ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วุ่นนักรักอลเวง   (ฟาบริซ-แอลลี่)

วุ่นนักรักอลเวง (ฟาบริซ-แอลลี่)

แอลลี่ สาวบริหารปี 4 ตกหลุมรักฟาเบียนพี่ชายคนโตของบ้านเพื่อนสนิทพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกส่งกามเทพมาแผลงศรให้เธอต้องมาพัวพันกับ ฟาบริซ ลูกชายคนกลางจอมกะล่อนที่เป็นคู่กัดกันมาตลอด แม้ฟาบริซจะเป็นหนุ่มเสน่ห์แรงที่สาวๆ หลงใหล แต่เมื่อเผชิญหน้ากับแอลลี่เขากลับกลายเป็นผู้ชายปากร้ายที่คอยปะทะคารมกับเธออย่างไม่มีใครยอมใคร จากความสัมพันธ์แบบลิ้นกับฟันจะเปลี่ยนเป็นความรักที่หวานชื่นหรือจะพังพินาศวุ่นวายกว่าเดิมในเส้นทางรักที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

@ มหาวิทยาลัย HW

"วันนี้เรียนเสร็จไว ไปหาอะไรกินกันมั้ย" แอลลี่เอ่ยชวนน้ำชากับแองจี้เพื่อนสนิทของเธอ

"เออ ไปดิ อยากกินบุฟเฟต์อะแก" น้ำชาตอบ

"เออๆ เอาดิ อยากกินเหมือนกัน" แองจี้สนับสนุน เพราะเกือบสามอาทิตย์แล้วที่ทุกคนสุมหัวกันทำแต่รายงานและหมกมุ่นอยู่กับการเรียน เพราะปีนี้เป็นปีสุดท้ายของพวกเธอจึงต้องเร่งรีบเก็บงานและตามงานที่ยังคั่งค้าง เพราะเหลืออีกแค่เทอมเดียวพวกเธอก็จะเรียนจบกันแล้ว

"เรื่องของแกกะเฮียฟาเป็นไงมั่งอะแอลลี่ เมื่อไหร่แกจะสารภาพรักกับเฮียเขาสักที ฉันรอลุ้นอยู่นะ" น้ำชาเอ่ยถามในขณะที่คีบเนื้อขึ้นเตาย่าง

"ก็กะว่าเรียนจบแล้วค่อยบอกอะ เฮียฟาจะได้ไม่เห็นฉันเป็นเด็กอีก ทุกวันนี้เหมือนเฮียฟาเขาจะไม่เคยเห็นฉันโตสักที" แอลลี่กินไปบ่นไป

"แต่ฉันว่าไม่ต้องรอแล้วไหม นี่แกก็อายุยี่สิบสองแล้วนะ โตจนมีผัวได้แล้วป่ะวะ" แองจี้ออกความเห็น

"เออ ฉันห็นด้วยกับแองจี้มันนะ อีกแค่เทอมเดียวก็จะเรียนจบแล้ว บอกตอนนี้กับบอกตอนนั้นมันก็แทบจะไม่ต่างอะไรกันเลยนะแอลลี่ ถ้าแกมัวแต่ชักช้าระวังเฮียฟาจะถูกสาวอื่นงาบไปกินซะก่อนนะ" คำพูดของน้ำชาทำให้แอลลี่ถึงกับต้องเก็บมาคิดมากจนแทบจะนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว หรือเธอควรจะสารภาพความในใจให้เขารู้ไปเลยดีนะ

ตลอดเวลาเท่าที่จำความได้ ฟาเบียนคือฮีโร่ในชีวิตของเธอมาโดยตลอด เขาเป็นผู้ชายที่น่ารัก อบอุ่น และดูแลเธอเป็นอย่างดี จนเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารักเขาตอนไหน แต่พอรู้ตัวอีกทีก็รักเฮียฟาไปแล้วเต็มหัวใจ แต่ติดที่ยังไม่กล้าบอกความรู้สึกกับเขาตรงๆ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะมองว่าเธอยังเด็ก ทั้งๆ ที่เธอกับฟาเบียนก็ห่างกันไม่ถึงสามปีเลยด้วยซ้ำไป แต่คงเป็นเพราะฟาเบียนเติบโตและดูแลเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ในสายตาของเขาจึงไม่เคยมองว่าเธอโตขึ้นเลย

แอลลี่คิดวกไปวนมาถึงเรื่องที่คุยกับน้ำชาและแองจี้ตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายจนถึงตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ...และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้สักที

"เอาวะ.. บอกก็บอก ถ้าช้าถูกงาบไปกินล่ะแย่แน่เลย" แอลลี่บอกกับตัวเองก่อนที่จะล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปในที่สุด

เช้าวันใหม่อากาศสดใส แอลลี่รีบตื่นขึ้นมาแต่เช้า วันนี้เธอเตรียมตัวเตรียมใจเป็นอย่างดีแล้วว่าจะต้องสารภาพความในใจกับฟาเบียนเสียที หลังจากที่แอบรักเขามานานถึงยี่สิบปี เธอตัดสินใจโทรหาน้ำชาเพื่อบอกเรื่องนี้ทันที เผื่อว่าเพื่อนเธอจะมีคำแนะนำดีๆ หรือให้กำลังใจเธอบ้าง

"ฮัลโหลวววว... ว่าไงคะเพื่อนสาว" เสียงน้ำชาเอ่ยทักทันทีเมื่อรับสาย

"น้ำชา ฉันตัดสินใจแล้วนะ ว่าวันนี้จะไปสารภาพความในใจกับเฮียฟา"

"จริงเหรอแก เออๆ ดีๆ ฉันเห็นด้วย ขอให้แกสมหวังนะ"

"แกว่าเฮียฟาจะรักฉันเหมือนกับที่ฉันรักเขาไหมอะ" แอลลี่เริ่มจะกังวลใจ

"อย่าคาดเดาค่ะเพื่อน ของแบบนี้อยากรู้ก็ต้องถามเองไปเลย อย่างน้อยแกก็ไม่เคยเห็นเฮียเขาควงสาวที่ไหนหนิ ไม่แน่นะ เขาอาจจะมีใจให้แกแต่ไม่กล้าพูดเหมือนแกก็ได้"

"ขอบใจนะแก งั้นเดี๋ยวฉันจะรีบไปบริษัทเฮียฟาแต่เช้า เห็นว่าช่วงสายๆ เฮียเขามีประชุม เดี๋ยวจะไม่ทัน"

"เออๆ โอเคๆ ได้ความยังไงโทรบอกฉันด้วยล่ะ" น้ำชาพูดก่อนที่จะวางสายไป

@มาร์ตินกรุ๊ป ประเทศไทย

แอลลี่เดินเข้ามาในบริษัทด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงเช้า ป่านนี้ฟาเบียนคงมาถึงบริษัทเรียบร้อยแล้วเพราะปกติเขาเป็นคนตรงต่อเวลามาก ร่างเล็กเดินตรงไปยังประตูห้องแล้วเปิดเข้าไปทันทีโดยที่เลขาสาวหน้าห้องยังไม่ทันได้เอ่ยปากบอกอะไรเลยด้วยซ้ำ

"บอส คุณฟาบริซ คุณแอลลี่เป็นพี่น้องกัน คงไม่เป็นไรมั้ง เราจะโดนตำหนิไหมเนี่ย" เลขาสาวหน้าห้องบ่นพึมพำเพราะห้ามเธอเอาไว้ไม่ทัน

"เฮียฟาขาาาา" เสียงเรียกชื่อแว่วหวานมาแต่ไกล เจ้าของชื่อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารสำหรับการประชุม พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

"อ้าว..แอลลี่ มาหาเฮียแต่เช้าเลย มีอะไรหรือเปล่า?" ฟาเบียนเอ่ยถาม

"เอ่อ.. ก็มีค่ะ แอลลี่มีเรื่องสำคัญอยากบอกเฮียฟาค่ะ" แอลลี่เดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม ทำท่าจะนั่งลงบนตักแกร่งของเขา แต่ดูเหมือนเขาจะรู้ทันความคิดของเธอเลยทำหน้าดุใส่ แอลลี่จึงจำใจต้องเลื่อนเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ แล้วเข้ามานั่งใกล้ๆ กับเขาแทน

"มีอะไรเหรอ ธุระสำคัญใช่ไหมถึงต้องมาหาเฮียถึงที่นี่ ไปก่อเรื่องอะไรมา หรือจะมาขอตังค์ไปเที่ยวอีกล่ะ" ฟาเบียนเอ่ยถามยิ้มๆ

"เฮียฟาพูดเหมือนแอลลี่ยังไม่โตเลยนะคะ ปีนี้แอลลี่อายุยี่สิบสองแล้ว โตเป็นสาวแล้วนะคะ" เธอพูดพร้อมกับทำหน้ายู่ใส่ จนชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ

"ถ้างั้นมีอะไรจะบอกเฮียว่ามาเลย เฮียรอฟังอยู่"

"เอ่อ..เฮียฟาว่าแอลลี่โตพอจะมีความรักได้หรือยังคะ"

"หือ.. อย่าบอกนะว่าแอลลี่แอบมีแฟนน่ะ" ฟาเบียนจ้องหน้าเธอเขม็ง

"เปล่าค่ะ แอลลี่แค่ลองถามเฉยๆ อยากรู้ว่าเฮียฟาจะว่ายังไง"

"จริงๆ ถ้าแอลลี่จะมีคนรักมันก็ไม่ผิดหรอก อายุยี่สิบสองก็โตพอที่จะมีแฟนได้ อีกแค่เทอมเดียวแอลลี่ก็จะเรียนจบแล้วน้าแอลตันคงจะไม่ว่าหรอก" ฟาเบียนบอกกับเด็กสาวตรงหน้า ซึ่งตอนนี้เธอกำลังจ้องมองเขาตาแป๋ว

"แอลลี่ก็คิดว่าอย่างนั้นแหละค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกเหมือนกันกับแอลลี่หรือเปล่า"

"แอลลี่ยังไม่ได้บอกผู้ชายคนนั้นเหรอว่ารู้สึกยังไงกับเขา ถ้าเราอยากรู้ก็ควรจะบอกความรู้สึกของเราให้เขารู้ก่อนนะ" ฟาเบียนให้คำแนะนำกับเด็กสาว

"จริงเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นแอลลี่บอกได้เลยใช่ไหมคะ?" เธอพูดกับชายหนุ่มพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นอย่างชั่งใจ แอลลี่สูดลมหายใจเข้าปอดพร้อมกับพูดออกมาทันที

"แอลลี่รักเฮียฟาค่ะ รักเฮียคนเดียวมาตลอด แล้วก็รักมานานมากแล้วด้วยค่ะ แล้วเฮียฟาล่ะคะ รักแอลลี่บ้างไหม?" แอลลี่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อพูดจบประโยค หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกในขณะที่ฟาเบียนได้แต่นิ่งเงียบ

"เฮียฟาคะ ทำไมเงียบไปล่ะคะ เงียบแบบนี้แอลลี่ใจเสียนะ" แอลลี่พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ในใจเริ่มมีความวูบไหวแปลกๆ เมื่อเห็นอากัปกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้า

"คือ..เฮีย .. เฮียขอโทษที่รับรักแอลลี่ไม่ได้ เฮียไม่ได้คิดกับแอลลี่แบบนั้น" ฟาเบียนตอบ เขาเห็นน้ำตาของเธอไหลร่วงลงมาจากดวงตาคู่สวยที่แสดงให้เห็นถึงความผิดหวังอย่างชัดเจน จนเขาเองก็รู้สึกผิดเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน

Write Talk: งื้อ..สงสารยัยน้อง อกหักซะแล้ว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ผู้หญิงของมาเฟีย My Girl
8.8
อนรรฆ มาเฟียกาสิโนผู้เย็นชาต้องเผชิญกับความหวั่นไหวเมื่อ อรินรดา เด็กสาวในปกครองเริ่มเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง แม้สถานะพี่น้องบุญธรรมจะเป็นปราการกั้นขวางความรู้สึก แต่เมื่อความจริงเปิดเผยว่าทั้งคู่ไร้ซึ่งสายเลือดเดียวกัน ปณิธานที่เคยยึดมั่นจึงสั่นคลอน อรินรดาพยายามหักห้ามใจจากสัมผัสที่เร่าร้อนของเขา ทว่าร่างกายกลับโหยหาการควบคุมจากมาเฟียหนุ่มอย่างไม่อาจต้านทานได้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ต้องห้ามที่แปรเปลี่ยนเป็นความรักอันตราตรึงใจในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย รักที่ซ่อนแค้น
9.4
โชคชะตานำพาเฮเลน่ามาพบกับชาร์ลีผู้ทรงอิทธิพล แม้ฉากหน้าเธอจะดูเป็นสาวน้อยผู้อ่อนโยน แต่แท้จริงกลับซ่อนตัวตนที่แข็งแกร่งและอำนาจลึกลับไว้มากมาย ชาร์ลีคอยปกป้องเธออย่างดุดันจนไม่มีใครกล้าขัดใจ แม้แต่ตระกูลใหญ่ที่เคยพ่ายแพ้ต่อเธอก็ต้องยอมศิโรราบ เมื่อเฮเลน่าพยายามหนีไป ชาร์ลีจึงเริ่มออกตามล่าเธอไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อพาเธอกลับมา โดยเขามุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญเพื่อให้เธอได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะหงส์ผู้สง่างาม
หน้าปกนวนิยาย การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)
8.0
เมื่อวิญญาณนางร้ายตัวแม่ต้องมาเกิดใหม่ในร่าง หลิงชิงเย่ว หญิงสาวผู้น่าสงสารในยุค 80 ที่ถูกสามีหมางเมินและแม่สามีบีบคั้นให้รับเมียน้อยซึ่งเป็นคนรักเก่าของเขาเข้ามาในบ้าน แทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ท่านยมบาลส่งมาผิดพลาด เธอตัดสินใจสะบัดบ๊อบใส่พระเอกงี่เง่าแล้วขอใช้ชีวิตสวยรวยเก่งด้วยพรวิเศษ 3 ข้อที่ได้รับมา เตรียมพบกับการแก้แค้นฉบับตัวมารดาที่จะหย่าขาดจากความทุกข์เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่งและเริดเชิดยิ่งกว่าใครในปฐพี
หน้าปกนวนิยาย Sign on love   เดิมพันรัก มาเฟียร้าย
9.0
มินตรา ดาราสาวพราวเสน่ห์ผู้ถูกตราหน้าว่าหยิ่งยโส ตัดสินใจใช้มารยาหญิงทุกวิถีทางเพื่อล่อลวง กรรฐ์ มาเฟียหนุ่มในคราบคุณหมอผู้เย็นชาให้ติดกับดักหัวใจ ท่ามกลางเกมความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นความในใจไว้ภายใต้ท่าทีเฉยเมย มินตราไม่เคยล่วงรู้เลยว่าชายหนุ่มที่เธอพยายามยั่วยวนนั้นได้ถลำลึกตกหลุมพรางรักของเธอไปนานแล้ว เดิมพันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบว่าใครจะเป็นฝ่ายเผยความลับก่อนกัน ในเมื่อความรักถูกใช้เป็นเครื่องมือพิชิตใจมาเฟียร้าย
หน้าปกนวนิยาย ติดอำนาจครอบงำ: ประธานาธิบดี จงอ่อนโยน
7.8
เมื่อจ้าวฉีหมิงมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทำสัญญาจ้างชินซือหยู่ที่ปรึกษากฎหมายสาวมาทำงาน ความสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วคราวกลับกลายเป็นพันธนาการที่เขาไม่ยอมสลัดทิ้ง แม้เขาจะทำลายชื่อเสียงและหน้าที่การงานของเธอเพื่อบีบคั้นให้ยอมสยบ แต่เธอกลับโต้กลับอย่างเย็นชาว่าเขาเป็นเพียงสินค้าราคาแพงเกินเอื้อม ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงปรารถนา เขาประกาศกร้าวต่อหน้าเธอว่าผู้หญิงที่เป็นของเขาจะไม่มีชายหน้าไหนกล้าแตะต้องเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ค่ำคืนสุดเหงา
8.6
เมื่อพี่ชายแต่งงานพาสาวสวยเจ้าเสน่ห์เข้าบ้าน ผมกลับรู้สึกถึงสายตาเชิญชวนที่พี่สะใภ้ส่งมาให้จนใจสั่น วันที่อยู่กันลำพังอุบัติเหตุในสวนทำให้เธอข้อเท้าแพลง ขณะที่ผมช่วยพยุงไปพักและนวดคลายเจ็บที่เตียง ความใกล้ชิดและกลิ่นกายที่เย้ายวนกลับปลุกเร้าอารมณ์หนุ่มให้พลุ่งพล่าน สัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจท่ามกลางความประหม่าเริ่มทวีความร้อนแรง เมื่อแรงดึงดูดทางกายดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเกมเสน่หาที่เธอจงใจตอบสนองทุกการเคลื่อนไหวของผมอย่างเป็นจังหวะ