ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวคุณอา

เจ้าสาวคุณอา

เรื่องราวความผูกพันของหญิงสาวที่มั่นคงในความรักที่มีต่อคุณอาเพื่อนบ้านสุดที่รัก เธอเฝ้ารอคอยเขามานานแสนนานด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม โดยมีความเชื่อมั่นในคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ว่าหากเป็นคู่แท้ต่อกันแล้ว ท้ายที่สุดโชคชะตาย่อมนำพาให้ทั้งสองได้กลับมาครองคู่กันอย่างแน่นอน เธอจึงยอมมอบหัวใจและความเชื่อใจทั้งหมดให้แก่ชายเพียงคนเดียวที่เธอรอคอยมาตลอดทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้จะไม่มีวันพรากจากกันไปไหน
ตอน
แชร์

ตอน 2

เขารักของเขามานาน ในขณะที่เธอเป็นแค่ยายเด็กกะโปโลที่เขาเอ็นดูแค่หลานสาวข้างบ้านเท่านั้น

เธอมองสปาเก็ตตี้ในจานแล้วรู้สึกอิ่มตื้อไปหมด ทั้ง ๆ ที่เพิ่งได้กินไปแค่นิดเดียวเอง อีกทั้งแอบเหลือบมองสปาเก็ตตี้ในจานของเขาที่เพิ่งพร่องไปเพียงเล็กน้อยก็ถอนใจออกมาอีกเฮือกใหญ่

พระพายไม่เคยเป็นห่วงแดนภพเหมือนที่แดนภพเป็นห่วงพระพายเลย ฝนตกฟ้าร้องก็เรียกให้เขาไปหาเวลามีปัญหา แต่ไม่เคยให้สถานะอะไรนอกจากเพื่อน ในขณะที่เธอเป็นห่วงเขาสุดใจ

พระพายไม่ได้ให้สถานะคนรักกับแดนภพแต่ก็หวงเขาเวลามีสาว ๆ มาสนใจ เธอเห็นแล้วยังนึกหมั่นไส้

“แกอยู่ไหนเหรอ” เมื่ออดรนทนไม่ไหวก็กดเบอร์โทรศัพท์หาเพื่อนรักอย่างพบเพื่อน ซึ่งก็คือหลานสาวของพระพายนั่นเอง

“ฉันกำลังจะกลับบ้าน แกมีอะไรไหมจะได้แวะหา พอดีต้องผ่านบ้านแกก่อนพอดี”

“คิดถึงแกจัง”

“โอเค ๆ เดี๋ยวแวะหา” พบเพื่อนรับคำก่อนจะจอดรถหน้าบ้านเพื่อน

“เพื่อนไปไหนมาเหรอ”

“ไปซื้อของมาน่ะ แกเป็นอะไรทำไมหน้าม่อยขนาดนั้น”

“เปล่า”

“มีสิ แกต้องมีอะไรแน่ ไม่งั้นไม่ทำหน้าแบบนั้น”

“อาพายเขาคิดยังไงกับอาภพเหรอ”

“แกคิดเรื่องนี้อีกแล้วเหรอ” พบเพื่อนรับรู้ความรู้สึกของเพื่อนรักดี

บัวชมพูชอบแดนภพ ในขณะที่อาสาวของเธอกั๊กเขาเอาไว้ คงสถานะเพื่อนที่ดีที่สุด แต่ก็พิเศษกว่าผู้ชายคนอื่น แต่ก็ไม่ใช่แฟนหรือคนรัก เธอก็งุนงงกับอาสาวเหมือนกัน บางครั้งยังเผลอคิดไปว่าอาสาวของตัวเองเห็นแก่ตัว หวงแดนภพไว้ใช้งาน เพราะแดนภพเป็นคนดี มีน้ำใจกับคนอื่นเสมอ เขาไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยหรือกินแรงคนอื่น ทำอะไรก็ช่วยเหลือคนอื่นอย่างเต็มที่

จะว่าแดนภพซื่อก็ไม่ถูกนักหรอก น่าจะออกไปทางเป็นคนดีน่าคบหามากกว่า ใครเดือดร้อนมา หากมาหาแดนภพรับรองได้เลยว่าต้องมีคำตอบของปัญหาได้อย่างแน่นอน

“ฉันกินสปาเก็ตตี้อยู่กับอาภพ อาพายของแกก็โทร. มาเรียกให้อาภพไปซ่อมรถให้ ไม่ถามสักคำว่าอาภพทำอะไรอยู่ เพิ่งกินสปาเก็ตตี้ไปแค่คำสองคำเอง น่าจะถามสักนิด ถ้ารู้ว่าเขากินอยู่ก็ควรบอกให้กินให้เสร็จก่อน ไม่ใช่เรียกใช้แบบให้ไปทันทีแบบไม่รู้จักเกรงใจ”

“ฉันเข้าใจแก ฉันเองก็ยังไม่ชอบที่อาพายทำเลย ชอบเห็นอาภพเป็นของตาย แต่อาภพนี่สิ ดูจะรักอาพายมาก ๆ เลยค่ะ ขอโทษนะแกฉันต้องพูดให้แกยอมรับความจริง”

“ฉันรู้ นึกอยากให้อาภพเลิกรักอาของแก แต่ฉันก็ทำไม่ได้หรอก คนเรารักใครจะไปบอกให้เลิกรักไม่ได้”

“จนกว่าอาพายจะยอมปล่อยอาภพไป พวกเขาสองคนรู้จักกันมาแต่เด็ก ผูกพันมานานหลายปี แล้วอาพายเคยช่วยอาภพเอาไว้ตอนอาภพโดนรุ่นพี่แกล้งผลักตกน้ำจนเป็นตระคิว ถ้าอาพายไม่วิ่งไปบอกผู้ใหญ่ อาภพก็คงตายไปแล้ว อาภพก็เลยรู้สึกติดหนี้บุญคุณของอาพายน่ะ”

“อืม... ฉันเข้าใจ”

“แกอย่าทำหน้าม่อยไปเลย ยังไงฉันก็เชียร์แกมากกว่า”

“แต่แกเป็นหลานของอาพายนะ ทำไมเชียร์ฉันมากกว่าอาตัวเองล่ะ”

“ก็อาพายกั๊ก ฉันก็เลยสงสารอาภพ อาภพเองก็มีน้ำใจกับฉันมาก ฉันก็เลยอยากเห็นเขามีความสุข ถ้าอาภพคบกับแก รับรองได้เลยว่าแกจะดูแลอาภพอย่างดี ฉันเชื่อแบบนั้น สู้ ๆ นะเพื่อน ฉันต้องไปก่อน นี่ไปซื้อของเข้าบ้านน่ะ กลับบ้านช้าจะโดนบ่นอีก แกไปกินข้าวกับฉันไหม เดี๋ยวทำอะไรให้กิน” พบเพื่อนชอบทำอาหารและเป็นแม่บ้านแม่เรือน เวลาเธอไปบ้านเพื่อนทีไร ก็จะได้กินเมนูใหม่ ๆ แสนอร่อยทุกครั้ง

“ไม่อยากไปกลัวเจออาภพอยู่กับอาพาย”

“เจอแล้วทำไม แกไปเป็นแขกฉัน ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับสองคนนั่นเสียหน่อย”

“อืม... ไปก็ได้” อยากไปเห็นว่าเวลาพวกเขาอยู่ด้วยกันสองต่อสองเป็นยังไง เธอจะได้ทำใจให้ได้สักที บางทีการได้ดูภาพบาดตาบาดใจ ได้เห็นจะ ๆ เต็ม ๆ ตาก็ทำให้เรายอมรับความจริงได้ แม้จะเจ็บปวดเพียงใดก็ตามที

ไปถึงก็เห็นว่าแดนภพซ่อมรถเสร็จพอดี ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนม พระพายนำผ้ามาเช็ดเหงื่อให้แดนภพ ทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างขอบคุณ

ภาพนั้นทำเอาบัวชมพูอยากจะร้องไห้ และวิ่งหนีกลับบ้าน แต่เพราะพบเพื่อนกุมมือเอาไว้ เหมือนให้กำลังใจ เธอก็เลยตั้งสติ ค่อย ๆ เดินตามเพื่อนเข้าไปในบ้าน

“อ้าว... ยายเพื่อนกลับมาแล้วเหรอ ชมพูก็มาด้วยเหรอ”

“พอดีเพื่อนแวะรับชมพูที่บ้านน่ะค่ะ เลยจะชวนมากินข้าวด้วยกัน อาพายคงไม่ว่าอะไรนะคะ”

“ไม่ว่าจ้ะ” พระพายยิ้มใจดีเสมอ นี่แหละที่บัวชมพูเกลียดพระพายไม่ลง

พบเพื่อนพาบัวชมพูไปช่วยกันทำอาหารในห้องครัว พระพายไม่ชอบทำอาหาร ไม่ชอบทำงานบ้าน เธอเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยที่สวยและหนุ่ม ๆ ขายขนมจีบมากมายเพราะเป็นคนหน้าตาดี แต่งตัวเก่ง และพูดจาดีกับทุกคน

อาหารมื้อเย็นวันนั้นจึงมีสมาชิกสี่คน ซึ่งแดนภพกับบัวชมพูเป็นแขกของบ้านด้วย

แขกกลับไปแล้ว พบเพื่อนจึงหันไปคุยกับอาสาว

“อาพายคะ เพื่อนสงสัยอยากถามอาพายหน่อย” ปกติไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวของอาสาว เพราะหลังจากบิดามารดาเสียชีวิต อาสาวก็เลี้ยงดูส่งเสียให้เธอเรียนมาตลอด และอาสาวของเธอก็ใจดีมาก ๆ ด้วย

“ถามอะไรจ๊ะ”

“อาพายคิดยังไงกับอาภพเหรอคะ”

“ภพเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของอาจ้ะ”

“แค่นั้นเองเหรอจ๊ะ”

“เรามีอะไรกับอาหรือเปล่า”

“เพื่อนคิดว่าอาภพชอบอาพายนะคะ”

“เราเป็นเพื่อนกัน” พระพายยืนยันหนักแน่น

“ถ้าอาภพมีแฟนหรือคนรักอาพายก็โอเคไม่รู้สึกอะไรใช่ไหม”

“ไม่หรอก ภพเขารักอา เขาไม่มีใครหรอก”

“แล้วอาพายล่ะคะรักอาภพไหม”

“ก็รักนะ เป็นเพื่อนกันก็ต้องรักกัน”

“อาพายกั๊กนี่คะ”

“เอ๊ะ! นี่มันเรื่องส่วนตัวของอานะ”

“ขอโทษค่ะ เพื่อนขอตัวก่อนนะคะ” พบเพื่อนไม่อยากทะเลาะกับผู้เป็นอาก็เลยรีบเอ่ยขอตัว

พระพายไม่ได้ติดใจอะไรอีก เธอกลับไปจัดการงานเอกสารของตัวเอง

จู่ ๆ คอมพิวเตอร์ก็เสีย เธอจึงโทร. เรียกแดนภพให้มาช่วยดู พบเพื่อนได้ยินเสียงคนคุยกัน เลยเดินลงมาดู ก็เห็นว่าแดนภพมาซ่อมคอมพิวเตอร์ให้อาสาว

แดนภพก็เก่งทำได้ทุกอย่าง ซ่อมได้ทุกอย่าง แม้แต่เครื่องซักผ้ามีปัญหา เธอล่ะเชื่อเลย อาจเพราะก็เป็นคนลุยๆ ต้องดูแลไร่ของตัวเอง

แต่เวลาไปดูไร่พระพายไม่ชอบไปนัก เวลาแดนภพชวน อาสาวของเธอบ่นว่าร้อน แดดแรงผิวเสียในขณะที่เพื่อนของเธออย่างบัวชมพู จะชอบไปทุกที่ที่แดนภพไป

พบเพื่อนไม่ได้เข้าไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับอาสาว เธอจะเดินเลี่ยงขึ้นห้องอีกครั้ง ถ้าไม่เพราะประโยคของแดนภพที่ทำให้เธอยืนขาแข็ง แอบฟังอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“พายครับ เราก็รู้จักกันมานานแล้ว พายรู้ใช่ไหมว่าเราชอบพาย” หัวใจของพบเพื่อนเต้นรัวเร็ว ยังกับถูกสารภาพรักเสียเอง อาจเพราะเธอลุ้นให้เพื่อนรักอย่างบัวชมพู ไม่ได้เอนเอียงไปทางเพื่อน แต่เห็นว่าอาสาวไม่ได้รักแดนภพจริงเหมือนบัวชมพู เธอก็เลยอยากเชียร์ให้บัวชมพูมากกว่า เพราะก็รักและนับถือแดนภพเป็นคุณอาหนุ่มที่แสนใจดีและมีน้ำใจกับเธอเสมอเช่นกัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ❥마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย
9.4
ชีวิตของฉันต้องพลิกผันจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เมื่อตั้งใจจะใช้เสน่ห์น้ำมันพรายแต่กลับสาดใส่ผิดคน จากหนุ่มเนิร์ดผู้แสนสุภาพกลับกลายเป็นชายหนุ่มคลั่งรักสายโหดที่พร้อมจะนองเลือดได้ทุกเมื่อ แม้ฉันจะพยายามหาทางหนีหรือยกข้ออ้างสารพัดเพื่อไล่เขาไป แต่เขากลับใช้ปลายมีดคมกริบจ่อหน้าฉันพร้อมยื่นคำขาดสุดระทึกว่า หากไม่ยอมตกลงเป็นแฟนกับเขา ก็เตรียมตัวลาโลกนี้ไปได้เลย งานนี้ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมจำนนด้วยความกลัวตาย
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา
9.6
เพี้ยะ เพี้ยะ...!! กังสดาลยังยืนจ้องหน้าเมษา แล้วยกเรียวมือกางออกข่วน และตบลงไปบนผิวแก้มสีแทนนั่น สองสามที สลับซ้ายขวา “กังสดาล!!” ใบหน้าเข้มสะบัดหันไปตามแรงตบ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบรอยนิ้วมือบนผิวไปมา ลิ้นเรียวใหญ่เลียเลือดตรงมุมปาก แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์ ค่อยๆ หันมองร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทา “กะ…เกลียดนัก คนใจเลว!” ทำใจกล้าเปล่งเสียงเขียวสะบัดใส่ พร้อมทั้งไม่ยอมขยับร่างถอยหนี ถึงจะมีความหวาดกลัวต่อสายตาเพชฌฆาตคู่นั้น “คำก็เลว สองคำก็เกลียด ดี… ฉันจะทำให้เธอเกลียดฉันไปจนตลอดชีวิต ยัยเด็กร่าน!!!” คนร่างโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาหญิงสาวที่ยังยืนอวดดีปากเก่ง “ยะ…อย่าเข้ามานะ” ใบหน้าซีดกลัวคนตรงหน้า กังสดาลขยับปลายเท้าก้าวเดินถอยหนี เบี่ยงตัวหวังจะวิ่งหนีเขาไปยังห้องของมารดา “มานี่! วันนี้ฉันจะเลวให้เธอเห็น” เมษาเดือดดาล ใบหน้าถมึงทึง ยามนี้หลานสาวไม่คิดที่จะเอ่ยชื่อของเขาเอาเสียเลย คนตัวโตเดินตามรอยเท้าของเจ้าหล่อน แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์จับจ้องอยู่ที่ร่างบางด้วยความโกรธ ขืนเขามองนานๆ ร่างบางตรงหน้าอาจจะเป็นเถ้าถ่านแน่ เขารีบคว้าข้อมือเรียวบางกำกระชับแน่น ออกแรงกระชากให้หญิงสาวเข้ามาปะทะหน้าอก พร้อมทั้งโน้มใบหน้าลงบนช่วงลำคอระหง เรียวปากหยักซุกไซ้จูบสัมผัสไปตามผิวขาวนวลบนหัวไหล่ ปลายจมูกโด่งคมสันดมดอมกลิ่นจากผิวหอมตรงร่องทรวงอกอย่างบ้าคลั่ง “กรี๊ดดดด... ปล่อยเดี๋ยวนี้! คนเลว…เลวที่สุด ได้ยินไหม… ฮือออๆ” กังสดาลส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอหวาดกลัวเขา “เธอตายแน่ กังสดาล!” เสียงอันทรงพลังเปล่งออกมาอย่างน่ากลัว ตุ้บตับๆ… ผลั๊วะๆ… มือเรียวสวยข้างขวายกขึ้นผลักดันใบหน้าเขาให้ออกจากทรวงอก และอีกข้างก็ตบตีขีดข่วนไปตามหัวไหล่ ลำตัวและแผ่นหลังของเขา “หึๆ ฉันเลวได้แน่ คืนนี้แหละ... ฉันจะยัดเยียดความเลวร้ายให้กับเธอ ยัยผู้หญิงร่าน!!” เมษาเค้นเสียงเยือกเย็นจนสาวเจ้าหนาวเยือกเข้าไปในกระดูกสันหลัง เรียวปากหนายังซุกไซ้สัมผัสทั้งดูด ทั้งเล็มผิวขาวตามต้นคอระหง และยังไล่เลียผิวผ่องไปตามเรียวคางงาม
หน้าปกนวนิยาย มนตราจอมพยศ
9.2
เมื่อดาราเนตรพยายามทำเป็นลืมคำขอร้องที่เคยให้ไว้กับปรมัตถ์เพื่อหนีจากสถานการณ์ชวนหวั่นไหว ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์จึงใช้โอกาสนี้ทวงสัญญาด้วยบทลงโทษสุดเร่าร้อน เขาเสนอทางเลือกระหว่างรอยจูบกับการกลืนกินเธอไปทั้งตัว หญิงสาวจึงต้องใช้ไหวพริบเข้าแลกเพื่อหาทางรอดจากเงื้อมมือพยศร้ายด้วยการต่อรองเวลาและใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าสู้ ทว่าภายใต้ข้อตกลงที่ดูเหมือนเธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม ปรมัตถ์กลับซ่อนแผนการบางอย่างไว้เพื่อกำราบเธอให้อยู่หมัดในวันพรุ่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ไร่รักกับดักวิวาห์
9.6
เมื่อคุณหนูจอมพยศถูกส่งมาดัดนิสัยที่ไร่ภูพนา ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นไม่เว้นวัน เอกกวีมองดูหญิงสาวที่กำลังอาเจียนเพราะรับไม่ได้กับกลิ่นปุ๋ยคอกอย่างเหนื่อยหน่าย แม้เธอจะประกาศกร้าวว่าขยะแขยงเพียงใด แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้ พร้อมยื่นคำขาดว่าเธอต้องตักปุ๋ยคอกให้ครบห้าสิบกระสอบเพื่อแลกกับอาหารกลางวัน บทพิสูจน์ความอดทนท่ามกลางกลิ่นสาบและงานหนักจึงเริ่มต้นขึ้นในไร่แห่งนี้ โดยมีหัวใจและทิฐิของทั้งคู่เป็นเดิมพันสำคัญ
หน้าปกนวนิยาย ชะตาลิขิต
8.1
พันธสัญญาหมั้นหมายเก่าแก่ระหว่างตระกูลหรงและตระกูลเหร่วนนำพาคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน หรงเฮ่าชวนทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสแสดงความรังเกียจเหร่วนฉิงอย่างชัดเจน เขาถึงขั้นประชดให้ไปขุดบรรพบุรุษขึ้นมาจัดงานแต่งเองเพราะมองว่าเธอไร้คุณสมบัติ ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมถอยง่ายๆ เธอตัดสินใจเข้าพิธีโดยหวังเพียงส่วนแบ่งจากทรัพย์สินมหาศาลหากต้องแยกทางกันในอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้งและผลประโยชน์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของชีวิตคู่ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง
8.8
ตลอดสามปีในฐานะสะใภ้ตระกูลมู่ หลินซีทุ่มเทความรักให้มู่จิ่วเซียวอย่างอดทน แม้เขาจะเมินเฉยและปล่อยให้น้องสาวทำร้ายเธอด้วยแผนการชั่วร้ายจนเธอตาสว่าง เมื่อรู้ว่าตนไร้ค่าในสายตาเขา เธอจึงทิ้งใบหย่าแล้วจากไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ วันเวลาผ่านไปเธอกลายเป็นหญิงแกร่งผู้เจิดจรัสเคียงข้างชายคนใหม่ที่เพียบพร้อม เมื่อต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง จิ่วเซียวกลับพบความจริงที่น่าตกใจว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในใจเธอเท่านั้น เขาจึงไม่อาจปล่อยเธอไปได้ง่ายๆ