ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรักข้ามกาลเวลา

ลิขิตรักข้ามกาลเวลา

เขามองดูหญิงสาวที่เมามายไม่ได้สติขณะอุ้มเธอไปที่เตียง กลิ่นกายและสัมผัสใกล้ชิดทำให้เขาอดใจไม่ไหวจนต้องแอบมอบจูบที่มุมปากและหอมแก้มอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เธอตื่น ชายหนุ่มลูบไล้ผิวเนียนละเอียดผ่านเนื้อผ้าบางเบาด้วยความหลงใหล เมื่อวางร่างบางลงบนที่นอน เขาก็กระซิบข้างหูว่าแม้กิริยาเช่นนี้จะไม่เหมาะสมแต่เขากลับพึงใจที่เป็นเธอ ก่อนจะประทับจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มนั้นอย่างแนบแน่นด้วยความเสน่หาที่ท่วมท้นในใจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ถึงไหนแล้วยิป พวกเราจะเมากันหมดแล้วนะ”

(ลิ้นพันแบบนี้ฉันว่าพวกแกเมาแล้ว ไม่ใช่จะเมาหรอก)

“ไม่ต้องมายอกย้อนตอนนี้หล่อนถึงไหนแล้ว”

(ใกล้ถึงแล้ว อีกไม่เกินสิบนาที แค่นี้นะ)

“ว่าไงนังแวน ไอ้ยิปซีมันถึงไหนแล้ว” เพื่อนชายใจหญิงที่ชื่อปลาหมึกถามเสียงอ้อแอ้

“อีกสิบนาทีถึงชัวร์ แกไปรอรับที่หน้าร้านได้เลย”

“ไปไม่ไหวแล้ว ขืนไปฉันคงโดนหนุ่ม ๆ ที่แอบมองฉุดไปข่มขืนแน่” ปลาหมึกทำเสียงวี้ดว้ายน่าหมั่นไส้

“แกขย่มมันหรือมันขย่มแกล่ะนังหมึก คิก ๆ ๆ”

“หยาบคายที่สุดนังปลา ข่มขืนย่ะไม่ใช่ขย่ม” ปลาหมึกทำปากขมุบขมิบแล้วสะบัดหน้าจนคางเชิด

“แวนแกดูกะเทยควายงอนสิ” ปลาหัวเราะดังลั่นกับท่าทีของเพื่อนชายใจหญิง

“กรี๊ด!.. พวกแกว่าฉันเป็นกะเทยควายเหรอ ถ้าไอ้ยิปมาเมื่อไหร่ฉันจะให้มันจัดการพวกแกคอยดู” ปลาหมึกทำเป็นโวยวายเสียงดังลั่น แต่เธอก็รู้ว่าเพื่อนหยอกเพราะรัก และพวกเธอก็มักจะเล่นกันแบบนี้เสมอจนถือเป็นเรื่องปกติ

“พูดถึงไอ้ยิปแล้วฉันก็เห็นใจมันจริง ๆ นะ เรียนปีหนึ่งเสียพ่อ พอเรียนจบปริญญาโทก็มาเสียแม่ไปอีก แล้วยังเกิดเป็นลูกคนเดียวอีก ญาติพี่น้องก็อยู่ไกลแทบไม่เคยติดต่อกัน ความสนิทสนมจึงไม่มี ถ้ามันไม่มีพวกเรามันจะเป็นยังไงบ้างวะ” แวนรำพันถึงเพื่อนด้วยความเห็นใจ เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมจึงรู้เรื่องดีทุกอย่าง

แม้ความสูญเสียของเพื่อนจะผ่านมาเป็นปี แต่ก็ยังจำได้ดี

“ถ้าสงสารมันก็อย่าหนีไปมีผัวก่อนก็แล้วกัน ให้มันมีก่อนแล้วพวกเราค่อยมีทีหลัง”

“แกคิดได้ไงวะนังปลา” แวนใช้สายตาตำหนิเพื่อน แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “แกคิดว่าหน้าตาอย่างพวกเราจะขายออกก่อนยิปซีเหรอวะ ยังไงมันก็ขายออกก่อนพวกเราอยู่แล้ว”

“ขำ ๆ น่านังแวน แต่ฉันว่าเป็นยิปซีก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ต้องมีห่วงอะไร ผิดกับพวกเราลิบลับ ที่ยังต้องส่งเสียครอบครัวอยู่ คนเก่ง ๆ อย่างมันไม่ลำบากหรอก เรียนเก่งจบปริญญาโทแค่อายุยี่สิบสอง กีฬาก็เก่ง กับข้าวก็เก่ง สวย หุ่นดี ภาษาก็เก่งทั้งไทย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส ล่าสุดได้ข่าวแว่วมาว่าบ้าเกาหลี ไปแอบเรียนมาซะคล่องเชียว ใครกล้าสู้มันวะ ฉันว่าพ่อกับแม่ของมันไปอย่างหมดห่วงแล้ว เพราะท่านส่งเสียให้มันเรียนจนความรู้มันล้นสมองแล้ว” พูดจบก็ยกแก้วค็อกเทลมาดื่มแก้กระหายไปอึกใหญ่

“พวกแกเล่าเรื่องพ่อยิปซีให้ฉันฟังบ้างสิ แกก็รู้ว่าฉันรู้จักพวกแกทีหลัง” นังปลาหมึกของเพื่อน ๆ ร้องขอ เพราะส่วนตัวแล้วหล่อนก็นิยมชมชอบความเก่งของเพื่อนจนยกให้เธอเป็นไอดอล แต่ก็ไม่เคยรู้เรื่องบิดาของเธอมากนัก เพราะไม่เคยถามสักที

“ฉันเล่าเอง” แวนยกมือเสนอตัว “พ่อยิปซีเป็นเจ้าของค่ายมวยที่อยู่ติดกับบ้านฉันทุกวันนี้ไง พ่อรักมันมาก สอนให้มันต่อยมวยตั้งแต่เด็ก แล้วให้เรียนวิชาป้องกันตัวสารพัด ถึงขนาดได้ลงแข่งเลยนะแก ส่วนแม่ของมันก็กลัวว่าลูกจะเป็นทอมก็เลยส่งให้ไปเรียนพวกดนตรี ภาษา เย็บปักถักร้อย แล้วก็สอนให้ทำอาหาร ทำขนม

แต่พอมันสอบติดมหาลัยเข้าปีหนึ่งยังไม่ทันไรพ่อมันก็ตายเพราะโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แม่มันก็เลยตัดสินใจขายค่ายมวยให้เพื่อนพ่อ เอาเงินมาเป็นทุนการศึกษาให้มันนั่นแหละ แล้วแม่มันก็ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอด ตอนหลังก็ต้องเลิกขายของ แต่ไอ้ยิปซีมันก็ใกล้จบแล้วตอนนั้น ไม่นานแม่มันก็ป่วยหนักแล้วก็จากมันไป ฝืนทนจนลูกเรียนจบแล้วจึงไปอย่างสบายใจไร้กังวล” เธอสรุปส่งท้าย

“แกเคยคุยกับแม่มันเหรอถึงรู้ลึกขนาดนั้นน่ะ” ปลาขัดขึ้น

“วันนี้แม่ฉันอาจจะมาหาแกก็ได้นังปลา” เสียงห้วน ๆของคนที่ยืนอยู่ข้างหลังทำให้ทุกคนให้ไปมอง

“ยิปซี!” อุทานออกมาพร้อมกัน

“เออฉันเอง” กล่าวจบก็นั่งลงข้างเพื่อนชายใจหญิงของตัวเอง แล้วจุ๊บแก้มใส ๆ นั้นหนึ่งที “เดี๋ยวนี้สวยกว่าฉันอีกนะปลาหมึก”

ปลาหมึกมองเพื่อนสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าแต้มด้วยรอยยิ้มเพราะได้รับคำชมที่ถูกใจ จิ้มนิ้วไปที่หน้าผากของเพื่อนรักด้วยความหมั่นไส้

“แค่แกชมว่าฉันสวยครึ่งหนึ่งของแกฉันก็ดีใจแล้วย่ะ ไม่ต้องมากกว่าแกหรอก คนอะไรหุ่นก็ดี หน้าก็สวย เก่งไปหมดทุกอย่าง เลิศไม่มีที่ติ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแกเคยเป็นนักมวย”

“ใครบอกนักมวย ยูโด เทควันโด ฟันดาบฉันก็เป็นนะแก ลองกันสักตั้งมั้ย” แล้วหัวเราะเมื่อเห็นหน้าตาของเพื่อนรัก

“ฉันขอแค่ความสวยกับหุ่นของแกก็พอ เรื่องอื่นฉันยอมแพ้” ปลาหมึกยกมือทั้งสองข้างขึ้นสูงเพื่อยืนยันคำพูด เรียกเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆได้ดี

เพื่อนทั้งสี่ดื่มสังสรรค์ ผลัดกันเล่าเรื่องที่ต่างประสบพบเจอแลกเปลี่ยนกันอย่างออกรส

“ทำไมแกไม่ไปเป็นไกด์วะยิป ได้ใช้ความสามารถเต็มที่ด้วย”

“ก็ที่นี่เงินมันดีนี่หว่า ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อยด้วย”

“ไม่ต้องเดินทางตรงไหนวะ ฉันโทรหาแกทีไรแกก็ออกพื้นที่ตลอด ระวังนะโว้ย ฉันเคยอ่านข่าวพวกที่ไปทวงหนี้แล้วถูกยิงตาย ฉันเป็นห่วงแกนะ” ปลาหมึกเตือนเพื่อนที่เป็นฝ่ายเร่งรัดหนี้สินของบริษัทการเงินแห่งหนึ่ง

“นั่นปากเหรออีหมึก!” ปลาตวาดเพื่อนแล้วชี้หน้าแบบคาดโทษ

“อะไรยะ ฉันพูดเพราะเป็นห่วงยิปมันหรอกนะ” ปลาหมึกเชิดหน้าโต้ตอบเพื่อน

“หยุด! กินเหล้า ๆ อย่ามาทะเลาะกัน ชนแก้วโว้ยชนแก้ว” แวนห้ามทัพแล้วยกแก้วรอชน

“ฉันชอบทำงานแบบนี้นะ สนุกดี เดินทางบ้างก็ช่างมันเพราะแค่ในเมืองไทย แต่ถ้าเป็นไกด์ก็ต้องบินไปต่างประเทศ ซึ่งฉันปรับตัวกับอากาศไม่ค่อยไหวน่ะ ฉันมันคนผิวบางพวกแกก็รู้” หญิงสาวทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อน

“ผิวบางหรือกลัวหนาวกันแน่ แกไม่ต้องมาทำเป็นผู้ดีหรอก” แวนดักคออย่างรู้ทัน เพราะเพื่อนของเธอคนนี้ไม่ชอบอากาศหนาว ถ้าอากาศเริ่มเย็นเมื่อไหร่ภูมิแพ้จะกำเริบ ต้องพึ่งยาอยู่ตลอดเวลา

“พวกแก..ตกลงเรื่องลาพักร้อนว่ายังไง ลาได้ตรงกันหรือเปล่า” ยิปซีหรือพุทธิญาชี้หน้าเพื่อนทีละคนเพื่อเอาคำตอบ “ดีมาก ต่อไปก็มาโหวตกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้าคือเจ้าเท่านั้น
8.5
ซินเอ๋อร์พยายามหลบเลี่ยงสายตาอันเร่าร้อนของสามีด้วยความเขินอาย นางปกปิดร่างกายอย่างมิดชิดท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา ทว่าฝ่ายชายกลับดึงรั้งตัวนางให้หันมาเผชิญหน้าเพื่อสบตากันอย่างใกล้ชิด แม้หญิงสาวจะยืนกรานว่าไม่กล้าสู้หน้า แต่เพียงแค่การเหลือบไปเห็นความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่เพียงชั่วครู่ ก็ทำให้นางตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางความใกล้ชิดที่แสนเย้ายวนใจในค่ำคืนนี้ที่เขาปรารถนาจะให้ซินเอ๋อร์จ้องมองเขากลับเช่นกัน
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่มีสามีตามบอด
8.2
ลลิล หญิงโสดวัยสามสิบต้องข้ามเวลามาเกิดใหม่ในร่างของไพลิน สาวขี้โรคผู้ซูบผอมในชนบทอีสาน แม้ก่อนตายเธอจะปรารถนาสามีที่เพียบพร้อมและรักเธอจริง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อพี่สาวฝาแฝดอย่างเพียงตาหนีงานแต่งงานไปพร้อมเงินสินสอด ทิ้งจดหมายผลักภาระให้ไพลินต้องเข้าพิธีวิวาห์แทนกับชายหนุ่มผู้พิการทางสายตาที่ไม่เคยต้องการเธอเป็นคู่ครอง ท่ามกลางความวุ่นวายและร่างกายที่ไม่แข็งแรง ลลิลในร่างใหม่ต้องเผชิญกับชีวิตคู่ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความรักในบรรยากาศบ้านทุ่งที่เรียบง่าย
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ไปทำภารกิจหยุมหัวป๊ะป๋ากลับบ้าน
8.6
สายลม นักศึกษาสายวิทย์ผู้ยึดมั่นในหลักการเหตุผลและเคยเชื่อว่าความตายคือจุดสิ้นสุดของทุกสิ่งตามกฎธรรมชาติ แต่ทัศนคติของเขากลับต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่ออุบัติเหตุรถชนบนทางม้าลายพรากชีวิตเขาไปในพริบตา แทนที่จะสูญสลายกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน เขากลับลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างใหม่พร้อมเสียงเรียกอันแสนอ่อนโยนว่า เจ้าเม่นน้อย จากหญิงสาวที่เรียกเขาว่าลูก การฟื้นคืนชีพที่เหนือคำบรรยายนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนในโลกที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย ย้อนรักตำหนักชมดาว
8.0
ท่ามกลางกระแสธารของน้ำพุแห่งกาลเวลาที่ไหลรินอย่างไม่สิ้นสุด ชายหนุ่มยังคงเฝ้าคอยการกลับมาของหญิงผู้เป็นที่รักด้วยความหวังอันแรงกล้า นวนิยายรักแฟนตาซีที่หยิบยกเอาเกร็ดพงศาวดารจริงจากหน้าประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงมาถ่ายทอดใหม่ เมื่อโชคชะตาขีดเขียนให้นางเอกหลงยุคกลับมาเผชิญกับเหตุการณ์ในอดีต เธอจะตัดสินใจอย่างไรระหว่างการยอมรับชะตากรรมที่ถูกบันทึกไว้ หรือจะรวบรวมความกล้าเพื่อลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ให้ต่างไปจากเดิม
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
หน้าปกนวนิยาย อลเวงวิญญาณพบรัก
9.4
อานนท์ นักธุรกิจหนุ่มผู้เพียบพร้อมต้องกลายเป็นวิญญาณอย่างไม่คาดฝันหลังอุบัติเหตุร้ายแรง ท่ามกลางความสับสนเขากลับได้พบมินตรา หญิงสาวที่มีสัมผัสพิเศษมองเห็นสิ่งลี้ลับมาแต่กำเนิด แม้เธอจะมองว่าพรสวรรค์นี้คือความผิดปกติ แต่สำหรับวิญญาณหนุ่มขี้เหงาอย่างเขา เธอคือความหวังเดียวที่ช่วยให้เขาค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ พร้อมกับพาเขาไปสำรวจโลกหลังความตายที่แสนตื่นตาตื่นใจ ในขณะที่ความใกล้ชิดเริ่มก่อตัวเป็นความรักท่ามกลางความต่างของสองภพภูมิ