ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รวิกาญจน์เภตรา

รวิกาญจน์เภตรา

ใต้ซากเรือสำเภาทองที่หลับใหลในอ่าวไทย ความรุ่งโรจน์แห่งสุโขทัยกลายเป็นเป้าหมายของเหล่านักล่าผู้ยอมแลกชีวิตเพื่อสมบัติมหาศาล ทว่าลึกลงไปกลับมีวิญญาณแค้นที่ถูกหักหลังและฆาตกรรมเฝ้ารอเวลาสะสางบัญชีหนี้เลือดอย่างทุกข์ทรมาน ขณะที่ชายผู้หนึ่งยังคงยึดมั่นในคำสัตย์ปฏิญาณรักเพียงนางเดียวทุกภพชาติ เมื่อกงล้อแห่งกรรมหมุนวนมาบรรจบอีกครั้ง ความลับและอาถรรพ์ใต้สมุทรจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์สัจธรรมแห่งการกระทำและการรอคอยที่ยาวนาน
ตอน
แชร์

ตอน 3

เจ้าของเสียงทุ้มที่เหมือนจะเพิ่งเดินออกมาจากเรือนรับรองตามเสียงแผ่นไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าดที่ได้ยิน ทำให้พ่อใหญ่จงหันกลับมาพร้อมกับยิ้มรับชายหนุ่มจากเมืองกรุง ชายหนุ่มที่จะมารับหน้าที่นักสำรวจวัตถุโบราณใต้น้ำในวันรุ่งขึ้น

“เสียงครวญจากเจ้านาง”

“เจ้านาง..”

“ใช่.. เจ้านาง”

“เจ้านางอะไรครับพ่อใหญ่”

ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มนั้นมีแววสงสัยปนไม่ยี่หระกับเสียงที่ได้ยินเท่าไร เพราะพอจะเดาได้ว่า “เจ้านาง” ที่พ่อใหญ่จงเอ่ยถึงคงหมายถึงสิ่งเหนือธรรมชาติที่คนเลมักจะเชื่อถือตามนั้น แต่ที่ถามก็เพียงแค่สงสัยไม่ได้เชื่อว่าจะมีอยู่จริง

“ไม่รู้ รู้แต่ว่าตั้งแต่พ่อใหญ่แม่ใหญ่ของผมก็เรียกกันมาอย่างนี้ จนมาถึงรุ่นผมก็ยังคงเรียกอยู่เหมือนเดิม และเด็กรุ่นต่อๆ ไปก็คงจะไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากนี้”

เสียงแหบห้าวของผู้เฒ่าวัยชราแฝงไปด้วยความยึดมั่นและยอมรับว่าสิ่งนั้นมีตัวตนอยู่จริงขณะที่ดวงตาแกร่งผ่านพ้นวันเวลาไม่ได้ละไปจากผืนน้ำด้านหน้าเลยสักนิด

“โห.. ถ้าตั้งแต่รุ่นพ่อใหญ่แม่ใหญ่ของพ่อใหญ่อีกที เจ้านางท่านนี้ก็คงอยู่ที่นี่มากว่า 200 ปีแล้วน่ะสิครับ”

“คนเฒ่าคนแก่เล่าต่อๆ กันมา ผมก็ไม่รู้ว่าจะยาวนานแค่ไหนอาจจะ 200 ปี 300 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น หรือดีไม่ดีอาจจะพร้อมๆ กับเรือที่มาอับปางก็ได้ใครจะรู้ แต่พรุ่งนี้.. คุณอาจมีโอกาสได้รู้ก็ได้”

อนล.. หุบยิ้มในทันทีเมื่อเจอกับน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังของพ่อใหญ่จง เพราะสิ่งที่ผู้เฒ่าเจ้าของเรือนบนเกาะที่เขาต้องมาขออยู่อาศัยเพื่อเก็บข้อมูลใต้น้ำในช่วงสัปดาห์นี้ให้มากที่สุดก่อนจะวางแผนสำรวจจริงกล่าวต่อ กลับกลายเป็นเขาเองที่ไม่อาจละสายตาไปจากผืนน้ำระยิบระยับสุดสายตานั้นได้ รู้แต่ว่าเสียงครวญคร่ำที่ล่องลอยตามลมมานั้นมันเป็นสิ่งที่ปลุกเขาจากนิทรา และเมื่อออกมารับลมที่ระเบียงก็กลับพบว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่ตื่นดึกอยู่ในขณะนี้

โดยเฉพาะเสียงของกระพรวนหรือกำไลกระทบกันที่ดังแว่วมานั้นช่างคุ้นเคยนักในความรู้สึก แต่เมื่อเขาเดินสำรวจดูรอบๆ เรือนกลับไม่พบว่าจะมีวัตถุใดที่ให้เสียงกังวานดังว่า ซึ่งอาจเป็นได้ที่เสียงดังกล่าวแว่วมาตามลมจากเรือนที่ห่างออกไป

“แล้วในความคิดของพ่อใหญ่ พ่อใหญ่เชื่อจริงๆ หรือครับว่านั่นเป็นเสียงครวญของเจ้านาง ไม่ใช่ว่าเป็นเสียงของแมลงกลางคืนหรือสัตว์บางประเภทที่บังเอิญร้องมาให้เราได้ยิน”

“แมลงหรือสัตว์ที่คุณว่าคงไม่เลือกร้องเฉพาะในคืนวันเพ็ญเต็มดวงหรอกนะ แต่ที่สำคัญเจ้านางนั้นมีอยู่จริง”

“พ่อใหญ่พูดเหมือนเคยเห็น”

อีกครั้งที่อนลต้องเก็บคำพูดเพราะสายตาของพ่อเฒ่าที่มองกลับมามันตอบว่า “ใช่” ว่าแต่ทำไมเขาต้องมารู้เรื่องราวแบบนี้ก่อนวันที่จะต้องลงสำรวจด้วยนะ..ไม่ใช่ว่ากลัวแต่เพราะไม่ต้องการให้อะไรมารบกวนจิตใจมากกว่าความมุ่งมั่นที่จะสำรวจและเก็บรายละเอียดให้มากที่สุดภายใน 7 วันที่ได้รับมอบหมาย

“อย่างงั้นพ่อใหญ่ก็ต้องรู้สิครับว่าเจ้านางนั้นครวญว่าอะไร ผมนอนฟังอยู่ตั้งนานก็ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่แน่ใจว่าเธอพูดว่าอะไรบ้าง”

“แม่ใหญ่คนทรงท่านบอกว่า คนที่เจ้านางเฝ้ารอเท่านั้นที่จะฟังเข้าใจ เพราะเสียงครวญคร่ำของเจ้านางจงใจสื่อผ่านให้เขาเท่านั้นรับรู้”

“หรือครับ.. และคนอื่นนั้นได้ยินว่าอะไรกันบ้าง”

“ฟังไม่ได้ศัพท์ รู้แต่ว่ามันเต็มไปด้วยความเศร้า ความห่วงหา ความอ้างว้างและความแค้นเคืองอาฆาต ความรู้สึกมันบอกอย่างนั้น”

“ฟังเป็นภาษาไทยไม่ได้เลยสักคำหรือครับ”

ใบหน้าพ่อใหญ่จงส่ายไปมาช้าๆ ทว่าสายตาก็ยังคงมองไปยังจุดนั้น จุดที่แสงจันทร์ส่องกระทบมากที่สุด ทั้งเสียงครวญคร่ำร่ำไห้ดั่งคนสูญเสียหมดแล้วทุกอย่างและแสงจันทร์งามระยิบระยับ คล้ายมีมนต์สะกดให้ชายหนุ่มและไม่หนุ่มทั้งในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียงกล้าที่จะลงไปเผชิญกับความเสี่ยงในยามพระอาทิตย์ลับล่วง ทว่าผู้ที่ลงไปนั้นน้อยนักที่จะกลับขึ้นฝั่งอย่างสมบูรณ์ทั้งร่างกายและลมหายใจเพราะเขาเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น พ่อเฒ่าจงหลับตาหวนเข้าสู่ภวังค์

ย้อนไปราวปี พ.ศ.2500 ในวัยหนุ่มนั้นคนเลอย่างเขาไม่เคยยี่หระกับเรื่องใดทั้งสิ้น วิชาอาคมก็บวชเรียนมาพอคุ้มตัว อีกทั้งยันต์กันภัยทั้งหลายตามแต่อาจารย์ไหนที่ว่าดีเขาก็ต้องไปสรรหามาประดับไว้บนผิวกายแทบทั้งสิ้น

กลางค่ำกลางคืนหากไม่ไปส่องนกส่องกบก็มักจะตระเวนหาเกี้ยวสาวเพื่อครองคู่เป็นเมียผัว และเหตุเกี้ยวสาวในยามค่ำคืนก็ทำให้เขาค้นพบเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวจนถึงวันนี้ก็ยังไม่อาจลืมเลือนได้ เพราะเหตุการณ์ในคืนนั้นทำให้เขาสูญเสียเพื่อนเกลอที่พากันเที่ยวพากันเมาไปถึง 2 คนพร้อมๆ กัน ไป 3 ตาย 2 มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รอด รอดเพราะปาฏิหาริย์น่ะหรือ “ไม่ใช่” แม้ใครๆ จะว่าอย่างนั้นทว่าเขาเองกลับรู้ดีเสียยิ่งกว่าใครว่ารอดมาได้เพราะอะไร

คืนนั้นไม่ต่างไปจากคืนนี้ แสงจันทร์นำทางส่องถึงเบื้องล่างบริเวณซากเรืออับปางที่รู้แล้วว่ามากมีไปด้วยทรัพย์สมบัติมีค่ามากมายขนาดไหน ในยามนั้นเครื่องสังคโลกที่กระจัดกระจายอยู่รายรอบไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจ สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือของมีค่าที่ยังคงหลงเหลือและไม่ย่อยสลายไปกับวันเวลาและน้ำทะเลกัดเซาะ เช่น ทองคำหรือเพชรพลอยที่คาดว่าเจ้าของเรือคงจะนำติดตัวมาบ้าง เพราะหากจับพลัดจับพลูเจอขึ้นมาหนึ่งชิ้นก็เพียงพอที่จะนำไปขอสาวได้เลย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ฝืนชะตาหวนคืนมารัก
7.9
กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลินผู้ภักดี จบชีวิตลงขณะปฏิบัติภารกิจลับ ทิ้งให้หยางลี่อินภรรยาผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ต้องเผชิญความโศกเศร้าเพียงลำพังในคืนเทศกาลหยวนเซียว ทว่าด้วยพรสวรรค์ลึกลับทำให้นางสัมผัสได้ว่าวิญญาณของเขายังไม่ไปไหน นางจึงตัดสินใจท้าทายโชคชะตาเพื่อดึงคนรักกลับมาจากโลกหลังความตาย แม้เขาจะฟื้นคืนมาในสภาพที่จำนางไม่ได้เลยก็ตาม แต่นางพร้อมจะจ่ายค่าตอบแทนอันแสนแพงให้กับสวรรค์เพื่อให้ได้หัวใจเขากลับคืนมาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ชาติใหม่ข้าจะไม่หวนคืนชะตาเดิม
8.1
สวี่ซือเหยาเคยเป็นเพียงหมากโง่เขลาในนิยายที่ถูกแม่เลี้ยงทำลายชีวิตจนพบจุดจบที่น่าอนาถ แต่เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้เธอย้อนเวลากลับมาในฐานะตัวประกอบที่หลุดพ้นจากการบงการของปลายปากกา เธอจึงตั้งมั่นที่จะปกป้องสามีอย่างโจวเยี่ยนเฉินไม่ให้ใครหน้าไหนมาแย่งชิงไปได้ พร้อมกับขัดขวางไม่ให้พี่ชายแสนดีต้องกลายเป็นตัวร้ายเพราะความตายของเธอ สวี่ซือเหยาในชาตินี้จะขอลิขิตเส้นทางชีวิตและสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองเพื่อเปลี่ยนโศกนาฏกรรมเดิมให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก
9.2
เมื่อนักเขียนสาวข้ามภพมาเกิดใหม่ในร่างลูกน้อย ภารกิจหลักของเธอคือการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญเพื่อพามารดาหนีจากโชคชะตาอันโหดร้าย เมิ่งสืออีผู้เป็นแม่ถูกย่าและอนุของสามีรังแกปางตาย แม้หานชางเหยียนผู้เป็นสามีจะกลับจากสงคราม แต่นางกลับได้รับเพียงความเจ็บช้ำน้ำใจแทนการปกป้องที่คาดหวัง เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง สองแม่ลูกจึงต้องร่วมมือกันหาทางหลบหนีจากบิดาไร้หัวใจ เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่สงบสุขและงดงามท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ตามที่ตั้งใจไว้
หน้าปกนวนิยาย เมียน้อยของอัลฟ่าของฉัน หลุมศพไร้ชื่อของลูกชายฉัน
8.3
ในวันครบรอบการตายของลูกชาย ฉันกลับพบความจริงอันโหดร้ายว่าทยากร คู่ครองอัลฟ่าผู้ทรยศมีครอบครัวลับกับหญิงอื่น ความสัมพันธ์สวาทของพวกเขาคือสาเหตุที่ทำให้ลูกของฉันต้องจบชีวิตลงด้วยความหวาดกลัว ทยากรและแม่ของเขายังทำลายเถ้ากระดูกลูกชายฉันและทิ้งฉันให้ตายท่ามกลางฝูงโร้ค หลังจากรอดชีวิตมาได้ ฉันตัดสินใจเข้าสู่พิธีกรรมต้องห้ามเพื่อลบเลือนทุกความทรงจำเกี่ยวกับเขาและอดีตที่แสนเจ็บปวด เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากความแค้น
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
9.4
ลู่จื้อ หญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรคาสิโนยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ตัดสินใจละทิ้งวงการธุรกิจสีเทาที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับ เธอหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการส่งมอบอำนาจทั้งหมดคืนให้แก่เครือญาติของเขา ทว่าความใจกว้างของเธอกลับถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง เมื่อเหล่าญาติที่โลภโมโทสันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทรัพย์สิน แต่ยังวางแผนกำจัดเธอให้สิ้นซากเพื่อดับไฟแค้นและปิดปากเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต
9.8
เมื่อจางอวิ๋นซีต้องหลุดเข้าไปในโลกยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน ชีวิตของเธอกลับยิ่งมืดมนลงเมื่อต้องเข้าพิธีวิวาห์กับท่านอ๋องผู้มีชื่อเสียงด้านความโหดเหี้ยมและอำมหิตที่สุดในเมืองหลวง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและแรงกดดัน หญิงสาวธรรมดาเช่นเธอจะสามารถหาหนทางเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของสามีจอมโฉดผู้ไร้ความปรานีคนนี้ได้อย่างไร ในเส้นทางชีวิตใหม่ที่ความตายและภยันตรายรายล้อมเธออยู่ทุกฝีก้าว