ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ

เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ

วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
ตอน
แชร์

ตอน 2

การเดินทางครั้งนี้ วัสสิกามีผู้ช่วยเชฟเป็นเพื่อนสนิท ติดตามไปสองคน คือ มณีรัตน์กับบุรินทร์โดยทั้งสองเป็นนักเรียนกับเพื่อนเรียนการทำอาหารระดับเชฟรุ่นเดียวกัน และมีเป้าหมายว่าจะเดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมอาหารของกลุ่มประเทศอาเซียนให้ครบทั้งสิบประเทศ และครั้งนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ทั้งสองได้ติดตามมาเป็นผู้ช่วยการประกวดสุดยอดฝีมือเชฟอาเซียนของวัสสิกา

“โห...โรงแรมชัยปุระ สวยยิ่งกว่าคำลํ่าลือออีกนะ แกสอง คนรู้ไหมว่าหน้าต่างทั้งหมดมีกี่บาน" มณีรัตน์หันมาถามเพื่อนทั้ง สองที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลังและนับจำนวนหน้าต่างอยู่ในใจ

“953 บาน" บุรินทร์ตอบฉาดฉาน ยักคิ้วหลิ่วตาให้เพื่อนสาวทั้งสองเป็นเชิงถามว่า...เท่ห์ไหม...แต่ที่ตอบได้รวดเร็วเพราะเขาศึกษาประวัติหมู่พระตำหนักทุกหลังในอาณาเขตพระราชวังหลวงและโรงแรมสวยหรูแห่งนี้มาแล้ว

“เอ๊ะ! ทำไม่นับเร็วนักล่ะ ฉันนับได้ไม่ทันถึงครึ่งร้อยเลย" มณีรัตน์มองเพื่อนหนุ่มอย่างทึ่งจัด

“ยายเฟอะ ขืนมัวยืนนับอย่างหล่อนคงเป็นวันเป็นคืน กว่าจะนับได้ครบ แล้วหล่อนไม่ได้ศึกษาหาความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโรงแรมที่จะมาพักบ้างเลยหรือ" บุรินทร์ย้อนถาม

“ไม่..." มณีรัตน์ปฏิเสธเสียงยาน "จะรู้มากไปทำไม่ แค่รู้ ว่าโรงแรมอะไร สภาพห้องดีระดับไหน ราคาเท่าไร ปลอดภัยหรือ เปล่าก็พอแล้ว" เหตุผลเดียวที่มณีรัตน์ไม่อยากรู้ประวัติโรงแรม ใดๆที่จะเข้าพักเพราะกลัวจะรู้เรื่องผีๆสางๆที่ตัวเองกลัวสุดชีวิตมากกว่าอย่างอื่น

“ก็นี่แหละ หล่อนถึงขาดฉันกับวัสสิกาไม่ได้ เราสองคนต้องเป็นแผนที่กับโบว์ชัวร์ติดตัวหล่อนตอนเดินทางไปพัก ต่างประเทศตลอดๆ และฉันก็คิดว่าใครได้ผู้หญิงอย่างหล่อนเป็น แฟนหรือเป็นเมียละซวยฉิบ" บุรินทร์ทำปากเบ้

“รวยสิไม่ว่า ทายาทสาวคนเดียวของร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ตั้งหลายสาขาชื่อดังระดับจังหวัดนะยะ เงินหมุนเวียนเดือนละ เป็นแสนใครไม่เอาก็โง่แล้วแก" มณีรัตน์คุยโอ่ เพราะทางบ้านทำ ร้านอาหารขนาดใหญ่ขายดิบขายดีเป็นที่หนึ่งจนต้องเปิดสาขา หลายจังหวัดท่องเที่ยวทางภาคใต้

“เออ...ฉันคนหนึ่งละที่ยอมโง่ยายแม่มณียุคศตวรรษที่21" บุรินทร์ว่าแล้วก็หัวเราะ เขาชอบเรียกมณีรัตน์ว่าแม่มณี เพราะเพื่อนสาวมีหน้าตาคล้ายแม่มณีนางเอกรุ่นเก่าจันทร์จิราจูแจ้งในภาพยนตร์ปี พ.ศ.2533 จากนิยายของทมยันตีนักเขียนศิลปินแห่งชาติที่เขาชื่นชอบมากถึงกับเป็นแฟนคลับตามข่าวจน รู้ว่านิยายเรื่องนี้มีการสร้างเป็นภาพยนตร์มาก่อนหลายปีและนำมาสร้างเป็นละครโด่งดังทางทีวีถึงสองครั้งสองครา

“ถึงแกจะฉลาดเกินศรีปราชญ์ก็หมดสิทธิ์ย่ะ ฉันไม่รับ พิจารณาเพศลักปิดลักเปิดอย่างแก" มณีรัตน์โต้กลับ

“เฮ้ย...ฉันเป็นผู้ชายเต็มร้อยนะหล่อน และฉันก็จอง ตำแหน่งแฟนวัสสิกาเป็นคนแรกด้วย" บุรินทร์เถียง แสร้งทำ ตาหวานใส่เพื่อนสาวที่เขาอ้าง

“วัสสิการับจองแกหรือ เห็นเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงมาจะเป็นสิบปีแล้วมั้ง" มณีรัตน์แกล้งว่า

ในกลุ่มเพื่อนหญิงชายสมัยเรียนมัธยมต้นบุรินทร์จะเกาะแจอยู่กับวัสสิกาที่เขาชื่นชมมากกว่าเพื่อนสาวคนใดๆ และมักจะอาสาทำสารพัดโดยเฉพาะเรื่องยกจานข้าวยกนํ้าดื่ม หรือถือกระเป๋าเรียนให้วัสสิกา เมื่อทั้งสามมีโอกาสไปเรียนต่อที่สถาบันทำอาหารในประเทศฝรั่งเศส บุรินทร์แสดงตัวเป็น สุภาพบุรุษคอยเทคแคร์ดูแลเพื่อนสาวทั้งสองทุกอย่าง แต่ไม่เคยแสดงชัดเจนว่ารักใคร่เสน่หาในตัวเพื่อนสาวแบบชายหนุ่ม

“เออ...มดแดงอย่างฉันนี่แหละ จะอยู่เฝ้ามะม่วงสวยพวง นี้ไปจนแก่ตาย" บุรินทร์หันมาทำตาหวานใส่เพื่อนสาวที่เขาชอบ กล่าวอ้างอีกครั้ง

“แกได้เฝ้าจนแก่ตายแน่ จริงไหมวัสสิกา" มณีรัตน์หันมา ถามเพื่อนสาวแล้วหัวเราะคิกคักกับความคิดของตนที่เห็นภาพบุรินทร์ยามแก่ผมขาวหมดหัว

“เธอสองคนจะยืนเถียงกันถึงเช้าหรือไง ดูสิ คนหยุดมองกันใหญ่แล้วรีบเข้าข้างในกันเถอะ”

วัสสิกากำลังเพลินชมความงามของโรงแรมที่มีประวัติ มานานนับร้อยปี หันมาเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาหยุดฟังการสนทนาของเพื่อนทั้งสองเป็นกลุ่มใหญ่ก็นึกอายรีบลากกระเป๋า ใบโตที่นำลงจากรถแท็กซี่เป็นใบสุดท้ายเดินนำเข้าประตูโรงแรม ที่ผู้แต่งกายด้วยเสื้อสูทประจำชาติสีแดงเปิดรอเชื้อเชิญ

ก้าวแรกที่ย่างเท้าเข้ามาวัสสิกาสัมผัสถึงพลังบางอย่าง จนขนลุกกรูเกรียว เสี้ยววินาทีหนึ่งเธอเห็นภาพสถานที่เก่าแก่ แห่งนี้มีหญิงสาวสวยมากมายแต่งกายนุ่งห่มส่าหรีสีสดใสบ้างเดิน บ้างนั่ง บ้างนอน บ้างเต้นระบำรำฟ้อนตามจังหวะ ดนตรีที่มีเพียงเสียงกลองเสียงพิณและเสียงปี่ด้วยนาฏลีลา แปลกตาที่ผสมผสานระหว่างความสนุกสนานร่าเริงกับการยั่วยวนชวนเสน่หาในตัวนางรำที่มีเพียงผ้าน้อยชิ้นปิดกาย เมื่อภาพนั้นวับหายไปจึงทำให้วัสสิกานึกถึงประวัติความเป็นมาของโรงแรมแห่งนี้แห่งนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซูเยว่ซินทะลุมิติ1970
9.4
เมื่อเชฟสาวฝีมือดีต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันเพียงเพราะโชคร้ายติดอยู่ในเหตุการณ์ปล้นธนาคารจนโดนลูกหลงเสียชีวิต วิญญาณของเธอกลับไม่ได้ไปสู่สุคติแต่ดันทะลุมิติย้อนเวลากลับไปยังยุคปี 1970 แทน ท่ามกลางความลำบากและสภาพสังคมที่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอจะใช้ทักษะการทำอาหารและไหวพริบที่มีเพื่อเอาตัวรอดในร่างใหม่และเริ่มต้นชีวิตครั้งที่สองในอดีตได้อย่างไร ติดตามการผจญภัยที่เต็มไปด้วยรสชาติและโชคชะตาที่พลิกผันได้ในเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้มั่งคั่งแต่โดดเดี่ยว ต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดในวัยเพียง 30 ปี ทว่าเธอกลับได้รับโอกาสครั้งที่สองด้วยการตื่นขึ้นในร่างของ ฉินเสี่ยวหราน เด็กสาวมัธยมปลายในปี 1980 เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นพันตรีและแม่เป็นหญิงชนบท แม้ต้องเผชิญกับความแตกต่างของยุคสมัยและความกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยทักษะแฟชั่นระดับโลกที่ติดตัวมา ลิลลี่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสร้างอนาคตที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย นางร้ายของท่านเสนาบดี
9.4
ซูหนี่คือนักแสดงเจ้าบทบาทที่ประสบอุบัติเหตุจากการถูกแฟนละครไล่ล่าจนเสียชีวิต ทว่าวิญญาณกลับหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของนางร้ายในบทละครที่เธอเพิ่งรับเล่น ซึ่งเป็นสตรีที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมวางยาจนได้แต่งงานกับบัณฑิตหนุ่มจ้าวหนิงหลง แต่สิ่งที่ต่างจากเดิมคือในโลกนี้เธอมีลูกน้อยวัยสามขวบถึงสองคนติดสอยห้อยตามมาด้วย ซูหนี่จึงต้องหาทางดิ้นรนแก้ไขชะตากรรมเพื่อหนีจากความตายตามบทละครที่กำหนดไว้ให้ได้ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นนี้
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)
8.0
ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิผู้สูงส่งหรือบัณฑิตผู้มีความรู้ ต่างก็ต้องยอมสยบให้แก่ภรรยาตัวน้อย โดยเฉพาะสองอาหลานแห่งราชวงศ์จิ่งที่มักถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ ชุนเสี่ยวป๋ายตัดสินใจรุกจีบบัณฑิตหนุ่มใหญ่เหลียนไช่ด้วยตัวเอง เพราะหากรอช้าคงไร้วาสนาจะได้ครองคู่กัน ขณะที่อู่ซุนต้าเอ่อร์ต้องรับมือกับพายุรักอันเร่าร้อนของจักรพรรดิจิ่งซานหวง แม้นางจะพยายามถีบเขาตกเตียงหรือเขาสรรหาข้ออ้างหลบเลี่ยงการร่วมเตียงเพียงใด สุดท้ายนางก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือสามีจอมเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะจับนางกินทุกค่ำคืน
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
9.4
ลู่จื้อ หญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรคาสิโนยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ตัดสินใจละทิ้งวงการธุรกิจสีเทาที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับ เธอหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการส่งมอบอำนาจทั้งหมดคืนให้แก่เครือญาติของเขา ทว่าความใจกว้างของเธอกลับถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง เมื่อเหล่าญาติที่โลภโมโทสันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทรัพย์สิน แต่ยังวางแผนกำจัดเธอให้สิ้นซากเพื่อดับไฟแค้นและปิดปากเธอไปตลอดกาล