ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดัดนิสัย ยัยคุณหนู

ดัดนิสัย ยัยคุณหนู

เมื่อคำสั่งจากเจ้านายคือการดัดนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจ บอดี้การ์ดหนุ่มจึงต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ทั้งคู่จะเกลียดขี้หน้ากันเข้าไส้ แต่ยิ่งผลักไสกลับยิ่งต้องใกล้ชิดกันมากขึ้น ในใจเขาอยากจะบินไปดูแลนายที่มาเก๊าเพื่อหนีจากสถานการณ์นี้ แล้วปล่อยให้เพื่อนร่วมงานอย่างไอวอมรับหน้าที่ดูแลยัยคุณหนูตัวร้ายแทน ทว่าโชคชะตาและการแก้เผ็ดในครั้งนี้อาจนำไปสู่ความสัมพันธ์แบบเราสามคนที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดาได้
ตอน
แชร์

ตอน 1

• ACTION •

ตั้งแต่แม่เสียไป พ่อก็ใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากกว่าอยู่บ้านกับฉัน ซึ่งแต่ก่อนฉันเคยเป็นเด็กที่ได้รับความรักจากพ่อและแม่เป็นอย่างดี เราเป็นครอบครัวที่อบอุ่นกันมาก จนกระทั่งวันที่แม่จากเราไป พ่อก็ไม่ค่อยมีเวลาให้ฉัน พ่อจะปล่อยฉันไว้กับพวกบอดี้การ์ดและก็แม่บ้านที่บ้านหลังนี้ จนฉันเริ่มกลายเป็นเด็กก้าวร้าวขึ้น เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนเป็นพ่อ

และช่วงวันสองวันมานี้พ่อของฉันดูจะยุ่งเอามากๆ ไม่รู้ว่ายุ่งอะไรขนาดนั้นบ้านช่องไม่กลับ แถมพรุ่งนี้พ่อยังบอกฉันอีกด้วยว่าห้ามออกไปไหนเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวช่วงเย็นเขาจะกลับมากินข้าวด้วยที่บ้าน ซึ่งการอยู่บ้านมันก็เป็นอะไรที่น่าเบื่อสุดๆ ฉันไม่มีอะไรทำเลยนอกจากการเลื่อนดูโทรศัพท์ไปพรางๆ เพื่อแก้เหงา...

@โรงแรม

“พรุ่งนี้ฉันฝากแกดูโบอาด้วยนะ อย่าให้ออกจากบ้านเด็ดขาด...” 

พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของผม ซึ่งเรื่องนี้โบอา ลูกสาวของผมเธอจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นเธอได้มาอาละวาดพังงานแต่งของผมกับเมียใหม่แน่ๆ ใจจริงผมก็รู้สึกผิดที่ต้องปิดบังเรื่องนี้กับโบอา แต่ว่าการทำแบบนี้มันก็ดีที่สุดแล้วกับเมียใหม่ของผมแล้วก็ลูกในท้องของเธอ...

“ครับนาย” ผมก้มหน้าและตอบรับคำสั่งนายทันที ถึงแม้การดูแลคุณหนูโบอา จะเป็นเรื่องยากผมก็ไม่สามารถปฏิเสธหรือแสดงอาการท่าทางไม่พอใจออกมาได้ เพราะนายมีบุญคุณกับผมมาก และไม่ว่านายจะสั่งอะไรผมก็พร้อมรับคำสั่งนั้นทันที

“ช่วงที่ฉันไปอยู่มาเก๊าฝากแกจัดการดัดนิสัยลูกสาวฉันให้ที ช่วงนี้ยัยหนูเริ่มดื้อไม่ฟังฉันแล้ว” 

ปกติผมจะตามใจเธอตลอด จนทำให้เธอเคยตัว และพอผมพูดห้ามหรือเตือนอะไรเธอก็ไม่ค่อยจะฟัง แล้วทั้งบ้านก็พากันไม่กล้าขัดใจลูกสาวของผมไปด้วย แต่ดูเหมือนไอเจเคมันจะเป็นคนเดียวที่กล้าขัดใจและแข็งกับเธอที่สุดในบ้าน ซึ่งผมก็ไว้ใจมันที่สุด ที่จะฝากลูกสาวไว้กับมัน

“ครับ แล้วนายจะไปอยู่มาเก๊านานไหมครับ” เจเคลูกน้องคนสนิทเอ่ยถาม

“ก็จนกว่าลูกฉันจะคลอดนั่นแหละ” ผมกะว่าจะรอให้ ‘มิลา’ คลอดลูกก่อนแล้วค่อยกลับมาอยู่ที่นี่ ถ้าเกิดผมพาเธอเข้าบ้านตอนนี้ยัยหนูได้เป็นคนทำคลอดให้เมียใหม่ผมแน่ๆ

“ครับนาย…” 

แบบนี้ผมก็ต้องทนเลี้ยงยัยคุณหนูปากดีนั่นเกือบเก้าเดือนเลยเหรอ ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรของผม ที่ต้องมาเจอเด็กงี่เง่าเอาแต่ใจแบบนั้น

@ตึกใหญ่

วันนี้บ้านดูเงียบไปแปลกๆ พวกบอดี้การ์ดก็อยู่บ้านกันแค่ไม่กี่คน และไม่รู้ว่าพวกมันหายหัวไปไหนกันหมด ไอคนที่เรียกใช้ง่ายๆ ก็ไม่อยู่ อยู่แต่ไอ ‘เจเค’ คนที่เรียกใช้อะไรไม่ได้เลยสักอย่าง “ไปเอานมในตู้เย็นให้หน่อย”

คุณหนูเอ่ยปากกระแทกเสียงสั่งให้ผมไปเอานมให้ และผมก็เกลียดท่าทางจองหองพองขนของเธอสุดๆ ถึงแม้ว่าผมจะแก่กว่าเธอตั้งหกปีแต่เธอก็ยังเรียกผมว่าไอ และไม่เคยแสดงท่าทางเคารพผมเลยสักครั้ง “…” 

“กูสั่งให้มึงไปเอานมให้กู มึงไม่ได้ยินรึไง ฮะ!” เธอลุกขึ้นจากโซฟาและแสดงท่าทางเกรี้ยวกราดใส่เขา

“แม่บ้าน ไปเอานมมา” ผมหันไปบอกแม่บ้านที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงหน้าเธอ แต่เธอกลับมาใช้ผม “อยากได้อะไรก็สั่งแม่บ้านสิครับ ผมเป็นบอดี้การ์ดไม่ใช่คนรับใช้” 

“มึงก็ขี้ข้าเหมือนกันนั่นแหละ กูเป็นนายมึง เวลาที่กูสั่งให้มึงทำอะไร มึงก็ต้องทำ อย่าเสือกมาสอนกู” ฉันเกลียดที่ไอเจเคมันเอาแต่ขัดคำสั่งของฉันทุกอย่าง แล้วมันก็ยังเป็นลูกน้องคนโปรดของพ่ออีกด้วย เหมือนว่ามันเองก็จะรู้ตัวว่าพ่อฉันให้ท้ายมัน มันเลยปีกกล้าขาแข็งกับฉันขนาดนี้

ทุกครั้งที่ผมอยู่ใกล้คุณหนูผมต้องคอยนับหนึ่งถึงล้านตลอด เพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ..ใจเย็นไอเจเคอีนี่มันก็แค่เด็กปากดีเท่านั้น 

“ครับคุณหนู” 

ยิ่งเห็นหน้ามันฉันก็ยิ่งหงุดหงิด ไม่รู้ว่ามันจะมายืนเฝ้าประกบฉันอยู่ทำไม วันนี้ทุกคนดูทำตัวแปลกๆ กันไปหมดทั้งแม่บ้าน ทั้งไอเจเคก็คอยประกบเฝ้าฉันอยู่ไม่ห่าง 

“ไปไกลๆ ได้ไหมกูไม่อยากเห็นหน้ามึง” ฉันตะหวาดใส่มันเสร็จฉันก็เดินหนีหน้ามันไปนั่งอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำเพื่อให้ใจเย็นลง แต่ไอเจเคมันก็ยังเดินตามตูดฉันไม่เลิก น่าลำคานจริงๆ 

ติ๊ง! [เบอร์ปริศนา - รูปงานแต่งของคุณอิทธิพ่อของเธอและมิลาเมียใหม่] 

ไม่รู้ว่ามือดีที่ไหนส่งรูปนี้มาให้ฉัน แถมยังใจดีส่งสถานที่จัดงานมาให้ฉันอีก ซึ่งภาพทั้งหมดที่ฉันได้รับจากเบอร์แปลก มันทำให้ฉันตาสว่างและเข้าใจที่วันนี้ฉันโดนไอเจเคมันคอยตามประกบอยู่แบบนี้

จู่ๆ คุณหนูขี้โมโหก็เดินเข้าไปหาคนที่เธอเกลียดขี้หน้า พรางมองหน้าเขาด้วยความแค้นใจ แววตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา จนทำชายหนุ่มร่างสูงเริ่มใจคอไม่ดีที่เห็นท่าทางของเธอแบบนั้น 

ตุบ! ตูม!! 

เจเคถูกเท้าเล็กที่โมโหและโกรธแค้นสุดขีดถีบลงสระเต็มแรง ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งออกไปหน้าบ้าน เพื่อไปจัดการพ่อของเธอ

ตอนนี้ผมรู้ได้ทันที ว่าเธอคงรู้เรื่องงานแต่งของนายแล้วแน่ๆ “เหี้ยเอ๊ย ใครอยู่ข้างนอกบ้าง จับคุณหนูไว้ที!!” ผมตะโกนเรียกหาลูกน้องก่อนจะรีบขึ้นจากสระไปตามจับเธอ

แต่พอผมวิ่งออกมาหน้าบ้านก็ไม่ทัน คุณหนูขับรถสวนออกไปพอดี “บรรลัยแล้วกู” ผมรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาไอ ‘วอม’ มือซ้ายของนาย และเพื่อนรักเพียงคนเดียวของผม ที่ตอนนี้อยู่คุ้มกันนายที่งานแต่ง “ไอวอมมึงรีบสแตนบายรอที่งานแต่งเลย คุณหนูหนีออกไปแล้ว”

@สถานที่จัดงานแต่ง

พอได้ยินสิ่งที่ไอเจเคบอกผมก็รีบส่งซิกบอกลูกน้องในงานให้ไปดักรอที่หน้าประตูทางเข้างานทันที “พวกมึงสองคนไปดักทางนู้น”

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญซึ่งผมกำลังจะสวมแหวนให้เธอแต่จู่ๆ ก็เห็นว่าบรรยากาศตอนนี้มันแปลกไป บอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่ในงานก็พากันวิ่งวุ่นออกไปที่หน้าประตูทางเข้า ซึ่งผมก็ได้แต่ภวานาขอว่าอย่าให้เป็นอย่างที่ผมคิดเลย…

@หน้าโรงแรมที่จัดงาน

พอจอดรถหน้าโรงแรมได้ ฉันก็ไม่ลืมที่จะเอาไม้เบสบอลคู่ใจท้ายรถลงมาด้วย พ่อฉันรู้ดีที่สุดว่าฉันเล่นเบสบอลเก่งมาก แล้วก็ตีไม่เคยพลาดเลยด้วย

ตอนนี้ผมเห็นเป้าหมายที่ผมต้องจัดการแล้ว เธอเดินตรงเข้ามาหาผมกับพวกลูกน้องที่ยืนขวางอยู่หน้าประตูอย่างไม่เกรงกลัว ในมือเธอก็ยังถือไม้เบสบอลไว้แน่น แล้วดูเหมือนว่าเธอจะยอมใส่รองเท้าผ้าใบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะเลย 

“คือ...คุณหนูครับ” วอมยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดจนจบประโยคก็โดนคุณหนูของเขา ขว้างไม้เบสบอลใส่แต่โชคดีที่เขาหลบทัน 

ควับ!

“ถ้าพี่วอมเข้าข้างพ่อ ก็เข้ามาจับตัวหนูได้เลย” บอดี้การ์ดคนเดียวที่ฉันพูดดีด้วยและเขาก็ทำดีกับฉันมาตลอดคือพี่วอม ฉันไว้ใจเขาที่สุด แต่ว่าวันนี้เขาหักหลังฉัน 

“ขอโทษนะครับคุณหนู” ผมเอ่ยปากขอโทษ ด้วยความรู้สึกผิดต่อเธอ แต่ผมก็ไม่สามารถขัดคำสั่งนายได้อยู่ดี สุดท้ายผมก็ต้องเอ่ยปากสั่งลูกน้อง “จับคุณหนูไว้” 

“อ๊ายๆๆ!!” เธอกรีดร้องออกมาทั้งน้ำตาด้วยความโมโหสุดขีดก่อนจะฟาดไม้เบสบอลใส่ทุกคนที่วิ่งเข้าไปหยุดเธอไว้ เท้าเล็กสองข้างก็สลับถีบคนพวกนั้นออกห่าง

เสียงกรีดร้องนั้นทำให้คนในงานตกใจและพากันมองไปที่ประตูทางเข้ากันหมด แล้วผมก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคือโบอา ลูกสาวของผมแน่นอน “เธอมาแล้วสินะ” เขารีบจบพิธีและเชิญแขกออกจากงานแต่ก็ไม่ทันลูกสาวของตนอยู่ดี เธอวิ่งเข้ามาใช้ไม้เบสบอลตีทำลายข้าวของตกแต่งในงานจนเละเทะไปหมด 

“พาเธอไปหลบก่อน” ผมสั่งลูกน้องให้พาเมียใหม่ผมไปหลบให้ห่างเธอ ส่วนตัวเองก็ยืนรอลูกสาวเดินเข้ามาหา

เขายกมือขึ้นสั่งลูกน้องไม่ให้จับตัวเธอ และปล่อยให้เธอเดินเข้ามาระบายความโกรธลงที่ตน พ่อที่ทำผิด ปิดบังและมีความลับต่อลูกสาวอย่างเธอ

“ฮึกๆ งานแต่งทั้งทีทำไมพ่อถึงไม่ชวนหนูละคะ” 

เธอยิ้มถามผมทั้งที่น้ำตาไหลอาบแก้มใสอยู่ แล้วนั่นมันก็ยิ่งทำให้ผมนั้นรู้สึกผิดต่อลูกมากยิ่งขึ้น “ยัยหนูพ่อขอโทษนะ”

เธอเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าพ่อก่อนจะกรีดร้องโวยวายอีกครั้ง พร้อมกับใช้ไม้เบสบอลฟาดตีสิ่งของที่อยู่ใกล้คนเป็นพ่อเพื่อระบายอารมณ์โกรธ

หลังจากที่ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็รีบขับรถตามมาที่งานเพื่อมาพาคุณหนูกลับบ้านทันที แล้วพอมาถึงงานก็เห็นว่าที่นี่เละไปหมดแล้ว แถมคุณหนูยังกำลังอาละวาดอยู่ต่อหน้านายอีกด้วย...

เจเคเดินพุ่งเข้าไปดึงไม้เบสบอลที่มือของเธอออกอย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะแบกเธอขึ้นบ่าและหันไปโค้งหัวขอโทษนายที่ตนพลาดทำคุณหนูหลุดมาที่นี่

“ปล่อยกูไอขี้ข้า!!” 

“มึงไปขับรถ” ผมออกคำสั่งกับลูกน้องให้มันไปขับรถเพราะว่าผมต้องนั่งจับคุณหนูอยู่เบาะหลัง ถ้าไม่ทำแบบนี้คุณหนูใจเด็ดของผม เธอได้โดดลงจากรถแน่ “หุบปากสักทีได้ไหมครับ!” เจเคพูดด้วยน้ำเสียงดุดันเพราะรู้สึกหมดความอดทนกับเด็กดื้ออย่างเธอ

“กูไม่หุบปากมึงจะทำไมกู!!” ฉันตะโกนใส่หน้าไอขี้ข้าทันทีเมื่อมันกล้ามาออกคำสั่งกับฉัน

ตอนนี้เธอทำคนใจร้อนฟิวขาดแล้ว... “ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกนาย คุณหนูคงโดนผมจับทำเมียไปแล้ว”

“ถ้ามึงกล้า ก็ทำสิ...” คนปากดีพูดตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่รักสัมพันธ์ลวง
9.7
เมื่อความสูญเสียครั้งใหญ่ทำให้มาเฟียหนุ่มต้องสูญเสียน้องสาวไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาจึงมุ่งเป้าล้างแค้นหญิงสาวที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมและผู้หลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เธอต้องจำใจยอมรับความผิดที่ไม่ได้ก่อเพื่อทดแทนบุญคุณ จนตกอยู่ในวังวนการจองเวรที่ยากจะต่อกร ชีวิตของเธอถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งความเกลียดชัง และต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เขาเป็นผู้มอบให้ในฐานะจำเลยที่ไร้ทางสู้
หน้าปกนวนิยาย เลขาคุณมาเฟีย
7.9
รติรสตัดสินใจสมัครงานเป็นแม่บ้านในบริษัทเก่าของแม่เพื่อสืบหาเบาะแสการหายตัวไปอย่างปริศนา ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอต้องกลายเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของประธานบริษัทคนใหม่ผู้ทรงอิทธิพล ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถลำลึกเกินกว่าเรื่องงานเมื่อเธอต้องรับหน้าที่คู่นอนของเขาด้วย ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการตามหาครอบครัวที่ไร้ร่องรอย รติรสต้องเผชิญกับความกดดันและพันธนาการลับที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้ในโลกของมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตรายและความลับที่รอการเปิดเผย
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นหมอมาเฟีย
9.0
โชคชะตานำพาให้ศัลยแพทย์หนุ่มเจ้าของโรงพยาบาลผู้กุมอำนาจมืดในฐานะมาเฟียต้องเข้าพิธีหมั้นหมายตามความต้องการของครอบครัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยคู่หมั้นของเขาคือหญิงสาวนักเขียนไส้แห้งประจำสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ทว่าการโคจรมาพบกันในฐานะคู่หมั้นครั้งนี้ไม่ใช่การเผชิญหน้ากันครั้งแรก เพราะทั้งสองต่างมีความทรงจำบางอย่างร่วมกันมาก่อน เรื่องราวความรักท่ามกลางอิทธิพลมืดจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความสัมพันธ์ในอดีตที่กำลังถูกรื้อฟื้นคืนมาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียหลงเมียลับ
9.4
ออสติน มาเฟียหนุ่มผู้ปิดตายหัวใจและไม่เคยคิดจะสร้างครอบครัว กลับต้องมาพัวพันกับหญิงสาวที่เขาบังเอิญให้ความช่วยเหลือ โดยมีพันธะผูกพันให้เธอต้องกลายเป็นเมียลับเพื่อการตอบแทน ทว่าความใกล้ชิดกลับทำลายกำแพงน้ำแข็งลงจนเขาหลงใหลในตัวเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น จากความสัมพันธ์ที่ต้องซ่อนเร้น ออสตินเริ่มเปลี่ยนใจและปรารถนาจะประกาศให้โลกได้รับรู้ว่าเธอคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เป็นเจ้าของหัวใจเขาอย่างเป็นทางการ
หน้าปกนวนิยาย สุภาพบุรุษมาเฟีย   (วิลสัน-พุทธมิกา)
8.1
พุทธมิกาครูสาวผู้รักอิสระต้องใจสลายเมื่อวิลสัน มาเฟียหนุ่มที่เธอเฝ้าคอยกลับมาพร้อมครอบครัวและคำปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักเธอ แม้ภายนอกเขาจะดูสุภาพและใจดีจนได้รับฉายาว่าสุภาพบุรุษมาเฟีย แต่เบื้องหลังความอ่อนโยนนั้นซ่อนความเด็ดขาดที่พร้อมขยี้ศัตรูให้จมดิน เมื่อพรหมลิขิตชักนำให้ครูอาสาบนดอยไกลปืนเที่ยงมาพบกับเจ้าพ่อหนุ่มแห่งทริปเปิลวิลล์อีกครั้ง ท่ามกลางความลับและพันธนาการที่ซับซ้อน บทพิสูจน์ความรักและความแค้นของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ ทายาทมาเฟีย ทำให้ หัวใจฉัน แตกสลาย
9.7
ของขวัญวันเกิดปีที่ยี่สิบสองที่ฉันตั้งใจมอบให้ธนดล มหานที คือโลโก้แบรนด์ใหม่ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นชีวิตคู่ แต่ความฝันเหล่านั้นกลับพังทลายลงทันที เมื่อฉันบังเอิญได้ยินเขาแอบสารภาพกับคนสนิทว่าการหมั้นหมายของเราเป็นเพียงแผนลวงเพื่อกำจัดฉันออกไปจากชีวิต ท่ามกลางเสียงดนตรีในคลับที่ยังคงบรรเลงต่อไป โลกของฉันกลับเงียบงันและแตกสลายลงในพริบตาด้วยความจริงที่แสนเจ็บปวดจากปากของผู้ชายที่ฉันรักที่สุด