ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฝืนชะตาหวนคืนมารัก

ฝืนชะตาหวนคืนมารัก

กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลินผู้ภักดี จบชีวิตลงขณะปฏิบัติภารกิจลับ ทิ้งให้หยางลี่อินภรรยาผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ต้องเผชิญความโศกเศร้าเพียงลำพังในคืนเทศกาลหยวนเซียว ทว่าด้วยพรสวรรค์ลึกลับทำให้นางสัมผัสได้ว่าวิญญาณของเขายังไม่ไปไหน นางจึงตัดสินใจท้าทายโชคชะตาเพื่อดึงคนรักกลับมาจากโลกหลังความตาย แม้เขาจะฟื้นคืนมาในสภาพที่จำนางไม่ได้เลยก็ตาม แต่นางพร้อมจะจ่ายค่าตอบแทนอันแสนแพงให้กับสวรรค์เพื่อให้ได้หัวใจเขากลับคืนมาอีกครั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 2

ยามวิกาลดึกสงัด ขณะที่สายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ หยางลี่อินที่กำลังหลับอยู่รู้สึกได้ถึงสัมผัสที่แผ่วเบากลางหน้าผาก นางค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ภายในครรลองสายตาปรากฏภาพของบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวดุจหยวก จมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตายาวรี คิ้วดกเข้ม ไรหนวดขึ้นบาง ๆ เหนือริมฝีปากได้รูป

ลมหนาวที่พัดกรรโชกมาวูบหนึ่งทำให้นางตื่นตัวมากขึ้น ทันใดนั้นเอง ภาพของกู้เฟยหลงก็แจ่มชัดขึ้นในสายตา

“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้วหรือ ทานอะไรมาหรือยัง ให้ข้าไปเตรียมอาหารให้ดีหรือไม่”

หญิงสาวกล่าวพร้อมกับพยายามจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ถูกรั้งดึงไว้ด้วยแรงของชายหนุ่ม กู้เฟยหลงโอบเอวบางของหญิงสาวเข้ามาด้วยความคะนึงหา รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของหยางลี่อิน

“หรือว่าท่านพี่เองก็คิดตรงกันกับข้า ท่านต้องการมีทายาทใช่หรือไม่”

ครั้งนี้ลมหนาวพัดมาอีกระลอก เย็นจนทำให้หยางลี่อินรู้สึกขนลุกเกรียว นางกำลังจะเดินไปปิดหน้าต่างทว่ากู้เฟยหลงส่ายศีรษะเบา ๆ เพื่อห้ามอีกฝ่ายเอาไว้

“ท่านพี่คงจะรีบกลับมาเหนื่อย ๆ จึงอยากรับสายลมสุดท้ายของเหมันต์ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

กู้เฟยหลงไม่ตอบ หากแต่โน้มร่างลงไปกอดภรรยาคนงามเอาไว้ หยางลี่อินรู้สึกได้ว่าอ้อมกอดของอีกฝ่ายแนบแน่นกว่าครั้งไหน ๆ นางตบหลังของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยความรักใคร่

“ท่านพี่ ข้ารู้แล้วว่าท่านคิดถึงข้ามากเพียงใด ท่านคิดว่าตัวเองยุ่งอยู่กับงานแล้วข้าจะโกรธใช่หรือไม่ อย่าห่วงไปเลย ข้าไม่ใช่ผู้หญิงขี้น้อยใจแบบนั้น”

จากฝ่ามือที่ตบแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายเบา ๆ ก็เปลี่ยนเป็นลูบไล้อย่างทะนุถนอม

กู้เฟยหลงใช้แขนขวารองไปที่หลังศีรษะของภรรยาเบา ๆ พร้อมกับประทับริมฝีปากลงไป ทั้งสองแลกจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งคู่จูบกันหรือว่าร่วมหอ แต่ว่าไม่มีครั้งไหนที่ลี่อินจะรู้สึกได้ถึงความคะนึงหาอาลัยอาวรณ์เช่นนี้จากอีกฝ่ายมาก่อน

สายตาของลี่อินมองไปที่อีกฝ่ายด้วยความสงสัย

“ท่านพี่มีสิ่งใดในใจหรือเจ้าคะ”

ยังคงไม่มีคำตอบใดจากกู้เฟยหลง มีเพียงแต่จูบที่ประทับลงไปบนหน้าผากของภรรยาอย่างแผ่วเบา หยางลี่อินรู้สึกโมโหขึ้นมาเล็กน้อยจึงกล่าวไปว่า

“หากท่านพี่ยังไม่ยอมพูดกับข้า อย่าหาว่าข้าเป็นนางแมวป่าก็แล้วกัน”

สิ้นเสียงของหญิงสาว นางก็ออกแรงพลิกตัวจากด้านล่างขึ้นไปด้านบนและนั่งคร่อมอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะประทับจูบลงบนใบหน้าสามีหลายสิบครั้ง

“ท่านพี่ ข้ารักท่าน ไม่ว่าชาติภพไหนข้าก็จะขอรักท่าน ต่อให้ภายภาคหน้าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ความรักของข้า ให้ฟ้าดินเป็นพยาน ให้ปรโลกเบื้องล่างเฝ้าดู ข้า หยางลี่อิน จะไม่แปรเปลี่ยนไปจากท่าน”

เมื่อรุ่งอรุณฯมาถึง พระอาทิตย์ส่องแสงผ่านช่องหน้าต่างกระทบกับใบหน้าของหญิงสาว หยางลี่อินที่หลับไหลอย่างเต็มอิ่มพลิกตัวไปกอดสามี แต่เมื่อมือขาวผ่องคว้าไปไม่พบกู้เฟยหลงผู้เป็นสามี ฮูหยินของจวนจึงค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมองเพียงเพื่อจะพบกับความว่างเปล่า

หยางลี่อินที่เพิ่งตื่นจากหลับใหลเหลือบมองไปที่ท้องฟ้าจากทางหน้าต่าง เป็นเวลาเดียวกับที่เสียงของเสี่ยวจูร้องตะโกนดังขึ้น น้ำเสียงของสาวใช้คนสนิทฟังดูแตกตื่นกว่าครั้งไหน ๆ

“ฮูหยินเจ้าคะฮูหยิน เกิดเรื่องแล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”

“เช้าตรู่ถึงเพียงนี้มีเรื่องวุ่นวายอันใดกัน” ฮูหยินของจวนเอ็ดสาวใช้ส่วนตัวด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก นางเกรงว่าเสียงร้องแตกตื่นของเสี่ยวจูจะรบกวนการพักผ่อนของสามี

แต่เมื่อตั้งสติได้ หยางลี่อินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องกลับไม่เห็นว่ากู้เฟยหลงอยู่ภายใน จึงรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ประกอบกับที่เสี่ยวจูผลักประตูเข้ามาอย่างรีบร้อน สีหน้าของนางซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงสั่นสะท้านอ่อนระทวยดังขึ้นทันทีที่พบหน้าผู้เป็นนาย

“ฮูหยิน เกิดเรื่องกับนายท่านเจ้าค่ะ ทหารจากกรมอาญามาเชิญตัวท่านไปยืนยัน...”

เสียงของเสี่ยวจูหายไปกลางคัน หยางลี่อินที่ฟังอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกไม่ใคร่จะสู้ดีนัก นางถามสาวรับใช้คนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะกรุ่นโกรธ

“ยืนยัน...ยืนยันเรื่องอันใด เสี่ยวจู เจ้าพูดให้รู้เรื่องหน่อยได้หรือไม่”

เสี่ยวจูปิดเปลือกตา ก่อนจะกล่าวสิ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของหยางลี่อินหยุดหมุน

“ทหารจากกรมอาญามาเชิญตัวฮูหยินไปยืนยันสภาพศพของนายท่านเจ้าค่ะ”

ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของหยางลี่อินก็พลันเบิกกว้าง ในใจของนางเต็มไปด้วยความสับสนและงุนงง นางรีบร้อนสวมเสื้อผ้าด้วยความเร่งรีบ

นอกประตูตระกูลหยาง คนรับใช้นำรถม้าออกมารออยู่ก่อนแล้ว ลี่อินขึ้นรถม้าโดยข้างกายมีเสี่ยวจูตามอยู่ไม่ห่าง

พอมาถึงกรมอาญาก็เห็นทหารกลุ่มหนึ่งกันฝูงคนที่กำลังมุงดูอยู่ หน้าประตูมีรถม้าจอดอยู่สามคัน หนึ่งในนั้นเป็นของตระกูลกู้ ส่วนรถม้าอีกสองคัน บนเกี้ยวประดับด้วยสัญลักษณ์ของวังหลวง แสดงว่านอกจากแม่สามีที่มาถึงแล้ว ยังมีคนใหญ่คนโตอีกสองคน

ไม่รอช้า หยางลี่อินเข้าไปด้านในอย่างรีบร้อน สิ่งแรกที่เห็นคือ กู้หว่านจี แม่สามีของตัวเองที่กำลังโอบกอดร่างร่างหนึ่งเอาไว้แน่น นางส่งเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ

หยางลี่อินก้าวเดินเข้าไปใกล้แม่สามี หากแต่ละย่างก้าวกลับหนักประหนึ่งแบกรับด้วยขุนเขา นางไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปหา เพราะไม่อยากรับความจริง ถึงแม้นางพอจะรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่ก็ภาวนาให้สิ่งที่นางเห็นเมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความเข้าใจผิดของทุกคน

หยางลี่อินมองไปยังใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือดของร่างที่นอนอยู่บนพื้น ตามลำคอปรากฏผื่นแดงขนาดนิ้วมือตามตัว สองเท้าของลี่อินพลันไร้เรี่ยวแรง นางล้มลงกับพื้น เสี่ยวจูที่ตามมาไม่ห่างรีบประคองร่างฮูหยินของนางเอาไว้

หยางลี่อินน้ำตาร่วง ริมฝีปากสั่นระริก นางฝืนกัดริมฝีปากแน่นไม่ให้เสียงร้องดังออกไป นางพยายามกล่าวด้วยเสียงอันสั่นเทา ถามชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของกรมอาญา

“ใต้เท้าเถิง กะ...เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับสามีของข้า”

ตุลาการเถิงผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบคดีฆาตกรรมในเมืองหลวงฉางอัน ครั้งหนึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับกู้เฟยหลง การตายของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงไม่หลงเหลืออำนาจ แต่เป็นน้ำเสียงที่ญาติผู้ใหญ่ใช้ปลอบประโลมจิตใจของหลานสาว

“แม่นาง โปรดหักห้ามใจเสียเถอะ”

หยางลี่อินไม่ฟังคำปลอบใจใด ๆ นางกล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงกระแทกที่ดังขึ้นกว่าเดิม

“เกิดเรื่องอะไรกับสามีของข้า!!”

ตุลาการเถิงกำลังจะกล่าวตามที่ได้รับรายงาน ทว่าเสียงของชายคนหนึ่งกล่าวขัดขึ้นก่อน

“เรื่องนี้ยังไม่แน่ชัด ไม่อาจเปิดเผยแก่คนนอกได้”

ทันทีที่ได้ยินดังนั้น หยางลี่อินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พบว่า นอกจากตุลาการเถิงและทหารในกรมอาญาแล้ว ยังมีบุรุษอีกสองคนอยู่ที่นั่นด้วย ทั้งสองน่าจะเป็นเจ้าของรถม้าที่ลี่อินเห็น

หนึ่งในนั้นคือผู้ที่กล่าวแทรกขึ้นมา ชายวัย 30 ปีเศษ ใบหน้าคมเข้ม ผิวกายสีขาวเหลือง รูปร่างสมส่วน เขาถือพัดจีบมรกตอยู่ในมือ ถึงลี่อินจะไม่เคยพบ แต่ก็พอรู้มาว่าเขาคือ ไฉจิ้นสี่ ผู้ตรวจการของสำนักบูรพา

ส่วนอีกคนเป็นบุรุษอายุราว ๆ 28-29 ปี สวมใส่ชุดราชการสีดำขององครักษ์เสื้อแพร ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ผิวขาวเนียนละเอียด เขาเกล้าผมขึ้นสูงและครอบด้วยกวานหยกหรูหรา คนผู้นี้มีชื่อว่า อวิ้นเฉี่ยนไป๋ หัวหน้าหน่วยองครักษ์เสื้อแพร เขามีชื่อเสียงโหดเหี้ยมและดุร้าย ลี่อินเคยเห็นเขาครั้งหนึ่งในวันแต่งงานของตัวเองกับสามี

ไฉจิ้นสี่กล่าวต่อความออกไป “ฮูหยินกู้ สะใภ้กู้ เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความมั่นคงภายใน ขอให้พวกท่านโปรดเข้าใจ”

หยางลี่อินตอบกลับไปทันที สายตาแดงก่ำจ้องมองไปที่อีกฝ่าย

“ข้าไม่เข้าใจ”

“เพียงแค่สาเหตุการตาย ครอบครัวผู้ตายควรจะได้รู้ ไฉจิ้นสี่ หากบิดาท่านตายอย่างเป็นปริศนาแล้วข้าให้คำตอบว่าเป็นความลับของราชการ ท่านจะคิดเยี่ยงไรเล่า” อวิ้นเฉี่ยนไป๋กล่าวขึ้น

ไฉจิ้นสี่เอียงคอมองไปที่อีกฝ่ายด้วยความเงียบ สายตาแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด หากแต่อวิ้นเฉี่ยนไป๋หาได้สนใจ เขากล่าวแก่ตุลาการเถิงว่า

“อำนาจของกรมอาญาอยู่ที่ใต้เท้าเถิง หากคนของสำนักบูรพามีสิทธิ์มีเสียงออกความคิดเห็น เกรงว่าฝ่าบาทคงไม่พอพระทัย”

ตุลาการเถิงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วยและกล่าวว่า

“ผลชันสูตรพบว่าในร่างกายของกู้เฟยหลงมีพิษของฝิ่นจำนวนมาก คาดคะเนว่าการตายเกิดจากการได้รับฝิ่นในปริมาณที่เกินกว่าร่างกายจะรับได้”

“ปริมาณฝิ่นในร่างที่มากเกินไป หมายความว่าสามีของข้าถูกคนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตเช่นนั้นหรือ” หยางลี่อินกล่าวทั้งน้ำตา

“เรื่องนี้ข้าจะสืบหาความจริงและให้คำตอบแก่ตระกูลกู้อย่างแน่นอน” ตุลาการเถิงตอบ

หยางลี่อินกวาดสายตามองไปที่ไฉจิ้นสี่และอวิ้นเฉี่ยนไป๋ ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า

“สามีของข้าอยู่ในหน่วยอวี้หลิน คิดว่าไม่เกี่ยวข้องอันใดกับองครักษ์เสื้อแพรและสำนักบูรพา ยิ่งมั่นใจว่าสามีของข้าไม่ได้มีความสัมพันธ์ถึงขนาดให้พวกท่านมาดูศพเป็นครั้งสุดท้าย หรือว่า...การตายของสามีข้าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับองครักษ์เสื้อแพรและสำนักบูรพาเล่า”

หญิงสาวที่สูญเสียสามีกล่าวออกไปอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด แม้แต่แม่สามีของนางอย่างกู้หว่านจียังต้องดึงรั้งแขนเสื้อห้ามปรามลูกสะใภ้เอาไว้ แต่ว่าเวลานี้ ไม่มีใครหยุดลี่อินได้อีก นางใช้สายตาจ้องเขม็งไปยังบุรุษทั้งสองคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่มาปรากฏตัวในที่แห่งนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เป้าหมายของฉัน คือการได้เป็นภรรยาเจ้าป่า (ฮาเร็ม)
9.1
เซียร่าต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อเธอปรารถนาจะเป็นภรรยาของเจ้าป่าผู้ทรงพลัง ทว่าสัญชาตญาณดิบของสิงโตนั้นไร้ซึ่งฤดูกาลที่แน่นอนและพร้อมจะประทุขึ้นได้ทุกเวลา ร่างกายอันบอบบางของเธอจะสามารถรองรับความต้องการอันมหาศาลและไร้ขีดจำกัดของเขาได้จริงหรือ? ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปรารถนาที่แสนอันตราย เธอต้องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของหัวใจและร่างกายเพื่อยืนหยัดเคียงข้างราชาแห่งพงไพรในฐานะคู่ชีวิตเพียงหนึ่งเดียว
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นสาวใช้ผู้มั่งคั่งในยุค 90
8.6
จากสาวออฟฟิศที่ทำงานหนักจนตาย สู่ร่างของเนื้อนวล สาวใช้ที่ถูกขายมาปรนนิบัติสุรเชษฐ์ ชายหนุ่มผู้พิการในยุค 90 แม้เขาจะพยายามขับไล่และมองว่าเธอไร้ยางอายที่กล้าสัมผัสร่างกายเขาอย่างใกล้ชิด แต่เธอกลับไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาที่แสนรันทด เนื้อนวลต้องเผชิญกับทิฐิและความปากร้ายของเจ้านายหนุ่มที่คอยตราหน้าว่าเธอเป็นเด็กใจแตก ท่ามกลางความขัดสนและภาระอันหนักอึ้ง เธอจะเอาชนะอคติและพลิกฟื้นชีวิตใหม่ในอดีตนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนแฝงตัวเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของนาง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อนางต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรชุดดำลึกลับหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตนเอง โดยบังคับให้เขาซ่อนตัวในถังสิ่งปฏิกูลที่แสนโสโครก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาโกรธจัดจนขู่ฆ่านาง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเริ่มวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อตอบแทนบุญคุณท่ามกลางไฟแค้นและการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
หน้าปกนวนิยาย ลูกชายลับของอัลฟ่า, สิ่งเยียวยาที่ถูกช่วงชิงของฉัน
9.7
ตลอดสามปีที่ทนพิษร้าย ฉันเชื่อมั่นว่าจักรภพสามีอัลฟ่าจะช่วยรักษา แต่ความจริงกลับโหดร้ายเมื่อเขาแอบยกยาถอนพิษให้แม่ของลูกชายลับๆ ของเขา ความรักที่เขาแสดงออกคือเรื่องลวงโลกเพื่อรอให้ฉันตายและยึดครองสมบัติพ่อแม่ฉันไปให้เมียน้อย เขาดูถูกฉันเป็นเพียงหมาป่วยที่ไร้ค่า ทว่าความแค้นได้ปลุกพลังสุดท้ายให้ฉันตัดสายใยคู่ชีวิตและหนีจากความตายมาได้ จากนี้ฉันจะกลับมาทวงคืนทุกอย่างและรอดูความพินาศของคนที่ทรยศฉันให้มอดไหม้ไปกับตา
หน้าปกนวนิยาย จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต
หน้าปกนวนิยาย ข้าเป็นตัวแทนแห่งเหมยสวรรค์
8.8
โชคชะตาขีดเส้นให้หนิงเอ๋อ เซียนสาวผู้ต่ำต้อย ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งพระชายาของโอรสแห่งสวรรค์อย่างไม่คาดฝัน ทว่าชีวิตในวังเมฆาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อนางพบว่าหัวใจของสวามีกลับมีไว้ให้เพียงองค์หญิงแห่งเจ้าสมุทรผู้สูงศักดิ์เท่านั้น ท่ามกลางวังวนแห่งความรักที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอุปสรรค หนิงเอ๋อต้องเผชิญกับบททดสอบอันหนักหน่วงเพื่อยืนหยัดในฐานะที่ได้รับมอบมา เซียนตัวเล็กๆ อย่างนางจะหาทางผ่านพ้นความเจ็บปวดและขวากหนามในความสัมพันธ์ครั้งนี้ไปได้อย่างไร