ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เด็ก..บ้านนอก

เด็ก..บ้านนอก

เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกที่เกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองหลวงได้มีโอกาสพบเจอกับหญิงสาวชาวบ้านผู้มีเสน่ห์อันเรียบง่ายและจริงใจ ความแตกต่างของภูมิหลังและวิถีชีวิตกลับไม่ใช่กำแพงกั้น เมื่อหัวใจของหนุ่มกรุงเริ่มหวั่นไหวและตกหลุมรักในความอ่อนโยนของสาวบ้านไร่เข้าอย่างจัง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แสนอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ช่วยหลอมรวมใจสองดวงให้กลายเป็นหนึ่งเดียวในนิยายรักร่วมสมัยที่ตราตรึงใจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

ณ..ผับที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดอุดรธานี คืนนี้นักท่องราตรีต่างก็ครึกครื้นและพลุกพล่านเพราะเป็นคืนวันศุกร์ ทุกคนต่างกินดื่มและสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ เสียงดนตรีแนวหมอลำลูกทุ่งกระหึ่มกึกก้องจนพูดกันแทบไม่ได้ยิน แต่นักท่องราตรีหาได้สนใจไม่ต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลง เด็กเสิร์ฟเดินกันขวักไขว่ไม่ได้หยุดพัก แต่เด็กเสิร์ฟทุกคนก็สู้ขาดใจลูกค้าเยอะขนาดนี้ทิปที่ได้ก็คงไม่น้อย ผับแห่งนี้มีนายตำรวจใหญ่ที่ลาออกจากราชการเป็นเจ้าของ เริ่มต้นจากเป็นร้านเหล้าเล็ก ๆ แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและมีความอินดี้อยู่ในตัว เขาจึงพาผับแห่งนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผับที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลูกค้าของเขามีทุกระดับ ตั้งแต่มหาเศรษฐี ข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้าและหรือแม้แต่ชาวนาก็มาเที่ยวผับของเขาได้ และเพลงที่เปิดในผับจะต้องเป็นแนวลูกทุ่งหมอลำเท่านั้น ในผับแห่งนี้ไม่มีโซน VIP ทุกคนต่างเข้ามาเที่ยวได้และจ่ายในราคาเท่ากัน นี่จึงอาจจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นจุดดึงดูดให้ลูกค้าทุกระดับต่างอยากมาสัมผัสบรรยากาศของผับแห่งนี้

"เร็ว ๆ นังฝนรีบแต่งตัวเข้า ชักช้าอยู่นั่น เห็นไหมนักร้องเค้าแต่งตัวเสร็จแล้ว"

เจ๊นกหญิงวัยสี่สิบปีแต่ยังสวยเช้งกระเด๊ะเพราะดูแลตัวเองดีรีบเร่งให้ 'ฝน' แต่งตัวให้ไว ๆ เพราะใกล้จะได้เวลาขึ้นโชว์แล้ว เมื่อมาเร่งฝนแล้วก็เดินไปดูแลความเรียบร้อยของนักร้องและแดนเซอร์คนอื่น ๆ ต่อ ฝนจึงเร่งรีบเปลี่ยนชุดที่ทางผับเตรียมไว้ให้ วันนี้เธอมารับจ๊อบพิเศษที่ผับแห่งนี้ เพราะน้องสองคนของเธอกำลังจะเปิดเทอม คนหนึ่งกำลังจะเข้าม.หนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังจะขึ้น ปวช. ปีหนึ่ง ลำพังขายน้ำแข็งใสกำไรวันหนึ่ง ๆ ก็ได้ไม่กี่ร้อย แต่เธอเป็นเสาหลักของครอบครัวจึงต้องดิ้นรนทุกหนทางเพื่อหาเงินเลี้ยงปากท้องถึงห้าชีวิต พ่อเองก็ไม่ค่อยสบายเจ็บออด ๆ แอด ๆ มาหลายปีแล้ว หน้าที่ในการหาเงินเลี้ยงครอบครัวจึงตกเป็นของเธอ

เมื่อเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยฝนก็เดินไปหาเจ๊นกเพื่อให้เจ๊แกช่วยดูอีกรอบนึง

"อือ..สวยแล้ว แต่นมกับตูดเอ็งนี่มันจะล้ำหน้านักร้องไปหน่อยนะ ไม่เป็นไร ไปเต้นอยู่แถวหลังละกันเดี๋ยวจะเกินหน้าเกินตานักร้องเขา"

ฝนดีใจเนื้อแทบเต้นที่จะได้ยืนเต้นแถวหลังสุด จะได้อยู่ไกล ๆ สายตาหื่นกามของพวกนักเที่ยวหัวงูทั้งหลายหน่อย อีกอย่างเธอไม่อยากเขม่นกับนักร้องสาวสวย 'ดาว' ประจำผับแห่งนี้

ฝนสาวน้อยวัยยี่สิบปี มีโอกาสเรียนจบแค่ม.ปลายเท่านั้น ความฝันอยากเป็นครูเป็นหมอกับเขาน่ะมันก็มีแหละ แม้จะหัวดีเรียนเก่งแค่ใหน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เรียนต่อ เพราะความจนเป็นตัวบีบบังคับและเหมือนว่ามันจะกำหนดโชคชะตาของเธอให้ไปทางใหนก็ได้ตามที่มันจะต้องการ ในตอนกลางวันเปิดร้านขายน้ำแข็งใสส่วนในตอนกลางคืนนั้น ทุก ๆ คืนวันศุกร์หรือแล้วแต่ว่าทางเจ๊นกจะเรียกหาเธอจะสลัดภาพแม่ค้าน้ำแข็งใสผู้ก๋ากั่นมาเป็นแดนเซอร์เอวไวเอวเด้งที่ผับแห่งนี้ (อยากให้รี้ดคิดถึงภาพของลำไย)

และแล้วก็ถึงเวลาขึ้นโชว์ของฝน นักร้องขึ้นไปก่อนและตามด้วยแดนเซอร์สาวสวยอีกห้าชีวิต นักร้อง สาว สวย เสียงดี สะกดแขกได้อยู่หมัด ทุกสายตาต่างจ้องมองที่นักร้องสาวคนนั้นเป็นจุดเดียว แดนเซอร์ทั้งห้าก็ปล่อยสเต็ปกันอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะไม่ค่อยมีใครมองก็ตาม

"เป็นไงบ้างวะ 'เข้ม' ผับเล็ก ๆ ของข้า"

พันตำรวจตรีอมร ราชะเทศ อดีตนายตำรวจที่ลาออกจากราชการมาบริหารผับแห่งนี้ วัย 35 ปีของเขานั้นยังดูหนุ่มแน่น รูปร่างสูงใหญ่ เป็นที่ต้องใจของบรรดาสาว ๆ เป็นอย่างมาก แต่เสียดายที่เขานั้นมีเมียแล้วและลูกชายของเขาก็อยู่ในวัยที่กำลังน่ารักสามขวบเท่านั้นเอง

"ผับเล็ก ๆ อะไรกัน ใหญ่กว่าที่เราเคยไปเที่ยวกันตั้งหลายเท่า"

เข้ม สิงหไกรวงศ์ ตอบเพื่อนไปอย่างจริงจัง อมรรีบเตะขาเพื่อน

"เห้ย ! อย่าพูดถึงความหลัง ถ้าเอ็งไม่อยากให้ข้ามีปัญหาครอบครัว"

เข้มยิ้มน้อย ๆ ส่ายหน้าให้กับความกลัวเอ้ยความเกรงใจภรรยาของเพื่อน มันจะอะไรกันนักหนาวะก็แค่'เมีย' ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง

"เอ็งจะไปเข้าใจอะไร หัวเราะข้าไปเถอะ ถ้าถึงคราวเอ็งแล้ว ข้าจะคอยดู"

อมรบอกกับเพื่อนอย่างนึกฉุน เข้มจึงเลิกสนใจเพื่อนหันไปสนใจโชว์บนเวทีแทน เขาไล่สายตาเข้มดุคู่นั้นมองไปบนเวที คราแรกเขาสะดุดตากับนักร้องสาวสวยอยู่เหมือนกันแต่พอได้เห็นสรีระแม่สาวแดนเซอร์ คนที่อยู่หลังสุดแล้ว เลือดในกายเขาก็แล่นพล่านขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่ามุมที่เธอยืนอยู่มันจะมืดสลัวที่สุดบนเวทีก็ตาม แต่สายตาที่เศร้า ๆ และดูเหนื่อยล้านั้นกลับดึงดูดสายตาเข้มดุของเขาเอาไว้จนไม่อยากละสายตาจากเธอเลย เขากวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟผู้ชายคนหนึ่ง เด็กหนุ่มเดินเข้ามาหาอย่างนอบน้อม เพราะรู้กันดีว่าผู้ชายตัวใหญ่ผิวเข้ม ตาดุคนนี้คือเพื่อนของเจ้านาย

"คุณเข้มต้องการอะไรเพิ่มครับ"

"เอาเงินนี่ไปให้แม่สาวแดนเซอร์คนนั้น แล้วนี่ก็ส่วนของนาย"

เขาชี้มือไปที่ฝนซึ่งกำลังยักย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงอยู่ เด็กเสิร์ฟคนนั้นกำแบ๊งค์สีเทาสามใบไว้ในมือเพื่อนำไปให้ฝน ส่วนแบ๊งค์ม่วงหนึ่งใบยัดใส่กระเป๋ากางเกงของตัวเอง พลางเกาหัวแกรก ๆ แปลกคนแฮะเพื่อนของเจ้านายคนนี้ คนส่วนใหญ่ร้อยละ 99.99 เขาสนใจนักร้องสาวคนนั้นมากกว่า สวยและเซ็กซี่สุด ๆ มีใครเขาสนใจและให้ทิปแดนเซอร์แถวหลังเกือบครึ่งหมื่นแบบนี้กันเล่า

เมื่อเดินไปถึงหน้าเวที เด็กเสิร์ฟคนนั้นก็กวักมือเรียกฝน เธอใช้นิ้วชี้จิ้มที่หน้าอกตัวเองเป็นเชิงถาม เขาจึงพยักหน้า เมื่อได้รับการยืนยันว่าเป็นเธอแน่แล้วฝนก็เดินไปที่หน้าเวทีและยื่นมือรับเงินที่เด็กเสิร์ฟคนนั้นส่งให้ เขาชี้มือไปที่ลูกค้าคนหนึ่งซึ่งฝนก็มองไม่ค่อยถนัดเพราะเวทีอยู่ไกลแต่ก็ยังส่งยิ้มให้เป็นการขอบคุณ ยัดเงินใส่ไว้ตรงช่องระหว่างหน้าอก เพราะชุดแดนเซอร์ไม่มีกระเป๋า ถอยกลับไปยืนตำแหน่งเดิมและทำหน้าที่เต้นต่อไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย
8.8
เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เสน่หา อาญารัก
8.7
มาร์โคตกหลุมรักตยาคีย์ตั้งแต่แรกพบและปรารถนาจะครอบครองเธอให้ได้ ทว่าเมื่อความจริงใจที่เขามอบให้ถูกตอบแทนด้วยการหลอกลวง ความแค้นใจจึงปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นขึ้น ชายหนุ่มตัดสินใจสวมบทอสูรร้ายเพื่อลงทัณฑ์หญิงสาวอย่างป่าเถื่อนและไร้ความปรานี เขาสบประมาทเธอด้วยถ้อยคำรุนแรงพร้อมใช้กำลังบีบคั้นร่างกายและจิตใจของเธอให้บอบช้ำ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทลงโทษอันเร่าร้อนที่เขาเตรียมไว้ให้เธอชดใช้ในฐานะผู้ทรยศอย่างสาสม
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายจอมทระนง
8.7
ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันระหว่างรุ้งพรายและคริษฐ์ คู่หมั้นหนุ่มผู้เย็นชา เริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาตำหนิที่เธอไม่สวมแหวนหมั้น แม้เธอจะอ้างว่าถอดเก็บไว้เพราะหน้าที่การงาน แต่ความเฉยเมยและท่าทีที่ดูเหมือนถูกบังคับให้มาหาของคริษฐ์ ทำให้รุ้งพรายตัดสินใจขอถอนหมั้นและคืนแหวนให้ ทว่าเขากลับระเบิดอารมณ์ใส่ด้วยความเดือดดาล พร้อมบังคับสวมแหวนคืนให้เธออย่างไม่ยอมเลิกรา โดยอ้างเหตุผลเรื่องความรู้สึกของมารดา ท่ามกลางความอึดอัดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหัวใจของคนทั้งสอง
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
หลังตามหาน้องสาวสามีจนพบในสภาพวิกฤต ฉันรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลจนเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรู คู่กรณีกลับบีบบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมเรียกเงินล้านโดยไม่สนชีวิตคนเจ็บ เธอโอ้อวดว่าสามีผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีตระกูลฟูจะหนุนหลังให้ทุกลมหายใจ คำพูดนั้นทำให้ฉันตระหนักได้ทันทีว่าผู้หญิงจองหองตรงหน้าคือชู้รักของสามีตัวเอง ความจริงที่น่ารังเกียจนี้กำลังทำลายทุกอย่าง รวมถึงแผนการดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้ด้วย
หน้าปกนวนิยาย รักก่อนดวงอาทิตย์ตก
8.1
ซู่เฉียวเหมยกลับมาในรอบสามปีและถูกส่งไปหาจื้อเย่ในฐานะนางสังคม หลังค่ำคืนลึกซึ้งเธอกลับพบว่าเขาจำเธอไม่ได้และยังหลงเสน่ห์ตัวตนใหม่ของเธอ เมื่อเธอลองถามถึงคำสัญญาในอดีต เขากลับตอบอย่างเย็นชาว่ามองเธอเป็นเพียงน้องสาวและต้องการตัดความสัมพันธ์ เธอจึงตัดสินใจละทิ้งความผูกพันนับสิบปีเพื่อจากไป ทว่าในวันที่เธอจะไปจริงๆ จื้อเย่กลับคุกเข่าอ้อนวอนขอไม่ให้เธอทิ้งเขาไป แต่เธอกลับสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดีพร้อมย้ำเตือนถึงสถานะพี่น้องที่เขาเคยยัดเยียดให้
หน้าปกนวนิยาย อ้อนรัก
7.5
สตรีมากมายต่างใฝ่ฝันอยากเคียงคู่ผู้บริหารหนุ่มผู้แสนเย็นชา ทว่าหญิงสาวผู้เด็ดเดี่ยวกลับเป็นคนเดียวที่พยายามหนีให้ห่างจากเขามากที่สุด แต่เส้นทางชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอเผชิญสถานการณ์ไร้ทางออก เขาได้ยื่นข้อเสนอสำคัญที่บีบบังคับจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้ หญิงสาวจึงต้องยอมก้าวเข้าสู่การแต่งงานด้วยความจำยอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ แต่ถูกผูกมัดไว้ด้วยเงื่อนไขและความจำเป็น จะนำพาความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของทั้งสองคนไปสู่จุดจบรูปแบบใด