ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณอาไม่แท้

คุณอาไม่แท้

ติณภพตัดสินใจรับอุปการะเด็กสาวกำพร้าคนหนึ่งเพื่อมุ่งหวังที่จะทดแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณตามความตั้งใจอันแรงกล้าของตนเอง ในช่วงแรกเขาขีดเส้นใต้ความสัมพันธ์ไว้อย่างชัดเจนและไม่เคยมีความคิดเชิงชู้สาวกับเด็กในปกครองเลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า ความใกล้ชิดและการได้เห็นเธอเติบโตกลับทำให้ความรู้สึกภายในใจของเขาเริ่มสั่นคลอน จนกระทั่งมุมมองที่มีต่อเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงในที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

เวลาประมาณสามโมงเย็น หลังจากที่เคลียร์ปัญหาในโรงงานเสร็จเรียบร้อย ติณภพก็รีบตรงดิ่งเพื่อกลับมาพักผ่อนเอาแรงที่บ้านทันที เขาเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าอิดโรย ก่อนจะพบเข้ากับป้าต้อยที่ยืนรอต้อนรับอยู่ที่บริเวณห้องรับแขก

“เป็นยังไงบ้างคะคุณติณ ราบรื่นดีไหม ป้าเป็นห่วงแทบแย่”

“เรียบร้อยดีครับป้า ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” รอยยิ้มน้อยๆ ถูกส่งไปที่ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวบ้าน แล้วนึกเอะใจว่าเพราะเหตุใดวันนี้บรรยากาศถึงได้เงียบผิดปกติ

“แสนดีล่ะครับ ยังไม่ตื่นเหรอครับ”

“เอ่อ...เห็นเด็กๆ บอกว่าออกไปไหนก็ไม่รู้ค่ะ ไม่ได้บอกป้าเอาไว้ ป้าก็นึกว่าบอกคุณติณแล้วซะอีก ยังไม่ได้บอกเหรอคะ?”

“ไม่นะครับ” ติณภพถึงกับขมวดคิ้วติดกันเป็นปม หนำซ้ำยังรู้สึกร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก แสนดีไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นจึงสร้างความแปลกใจให้กับทั้งติณและป้าต้อยไม่น้อย

“ดูสินั่น ป้าก็นึกว่าบอกคุณติณแล้ว ก็เลยไม่ได้เป็นห่วงอะไร”

“ไม่เป็นไรครับป้า เดี๋ยวผมจัดการเอง ป้ามีงานอะไรก็ไปทำเถอะครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ค่ะคุณติณ”

หลังที่พูดคุยกันด้านล่างอยู่นาน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจขึ้นมาด้านบนห้องนอนเพื่อเคลียร์ปัญหาภายในบ้านอย่างรวดเร็ว เขาโทรหาแสนดีอยู่หลายครั้ง แต่ทว่ากลับไม่มีการตอบรับจากปลายสายกลับมาเลยแม้แต่น้อย

“ทำไมไม่รับสายวะ ชักจะดื้อด้านขึ้นไปทุกทีๆ” ชายหนุ่มที่กำลังเอนหลังอยู่บนเตียงนอนนุ่มถึงกับหัวเสีย เมื่อติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้ อีกทั้งยังไม่มีการติดต่อกลับมา ทว่าติณเองก็รู้ว่าแสนดีคงไปไหนได้ไม่ไกล เพียงแต่เขาไม่ชอบที่เป็นฝ่ายถูกมองข้ามก็เท่านั้น

ระยะเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง พลอยใสเห็นว่าเพื่อสาวเครียดหนักจึงพาเที่ยวจนกระทั่งมืดค่ำถึงจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

“คุณแสนดี ไปไหนมาคะ แล้วทำไมถึงไม่บอกป้าก่อนว่าจะออกไปข้างนอก” ทันทีที่แสนดีก้าวเท้ากลับเข้ามาเหยียบบ้าน ป้าต้อยก็รีบออกมาต้อนรับอย่างไว สีหน้าของเธอบ่งบอกความกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เด็กสาวอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าอาการดังกล่าวมีต้นเหตุมาจากอะไร

“พอดี หนูลงมาแล้วไม่เจอใครเลยอะค่ะ ก็เลยไม่ได้บอกใครเอาไว้”

“แล้วทำไมไม่โทรบอกคุณติณล่ะคะ รู้ไหมคะว่าคุณติณเป็นห่วง”

“เอ่อ...ตอนแรกหนูก็ว่าจะบอก แต่ก็ลืมไปเลยอะค่ะ อาติณอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ” แสนดีเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย เธอเองก็รู้สึกหวั่นใจ เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ไม่ทำตามคำสั่งสอนของผู้เป็นอา

“ใช่ค่ะ รีบขึ้นไปหาเลยค่ะคุณแสนดี เดี๋ยวโมโหไปมากกว่านี้จะเป็นเรื่องเอาได้นะคะ”

“ค่ะป้าต้อย งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”

“คุยกันดีๆ นะคะ ป้าเป็นห่วง”

“ค่ะป้า” เธอตอบรับคำจากคนที่อายุมากกว่าแล้วรีบสาวเท้าเดินขึ้นไปยังห้องของติณภพทันที

ระหว่างทางในใจของแสนดีเองก็แอบกังวลเล็กๆ เธอรู้ว่าต้องโดนตำหนิ จึงทำใจล่วงหน้ามาแล้ว แต่ทว่าพอเอาเข้าจริงกลับยับยั้งความกลัวเอาไว้ไม่อยู่เสียอย่างนั้น

เสียงเคาะประตูดังสวนขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันแสนเงียบสงบ เธอเองก็รู้สึกแปลกใจที่เวลานี้ฝ่ายตรงข้ามไม่อยู่ที่ห้องทำงานส่วนตัว แต่กลับมาอยู่ในห้องนอนตั้งแต่หัววัน

“ใคร...”

“แสนดีเองค่ะ” น้ำเสียงหญิงสาวเจ้าของร่างบางในเวลานี้ดูไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่นัก ซึ่งนับจากที่ตอบสวนกลับไปไม่นาน เสียงของประตูก็พลันดังขึ้น ก่อนจะเผยให้เห็นติณภพที่เปิดประตูออกมาต้อนรับเธอด้วยสีหน้าดุดัน ซ้ำแล้วสายตาที่ทอดมองมาก็ยังแฝงความผิดหวังเอาไว้ด้วยในเวลาเดียวกัน

“ไปไหนมา?” เสียงทุ้มต่ำเจือแววไม่พอใจลอยแว่วมาถึงหูของแสนดี ทั้งที่เตรียมใจมาแล้วแท้ๆ แต่ความกลัวก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“ไปเที่ยวกับพลอยใสมาค่ะ พอดีหนูลืมบอกป้าต้อยเอาไว้”

“แล้วโทรศัพท์ไม่พกติดตัวหรือไง ทำไมอาโทรไปกี่สายๆ ก็ไม่รับ อีกอย่างถ้าจะออกไปไหนก็น่าจะโทรบอกอาให้รู้ก่อน ลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองต้องทำอะไร”

“ค่ะ หนูลืม พอดีมัวแต่คุยกับพลอยใสจนเพลิน แล้วก็เดินซื้อเสื้อผ้าต่ออีก หนูก็เลยลืมไปเลย ขอโทษนะคะ” แสนดีรวบรวมความกล้าแล้วตัดสินใจกล่าวออกไปตามความจริง ทว่าเมื่อเห็นสายตาคมปลาบคู่นั้น เธอกลับสู้ไม่ไหว รีบหลุบตามองต่ำอย่างรวดเร็ว

“เข้ามา คืนนี้เราสองคนคงต้องเคลียร์กันอีกยาว...” ติณภพทิ้งท้ายไว้เพียงสายตาเย็นเยือกกับถ้อยคำที่จงใจข่มขู่ให้อีกฝ่ายกลัวเพราะตนเป็นคนทำผิด

แสนดีกลืนน้ำลายลงคอไปด้วยความยากลำบาก เธอประหม่าจนเม็ดเหงื่อผุดขึ้นที่บริเวณฝ่ามือจนเปียกชื้นไปทั่ว อีกทั้งยังก้าวขาไม่ออก เลยได้แต่เกาะประตูเอาไว้ไม่ยอมเดินตามร่างสูงเข้าไปในห้องเสียที

“บอกให้เข้ามา” ผู้เป็นอาเน้นเสียงเรียกจนเด็กสาวเสียวสันหลังวาบ บ่อยครั้งที่แสนดีแอบเห็นติณลงโทษลูกน้องด้วยการใช้กำลัง เธอเองก็กลัว...กลัวว่าวันหนึ่งจะโดนกระทำแบบนั้นจนจำฝังใจ...

“อาติณ...ค....คือว่า...”

“ก็บอกให้เข้ามาไง จะมัวอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ทำไม”

“คือว่า...หนู”

“ถ้ายังไม่เข้ามา ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก อาจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น” ติณภพหันกลับมาพูดด้วยความไม่สบอารมณ์

พักหลังมานี้แสนดีดื้อรั้น นับวันก็ยิ่งไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของเขา อีกทั้งยังหาเหตุผลต่างๆ นานมาโต้แย้งเพื่อให้ตนเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้เลี้ยงเด็กคนนี้มาเพื่อคาดหวังให้เป็นแบบนี้แต่อย่างใด

คำขู่ของติณภพทำให้แสนดียอมก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในห้องนอนกว้างอย่างกล้าๆ กลัวๆ ใจหนึ่งก็อยากจะวิ่งหนีเข้าห้องตัวเองเพื่อตั้งสติ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าอาติณจะไม่สนใจตัวเองอีกแล้ว

“อาติณ...หนูขอโทษนะคะ หนูไม่คิดว่าอาติณจะโกรธขนาดนี้...” ร่างบางยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่บริเวณปลายเตียง แม้แต่เดินเข้าไปใกล้ๆ แสนดีก็ยังไม่กล้า ทั้งสีหน้าและท่าทีของผู้ที่โตกว่าทำเอาเธอลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายรอบ

“ต่อให้อาไม่โกรธ เราก็ควรจะสำนึกได้ด้วยตัวเองหรือเปล่า?”

“หนูรู้สึกผิดนะคะ”

“รู้สึกผิด? เชื่อได้เหรอ?” ติณภพพูดพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาหนักๆ ลำพังแค่แก้ปัญหาของบริษัทในแต่ละวันก็เหนื่อยจนสายตัวจะขาด ยิ่งเด็กที่บ้านทำตัวมีปัญหาเพิ่มเข้าไปอีก ก็อดไม่ได้เลยที่ต้องเรียกเธอเข้ามาตักเตือนเป็นการส่วนตัว

“แต่นี่เป็นครั้งแรกที่หนูลืมนะคะ อาติณอย่าโกรธหนูเลย”

“มีครั้งแรกก็ต้องมี ครั้งที่สอง สาม สี่ และต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งอาไม่ชอบ อย่าคิดว่าการที่ตัวเองบรรลุนิติภาวะแล้วจะทำอะไรโดยที่ไม่เห็นหัวอาเลยก็ได้นะคะ รู้ไหมว่าอาเป็นห่วงเราแค่ไหน ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา มันจะเดือดร้อนใคร? เคยคิดบ้างหรือเปล่า”

“ขอโทษค่ะ...” แสนดีพูดขึ้นขณะที่พยายามเขยิบตัวเข้าใกล้อาติณเพราะไม่รู้จะใช้ไม้ไหน นอกเสียจากไม้อ้อนที่เคยใช้อยู่เป็นประจำแล้วได้ผลดีเกินคาด

“ไหนลองบอกมาสิว่าอาเคยสอนไว้ว่ายังไง” คนอายุมากกว่าเดินเบี่ยงตัวออกมาอีกทาง เพราะยังไม่อยากแตะเนื้อต้องตัวกับอีกฝ่าย ติณภพรู้ตัวเองดีว่าถ้าหากถูกแสนดีอ้อนขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น...

“จะออกไปไหนก็ต้องบอกอาติณก่อน หรือถ้าอาติณไม่ว่างก็ให้ฝากป้าต้อยเอาไว้ค่ะ...”

“แล้วได้ทำไหม?”

“ไม่ได้ทำค่ะ”

“แล้วสมควรโดนลงโทษไหม?”

“….” แสนดีไม่ได้เปิดปากตอบโต้อะไรกลับไป เธอเพียงแค่พยักหน้าตอบรับคำถามของคนตรงหน้ามาก็เท่านั้น...

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีพันธนาการ (Series The Husband (สามี))
9.4
ต้องรัก โปรดิวเซอร์สาวผู้ยอมทำทุกทางเพื่อเรตติ้งก่อนลาวงการ เธอตัดสินใจปล้นจูบนายหัวปัณณ์กลางงานแถลงข่าวและประกาศแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ในงาน ทว่านายหัวหนุ่มผู้มีหัวใจปิดตายกลับซ้อนแผนใช้ทะเบียนสมรสพันธนาการเธอไว้จริงๆ จากการแต่งงานกำมะลอกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เร่าร้อนและลึกซึ้ง เมื่อปัณณ์ตั้งใจจะแก้เผ็ดแม่สาวจอมป่วนด้วยความรักและความปรารถนา จนสุดท้ายเขากลับเป็นฝ่ายตกหลุมรักเมียในนามคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นในเกมรักที่เขาเป็นผู้คุมกฎ
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
8.5
ชีวิตของรินรุ้งพลิกผันจากพนักงานขายสู่พี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งแม่เลี้ยง เธอต้องรับมือกับลูกสาวจอมแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซ่อนความแค้นไว้ภายใต้หน้ากากเทพบุตร หลังสูญเสียคู่หมั้นไปนานแปดปี เขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาเคยจูบในคืนฝนตก และหวังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่ความไร้เดียงสากลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตาย ท่ามกลางอุปสรรคจากลูกสาวตัวน้อยที่หวงพ่อสุดชีวิต รินรุ้งต้องหาทางกำราบสองพ่อลูกก่อนที่กับดักเสน่หาครั้งนี้จะแผดเผาชีวิตเธอจนหมดสิ้น
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ร้างใจ ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
8.4
เตยหอมจำต้องสวมรอยเป็นเจ้าสาวในคืนวิวาห์เพื่อมอบพรหมจรรย์ให้มหาเศรษฐีแทนลูกสาวผู้มีพระคุณ หลังค่ำคืนอันน่าอดสูเธอถูกส่งตัวไปต่างแดนจนเวลาผ่านไปสี่ปี การกลับมาไทยเพื่องานศพทำให้เธอได้พบกับอเล็กซิส โอคอนเนอร์อีกครั้ง เขาคือพ่อของลูกสาวที่เธอแอบซ่อนไว้ แต่ความลับเริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาปรากฏตัวพร้อมต่างหูที่หายไปในคืนนั้น พร้อมรอยยิ้มคุกคามที่ยืนยันว่าเขาจำรสสัมผัสบนเตียงเมื่อสี่ปีก่อนได้แม่นยำและเขากำลังไล่ต้อนเธอให้จนมุม
หน้าปกนวนิยาย ใจร้ายคืนรัก
8.0
มรสุมชีวิตพรากทั้งบิดาและชายคนรักไปจากใบหยก ทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมในฐานะลูกนอกสมรสที่ถูกขับไล่จากบ้านพร้อมแม่ผู้พิการทางสายตา ท่ามกลางความสิ้นหวังเธอกลับได้พบชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่มีใบหน้าเหมือนคนรักเก่าราวกับเป็นคนเดียวกัน ทว่าเขากลับอยู่ในฐานะคู่ควงของพี่สาวต่างมารดา แม้แรงดึงดูดจะทำให้หัวใจที่บอบช้ำเริ่มมีความหวังและรอยยิ้มอีกครั้ง แต่สุดท้ายเธอกลับพบว่าตัวตนที่แสนดีของเขานั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ซ่อนความโหดร้ายเอาไว้
หน้าปกนวนิยาย พิษรักผู้ชายอันตราย
9.5
ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าอันตรายกลับทำตัวร้ายกาจจนเกินขอบเขต แม้หญิงสาวจะพยายามประณามการกระทำที่ไร้หัวใจของเขาด้วยคำพูดรุนแรงเพียงใด แต่เขากลับไม่สะทกสะท้านและพร้อมจะสั่งสอนบทเรียนถัดไปให้เธออย่างเลือดเย็น การเผชิญหน้าระหว่างผู้หญิงที่ถูกย่ำยีความรู้สึกกับผู้ชายที่มองความรักเป็นเพียงเกมสนุกจึงทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดและแรงแค้นที่ยากจะเลือนลาง