ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ใจร้าย

ใจร้าย

ท่ามกลางความหนาวเหน็บใต้ผืนน้ำ ร่างที่กำลังจมดิ่งเลือกที่จะละทิ้งการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เมื่อความตายคือสิ่งเดียวที่อิสร์ปรารถนา เอมจึงยอมมอบจุดจบนี้ให้เพื่อเป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย หวังเพียงให้ความแค้นที่แสนทรมานพังทลายลงไปพร้อมกับลมหายใจที่ขาดช่วง คำไล่ให้ไปตายจากปากคนที่เธอรักกลายเป็นหนทางดับทุกข์ที่เจ็บปวดที่สุด แม้หัวใจจะบอบช้ำจนเกินเยียวยา แต่เธอก็พร้อมจะจากไปเพื่อให้เขาได้พบกับความสุขที่ต้องการเสียที ลาก่อนความรักที่แสนใจร้าย
ตอน
แชร์

ตอน 1

สภาพการจราจรยามพลบค่ำยังคงแออัดเช่นเดียวกับทุกวัน อากาศช่วงปลายเดือนเมษายนซึ่งเป็นฤดูร้อน ยิ่งทำให้เมืองที่แออัดไปด้วยผู้คนและตึกรามบ้านช่อง ทวีความร้อนอบอ้าวมากขึ้นไปเป็นเท่าตัว ผู้คนที่อยู่บนยวดยานและสัญจรไปมาบนท้องถนน สีหน้าล้วนแต่ปราศจากรอยยิ้ม หากทว่ากลับเป็นข้อยกเว้นสำหรับชายหนุ่มในชุดกางเกงยีนเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูที่ปักตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง โครงหน้าคมคร้ามหล่อเหลาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเปล่งประกายแห่งความสุขออกมาอย่างน่าอิจฉา เหมือนดั่งว่าสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรเขาได้ 

ร่างสูงเกือบหกฟุตก้าวลงจากรถเมล์ แล้วตรงไปยังร้านบะหมี่ข้างทาง ที่มีหญิงวัยกลางคนกำลังจัดวางเก้าอี้อยู่ หนังสือในมือสองสามเล่มกับถุงพลาสติกที่มีต้นไม้ชนิดหนึ่งอยู่ข้างในถูกวางไว้ใกล้ๆ กับรถเข็น ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบกระวีกระวาดไปช่วย ท่าทางการหยิบจับโต๊ะอะลูมิเนียมสีแดงขณะนำมันมากางเป็นไปอย่างคล่องแคล่วและกระตือรือร้น ปราศจากอาการเก้กังเคอะเขินโดยสิ้นเชิง  และในอีกไม่กี่นาทีต่อมา โต๊ะสี่ห้าตัวกับเก้าอี้พลาสติกเข้าชุด ก็พร้อมให้ลูกค้าที่เป็นขาประจำและขาจรได้นั่งกินบะหมี่ริมทาง

“สอบกี่วิชาลูก ทำไมวันนี้กลับค่ำจัง” กรองทองถามลูกชายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้มีท่าทีเคลือบแคลงระแวงสงสัยหรือตำหนิติเตียนใดๆ เพราะลูกชายของตนเป็นเด็กดีตลอด ไม่เคยทำตัวเหลวไหล เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กกระทั่งเรียนอยู่ปีสาม แม้พฤติกรรมบางอย่างจะมีเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามวัย แต่ก็ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง เหมือนดั่งคนบนฟ้าส่งลูกชายคนนี้มาเป็นของขวัญ ช่วยเยียวยาความเจ็บปวดในชีวิตของเธอ

“สอบสองวิชาครับแม่ สอบเช้าวิชาหนึ่ง บ่ายวิชาหนึ่ง จริงๆ อิสร์สอบเสร็จตั้งแต่บ่ายสี่โมงแล้วละ แต่ที่ไม่ได้กลับบ้านเลยก็เพราะอิสร์ไปเอาต้นไม้ที่สั่งไว้”

“ต้นอะไรเหรอลูก”

“ต้นไม้ของขวัญวันเกิดน้องเอมน่ะครับ พรุ่งนี้วันเกิดน้องเอม”

“จริงสินะแม่ลืมไปเลย งั้นพรุ่งนี้พาน้องมากินข้าวที่บ้านนะลูก เดี๋ยวแม่จะทำเค้กส้มของโปรดหนูเอมไว้รอ”

“ครับ”

เป็นคำตอบรับสั้นๆ แต่กรองทองรู้ดีว่าลูกชายของตนจะทำตามที่พูด กวินภพกับเอมมาลินคบหากันด้วยความรักแบบบริสุทธิ์และอยู่ในสายตาเธอมาตลอดหลายปี มันเริ่มจากความสัมพันธ์แบบพี่ชายกับน้องสาว ก่อนจะพัฒนาเป็นความรู้สึกลึกซึ้งที่มากกว่าความผูกพัน แม้ตนจะรู้อยู่แก่ใจดีว่าสักวันความรักของลูกต้องมีอุปสรรค เพราะฐานะทางครอบครัวที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่กรองทองก็ไม่ได้คิดจะห้ามปรามใดๆ ด้วยเห็นแก่ความสุขของเด็กสองคน และเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าลูกชายของตนเป็นคนดีและเป็นคนเก่งมากพอ ที่จะฝ่าฟันขวากหนามซึ่งอาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้าไปได้

ร้านบะหมี่ข้างทางเริ่มคึกคักเมื่อเวลาล่วงผ่านไปเรื่อยๆ หนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดทำหน้าที่เสิร์ฟบะหมี่ให้โต๊ะนั้นโต๊ะนี้อย่างแข็งขัน โดยไม่มีความเขินอายเลยแม้แต่น้อย ทำให้สายตาของลูกค้าหลายคนต่างมองเขาอย่างชื่นชมและภูมิใจแทนคนเป็นแม่

เวลาผ่านไปจนถึงสามทุ่ม รถสปอร์ตราคาหลายล้านแล่นมาจอดที่หน้าร้านบะหมี่ ดึงสายตาคนทั้งร้านให้หันไปมองด้วยความสนใจ เพราะนอกจากความสวยและราคาของรถแล้ว เด็กหนุ่มสองคนที่ลงมาจากรถคันนั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน คนหนึ่งหล่อเหลาดูดีสะอาดสะอ้าน อีกคนแม้จะเซอร์ๆ แต่ก็เท่และหล่อเข้มชวนมอง ซึ่งจากองค์ประกอบภายนอก ทั้งรถและบุคลิกของทั้งสอง ก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าทั้งคู่คงเป็นทายาทของมหาเศรษฐี เพียงแต่คนมองยังไม่แน่ใจว่าเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาทั้งสองคนนั้น มาทำอะไรที่ร้านบะหมี่ข้างทางแบบนี้

 กระทั่งสองหนุ่มตรงเข้าไปหาแม่ค้าและยกมือขึ้นไหว้ ก่อนจะขยับมาทักทายชายหนุ่มวัยเดียวกัน คนที่แอบเฝ้ามองดูอยู่เงียบๆ จึงรู้คำตอบ

“มาทำอะไรวะตะวัน ปรัชญ์” กวินภพเอ่ยถามเพื่อนสนิททั้งสองคน หลังจากยกชามบะหมี่ไปเสิร์ฟให้ลูกค้าเสร็จแล้ว

“มาหาแกน่ะสิ จะชวนไปนั่งชิล” คนที่ตอบคือรังสิมันต์ซึ่งเป็นเจ้าของรถหรูที่จอดอยู่ริมฟุตบาท

“ไม่ว่างว่ะ ช่วยแม่ขายบะหมี่อยู่ วันนี้คนเยอะด้วย”

“ก็กะอยู่ว่าแกจะตอบแบบนี้ ฉันกับไอ้ปรัชญ์ก็เลยจะมาช่วยแกขาย ขายหมดแล้วเราค่อยไปกัน” รังสิมันต์กับปรัชญ์พยักพเยิดอย่างกระตือรือร้น บ่งบอกว่าเตรียมตัวล่วงหน้ามาอย่างดี ความจริงเขาหรือปรัชญ์สามารถเหมาบะหมี่หมดร้านได้สบายๆ แต่ก็ไม่ทำ เพราะรู้นิสัยของกวินภพดีว่าเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีมากแค่ไหน หากเขากับปรัชญ์ทำแบบนั้น กวินภพคงโกรธจนไม่มองหน้าแน่ๆ

“เฮ้ย…ไม่ต้องเลย พวกแกสองคนไปนั่งรอ เดี๋ยวฉันกับแม่ขายเอง”  

“เหอะน่า แกอยู่เฉยๆ ให้ฉันกับไอ้ปรัชญ์ช่วย รับรองว่าบะหมี่ร้านแกหมดภายในครึ่งชั่วโมง”

“พวกแกจะอะไรนักหนาวะ ไปเที่ยวกันสองคนก็ได้นี่หว่า” กวินภพอดจะบ่นเพื่อนไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก แม้เขาจะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากเพื่อนสนิท ทว่าก็ไม่ได้ตัดขาดกิจกรรมที่ควรจะมีร่วมกับเพื่อนฝูงเป็นบางครั้งบางคราว ซึ่งแม่เขาเองก็เข้าใจดี

“ไอ้ไปน่ะไปได้ แต่ขาดแกมันก็ไม่ครบแก๊งดิวะ อีกอย่างวันมะรืนฉันกับไอ้ปรัชญ์ก็ต้องไปฝึกงานแล้วนะเว้ย ใจคอแกจะไม่ไปเลี้ยงฉลองสั่งลาฉันสองคนหน่อยเหรอวะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เงาดอกงิ้ว
8.4
ชิงซานแสดงความต่อต้านอย่างหนักเมื่อบิดาพยายามบังคับให้เขาแต่งงานกับหญิงสาวที่เลือกไว้ให้ ทว่าความโกรธแค้นกลับทวีคูณเมื่อเขาทราบข่าวว่าบิดาตัดสินใจจะรับเธอเข้ามาเป็นภรรยาเสียเอง แต่เพียงแค่ได้สบตาและพบหน้ากันครั้งแรก เขากลับตกหลุมพรางแห่งเสน่ห์และความเย้ายวนของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น แรงอารมณ์ที่ผสมปนเปกับความแค้นผลักดันให้เขาตัดสินใจเข้าครอบครองร่างกายของเธอ จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงยากจะตัดใจได้
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนที่แปลว่าเมีย
9.2
ความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทต้องสั่นคลอน เมื่อฝ่ายชายประกาศกร้าวว่าไม่ต้องการเป็นเพียงแค่เพื่อน แต่อยากข้ามเส้นไปเป็นสามี ทว่าเมื่อถูกถามถึงความรัก เขากลับนิ่งเงียบพร้อมตั้งคำถามว่าการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจำเป็นต้องมีความรู้สึกรักด้วยหรือ ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่าเขาเพียงต้องการแค่เรื่องบนเตียงโดยไม่ได้มีใจให้กันเลยแม้แต่น้อย บทสรุปของมิตรภาพที่ไร้ความรักแต่เต็มไปด้วยความต้องการครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในรูปแบบไหน
หน้าปกนวนิยาย ขอให้รักกลับคืนมาได้ไหม
8.6
เมื่อความพยายามทุ่มเทรักให้แดนเหนืออย่างไร้ค่า พันดาวจึงตัดสินใจคืนแหวนหมั้นเพื่อจบการรอคอยที่แสนทรมาน แต่แทนที่จะได้เป็นอิสระจากสายตาเย็นชาที่เคยผลักไส เธอกลับถูกเขาตามรังควานและวนเวียนอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลาอย่างน่าประหลาดใจ แม้จะหนีไปทำงานไกลแค่ไหนเขาก็ยังตามไปพบ พร้อมคำประกาศกร้าวว่าจะผูกมัดเธอไว้ให้แน่นกว่าเดิม ท่ามกลางความสับสนของพันดาวที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่า แท้จริงแล้วนี่คือโอกาสของรักครั้งใหม่หรือเป็นเพียงพันธะเวรกรรมที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย Uncle on my moon คุณอากับหนูขา
9.6
จากความทรงจำวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นกับ ‘คุณอา’ ในวันวาน ‘จันทร์เจ้าขา’ กลับเติบโตขึ้นพร้อมหัวใจที่หวั่นไหวให้กับ ‘อินทัช’ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความรู้สึกที่มีให้ชายหนุ่มไม่ใช่เพียงแค่ความผูกพันแบบอาหลานอีกต่อไป แต่คือความรักที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจะพิชิตใจเขา หญิงสาวพยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสายตาที่เขามองมาให้กลายเป็นความเสน่หา ไม่ว่าจะต้องพิสูจน์ความเป็นผู้หญิงหรือใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใด เพื่อให้อินทัชเลิกเห็นเธอเป็นเพียงเด็กน้อยและหันมารักเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย ขย่มรักร้ายนายรูมเมทสุดหล่อ
9.2
เพราะงบน้อยทำให้ฉันต้องจำใจเช่าบ้านราคาถูกร่วมกับรูมเมทหนุ่มหล่อผู้ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงด้วยการพาผู้หญิงมานอนไม่ซ้ำหน้า จนกระทั่งคืนหนึ่งความสัมพันธ์ของเรากลับล้ำเส้น เมื่อเขาเลือกที่จะไม่ป้องกันเพียงเพราะเห็นว่าฉันยังไร้เดียงสา แม้ฉันจะโต้แย้งด้วยความกังวลในความเจ้าชู้ของเขา แต่เขากลับยืนยันอย่างมั่นใจว่าที่ผ่านมาเขาระมัดระวังตัวกับคนอื่นเสมอ ยกเว้นแค่กับฉันคนเดียวเท่านั้น เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากความใกล้ชิดในบ้านเช่าจึงปะทุขึ้นอย่างไม่อาจเลี่ยง
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักปัณกรณ์
9.5
ปัณกรณ์ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงที่ดินของณิชามาครอบครอง ทว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์กลับพังทลายลง เมื่อเธอค้นพบความจริงในวันที่กำลังตั้งครรภ์และตัดสินใจหนีไปพร้อมความเจ็บปวด หลายปีผ่านไปทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งโดยบังเอิญ ปัณกรณ์เริ่มสงสัยในตัวเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาในวัยเยาว์อย่างน่าเหลือเชื่อ ความลับเรื่องลูกที่เธอพยายามปกปิดกำลังจะสั่นคลอนชีวิตของเขาอีกครั้งในฐานะพ่อที่เธอไม่เคยต้องการให้ลูกรับรู้