีและสองพ่อลูกที่มีท่าทีตื่นเต้นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะพศวัต แม้จะพยายามเก็บท่าทีแต่ทุกคนกลับดูออกว่าเขาตื่นเต้นกับการกลับมาของ‘ยัยเด็กกะโปโล’ อย่างวรรณวลีไม่น้อย

“อ้าว เจ้าพตล่ะ”

นายอนิวัตติ์ถามเด็กรับใช้พลางเลิกคิ้วขึ้น เมื่อเดินลงบันไดมาแล้วไม่เห็นบุตรชาย ที่วันนี้หยุดงานเพื่อไปรับวรรณวลีโดยเฉพาะ หลังจากที่เมื่อหลายปีก่อนไม่ได้ไปส่งเป็นการแก้ตัว

“ยังไม่เห็นลงมาเลยค่ะ…อุ๊ย! คุณพตลงมาแล้วค่ะ”

สาวใช้บอกก่อนจะเดินก้มหน้าเดินเลี่ยงออกไปปล่อยให้เจ้านายได้คุยกันตามลำพัง ด้านนายอนิวัตติ์เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็หันไปมองร่างสูงในชุดกางเกงสแล็คสีเทากับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำแต่แอบมีลูกเล่นเป็นเส้นกลางสีเทารวมไปถึงขอบปกเสื้อของบุตรชาย แล้วกดยิ้มมุมปากหัวเราะหึๆ ในลำคอ

“ไงแค่ไปเปลี่ยนเสื้อทำไมนานนักล่ะ หรือมัวแต่งหล่ออยู่”

“พ่อก็พูดไปเรื่อยเปื่อย ผมแค่มัวคุยโทรศัพท์เรื่องงานกับเลขาอยู่ต่างหากล่ะครับ และแค่ไปรับยัยเด็กกะโปโลอย่างยัยเปรี้ยวทำไมผมจะต้องแต่งลงแต่งหล่ออะไรด้วยล่ะครับ”

คนโดนแซวแก้ตัวเสียงเรียบพยายามเก็บอาการให้มากที่สุด เพราะเจ้าตัวรู้อยู่แก่ใจมากที่สุดว่าถึงปากจะบอกว่าไม่แต่งหล่อแต่กว่าจะเลือกเสื้อที่ใส่ได้ก็นานกว่าปกติ แต่เรื่องคุยโทรศัพท์กับเลขาเรื่องงานนั้นเขาก็ไม่ได้โกหกหรอกมันจึงทำให้ที่ช้าอยู่แล้วยิ่งช้าเข้าไปอีก

“เด็กกะโปโล!”

นายอธิวัตติ์ทวนคำที่ลูกชายเรียกแทนตัวของวรรณวลีเสียงสูง พร้อมกับหันไปหรี่ตามองใบหน้าหล่อคมเข้มเต็มวัยของพศวัตแล้วหัวเราะดังลั่น

“น่าขำตรงไหนครับ”

พศวัตถามคนเป็นพ่อเสียงขุ่น

“ก็ตรงที่แกบอกว่าหนูเปรี้ยวเป็นเด็กกะโปโลไงล่ะ ที่พูดมาน่ะแน่ใจเหรอ ผ่านมาหลายปีแล้วนะป่านนี้ไม่โตเป็นสาวเต็มตัวแล้วเหรอ…”

เสียงลากยาวคล้ายกับท้าทายทำให้พศวัตหันไปมองใบหน้าที่ดูจะอารมณ์ดีเหลือเกินของคนเป็นพ่อแล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ก่อนจะเดินหนีเอาดื้อๆ เพราะไม่รู้จะโต้แย้งยังไง จะว่าไปคงมีเขาคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้รับการติดต่อจากหญิงสาว ขณะที่พ่อของเขานั้นวรรณวลีโทร.มาหาบ่อยครั้ง และบ่อยครั้งในวันหยุดพ่อของเขาจะชวนไปดูรูปที่หญิงสาวส่งข้ามทวีปมาให้ดู ใจมันก็อยากจะดูอยู่หรอกแต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ทำให้เขาปฏิเสธทุกครั้งไป แถมคิดเอาเองว่าวรรณวลีคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายหรอก อย่างมากก็แค่อายุมากขึ้นตัวโตขึ้นและสูงขึ้นก็เท่านั้น

แต่พอมาวันนี้ท่าทีที่พ่อเขาเอ่ยถึงวรรณวลีอย่างมีเลศนัย ทำให้เขาไม่แน่ใจแล้วสิว่าหญิงสาวจะเป็นอย่างที่เขาคาดคิดไว้หรือเปล่า แต่เอาเถอะน่าคนเรามันจะเปลี่ยนได้แค่ไหนกันเชียว

“ไปกันเถอะบ้านนู้นโทร.มาบอกแล้วว่ากำลังจะออกเดินทาง นี่ก็จะบ่ายโมงแล้วเราต้องเผื่อเวลารถติดสักนิด”

นายอนิวัตติ์ที่เดินตามหลังมาบอกลูกชายที่ดูเหมือนจะจมอยู่ในภวังค์ความคิด หลังจากที่เพิ่งวางสายจากเพื่อนบ้านอย่างอายุธ

“คะ…ครับ”

บอกก่อนจะเปิดประตูรถ หากแต่เสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มกลับดังขึ้น ทำให้คนเป็นพ่อที่กำลังจะก้าวขึ้นรถหยุดชะงักยืนรอก่อน เพราะกลัวว่าลูกชายจะเจองานด่วนเข้ามาแล้วจะไปด้วยไม่ได้

“ผมขอเวลาแป๊บหนึ่งครับ”

เอ่ยจบชายหนุ่มก็กดรับสายที่ไม่ใช่เรื่องงานอย่างที่คนเป็นพ่อคาดคิด หากแต่เป็นหนึ่งในผู้หญิงของเขาต่างหากล่ะ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าหล่อนโทร.มาทำไมทั้งที่บอกไปแล้วว่าวันนี้ยุ่ง

“ว่าไงครับฟ้า”

“ตอนนี้พตอยู่ไหนคะ”

เสียงเล็กแหลมติดจะหงุดหงิดดังมาตามสาย ทำให้พศวัตถอนหายใจพลางกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างพยายามสกัดกั้นอารมณ์เบื่อหน่ายเอาไว้ไม่ให้มันสื่อออกไปทางน้ำเสียง

“ผมกำลังจะออกไปทำธุระ ถ้าฟ้าไม่มีอะไรแค่นี้นะผมรีบ”

“เดี๋ยวสิคะพต!”

ชายหนุ่มกำลังจะกดวาง แต่เสียงร้องเรียกจากหญิงสาวก็ดังแว่วเล็ดลอดออกมา จนเขาต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูอีกครั้ง แต่น้ำเสียงที่ใช้ถามดูจะห้วนสั้นอย่างคนไม่สบอารมณ์

“คุณมีอะไรอีกฟ้า ผมบอกว่ารีบและวันนี้ผมก็บอกคุณไปแล้วว่าไม่ว่างมีธุระสำคัญ”

“แหม…ฟ้ารู้ค่ะ แต่นี่มันสุดวิสัยจริงๆ นี่คะ พอดีรถฟ้ายางแตกอยู่แถวบางนา ฟ้ากลับมาจากไปหาเพื่อนน่ะค่ะ เบื่อรถติดเลยใช้เส้นทางลัด ที่คุณเคยพามาคุณก็รู้นี่ค่ะว่าถนนเส้นนี้ค่อนข้างเปลี่ยว แม้จะเป็นช่วงกลางวันก็ไม่ค่อยจะมีรถวิ่งเลย แถมสองข้างทางมีแต่ป่า ฟ้ากลัวนี่ยังไม่กล้าลงจากรถเลยนะคะเนี่ย”

มีปัญหาแล้วทำไมต้องโทร.หาเขาด้วยเล่า คนรู้จักมีเป็นสิบเป็นร้อยทำไมไม่โทร.หา หรือไม่ก็น่าจะโทร.เรียกช่างสิถึงจะถูก มาโทร.หาเขาเพื่อ…

“แล้วทำไมคุณไม่โทร.เรียกช่างล่ะฟ้า”

“ฟ้าทำไม่เป็นหรอกค่ะและไม่มีเบอร์ด้วย อีกอย่างที่นี่ก็เปลี่ยวจะตายช่างพวกนั้นเชื่อใจได้แค่ไหนกันเชียว ฟ้าไม่เอาด้วยหรอก ยังไงพตมาหาฟ้าก่อนได้ไหมคะ”

หญิงสาวอ้างสารพัดเหตุผล

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย
8.8
เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักไฟเชลย
9.5
เพื่อล้างแค้นให้น้องสาว ใหญ่จึงหลอกล่อผิงมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ แม้เธอจะร้องขอความยุติธรรมและพยายามหนีจากเงื้อมมือคนใจร้าย แต่ความสวยสะพรั่งกลับกระตุ้นตัณหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือไปได้ เขาเลือกเดินหน้าย่ำยีร่างบางด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง ทว่าท่ามกลางความใกล้ชิดที่แฝงด้วยความเกลียดชัง เขากลับต้องเผชิญกับพายุความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ พร้อมกับภารกิจสืบหาความจริงในงานที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซึ่งเขาต้องจัดการให้จบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย พี่เขยคลั่งสวาท
9.7
น้ำผึ้งต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อสิงหาผู้เป็นพี่เขยฉวยโอกาสรุกรานร่างกายของเธออย่างประชิดตัวในห้องน้ำ แม้หญิงสาวจะพยายามเอ่ยปากห้ามปรามด้วยความกลัวว่าเจนนี่จะมาเห็นเข้า แต่คำออดอ้อนและสัมผัสอันจาบจ้วงที่เคล้นคลึงไปตามสัดส่วนที่อวบอัดกลับทำให้เธอเริ่มใจอ่อนยวบ สิงหาใช้กำลังบังคับกักขังร่างของน้องเมียเอาไว้ไม่ให้หนีหาย พร้อมกับรุกล้ำลูบไล้จุดอ่อนไหวอย่างย่ามใจโดยไม่สนความถูกต้อง ท่ามกลางความสับสนและแรงอารมณ์ที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย แสนชัง
7.9
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความเอ็นดูในวัยเยาว์กลับกลายเป็นความเบื่อหน่าย เมื่อลูกสาวของเพื่อนสนิทบิดายังคงตามตื้อเขาไม่เลิกราจากเด็กน้อยผู้น่ารักในวันวานเติบโตเป็นหญิงสาวที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและเอาแต่ใจจนน่ารำคาญใจ สำหรับเขาแล้วการต้องครองคู่กับสตรีที่มีนิสัยร้ายกาจเช่นนี้ถือเป็นคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากพบเจอ เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกหนีจากพันธนาการที่น่ารังเกียจและแสนชังนี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย เด็กเลี้ยง เฮียมาเฟีย
9.3
“ทำไมต้องเป็นหนูคะ” “ก็เห็นเธอแล้วมันเสี้ยนปาก ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็คือ ถูกใจตั้งแต่แรกพบ เห็นแล้วเงี่ยน เธอหน้าสวย หุ่นเอ็กซ์ ทั้ง ๆ ที่อายุเท่านี้ เห็นแล้วอยากเอาจนเอ็นแข็ง ยื่นข้อเสนอไปแล้วเธอกลับปฏิเสธ มันก็เลยยิ่งรู้สึกตื่นเต้น เหตุผลมีแค่นี้ ส่วนเธอจะยอมหรือไม่ก็แล้วแต่ ตัดสินใจเองฉันไม่บังคับอยู่แล้ว” “โอ้เอ้เล่นตัวคิดจะเรียกเงินเพิ่มหรือไง รู้หรือเปล่าว่าหนี้น้องชายเธอเท่าไหร่ เกือบล้านเชียวนะ เงินจำนวนนี้สำหรับฉันมันแค่ขี้เล็บ แต่กับเธอที่มีแม่ป่วยติดเตียงก็คงไม่ใช่เรื่องเล็ก” “ฉันยอมค่ะ เมื่อไหร่คะ ที่ฉันต้องทำ” เขายิ้มมุมปากคล้ายสมใจ “หมายถึงทำอะไรล่ะ” ผักบุ้งก้มหน้า พูดเสียงเบา “ทะ ทำเรื่องนั้น ขายตัวให้คุณ” “ตอนนี้” “ห๊า ตอนนี้เหรอคะ” “จะ ทำอะไรหนูคะ” “อย่าถามมาก เงียบ!” เขาเอาแต่จ้องมองนมใหญ่ของเธอแล้วอุ้มเธอมาที่เตียง "สวยดีนี่...นมใหญ่ชิบ" เคย์ไม่ได้สนใจความรู้สึกของหญิงสาวเลยสักนิด มือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบรุนแรงจนแดงช้ำไปหมด "อื้อ อา....เจ็บ!.." "จำไว้ตั้งแต่วินาทีนี้หนูคือเด็กของเฮียเคย์ ยินดีกับตำแหน่งนี้ด้วย ปกติเฮียค่อนข้างเลือกเด็ก หนูถูกใจเฮียถือว่าโชคดีมาก"
หน้าปกนวนิยาย กระดังงาสีรุ้ง
9.8
"ณัฐวรา" สถาปนิกสาวสวยแม่ม่ายลูกสอง ความน่ารักของเธอถูกตาต้องใจประธานคนใหม่อย่างแรง เขารุก ๆ และรุก แล้วเธอจะหนีทำไม ในเมื่อหัวใจก็เรียกร้องต้องการ ก็เขาตรงตามสเป็กซะขนาดนั้น สูงใหญ่ บึกบึน แถมเป็นลูกครึ่งด้วยสิ คงหนีไม่พ้นเขาแน่ ๆ "เควิน" ---------------- เหตุการณ์บางอย่างทำให้ "สินี" ต้องล้มเหลวกับชีวิตคู่ เธอเริ่มมองเขาที่เคยเป็นกำลังใจและให้ความช่วยเหลือเธออยู่ตลอดเวลา จนมันพัฒนามาเป็นความรักครั้งใหม่ในระยะเวลาสั้น ๆ "นภดล" ผู้ชายที่แอบเฝ้ามอง แอบหลงรักเธอมาตลอดเวลาห้าปี ------------------------------- หญิงสาวฟุบตัวลงกับอกแกร่งอย่างเหนื่อยหอบ เพราะงัดกลยุทธ์ออกมาพิชิตใจเขาจนหมดสิ้น “เควี่คะ” เรียกเขาเสียงหอบ “ว่าไงครับฮันนี่” เขาลูบศีรษะเธอแผ่วเบา “ถูกใจกับของขวัญมั้ยคะ” เธอถามเพราะอยากรู้ว่าตัวเองทำได้ดีพอมั้ยสำหรับครั้งแรก “ถ้าบอกว่าไม่ถูกใจจะขอแก้ตัวมั้ยครับ” แล้วหัวเราะเบา ๆ เมื่อถูกค้อนใส่ “ถูกใจที่สุดเลยครับ ให้ผมบ่อย ๆ นะ ผมรับได้ทุกโอกาส ทุกเทศกาลเลยนะครับ นะครับฮันนี่” เขาอ้อนวอนขอ “ค่ะ ถ้าคุณทำตัวน่ารักกับน้ำผึ้งนะคะ” “ผมจะทำตัวน่ารัก และเป็นสามีที่ดีของคุณภรรยานะครับ” “สามีภรรยาอะไรคะ พูดแบบนี้น้ำผึ้งเขินนะ” แล้วขยับตัวจะลงไปนอนบนที่นอน แต่เขารั้งไว้ไม่ยอมปล่อย “นอนกับอกผมนี้แหละ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะหนัก เพราะตัวคุณเบาอย่างกับนุ่น” แล้วกอดเธอกระชับขึ้น “ไม่เอาค่ะ ขอน้ำผึ้งนอนบนเตียงแล้วซบอกคุณดีกว่า อุ่นดี”