ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แฟนเก่าอย่าหวง(ก้าง)18+

แฟนเก่าอย่าหวง(ก้าง)18+

เมื่อความสัมพันธ์จบลงนาเดียจึงต้องการตัดขาดจากขุนพล แฟนเก่าที่เลิกกันไปนานหลายปี ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อยมือและพยายามรุกรานชีวิตเธอด้วยเจตนาที่น่าสงสัย แม้จะพยายามหนีแต่ความใกล้ชิดที่เขายัดเยียดมาให้กลับทำให้หัวใจเธอเริ่มสั่นคลอน ขุนพลยังทำตัวเป็นหมาหวงก้างที่คอยขัดขวางทุกคนที่เข้าหาเธอ จนนำไปสู่ความวุ่นวายที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งรัดตัวนาเดียให้ติดหนึบอยู่กับผู้ชายเฮ็งซวยคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

ห้าปีต่อมา

นาเดียร์ยืนกอดอกคอยืดคอยาวเพื่อมองกระเป๋าสีแดงของตัวเองที่กำลังไหลออกมาจากสายพาน จนกระทั่งกระเป๋าขนาดสามสิบนิ้วยี่ห้อดังสีกระแทกตาไหลออกมาถึงหน้าเธอจึงลากมันออกมาอย่างเร่งรีบเพราะมีคนเบียดมาจากด้านหลัง

โชคดีที่เธอใช้กระเป๋าสีแดงสดอันเป็นสีที่ปกติคนทั่วไปไม่ค่อยใช้กันเธอจึงไม่ต้องเสียเวลาหากระเป๋าของตัวเองนานนัก เมื่อเดินออกมาจนกระทั่งออกมาถึงประตูทางออกที่มีคนมาคอยรับผู้โดยสารจอแจ แต่ว่าในผู้คนจำนวนมากนี้ไม่มีคนของเธอเลยแม้แต่คนเดียว

ก็แน่ล่ะ เพราะเธอกลับมาโดยที่ไม่บอกใคร

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จู่ ๆ พ่อของเธอก็ล้มในห้องน้ำ ทำให้ศีรษะกระแทกและตอนนี้เขากลายเป็นชายพิการที่ไม่สามารถขยับตัวได้ ปัญหาเกิดขึ้นเพราะว่าเธอคือคนที่พ่อระบุว่าคือรองประธานที่มีอำนาจเต็มในการบริหารงานบริษัทแทนเขา

เพราะแบบนี้ทำให้เลขาของพ่อรวมทั้งกรรมการหลายคนตามหาตัวเธอให้ว่อนเพื่อมาเซ็นเอกสารมอบอำนาจในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เรื่องนี้ทำให้นาเดียร์ประหลาดใจ พ่อเป็นคนไล่เธอและตัดขาดเธอจากการเป็นลูกสาว ทำไมเขาถึงได้ยังคงมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอล่ะ

หรือว่าสมองของผู้ชายคนนั้นเพี้ยนไปแล้ว

หลายปีมานี้นาเดียร์ใช้ชีวิตที่อังกฤษอย่างยากลำบาก หลังจากตัดขาดทุกสิ่งในชีวิตวันนั้นเธอใช้เวลาไม่ถึงสามวันก็ตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เมืองไทย ไปเริ่มต้นใหม่ที่อังกฤษ

เธอไม่ได้ไปพบกับขุนพลหลังจากที่ยอมรับความจริง ว่าสุดท้ายเธอก็ถูกผู้ชายคนนั้นหักหลัง เขายอมรับด้วยตัวเองว่าเขามีผู้หญิงคนนั้น หากเธอเลือกที่จะไปเขาก็ไม่รั้งไว้ เพราะเขาคือคนผิดเอง

นาเดียร์เลือกที่จะเดินออกมาจากชีวิตผู้ชายคนนั้น แต่เธอกลับเหมือนถูกทิ้งเสียเอง  ถูกแฟนหักหลังถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน และไม่รู้ว่าตัวเองจะกลายเป็นฆาตรกรฆ่าคนหรือเปล่า ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ในห้องไอซียู

เธออยากไปเยี่ยมเด็กที่โรงพยาบาล แต่สายตาของพ่อในวันนั้นทำให้เธอไม่กล้า วันทั้งวันจึงเอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่ติดต่อใครอีก และก็ไม่มีใครตามหาเธอเช่นกัน

หลายครั้งที่นาเดียร์คิดสั้น แต่เมื่อคิดถึงแม่ตอนที่ยังมีชีวิต ทำให้นาเดียร์มีสติ

เพราะหนูคือของสำคัญของแม่ แม่แค่หวังให้หนูใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แม่รักหนูนะลูก แม่ไม่ได้หวังให้หนูรักแม่ตอบแทน ขอแค่หนูรู้จักรักตัวเองก็พอ

คำ ๆ นี้ของแม่ทำให้เธอรู้สึกผิดหากจะทำลายชีวิตของตัวเองลง

แต่วันนั้นเป็นวันที่เธอตัดสินใจโทรหายายที่อังกฤษ คนแก่สองคนที่เป็นญาติที่หลงเหลืออยู่และเป็นสายใยที่ทำให้เธอยังรู้สึกว่าแม่ยังอยู่ตรงนี้ คนที่เธอลืมไปแล้วว่ามีพวกเขาอยู่

เธอเคยไปหาตากับยายพร้อมกับแม่ทุกปี ในตอนที่แม่ยังอยู่ แต่หลังจากแม่จากไปเธอก็ไม่เคยติดต่อพวกเขาอีก ในตอนที่เธอโทรหานั้นเหมือนว่าตากับยายจะรู้ว่าเธอกำลังทุกข์ใจ พวกเขากลัวว่าจะไม่ได้พบเธออีกก่อนที่พวกเขาจะตายไป ที่แท้คนแก่สองคนนั่นก็ยังรอเธออยู่เสมอ

"ถ้าอยู่เมืองไทยทำให้นาเดียร์ทุกข์ใจ ก็มาอยู่กับตายายที่นี่ดีหรือเปล่า"

นี่คือสิ่งที่คนสองคนพูด ในตอนนั้นนาเดียร์จึงตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งการเรียนในปีสุดท้ายเธอก็ไม่สนใจ ชีวิตใหม่ของเธออยู่ที่อีกฟากหนึ่งของโลก ชีวิตที่ไม่มีพ่อ ไม่มีผู้ชายเฮงซวยคนนั้นอีกต่อไป

หลังจากมาถึงลอนดอนนาเดียร์ไม่ได้เรียนต่อ เธอใช้ชีวิตอยู่บ้านหลังเล็กของตายาย และไปทำงานในร้านอาหารไทยเพื่อลืมทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะลืมความเจ็บปวดเธอจึงทำงานหนักเพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง

สองปีต่อมาตาของเธอก็เสีย และอีกหนึ่งปีต่อมายายของเธอก็ป่วยและตายตามไป ความสุขที่ยังพอเยียวยาเธอได้จากไปแล้ว นาเดียร์จึงต้องอยู่คนเดียวแม้จะไม่ลำบากนักเพราะตากับยายยกเงินประกันชีวิตของตนเองให้เธอเป็นทายาทผู้รับมรดก ในตอนนั้นเจ้าของร้านอาหารไทยที่เธอทำงานมาหลายปี อยากขยายกิจการนาเดียร์ได้เงินประกันชีวิตของตาและยายเธอจึงตัดสินใจลงทุนร่วมกับเจ้าของร้านคนนี้

แม้ว่าเธอจะเรียนไม่จบ แต่นาเดียร์ก็ยังเป็นคนเก่งและฉลาด เธอบริหารร้านได้เป็นอย่างดี ธุรกิจเล็ก ๆ ของเธอประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ถึงจะเจอปัญหามากมายแต่ฝ่าฟันมาได้จนถึงตอนนี้นาเดียร์ก็ภูมิใจแล้ว

พ่อไม่เคยตามหาเธอ และเธอก็ไม่รู้ข่าวของเขาอีก นับตั้งแต่ได้รู้ว่าแม่เลี้ยงของเธอไม่ตาย ยังช่วยเด็กในท้องของผู้หญิงคนนั้นได้นาเดียร์ก็รู้สึกราวกับมีใครยกก้อนหินหนัก ๆ ออกจากอก

ต่อไปคนพวกนั้นไม่เกี่ยวข้องกับเธออีก

จนกระทั่งวันหนึ่ง ร้านอาหารของเธอกำลังจะปิดแล้ว ผู้ชายที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีก็เข้ามาในร้าน เขาสั่งข้าวผัดง่าย ๆ จานหนึ่งพร้อมกับน้ำเปล่า นั่งกินจนข้าวหมดจานเขาก็ไม่ยอมไป

พนักงานมาบอกกับนาเดียร์ ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ยอมขยับ นาเดียร์จึงไปจัดการด้วยตัวเอง เดิมทีเธอไม่ยอมคุยกับเขาจนกระทั่งตอนนี้ หญิงสาวถอนหายใจยาวดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกมาแล้วนั่งลงตรงหน้าเขา

ผู้ชายคนนั้นเป็นคนสูงอายุ ใบหน้าซูบตอบกว่าตอนที่เธอเห็นครั้งล่าสุดไปมาก เพราะเวลาทำให้สังขารล่วงโรย ไม่ว่าใครก็หลีกหนีไม่พ้น

"คุณอามาทำไมคะ"

สุดท้ายก็เป็นเธอที่ถามออกไป

ผู้ชายคนนี้คือเลขาของพ่อ นาเดียร์ไม่ได้มีเรื่องกับเขา เพียงแต่เห็นหน้าเขาก็พอจะดูออกว่าต้องมีเรื่องเกี่ยวกับคนที่เมืองไทย เธอจึงไม่อยากยุ่งเกี่ยว เลขาของพ่อยิ้มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ตอนนี้คุณนภา กำลังฟ้องหย่ากับพ่อเธอ ผู้หญิงคนนั้นไม่เอาเด็กคุณท่านเป็นห่วงคุณชายเล็กกลัวว่าจะไม่มีใครดูแล"

นาเดียร์ทำท่าไม่สนใจเลยสักนิด

"แล้วยังไงคะ เงินของเขาเยอะแยะ คนพร้อมจะดูแลมากมาย ผู้หญิงคนนั้นเขายังสาวยังสวยไม่ใช่พ่อโง่เองเหรอคะที่เลือกคนแบบนั้นมาเป็นเมีย ตอนนี้ยังจะต้องการหนูอีกทำไม"

คุณณรงค์เลขาของพ่อประสานมือบนโต๊ะ แล้วพูดกับเธออย่างอ่อนโยน

"นาเดียร์ อารู้ว่าหนูเป็นเด็กดีคงไม่ทิ้งน้องชายที่พิการไว้กับคนอื่นใช่หรือเปล่า"

นาเดียร์เม้มปาก คำว่าพิการที่หลุดออกมาจากปากของคุณณรงค์ ทำให้เธอมือสั่นทั้ง ๆ ที่ความผิดปกตินั้นไม่รู้ว่ามาจากเธอจริง ๆ หรือเปล่า แต่เธอก็มีส่วน นาเดียร์ยังหวาดกลัวเรื่องนี้ความจริงเธอรู้สึกผิดและไม่กล้าสู้หน้าเด็กคนนั้น

"เขาอาจไม่ใช่น้องหนู"

คุณณรงค์ยื่นเอกสารบางอย่างให้เธอ

"นี่หลักฐาน ลุงคิดว่าหนูจะไม่เชื่อเลยติดมาด้วย เป็นผลตรวจดีเอ็นเอยังไงก็เป็นลูกท่านประธานแน่นอน ก็หมายความว่าเป็นน้องของหนูนะ จะทิ้งน้องจริง ๆ เหรอ นาเดียร์เด็กไม่รู้เรื่อง ถึงหนูจะไม่ชอบแม่ของเขา แต่เขาเป็นผู้บริสุทธิ์นะ เขาขาดพ่อ แม่ก็กำลังจะทิ้ง ยังจะขาดพี่สาวอีกน้องชายหนูเขาน่าสงสารจริง ๆ นะ"

นาเดียร์กลืนน้ำตาลงคอ

"แล้วหนูละคะ ตอนที่ถูกพ่อไล่ออกมาจากบ้าน หนูทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างกระทั่งเรียนไม่จบ มาอยู่ที่นี่ต้องทำงานหนักสารพัด เขายังไม่เคยใส่ใจหนูเลยด้วยซ้ำ หนูก็คนนะคะคุณอา หนูก็เป็นลูกเขา ห้าปีมานี้หนูก็สู้คนเดียวมาตลอด เขาไม่เคยที่จะถามหาหนูเลยด้วยซ้ำ เขาเป็นคนตัดหนูออกจากชีวิตเอง"

คุณณรงค์ยิ้มเศร้า

"อาจะบอกความจริงให้นะ ที่จริงเรื่องนี้ท่านประธานไม่เคยอยากให้หนูรู้"

นาเดียร์มือสั่น ท่าทางของคุณณรงค์เหมือนกับว่าพวกเขากำลังทำอะไรลับหลังเธอ

"คุณอาหมายความว่าอะไร ความจริงอะไรคะ"

คุณณรงค์ถอนหายใจแล้วเริ่มเล่าเรื่องราว

"ความจริงร้านอาหารนี้เป็นของพ่อหนู เขาซื้อทันทีที่หนูมาสมัครงาน อาเป็นคนมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เขารู้ว่าหนูต้องไม่ยอมรับความช่วยเหลือ เขาจึงไม่บอกใคร สมบัติทั้งหมดเขายกให้หนูคนเดียว พ่อของหนูเขาก็รู้สึกผิด เขาเห็นกล้องวงจรปิดแล้วเขารู้ว่าหนูไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นเขาเองก็พูดแรงเกินไป ตอนนี้ท่านประธานเข้าใจแล้ว หลังจากท่านป่วยผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เอาท่านอีก ท่านหลวมตัวไปจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนนั้นเพราะสงสารเด็ก ตอนนี้เรื่องมันเลยคาราคาซังทั้งทางกฎหมายและเรื่องบริษัท"

นาเดียร์ตกตะลึง เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และตอนนี้เธอเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างแล้ว เงินประกันที่บอกเป็นของตายาย จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นของพ่อ และเวลานั้นก็ประจวบเหมาะที่ร้านต้องการหุ้นส่วนพอดี

แต่เธอแน่ใจว่าร้านนี้เติบโตได้เพราะฝีมือเธอ ถึงพ่อจะรวยแต่พ่อก็ไม่สามารถทำให้คนรีวิวร้านอาหาร จนกลายเป็นร้านอาหารขายดีในลอนดอนได้ เรื่องนี้เพราะเธอมีฝีมือด้านการตลาด ถึงเธอจะทำอาหารไม่เก่งแต่เธอเก่งเรื่องพวกนี้

นาเดียร์เข้าใจอย่างกระจ่างแล้ว สุดท้ายเธอจึงหัวเราะต่ำ ๆ ออกมาด้วยความรู้สึกมากมาย ที่จริงพ่อไม่ได้ทิ้งเธอแต่กลับเฝ้าดูเธออยู่ห่าง ๆ และคอยช่วยเหลือเธอเสมอ แต่นาเดียร์ไม่ยอมรับ ที่เขาทำทั้งหมดก็คงเพราะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำเอาไว้

"คุณอากลับไปเถอะค่ะ มาบอกตอนนี้ได้อะไรคะ มาพูดตอนนี้มีประโยชน์อะไร เรื่องร้านก็ช่างเถอะ หนูจะถือว่าเป็นสิ่งที่หนูสร้างขึ้นมาเอง ทั้งหมดเป็นของหนู พ่อไม่เกี่ยว สมบัติของเขาหนูไม่ต้องการส่วนเมียใหม่ของเขาไม่ใช่ปัญหาของหนู ผูกเองก็ต้องแก้เองยังไงหนูก็ไม่กลับไปเด็ดขาด"

คุณณรงค์ลุกขึ้น วางตั๋วเครื่องบินบนโต๊ะ

"บริษัทรอหนูกลับไปดูแล น้องชายรอหนูกลับบ้าน อาพูดจริง ๆ ด้วยสภาพของท่านประธาน หมอบอกว่าอย่างมากไม่เกินหนึ่งปี นาเดียร์โรคที่ท่านเป็นอยู่ร้ายแรงจนอาจจะทำให้ท่านเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ อาไม่อยากจะว่าหนู แต่หนูคิดหรือเปล่า ว่าน้องชายของหนูคนนั้นหนูเองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบชีวิตเขาด้วย เขาอายุแค่ห้าปี พ่อกำลังจะตายแม่ยังไม่รับผิดชอบเห็นเขาเป็นแค่สิ่งของที่ใช้ต่อรองกับพ่อหนู ตอนนี้เด็กคนนั้นน่าสงสารมาก"

คุณณรงค์หมายถึงรับผิดชอบในฐานะพี่สาวที่ต้องดูแลน้องชาย แต่นาเดียร์คิดว่า เธอต้องรับผิดชอบเด็กคนนั้น นั่นเป็นเพราะว่าเขาอาจจะพิการก็เพราะเธอ

เธอมีส่วนที่ทำให้เด็กคนหนึ่งกลายเป็นคนพิการ สามัญสำนึกนี้กำลังเล่นงานเธออย่างหนักเด็กนี่เป็นเหมือนตราบาปที่ติดอยู่ในใจ เธอไม่อยากกลับไปเหยียบที่นั่นอีกแล้ว แต่เธอจะทิ้งเด็กพิการที่น่าสงสารคนหนึ่งได้ยังไง

คุณณรงค์กลับไปแล้ว เขาไม่เซ้าซี้เธออีกต่อไป รอให้นาเดียร์ตัดสินใจด้วยตัวเอง หญิงสาวมองตั๋วเครื่องบินบนโต๊ะอย่างลังเล สุดท้ายจึงหยิบขึ้นมาดู ในตั๋วระบุวันกลับเมืองไทยคือสัปดาห์หน้า ยังมีเวลาให้เธอได้คิดอีกหลายวัน

นาเดียร์คิดฉีกตั๋วนั้นทิ้ง แต่มือของเธอกลับชะงัก เมื่อเห็นรูปเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักใบหน้าคล้ายคลึงพ่อของเธอนั่งอยู่บนรถเข็น เด็กผู้ชายคนนี้ไม่ได้ยิ้ม ใบหน้าดูหมองเศร้าและหดหู่ นาเดียร์จ้องไปที่ขาลีบเล็กของเด็กคนนั้นแล้วจู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา

เหมือนบางสิ่งบางอย่างกระแทกเข้าสู่หัวใจของเธออย่างแรง ทำให้นาเดียร์ตัดสินใจได้ทันที ใช่อย่างน้อยเธอก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำในอดีต วันนั้นหากเธอไม่ผลักนภาเด็กคนนี้อาจจะมีร่างกายที่ปกติเหมือนเด็กทั่วไป

ความรับผิดชอบนี้เธอไม่สามารถปฏิเสธได้จริง ๆ

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา สนามบินสุวรรณภูมิ

ห้าปีแล้วที่นาเดียร์ไม่ได้กลับมาเหยียบเมืองไทยอีก ความรู้สึกในตอนนี้จึงแปลกประหลาดนัก ในขณะที่ใจหนึ่งอดหวนคิดถึงขุนพลแฟนเก่าไม่ได้

นาเดียร์ยิ้มเหยียดหยันตัวเอง

จะไปคิดถึงเขาทำไม่กัน เพราะผู้ชายคนนั้นทำให้เธอเกือบบ้าตายไม่ใช่เหรอ

นาเดียร์ลากกระเป๋ามาด้านล่างเพื่อขึ้นรถแอร์พอร์ตลิ้งไปยังสถานีพญาไท ใช้เวลาไม่นานเดินทางไม่นานนาเดียร์ก็มาถึงจุดหมาย หลังจากนั้นเธอจึงนั่งแท็กซี่ต่อเพื่อไปยังโรงแรมที่จองไว้ใกล้กับบ้านของเธอที่สุด เธอยังไม่พร้อมที่จะไปเจอหน้าพ่อและรู้สึกเหมือนบ้านหลังนั้นไม่ใช่ที่ของตัวเองอีกต่อไป นาเดียร์จึงนอนโรงแรมเพื่อตัดสินใจสักสองสามวัน

เพียงแต่ว่าเมื่อมาถึงห้องพักในโรงแรมหรู หลังจากนาเดียร์เปิดรหัสสล็อกกระเป๋าของตัวเองก็ทำให้เธอประหลาดใจ เมื่อข้าวของด้านในนั้นไม่ใช่ของเธอเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

นาเดียร์งงเป็นไก่ตาแตก

"นี่มันอะไรกัน เสื้อผ้าผู้ชาย น้ำหอมผู้ชายและนี่ยังมีกางเกงในผู้ชาย นี้มันอะไรกัน"

นาเดียร์ปิดกระเป๋าใบโตสีแดงเพลิง ก่อนจะพิจารณากระเป๋าอย่างถ้วนถี่ กระทั่งริบบิ้นสีดำที่เธอผูกติดกับกระเป๋าเอาไว้ยังเหมือนกันเด๊ะ เกิดเรื่องบังเอิญแบบนี้ได้ยังไงกันนะ แม้แต่รหัสเปิดกระเป๋าผู้ชายคนนั้นก็ยังใช้เหมือนเธอ

แน่นอนว่ามันคือวันเกิดเธอ ใครจะมีวันเกิดตรงกันกับเธออีก!

ในขณะที่หญิงสาวกำลังมึนงง อีกฟากฝั่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครบนคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ผู้ชายคนหนึ่งก็กำลังตกใจเช่นกันเมื่อเห็นชุดชั้นในและชุดของผู้หญิงอยู่ในกระเป๋าสีแดงที่เหมือนของเขาเด๊ะ หลังจากที่เขากลับจากลอนดอนเพื่อไปติดต่อธุรกิจ

เขาแน่ใจว่าทั้งไฟล์บินนี้มีเพียงเขาที่ใช้กระเป๋าสีแดงสด และยังเป็นยี่ห้อนี้ และยิ่งประหลาดใจที่ผู้หญิงคนนี้ยังใช้รหัสเปิดกระเป๋าเหมือนกับเขาอีก

วันเกิดของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่มีวันลืม

ความจริงหลังจากรู้ว่ามันไม่ใช่ของตัวเองเขาก็ไม่สมควรเปิดดูต่อ เพียงแต่ว่ามีบางสิ่งที่ทำให้เขาสงสัยจนอดที่จะรื้อกระเป๋าของหญิงสาวนิรนามคนนี้ต่อไม่ได้ จนกระทั่งเขาเจอสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ

รูปของเด็กชายพิการคนหนึ่งที่เขารู้จักเป็นอย่างดี

ริมฝีปากหยักได้รูปสวยยกโค้งขึ้นเผยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า เขามั่นใจว่าเจ้าของกระเป๋าใบนี้ต้องเป็นเธอคนนั้น ผู้หญิงที่ยังติดอยู่ในความทรงจำของเขามานานหลายปี

นาเดียร์ กฤษระวานิช แฟนเก่าของเขาที่หายไปนานถึงห้าปี

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก
9.4
ลี่สิงหยวนเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจียงหว่านหนิงเพราะอาการป่วยส่วนตัว ตลอดสามปีเขาเสพติดในร่างกายเธอแต่ไม่เคยเอ่ยคำว่ารัก จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเปิดตัวแฟนสาวรุ่นน้องและสั่งตัดความสัมพันธ์กับเธออย่างเย็นชา เมื่อหว่านหนิงหายไปจากชีวิตตามคำขอ เขากลับเป็นฝ่ายทุรนทุรายออกตามหาเธออย่างคนเสียสติ ท้ายที่สุดชายที่เคยโอหังกลับต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอให้เธอกลับมาเคียงข้างเขาอีกครั้งในวันที่สายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย พันธนาการร้อนซ่อนสายใย
8.2
หญิงสาวผู้ยอมสละสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรีเพื่อช่วยเหลือน้องชายสุดที่รัก ต้องก้าวเข้าสู่พันธนาการของชายหนุ่มไร้หัวใจผู้ไม่เคยหยิบยื่นสิ่งใดให้ใครโดยไร้ข้อแลกเปลี่ยน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่คลุมเครือและเย็นชา เขากลับแสดงความหึงหวงออกมาจนทำให้เธอสับสนในหัวใจอย่างหนัก เมื่อความสม่ำเสมอไม่มีอยู่จริงและคำถามที่ค้างคาก็ไร้ซึ่งคำตอบ เธอจึงต้องเลือกว่าจะทนรอความชัดเจนจากปากของเขา หรือจะหันหลังเดินจากไปเพื่อยุติความทรมานในห้วงรักที่แสนวุ่นวายนี้ด้วยตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายพ่ายรักคุณหมอ
8.2
เมื่อศัลยแพทย์สาวผู้แสนอ่อนโยนและชาญฉลาด มีความจำเป็นบางอย่างที่บีบบังคับให้เธอต้องตัดสินใจเข้าพิธีวิวาห์กับมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปราณี เขาคือชายผู้ครองความเย็นชาและเกลียดชังการผูกมัดเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งยังไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนในโลกมืด ท่ามกลางความขัดแย้งและตัวตนที่ต่างกันสุดขั้ว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจครั้งนี้จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นความรักได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเขานั้นช่างโหดร้ายและยากจะหยั่งถึง
หน้าปกนวนิยาย รักห้าปี พังทลาย เพราะสายเรียกเข้า
9.3
งานวิวาห์ระหว่างไอย์และภาคินที่คบกันมาห้าปีต้องพังทลายลง เมื่อโคลอี้รักแรกของเขากลับมาพร้อมอาการความจำเสื่อม ภาคินบีบให้ไอย์สวมรอยเป็นแฟนของลภัสผู้เป็นพี่ชายเพื่อหลอกโคลอี้ โดยลดค่าเธอเป็นเพียงของตายที่ไม่มีที่ไป เมื่อความอดทนสิ้นสุด ไอย์จึงตัดสินใจแต่งงานกับลภัสเพื่อแก้แค้น โดยยื่นคำขอสุดท้ายให้ภาคินทำหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวและเดินมาส่งตัวเธอในพิธี เพื่อให้เขาลิ้มรสความเจ็บปวดที่ประเมินค่าเธอต่ำเกินไปในวันที่สายเกินแก้
หน้าปกนวนิยาย ปล้นหัวใจจอมเถื่อน
9.0
บุษกรจำใจสวมบทบาทแฟนสาวเพื่อปกป้องพีรายุจากหญิงอื่น แม้ต้องเผชิญสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่เธอก็พร้อมทำภารกิจนี้ให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย หญิงสาวแสร้งทำออดอ้อนขอให้เขาช่วยนวดไหล่คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ทั้งยังจงใจตอกย้ำเรื่องการจดทะเบียนสมรสต่อหน้าศัตรูหัวใจเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ แม้ลึกๆ จะหวั่นใจกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด แต่เธอก็ต้องเดินหน้าแสดงละครตบตาต่อไปอย่างสุดความสามารถเพื่อทำตามเป้าหมายที่วางไว้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย แฟนเก่าหลบไปเพราะสามีใหม่นั้นดีกว่า
8.9
เมื่ออดีตคนรักยังกล้ามาดูถูกความสัมพันธ์ใหม่ เธอจึงไม่รอช้าที่จะตอกกลับให้หน้าหงายเพื่อเตือนสติว่าเขากำลังประเมินตัวเองสูงเกินไป เพราะสามีคนปัจจุบันของเธอนั้นเพียบพร้อมไปทุกด้าน ทั้งหน้าตาที่หล่อเหลา ฐานะทางสังคมที่ร่ำรวยเหนือระดับ และเสน่ห์ดึงดูดที่เหนือชั้นกว่าอย่างเทียบไม่ติด ผู้ชายที่ไร้ค่าอย่างเขาไม่มีทางก้าวขึ้นมาเทียบเคียงกับสามีสุดเพอร์เฟกต์ของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว เลิกสำคัญตัวผิดแล้วหายไปจากชีวิตของเธอเสียที