
หมูตุ๋นอุ่นรัก
ตอน 3
ชายหนุ่มตอบโต้ยืดยาว นั่นทำให้คนที่กำลังจะยัดแซนด์วิชแสนอร่อยลงปากคำใหญ่ชะงักไว้ แล้วยอมบิออกเป็นสองชิ้น ก่อนจะยื่นให้คนที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนกันไปครึ่งหนึ่ง ว่าจะไปหากินแถวที่เรียนแต่กว่าจะไปถึงจะได้กินไหมเหอะ
จากนั้นทั้งคู่ก็ตั้งหน้าตั้งตายัดแซนด์วิชแสนอร่อยเข้าปากอย่างหิวโหย ครั้นกินหมดกันแล้วฝ่ายเจ้าของบ้านเลยเอ่ย
“เธอชอบแย่งแซนด์วิชของฉันตลอด”
ฝ่ายคนที่มาด้วยความฉุนเฉียวและตอนนี้เริ่มสงบสติอารมณ์แล้วเลยเอ่ยบ้าง
“นายก็ชอบให้ฉันด่าก่อนจะอธิบายอะไรให้มันชัดเจนทุกที”
ทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร จากนั้นก็เหมือนมีแรงดึงดูดให้ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้ามาใกล้กัน และพอหน้าผากสัมผัสกัน
เท่านั้นแหละ! ต่างคนต่างก็เอาหัวดันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อต้องการเอาชนะ และเมื่อเอาหัวชนกันมันไม่สะใจพอและดูเหมือนจะสูสี ก็เอามือดันไหล่กันไว้ด้วย
“คิดว่าจะชนะฉันได้เหรอไอ้เวย์”
“คิดว่าฉันจะยอมแพ้หรือไงไอ้เบสต์”
แต่ไม่ทันจะได้แพ้ชนะ เสียงแตรรถที่ขับมาจอดก็ทำให้ทั้งสองหยุดชะงักการเล่นเป็นเด็กๆ เสียก่อน
“จะไปเรียนกันมั้ยมึงสองตัว!”
“ถึงฉันจะไม่ได้ไปรับพร้อมกับรถของเธอ แต่ฉันก็มีแผนสำรองให้เราได้รับความสะดวกในการเดินทาง ยัยเด็กเปรต”
พูดจบฝ่ายชายก็เอาหัวโขกหน้าผากเธอเสียงดังโป๊กแล้ววิ่งไปขึ้นรถทันที ทิ้งให้หญิงสาวหนึ่งเดียววิ่งตามไปพร้อมกับคำสบถ
“ไอ้บ้าเวย์ ไอ้คนทรยศ มันเจ็บนะ!”
วันต่อมา...
หลังจากที่เมื่อวานนี้มาถึงมหาวิทยาลัยเป็นวันแรก ประโยคแรกที่หญิงสาวอุทานออกมาคือ
“ว้าว นี่เหรอ มหาวิทยาลัยของเรา”
“ว้าวตรงไหน” เจ้าของแซนด์วิชพูดขึ้นมาบ้าง
“น่าเบื่อ” คนที่ทำหน้าที่สารถีก็พูดขึ้นมาบ้างเช่นกัน เพราะการที่ต้องย้ายจากกาญจนบุรีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์สำหรับเขาสักเท่าไร
ฝ่ายสาวน้อยหนึ่งเดียวในดงสองหนุ่มได้ยินดังนั้นก็หันมาตวาดแว้ด
“อะไรกันวะพวกนาย นี่มันเป็นการมาเรียนมหาวิทยาลัยวันแรกนะ อย่าทำเสียบรรยากาศสิ”
จากนั้นทั้งสามคนก็เข้าห้องเรียนตามปกติ และทุกอย่างก็ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อยตลอดคาบเช้าและคาบบ่าย ไม่ได้น่าเบื่อมากอย่างที่กังวล ออกจะสนุกเสียด้วยซ้ำ
แต่วันนี้ ดูท่าว่าสาวซ่าจะมีปัญหาซะแล้ว เมื่อเก้าอี้ตัวที่เธอเคยนั่งเมื่อวานถูกจับจองไปก่อนโดยใครก็ไม่รู้ เห็นดังนั้นก็เลยเดินดุ่มๆ นำหน้าสองหนุ่มตรงเข้าไปเจรจาทันที
“ขอโทษนะ คือเราไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่นี้หรอก แต่ว่าพวกฉันสามคนเคยนั่งตรงนี้เมื่อวาน”
สาวน้อยหนึ่งเดียวที่สูงชะลูดแต่เตี้ยกว่าผู้ชายอีกสองคนที่ยืนอยู่เยื้องๆ กันทำให้คนที่เพิ่งหย่อนก้นแตะเก้าอี้ได้ไม่ถึงนาทีเงยหน้าขึ้นมอง
และเมื่อเห็นว่าสายตาที่จ้องมองมาเหมือนแม่เสือสาวนั้นช่างอวดดี ก็กระตุกยิ้มแล้วเอ่ย
“ตอนนี้มันเป็นที่ของฉันแล้วล่ะ”
“นาย!”
ชายหนุ่มคนที่สูงที่สุดในสามคนนั้นแตะบ่าเพื่อนสาวของตนไว้ ก่อนจะเอ่ย
“เราจะนั่งกันตรงนี้ แต่ถ้านายอยากนั่งด้วยก็ตามสบาย”
พูดจบก็นั่งลงตรงเก้าอี้เดิมของเขาที่อยู่ด้านซ้าย ตามด้วยชายอีกคนที่กระตุกยิ้มแล้วเดินไปนั่งด้านขวา ซึ่งเก้าอี้ตรงกลางนั้นที่จริงเป็นของสาวน้อย แต่เมื่อเห็นว่าไอ้บ้าที่กล้าเถียงเธอคงไม่ลุกขึ้นมาแน่ ก็เลยลากเก้าอี้มานั่งตรงกลางด้านหน้าเขา ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าสองชายหนึ่งหญิงกำลังนั่งล้อมหนึ่งชายเอาไว้
“เพื่อให้ง่ายต่อการเจรจาถ้าจะมีอะไรไม่โอเคแบบนี้อีก เรามาแนะนำตัวกันดีกว่านะ” เธอหันมาพูดกับคนที่นั่งเก้าอี้ตัวที่เธอนั่งเมื่อวาน
“ฉัน ฝนทิพย์ ชื่อเล่นเบสต์ ส่วนนี่ พอร์ช อธิปัตย์ และนี่ ไอ้ห่าเวย์ จักรดุลย์”
“เป็นการแนะนำตัวที่หยาบคายมาก” คนโดนด่าว่าไอ้ห่าอย่างจักรดุลย์พูดขึ้น ซึ่งเขาก็คือเจ้าของแซนด์วิชที่มักถูกฝนทิพย์แย่งไปกินเสมอนั่นแหละ
“นายชื่ออะไร” ฝนทิพย์หรือเบสต์ถามคนนั่งตรงกลางพร้อมกับจ้องหน้า
“ฉันเหรอ?”
“ขอบอกว่าฉันไม่ใช่คนใจเย็น” ไอ้บ้านี่กวนประสาทมากกว่าที่คิดแฮะ!
“เธอคงทำอะไรใครไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีสองหนุ่มคอยตามใจ” พูดจบก็เหลือบตามองสองชายที่นั่งขนาบข้างซ้ายขวา
แต่นั่นยังไม่เท่ากับประโยคต่อมาที่ทำเอาฝนทิพย์หน้าบึ้งขึ้นมาทันควัน
“เพราะงั้น...ขอแนะนำว่าอย่าเอาแต่ใจมากเกินไป”
คุณอาจจะชอบ





