ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil

บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil

เมลดา นางแบบสาวระดับอินเตอร์ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทย แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอพลาดมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชานนท์ นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของพี่ชายที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังเบ่งบาน โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องสูญเสียลูกและสูญเสียความทรงจำจนลืมสิ้นทุกความผูกพัน ชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อรื้อฟื้นความรักครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง แม้ต้องเริ่มใหม่กี่รอบแต่พรหมลิขิตยังคงนำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันในวังวนแห่งรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกระจกรถถูกเคาะขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่เธอจะฟุบหน้าลงไปกับพวงมาลัยรถ เธอปรือตาช้าๆ ค่อยๆเลื่อนกระจกลง

“นี่คุณ เมาแล้วขับมันผิดกฏหมายนะครับ” หนุ่มหล่อคนเดิมที่เจอกันหน้าห้องน้ำ ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้

“……”

“ใครเมา แล้วใครขับ ฉันก็นั่งของฉันอยู่เนี่ย ผิดกฎหมายข้อไหนไม่ทราบ”

“ไม่เมาเหรอ… ไม่ต้องเป่าดูก็รู้แล้วมั้ย หรือจะลองเป่าดู”

“เป่าอะไร….แล้วจะให้ไปเป่าที่ไหนล่ะ” สาวน้อยทำตาเจ้าเล่ห์เลื่อนตามองต่ำมาที่เป้ากางเกง ยิ้มหยันๆ ขณะพูด

“ทะลึ่ง… ลงมาเลย” เขาพูดพลางเปิดประตูรถแล้วลากตัวหญิงสาวลงมาอย่างทุลักทุเล

“โอ้ยยยย นี่คุณจะบ้าเหรอ ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ปล่อยฉันนะ” เมลดาร้องเสียงหลง เมื่อถูกอีกฝ่ายลากถูลงมาจากรถ ก่อนจะถูกจับยัดไปนั่งเบาะข้างคนขับ ปัง จากนั้นเขาก็เดินอ้อมมานั่งแทนที่คนขับอย่างถือวิสาสะ

“นี่คุณ เกินไปแล้วนะ ออกไปเลย” คนเมาเริ่มโวยวาย เสียงอ้อแอ้

“จะกลับบ้านหรือไปนอนรอสร่างเมาที่สน. ครับคุณหนูเม” คนตัวโตหันมาถามสีหน้าจริงจัง จนคนตัวเล็กเลิกโวยวาย

“คาดเข็มขัดด้วย”

“………” เมลดายังคงจ้องไปที่เขาไม่วางตา พยายามใช้ความคิดเท่าที่สติจะมีว่าหนุ่มหล่อด้านข้างคนนี้คือใครกัน

ฟรืบบบบ เมื่อไร้ปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็โน้มตัวมาดึงเข็มขัดนิรภัยรัดให้เธอแทน

หมับ!! เมลดาจับแก้มทั้งสองข้างของเขาไว้ มือบางข้างนึงก็ตบลงบนแก้มคมสันของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา มองจ้องไปนัยน์ตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างจับผิด เธอส่งยิ้มให้เขาอย่างเย้ายวนจนทำให้อีกฝ่ายเคลิบเคลิ้มไปกับความวาบหวามของริมฝีปากอิ่มนั่น ก่อนสติอันน้อยนิดของหญิงสาวจะดับวูบไป หน้าสวยก็ฟุบลงบนปากหยักได้รูปของเขาแล้ว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกสติให้ตัวเองกลับมา แต่กลายเป็นว่าได้กลิ่นหอมของกายสาวเข้ามาเต็มๆ เขาปรับเบาะเอนนอนลงให้เธอ ก่อนจะหันหน้ากลับมาทำหน้าที่คนขับ เมื่อสมองตัดสินใจได้แล้วว่าจะพาสาวเจ้าปัญหาไปไว้ที่ไหนดี

บรืนนนนนน

แฟลตตำรวจ

04.00 น.

สาวสวยนอนเหยียดกายยาวบนโซฟาในห้องนั่งเล่น โดยไม่รู้ตัวสักนิดว่าภัยกำลังมาเยือน ตาหนักๆสองข้างค่อยๆปรือขึ้นอย่างอารมณ์เสีย เมื่อรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งกระทบลงที่ขาของตัวเอง แรงขึ้น แรงขึ้น เธอเห็นเท้าของใครบางคนพยายามเขี่ยปลุกเธออยู่ เมลดาดีดตัวโหยงเมื่อเห็นหน้าชัดๆของเจ้าของฝ่าเท้านั่น

“พี่ภาค…” เธอพยายามขยี้ตาตัวเองซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจ สายตาก็กวาดไปทั่วจนไปพบกับใครบางคนที่นั่งอยู่อีกมุมนึงของห้อง ที่กำลังจ้องเธอไม่วางตา เมื่อทบทวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้า คือ ภาคิน และนั่นคือผู้กองชานนท์เพื่อนรักของเขา สาวน้อยรีบเอามือมาปิดหน้าด้วยความอับอายอย่างขีดสุด ก่อนจะล้มตัวมุดหน้าลงไปนอนอีกครั้ง

“ลุกเลย เดี๋ยวนี้!!” เสียงออกคำสั่งเฉียบขาดของเขา ทำให้เธอปรือตามองอีกครั้ง

“ปวดหัว ขอนอนอีกนิดนะ” เธอพูดโดยยังหลับตาปี๋

“กลับไปนอนบ้าน จะมาค้างห้องผู้ชายแบบนี้ได้ไง ไป ลุก เราต้องกลับก่อนคุณย่าตื่นมาใส่บาตร ลุกเดี๋ยวนี้ พรุ่งนี้ฉันมีประชุมเช้าด้วย” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนกระชากน้องสาวตัวดีขึ้นนั่ง

“ภาคิน ฉันเจ็บ”

“งั้นก็อยู่นอนต่อที่นี่ จะให้ไอ้ภาค หรือคุณพ่อมารับก็เลือกเลย” สิ้นคำขู่เมลดาดีดตัวผึงราวกับไม่เคยเมามาก่อน

“ก็ปวดหัวอ่ะ เดินจะไม่ไหวอยู่แล้วเนี่ย” พูดพลางทำท่ากุมขมับ

“มานี่…” ภาคินพูดพลางประคองเมลดาลุกขึ้นเดินตามมา ก่อนจะหันไปขอบคุณเพื่อนรักที่อุตส่าห์โทรตามเขาเรื่องน้องสาว

ข้างเมลดาอายเกินกว่าจะหันไปพูดคุยกับชายหนุ่ม ไม่รู้ว่าเผลอทำเรื่องน่าอับอายอะไรออกไปบ้าง เธอมุดหน้าแอบอยู่ในอกของพี่ชายจนเดินลับประตูห้องออกไป

“อย่าบอกพ่อ กับพี่ภาคนะ” เมลดากระซิบขอร้องภาคิน

“เรียกฉันว่าพี่สิ ฉันจะไม่บอก”

“………”

“ตามใจละกัน มีหวังคอนโดที่ขอไว้ อดแน่”

“เออ ก็ได้ พี่คินคะ…อย่าบอกคุณพ่อกับพี่ภาคนะ เมขอร้อง”

“…….”

เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วของสองพี่น้องคล้อยหลังไป ห้องของตำรวจหนุ่มก็กลับมาเงียบลงอีกครั้ง เขานั่งอมยิ้มกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

เหตุการณ์เมื่อ 3 ชั่วโมงก่อน

“คุณ คุณ ตื่นก่อน เอาไงดีวะ” ชายหนุ่มรู้สึกกังวลอย่างเห็นได้ชัด กับเรื่องตรงหน้า เขาค่อยๆโน้มตัวเข้าหาเธออีกครั้งเพื่อปลดเข็มขัดนิรภัยให้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบสูดดมกลิ่นน้ำหอมจากเธอ มันเป็นกลิ่นที่ผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อดูแล้วว่าหญิงสาวไม่มีทีท่าจะตื่นแน่ๆแล้ว ก็กดสายโทรหาใครบางคนทันที

“ โทษทีว่ะ โทรหามึงดึกเลย”

(อือ มีไรวะ ) เสียงอู้อี้ของอีกฝ่ายฟังก็รู้ว่าทางนั้นน่าจะหลับไปแล้ว

“น้องมึงอยู่กับกูเนี่ย กูไม่กล้าเอาไปส่งเวลานี้ว่ะ กลัวมีปัญหา เมาแอ๋เลยเนี่ย”

( น้อง น้องไหนวะ….อย่าบอกนะว่า..)

“เออ เมลดาเนี่ยแหละ เมาปลิ้นเลย”

(……… เออดูไว้ให้ก่อน เดี๋ยวกูไป)

“เออ กูรอที่แฟลต”

หลังจากวางสาย ก็กลับมามองร่างงามอีกครั้งอย่างเอือมระอา เขาส่ายหัวช้าๆกับพฤติกรรมของหล่อน

“อยากให้แม่มาเห็นจริงๆ ว่าสภาพเป็นไง หึ จะได้เลิกอวยสักที” บ่นจบก็ช้อนร่างงามออกจากรถหรู เดินเข้าลิฟต์ไปอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาไม่ต้องการให้ลูกน้องออกมาเห็นเขาในสภาพนี้ในเวลานี้

ขณะอยู่ในลิฟต์นั้น สาวเจ้าปัญหาก็เริ่มอยู่ไม่สุข มือน้อยๆก็เลื่อนไต่วน ลูบไปทั่วแผงอกแน่นของเขา

“อย่าซนสิเม” เขาปรามเสียงดุขึ้นเมื่อเธอเริ่มล้วงเข้ามาในเสื้อของเขา

“เมาแล้วเป็นแบบนี้เหรอ” พูดจบก็ผลักประตูเข้าห้องไป เขาค่อยๆวางร่างบางลงบนโซฟากลางห้อง

แต่ทันใดนั้นหญิงสาวก็เลื่อนมือมาโอบคอของเขาและรั้งมันเข้าหาตัวเอง ตาสวยที่หลับใหลเมื่อครู่ค่อยๆปรือตามองเขาเป็นประกายเย้ายวน นิ้วเรียวเลื่อนมาเขี่ยริมฝีปากหยักได้รูปของเขาหยอกเย้าอยากสัมผัส มืออีกข้างก็กดท้ายทอยของเขาก้มต่ำลงอย่างง่ายดาย ตอนนี้ปลายจมูกโด่งของทั้งคู่ ชนกันจนรับรู้ได้ถึงไอร้อนของลมหายใจที่รดใส่กัน เมลดาเผยอปากคล้ายรอการจุมพิตจากเขา

“อย่าทำแบบนี้” เขาห้ามเสียงสั่นเบาหวิว พยายามยันกายออกห่าง แต่นิ้วเรียวเล็กเกลี่ยริมฝีปากหยักไม่เลิก

เมื่อความอดทนขาดผึง ชานนท์ไม่ปล่อยให้เธอรอนาน เขาประกบปากลงบนปากอวบอิ่มนั่นอย่างลืมตัว ลิ้นสากค่อยๆสอดเข้าไปเกี่ยวรัดลิ้นอุ่นของอีกฝ่ายภายในโพรงปาก เขาค่อยๆดูดกลืนซับความหอมหวานนั่นอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงและดูดดื่มแรงขึ้น มือหนาเริ่มไต่จากสะโพกกลมกลึงเลื่อนมาที่เต้าตูมที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเกาะอกได้ร่อนลงจนเห็นเนินนมขาวชัดถนัดตา เขาถอนริมฝีปากอย่างยากลำบากเลื่อนหน้ามาซุกที่คองามระหงสูดดมกลิ่นกายสาวอย่างเต็มรัก ก่อนจะพรมจูบเลื่อนต่ำมาที่เต้างามทั้งสองข้าง แต่ก่อนที่อะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ สติของเขาก็กลับมาอีกครั้ง

ครืดดด ครืดดด ครืดดด เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้นในกระเป๋ากางเกง เขาจำใจต้องหยุดทุกอย่างลงทันที เมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นใคร

“ ฮัลโหล เอ่ออ มึงอยู่ไหนแล้วเนี่ย ช้าฉิบ” เขากดรับเสียงสั่นหอบ

(กูถึงละ จอดรถอยู่ ทำไมมึงเสียงสั่นแบบนั้นวะ)

“เอ่อ…เปล่า ก็น้องมึงตัวหนัก กว่ากูจะแบกมาถึงห้องเนี่ย”

(…….เหรอ แล้วนี่กูต้องแบกลงมาด้วยมั้ยวะ)

“……. นั่น น้องมึง”

(………)

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

บานประตูเปิดกว้างขึ้น มองเข้าไปก็พบว่าน้องสาวเจ้าปัญหานอนหลับขดตัวอยู่บนโซฟาใต้ผ้าห่ม ในห้องของเพื่อนรัก ภาคินส่ายหน้าเอือมระอาออกมา

“ปล่อยให้นอนอีกสัก 2 ชั่วโมงละกัน ค่อยปลุก กูแบกกลับไม่ไหว!! ”

“……….”

หลังจากนั้นสองเพื่อนรักก็คุยกันเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลา อัพเดทชีวิตของกันและกันในช่วงที่ผ่านมา ขณะรอเวลาให้หญิงสาวตื่น ที่กำลังหลับใหลอย่างไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองที่จะเจอหลังจากนี้ ….

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FZN” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FZN
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]
9.8
Hataichanok is a sharp, confident woman who meets her match in Pawee, a calm man who has always been patient with her. However, his composure shatters when he discovers she used him as a mere pawn for revenge. After their marriage becomes a battlefield of deception, Pawee refuses to grant the divorce she craves. Consumed by betrayal, he decides to force her to pay the price for her schemes, trapping her in a high-stakes clash of emotions and hidden desires.
หน้าปกนวนิยาย สามีพรีเมียม
8.9
เซาะทราย ดีไซเนอร์สาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจเปิดแบรนด์ชุดชั้นใน Sai เพื่อสร้างความร่ำรวยให้ตัวเอง จนกระทั่งเธอได้พบกับ ชาร์ค อิโญน่า สายลับหนุ่มที่ยอมแฝงตัวเป็นพนักงานจัดส่งสุดฮอต เซาะทรายใช้เสน่ห์อันเหลือร้ายของเขาเป็นสินค้าพรีเมียมเพื่อดึงดูดลูกค้าและขยายยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชาร์คเองก็เต็มใจทำภารกิจนี้เพื่อเข้าถึงเป้าหมายสำคัญ โดยอาศัยความใกล้ชิดและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จที่เขาต้องการ
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
7.9
เมื่อวิญญาณของนักฆ่าสาวผู้ไร้ความปรานีอันดับหนึ่งได้ข้ามมิติมาสวมร่างหญิงสาวผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ในยุคโบราณ เธอต้องเผชิญกับชีวิตที่แสนรันทดท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยามและการกลั่นแกล้งสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่รุมสาปส่งเธออย่างไม่ใยดี ทว่าด้วยจิตวิญญาณของเพชฌฆาตสาวผู้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอจึงพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและเปลี่ยนโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทุกคนเคยดูแคลน
หน้าปกนวนิยาย พิศวาส 3000 ปี
8.4
ชินซางจอมมารผู้ผิดหวังในความรักตัดสินใจปิดผนึกดวงตาโลกันตร์ไว้ตลอดกาล โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่จะปลุกพลังนี้ได้อีกครั้งต้องเป็นสตรีผู้เป็นเนื้อคู่ตัวจริงเท่านั้น จนกระทั่งเฉินวาวาหญิงสาวจากโลกอนาคตได้หลงเข้ามาในดินแดนแห่งการหลับใหลและทำให้เขาฟื้นตื่นขึ้น การพบกันครั้งนี้ทำให้ราชาปีศาจยอมพลิกแผ่นดินตามหาเธอไปทั่วทุกแคว้น เพื่อนำตัวยอดดวงใจมาเคียงคู่บัลลังก์และครองรักกันไปจนชั่วนิรันดร์ท่ามกลางอุปสรรคมากมาย
หน้าปกนวนิยาย แค้นนี้ของนายมาเฟีย
9.5
เมื่อความแค้นสุมอก มาเฟียหนุ่มจึงวางแผนล้างแค้นพี่ชายของลินอย่างสาสมเพื่อตอบแทนที่ทำให้พี่ชายเขาต้องจากไป เขาตั้งใจมอบความพินาศให้คนทรยศได้ลิ้มรสความสูญเสียที่เจ็บปวดมากกว่าความตาย ท่ามกลางเพลิงโทสะที่พร้อมแผดเผาทุกอย่าง ลินพยายามอ้อนวอนขอชีวิตพี่ชายด้วยความสิ้นหวัง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเธอห้าม เขากลับยิ่งอยากทรมานศัตรูให้ตกนรกทั้งเป็นเพื่อชดใช้ความผิดที่อีกฝ่ายก่อไว้อย่างไม่อาจให้อภัยได้
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้เหี้ยมโหดและชิงชังอิสตรีมีท่าทีเปลี่ยนไปหลังวิวาห์กับบุตรีคนที่หกจากจวนแม่ทัพ ขณะที่คนภายนอกประจักษ์ถึงความเจ้าเล่ห์ของพระชายา สวามีกลับหลงคิดว่าภรรยาช่างบอบบาง แม้ตอนนางคว้าไม้ฟาดรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด เขาก็ยังกลัวนางถูกรังแก แท้จริงสตรีผู้นี้คืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบทหารเรือนแสนได้ในพริบตา อาการคลั่งรักหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำให้กองทัพต่างสับสนและตั้งคำถามว่า ความไร้เดียงสาที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นมีอยู่จริงหรือไม่