ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พรหมลิขิตรัก

พรหมลิขิตรัก

เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เฝ้าคะนึงถึงหญิงสาวในนิมิตฝันมาโดยตลอด เขาตัดสินใจออกตามหาเธอผู้เป็นเจ้าของหัวใจในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยความหวังอันแรงกล้า จนกระทั่งในที่สุดอำนาจแห่งพรหมลิขิตก็ได้นำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน นำไปสู่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ถูกถักทอขึ้นจากความฝันสู่ความจริงที่แสนหวานและตราตรึงใจในยุคสมัยใหม่นี้อย่างลงตัวที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 2

เรนอุ้มมายาขึ้นมาบนรถที่มีคนขับกับตินลูกน้องคนสนิทอีกคนมาด้วย เขาจ้องมองมายาอย่างไม่ละสายตา พลางภาวนาในใจว่าอย่าให้เธอเป็นอะไรไป

"มายา!"

เรนพึมพำเบาๆ เขารู้จักชื่อของมายาเพราะในฝันเธอเป็นคนบอกกับเขาเอง เขาพิจารณารูปร่างหน้าตาของมายาอย่างละเอียด มายามีผิวที่ขาวเนียน ผมตรงสลวยสีดำสนิท รูปร่างเล็กกะทัดรัดสมส่วน ความสูงน่าจะประมาณเกือบเท่าตัวของเขาเองซึ่งน่าจะเป็นลูกครึ่งมากกว่าคนไทยแท้ๆ คิ้วโก่งเข้ม ขนตายาว จมูกโด่งรั้นนิดๆ ปากเป็นกระจับอิ่มได้รูป ในสายตาของเขามายาสวยมากจนไม่อาจละสายตาได้ และเขาจะไม่มีวันละสายตาไปจากมายาเพราะเขาหลงรักมายาตั้งแต่เห็นในความฝันแล้ว ถึงได้ส่งคนตามหามายามาตลอดแต่ไม่เจอจนกระทั่งวันนี้ และเขาจะไม่ยอมปล่อยให้มายาไปจากชีวิตของเขาแน่ๆ ไม่ว่าต้องแลกกับอะไรหรือต้องใช้วิธีไหนก็ตาม!

โรงพยาบาลM

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลเรนก็อุ้มมายาลงจากรถตรงไปที่ห้องฉุกเฉินทันที โดยมีบุรุษพยาบาลกับพยาบาลรีบวิ่งเข้ามารับทันทีอย่างรีบเร่งเพราะทุกคนที่ทำงานในโรงพยาบาลนี้รู้จักเรนดีด้วยเรนเป็นเพื่อนรักกับเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้

เรนนั่งรอที่หน้าห้องฉุกเฉินโดยมีเจกับตินและลูกน้องอีกนับสิบคนยืนคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ไม่ห่างนัก

เรนใจร้อนและกระวนกระวายมากแต่ไม่แสดงออกมาให้ใครได้เห็น เขากลัวเหลือเกินว่าจะเสียมายาไปโดยที่เขายังไม่ได้มีโอกาสได้รู้จักกับมายาเลย

กึก..ปัง!!ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมกับ'หมอเอก'หรือ'เอกรัช'เพื่อนรักเพื่อนสนิทคนเดียวของเรนและเป็นเจ้าของโรงพยาบาลMแห่งนี้ด้วย

เอกรู้จักกับเรนมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนด้วยกันเที่ยวด้วยกันมาตลอดแต่เพิ่งมาแยกกันเมื่อตอนเรียนมหาลัย เรนเลือกเรียนบริหารด้วยครอบครัวมีธุรกิจมากมายหลายอย่างทั้งสีเทาและสีขาวแถมมีอิทธิพลอีกต่างหากเรียกง่ายๆว่ามาเฟียนี่แหละ เอกเลือกเรียนหมอเพราะครอบครัวของเขามีโรงพยาบาลและเป็นหมอกันมาตั้งแต่รุ่นทวด แต่เขากับเรนก็ติดต่อกันอยู่ตลอด ซึ่งครอบครัวของเขาก็เป็นมาเฟียเหมือนกันนั่นเอง

"เธอเป็นยังไงบ้างวะ..ไอ้หมอ!?"เรนถามเสียงนิ่งๆแต่สายตาเป็นกังวลอย่างมาก

"มึงรู้จักเธอเหรอวะ!?"เอกไม่ตอบคำถามของเรนแต่ถามกลับด้วยรู้จักนิสัยของเรนดีว่าไม่เคยสนใจใครมาก่อนโดยเฉพาะผู้หญิงนอกจาก'คุณวิลัย'แม่ของเรนเท่านั้น จึงออกจะแปลกใจไม่น้อยที่เรนมีท่าทางเป็นห่วงสาวน้อยที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน

"ตอบกู!!"เรนพูดด้วยเสียงที่เข้มขึ้นบอกถึงความจริงจังไม่ล้อเล่น

"ก็ได้ๆ..กระสุนฝังในสองนัด..ผ่าออกแล้ว..แต่.."เอกบอกแต่เว้นวรรคพลางมองหน้าเรนอย่างจริงจัง

"อะไร!?"เรนถามทันทีที่เห็นสีหน้าที่ค่อนข้างจริงจังของเอก

"เธอยังไม่พ้นขีดอันตรายเพราะเสียเลือดมาก..แล้วตอนนี้ที่โรงพยาบาลไม่มีเลือดกรุ๊ปนี้เลย..ตอนนี้กำลังติดต่อโรงพยาบาลในสาขาอยู่"เอกบอกด้วยท่าทีนิ่งๆเพราะต้องการดูท่าทีของเรน

"โรงพยาบาลของมึงใกล้จะเจ๊ง!แล้วหรือไงวะ!!?..ถึงได้ไม่มีเลือดอ่ะห๊ะ!!"เรนพูดเสียงดังอย่างไม่พอใจปนร้อนใจที่แสดงออกทางแววตาอย่างเด่นชัด ซึ่งเอกมองออกทันที

"ไอ้เวร!!มาแช่งโรงพยาบาลกู..เลือดของเธอเป็นเลือดที่หายากและมีน้อยมากที่ไทย..เลยทำให้ไม่มีในสต๊อกเลือดของโรงพยาบาลโว้ย!!"เอกว่าอย่างเหลืออด

"เธอเลือดกรุ๊ปอะไรวะ!?"เรนรีบถามโดยไม่สนใจคำด่าของเอก

"เธอมีเลือดRh-ว่ะ!!"เอกบอกตรงๆเพราะมองจากท่าทางของเรนแล้วถ้าเขาอิดออดมีหวังอาจได้กินลูกปืนแน่ๆ

"ไป!!"เรนพูดแล้วจับมือของเอกให้เดินตาม

"ไปไหนวะ!?"เอกถามอย่างไม่เข้าใจ

"เอาเลือดกูให้มายา!!"เรนพูดเสียงนิ่งๆแต่ชัดเจนมาก

"ห๊ะ!!"เอกอุทานอย่างตกใจ เขารู้ว่าเรนมีเลือดกรุ๊ปนี้แต่ไม่คิดว่าเรนจะยอมให้เลือดใครง่ายๆ แต่เมื่อกี้เหมือนเขาได้ยินเรนเรียกชื่อของสาวน้อยคนนั้น

"แต่นายคับ!!"เจกับตินรีบค้านทันที

"เอาเลือดของกูเร็วๆ!!..ถ้าช้าแล้วมายาเป็นอะไรไป..กูเผาโรงพยาบาลของมึงแน่ๆ..ส่วนมึงสองคน..ไอ้เจไปสืบเรื่องของมายามาให้กู..ส่วนไอ้ตินสืบมาว่าใครเป็นคนส่งคนมาลอบกัดกู"เรนพูดกับเอกอย่างดุดันก่อนจะหันไปสั่งเจกับตินทันที

"คับนาย"เจกับตินรับคำก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานตามคำสั่ง

"เออๆ..ไปๆ.."เอกบอกกับเรนก่อนจะเดินไปข้างในห้องฉุกเฉินพร้อมกันเพื่อถ่ายเลือดของเรนให้กับมายา

ในห้องฉุกเฉิน

"นี่มึงรู้จักเธอ!?"เอกถามขณะที่เรนนอนให้เลือดอยู่ และตอนนี้ภายในห้องไม่มีใครนอกจากเขากับเรนและมายาที่นอนสลบอยู่

"อืม!"เรนพยักหน้าเบาๆ

"ยังไงวะ!?"เอกถามอย่างงงๆเพราะเรนไม่เคยสนใจผู้หญิงที่ไหนขนาดซีที่ตามติดเรนมาตั้งหลายปี เรนยังไม่เคยจะสนใจเลย

"มึงจำที่กูเคยเล่าให้ฟังได้มั้ยวะ!..เรื่องฝันน่ะ!?"เรนถามด้วยสีหน้านิ่งๆแต่สายตามองมายาที่นอนสลบอยู่ที่เตียงใกล้ๆ

"อือ!จำได้..ที่มึงบอกว่าฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งบ่อยๆ...อ่ะ!..อย่าบอกนะว่า.."เอกพูดแล้วต้องอ้าปากค้างเมื่อพอจะเดาได้แต่มันเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ

"ใช่..คือเธอ!"เรนบอกอย่างจริงจัง

"อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้วะ!?"เอกพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ

"ใช่..กูส่งคนตามหาจนทั่วก็ไม่เจอ..แต่พอเจอกลับมาเป็นแบบนี้อีก"เรนพูดด้วยเสียงนิ่งๆแต่เศร้า

"มึงอย่าพึ่งตีตนไปก่อนสิวะ!!..เธออาจจะดีขึ้นก็ได้..เพราะได้เลือดจากมึงน่ะ!..แต่มึงมั่นใจนะ..ว่าเป็นเธอน่ะ!"เอกให้กำลังใจก่อนจะถามกลับ

"มั่นใจสิวะ!..กูฝันถึงมายามาตั้งสองปีแล้วนะโว้ย!"เรนว่าเอกตรงๆ

"แล้วมึงคิดว่าเธอจะรู้จักมึงมั้ยวะ!?"เอกถาม

"ไม่รู้ว่ะ!..แต่จะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่สำคัญ..เพราะต่อจากนี้ไปมายาต้องได้รู้จักกูแน่ๆ..เพราะกูจะไม่ปล่อยมายาไปไหนอีกแล้ว"เรนพูดอย่างจริงจังจนเอกต้องมองหน้าอย่างไม่อยากเชื่ออีกครั้ง

"หมายความว่าไงวะ!?..ที่จะไม่ปล่อยเธอไปน่ะ!!"เอกถามอย่างข้องใจ

"กูก็จะทำให้มายาอยู่กับกูตลอดไปไงวะ!!ถามโง่ๆนะมึงน่ะ..ไม่น่าเรียนจบหมอมาได้เลยนะ"เรนบอกก่อนจะว่าเอกตรงๆ

"ไอ้สัส!!แล้วมึงคิดว่าเธอจะยอมหรือไงวะ!?..ที่อยู่ๆมึงจะให้เธอมาอยู่กับมึงน่ะ..ไอ้เวร!!"เอกว่ากลับทันที

"กูจะทำทุกอย่างให้มายายอม..มึงคอยดูก็แล้วกัน"เรนบอกอย่างมั่นใจ

"เออคับ!!ไอ้เจ้าเล่ห์!..ไอ้มาเฟียเถื่อน!..กูจะรอดูนะคับบบ"เอกด่าพร้อมกับก้มห้วให้เรนอย่างล้อเลียน พลางคิดในใจว่าต่อจากนี้คงได้เห็นเรนในมุมที่ไม่เคยเห็นแน่ๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักเพลิงรัญจวน
8.8
วิชญ์ วิชญนนท์ พ่อหม้ายหนุ่มผู้มีความลับซ่อนอยู่ในใจ เขาเฝ้าหลงรักลูกสาวของเพื่อนสนิทมาเนิ่นนานตั้งแต่วัยเยาว์ จนกระทั่งถึงเวลาที่เขาจะใช้ทุกเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงเพื่อคว้าตัวและหัวใจของเธอมาเป็นของตนให้ได้ ทางด้านจิรดา สาวน้อยวัยเพียงยี่สิบสองปีที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตวัยทำงาน เธอต้องเดินทางไปฝึกงานภายใต้การดูแลของเพื่อนสนิทบิดา โดยที่ไม่รู้เลยว่าการก้าวเข้าสู่บ้านหลังนี้คือการเดินเข้าสู่กรงขังแห่งเสน่หาที่เสือหนุ่มผู้หิวกระหายได้วางกับดักไว้เพื่อครอบครองเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย นิยายรักฉบับสาวคลับ S
9.6
นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
หน้าปกนวนิยาย ปราบพยศคุณหนูขาวีน
9.4
เมื่อคุณหนูเอลินอร์จอมดื้อรั้นและเอาแต่ใจต้องมาเจอกับปฐพี ชายหนุ่มผู้ได้รับมอบหมายให้มากำราบความพยศของเธอ แต่แทนที่จะขัดแย้งกัน ทั้งคู่กลับมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นจนแทบไม่แยกจากกัน แม้ในเวลาทำงานปฐพีก็ยังหาโอกาสใกล้ชิดและหยอกเย้าจนหญิงสาวทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเสน่หา ปฐพีใช้เล่ห์กลอันเร่าร้อนเพื่อมัดใจคุณหนูขาวีนให้ยอมสยบอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขาแต่เพียงผู้เดียวในทุกสถานการณ์
หน้าปกนวนิยาย รอยจันทร์ลวงใจ
8.9
แม้ว่าเขาจะดูสูงส่งเกินเอื้อมเพียงใด แต่ในที่สุดดวงจันทร์ที่เธอเฝ้ามองมาตลอดกลับโน้มลงมาหา ทว่าความน่ายินดีนี้กลับแฝงไปด้วยความขมขื่น เมื่อความจริงเปิดเผยว่าทุกอย่างคือฝันร้ายที่ทำลายหัวใจจนยับเยิน ในวันที่เธอตัดสินใจจะละทิ้งทุกอย่าง ความเย็นชาที่เคยคุ้นกลับหวนคืนมาสั่นคลอนความรู้สึกอีกครั้ง เธอจึงต้องเลือกระหว่างการยอมจำนนต่อโชคชะตาหรือจะใช้ความเจ็บปวดในอดีตเป็นเกราะกำบังเพื่อหลีกหนีจากเขาไปให้พ้นทาง
หน้าปกนวนิยาย ซีรี่ส์ชุดคนหลงเมีย นางฟ้าของหมอ U R My Heart.
9.3
จากจุดเริ่มต้นในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและตราตรึงใจอย่างไม่ลืมเลือน ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผูกพันหัวใจของเขาไว้อย่างแน่นหนา เมื่อความประทับใจในเสน่ห์อันเกินจะต้านทานนั้นทำให้เขาไม่อาจปล่อยเธอไปได้ ในวันนี้เธอจึงได้ก้าวเข้ามาเป็นนางฟ้าคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่คอยครอบครองพื้นที่ทั้งหมดในหัวใจของหมอหนุ่มอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางความรักที่แสนหวานและลึกซึ้งที่เขาพร้อมจะมอบให้เธอตลอดไป