ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เดือนแสนจันทร์

เดือนแสนจันทร์

แสนจันทร์แม่เลี้ยงเดี่ยวตกงานท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ เธอจึงหันมาเป็นนักเขียนเพื่อหาเลี้ยงลูกสาวจนเริ่มมีชื่อเสียง แต่กลับถูกนักเขียนรุ่นใหญ่กล่าวหาว่าลอกเลียนผลงาน แม้ไร้หลักฐานยืนยันแต่เธอก็ไร้เงินสู้คดีจนเกือบตัดสินใจจบชีวิตตนเองลง ทว่าในนาทีที่สิ้นหวัง ทนายหนุ่มเพื่อนบ้านลึกลับได้พังประตูเข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ทันเวลา เขาไม่เพียงแต่ดึงเธอจากความตาย แต่ยังกลายเป็นแสงสว่างที่จะช่วยทวงคืนความยุติธรรมและดูแลหัวใจของสองแม่ลูกให้กลับมามีความสุขอีกครั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 3

ด้วยอิทธิฤทธิ์ป้าบัวข้างบ้านจึงทำให้ข่าวที่หญิงสาวเข้ามาอยู่ในบ้านของทนายกระจายทั่วตลาด ตั้งแต่หน้าตลาดจนถึงท้ายตลาดเป็นเรื่องคุยสนุกปาก

ส่วนคนที่ไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นหรือไม่สนว่าใครจะนินทาตน กำลังมองมือถือที่ปิดเครื่องอยู่ เธอไม่กล้าแม้แต่จะเปิดออกอ่าน ไม่กล้าแม้แต่จะกล้าเปิดคอมพิวเตอร์

พอคิดถึงเรื่องที่โดนกล่าวหาหัวใจเธอก็ร้องไห้อีกครั้ง แรงที่จะต่อสู้ก็ยังไม่มี จึงหันมาขัดพื้นกวาดบ้านต่อจนสะอาดเสียยิ่งกว่าสะอาด

ตอนที่เจ้าของบ้านกลับมายังจำไม่ได้ว่านี่บ้านตัวเองจริง ๆ หรือเปล่า

“คุณได้พักบ้างไหม”

แสนจันทร์พยักหน้า “งีบเมื่อตอนกลางวันค่ะ”

“ผมไม่ได้ใช้ให้คุณทำงานหนักแบบนี้นะ”

“ให้ฉันทำเถอะค่ะ สมองจะได้ไม่ว่าง” หัสดินเดินไปยังหลังครัวมองอาหารที่เสร็จร้อน ๆ หอมลอยเตะจมูก

เอ้อการมีผู้หญิงอยู่บ้านดีแบบนี้นี่เอง ว่าแต่เขากำลังคิดอะไรอยู่ พอคิดว่าตัวเองคิดเลอะเทอะก็คิดจะหยิบจาน

“อาบน้ำล้างมือก่อนเถอะค่ะ มาร้อน ๆ ด้านนอกเชื้อโรคเยอะปลอดภัยไว้ก่อน”

ประโยคนี้เหมือนแม่ชอบพูดกับเขาบ่อย ๆ ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนพูด จากที่คิดจะดื้อพอเห็นสีหน้าเศร้านั้นเลยยอมไม่ดื้อก่อนลุกขึ้นไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า พอออกมาก็เห็นว่าเธอกำลังป้อนอาหารให้ลูกสาวกินอยู่

สายตามองแกงเทโพปลาเค็ม “คุณรู้ได้ไงว่าผมชอบกิน”

แสนจันทร์ส่ายหน้า “ป้าข้างบ้านเอามาให้ค่ะ”

“หมายถึงป้าบัวนะหรือ”

คิ้วหัสดินขมวดเข้าหากัน รอบก่อนเขาทำคดีให้จนอีกฝ่ายชนะคดีเงินกู้ได้สำเร็จ ต่อมาแกก็มักจะทำอาหารมาเผื่อเสมอ เพียงแต่อีกฝ่ายค่อนข้างจะปากมากพอสมควรคิดว่าพอเห็นหญิงสาวแล้วไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องไปไหนถึงไหนแล้ว

แต่เพราะเขาไม่ได้อยู่บ้านบ่อยนัก อีกทั้งไม่ค่อยได้ไปตลาดจึงไม่เดือดร้อนที่จะสนใจเรื่องซุบซิบนินทาเท่าไร

เขานั่งลงแล้วมองแกงจืดเต้าหู้ราดบนข้าวร้อน ๆ เด็กน้อยตักกินเองบ้าง แม่ป้อนบ้าง สรุปแล้วเขากินข้าวหมดจานเธอก็ยังไม่ได้กิน

“เดี๋ยวผมดูแกให้เอง คุณกินข้าวเถอะ” หัสดินลุกขึ้นแล้วอุ้มเด็กน้อยไปยังด้านหน้าโซฟา ก่อนจะมองหาของเล่นของเด็กที่มองทั่วบ้านก็มีแค่กระต่ายเน่าตัวหนึ่งเท่านั้น

ความคิดแรกแวบเข้ามาว่าถ้ามีเวลาเขาจะหาซื้อมาเพิ่มให้ แต่เอ๊ะรู้สึกจะทำเกินหน้าที่เพื่อนบ้านไปหรือเปล่า ทำไปทำมาเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นพ่อคนหนึ่งไม่ใช่หนุ่มข้างบ้านแล้ว

ลูกดาวเงยหน้ามองคนตรงหน้า จากนั้นก็รับตุ๊กตาเข้ามากอดไว้แน่น จากนั้นก็หอมแล้วส่งให้อีกฝ่ายหอมตาม หัสดินยิ้มรับมาแต่ก็ไม่ได้หอมตาม เพียงแต่ดัดเสียงเป็นเด็กแล้วคุยแทน

“ว่าไงคุณลูกดาวข้าคือกระต่ายเน่าวันนี้จะมาเล่นกับเจ้า”

ลูกดาวเงยหน้ามองเขาไม่กะพริบตาก่อนจะยิ้มออกมามีเสียงหัวเราะเล็กน้อย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เขาลุกขึ้นไปเปิดประตูพบว่าเป็นป้าบัวคนเดิม ที่คราวนี้หอบหิ้วผลไม้มาฝาก

“คุณทนายป้าเอาผลไม้มาฝาก ของหลานอิฉันมันเอาจากสวนมาฝากเมื่อวาน”

หัสดินรับผลไม้แล้วขอบคุณ แต่ป้าบัวก็ยังไม่กลับยังยืนที่เดิมสายตาสอดส่องเข้าไปด้านใน มองเห็นหญิงสาวกำลังล้างจาน

“เมียคุณทนายหรือคะ”

หัสดินสะอึกกับคำถาม “คนข้างบ้านครับป้า พอดีเขาไม่มีที่อยู่ก็เลยให้มาอยู่ก่อน คิดว่าอีกสองสามวันคงหาที่อยู่ได้ครับ”

เขาก็บอกไปตามจริงไม่ได้ปิดบังอะไร แต่ป้าบัวไม่ได้คิดแบบนั้นนะสิ ถ้าไม่เป็นอะไรกันแล้วทำไมต้องให้มาอยู่ด้วยกัน อย่างไรเหตุผลก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี

ป้าบัวกวาดสายตาอีกรอบอย่างเสียดายในใจก็บ่นไปว่า ไม่น่าเลยเสียของดี ๆ หมด ตอนแรกว่าจะให้หลานตัวเองที่กำลังทำงานเป็นพยาบาลมาเจอกับพ่อทนายสุดหล่อหน่อย สุดท้ายก็เสร็จสาวข้างบ้าน

พอรู้สึกไม่พอใจป้าบัวก็เลยต่อความยาวจากเรื่องที่คุณทนายพูดเอาไว้ ไม่สิเติมเพิ่มเป็นละครอีกหนึ่งเรื่องยาวไปตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาด

แสนจันทร์ล้างจานเสร็จก็เดินไปเก็บผ้าห่มพับเก็บเอาไว้ในตู้ให้หัสดิน ก่อนจะกลับมาหาลูกสาวก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังหัวเราะเล่นสนุกอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

คำถามแรกสำหรับเธอ เธอเป็นแม่ไม่ดีพอหรือเปล่า สองปีมานี้น้อยเหลือเกินที่จะได้มีเวลาเล่นกับลูกแบบนี้ เพราะเธอหรือเปล่าลูกดาวถึงไม่พูด เพราะเธอหรือเปล่าเด็กน้อยจึงมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กคนอื่น

สุดท้ายแล้วเธอก็โทษตัวเองเข้าไปอีก

“ลูกดาวมากับแม่มะ ให้คุณทนายทำงานก่อน”

หัสดินหันมองคนเป็นแม่ที่เดินมาอุ้มเด็กหญิงเข้าไปในห้อง เขาก็เลยลุกขึ้นจะเข้าห้องเพื่อไปทำงาน ตอนเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ทันสังเกตว่าห้องเปลี่ยนไปเยอะ

อีกทั้งหนังสือ!! ด้วยความตกใจคิดว่าหนังสือจะหายจึงรีบเดินไปดูในชั้น ก่อนจะพบว่าหนังสือถูกจัดเรียงตามอักษรเป็นระเบียบเมื่อกลับมายังโต๊ะทำงานก็พบว่ามีสมุดจดรายชื่อหนังสือแต่ละชั้นให้พร้อม

เขาต้องยอมรับเลยว่าความคิดในตอนแรกที่คิดว่าหาเรื่องใส่ตัว ตอนนี้เหมือนจะเอาเรื่องสบายเข้าตัวมากกว่า ชีวิตที่ต้องอยู่กับการทำงานเลิกดึก ข้าวปลาไม่ได้กินก็เหมือนจะเข้าที่เข้าทาง

สายตากวาดมองรอบห้องอีกครั้ง มีหญิงสาวไว้ทำงานบ้านให้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรจริง ๆ คงต้องคิดแล้วว่าจะทำยังไงต่อไป

เช้าวันอาทิตย์ต่อมารุ่งเช้าวันใหม่ แสนจันทร์มองผักและอาหารสดที่หายไปเยอะพอสมควรจึงคิดจะเดินไปบอกเขา แต่พบว่ามีแบงก์สีเทาวางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้วพร้อมกับกระดาษโน้ต

“ผมไปธุระช่วงเช้ายังไงคุณก็ไปซื้อของในตลาดใส่ตู้เย็นให้หน่อยครับ ออกจากบ้านก็เอากุญแจบ้านใส่ใต้กระถางต้นดอกชบาได้เลยครับเผื่อผมกลับมาก่อน”

แสนจันทร์เก็บเงินใส่กระเป๋า แล้วหยิบเป้สะพายหลังใส่ลูกน้อยแล้วออกจากบ้านพร้อมรถเข็นใส่ของเล็ก ๆ เดินจากบ้านลัดเลาะผ่านวัดไปไม่นานก็เจอตลาด เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่เธอมองก็คือราคา

เดินเทียบทั่วตลาดหนึ่งรอบก่อนจะเลือกราคาที่ถูกที่สุด ระหว่างที่กำลังเลือกมะเขือเทศคิดว่าจะเอาไปทำต้มยำให้คุณทนายตอนเย็น แม่ค้าขายผักที่คุ้นเคยก็เงยหน้าแล้วถาม

“ตอนนี้ทำงานอะไรนะเรา” คนเคยทำงานเข็นผักมาหนึ่งปีเงยหน้าแล้วยิ้ม

“ตอนนี้ว่างงานค่ะ”

เธอหยิบแบงก์เทาส่งให้ป้าเดือน อีกฝ่ายก็ตกใจ

“ว่างงานแล้วเอาเงินมาจากไหน หรือว่าที่เขาพูดกันว่าเราไปเป็นเมียน้อยคุณทนายจริงใช่ไหม”

คนไม่มีเมียหลวงแต่มีเมียน้อยแล้วตอนนี้คงสะดุ้ง

แสนจันทร์ถึงกับหน้าซีดแล้วรีบปฏิเสธ “เปล่านะป้า ฉันแค่ไม่มีที่อยู่คุณทนายก็เมตตาฉันให้ฉันพักที่บ้านก่อนจะหาที่อยู่ได้ เงินนี้ก็ของคุณทนายฉันเอากลับไปทำอาหารให้คุณทนายค่ะ”

ป้าเดือนพยักหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “คนดี ๆ แบบคุณทนายเขาก็ต้องได้ผู้หญิงดี ๆ สินะ เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมีลูกติดแบบนี้ยังไงเขาก็ไม่มอง ป้าว่าเรารีบหาที่อยู่อื่นเถอะ ก่อนที่ชื่อเสียงคุณทนายจะด่างพร้อยไปมากกว่านี้”

ได้ยินแบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกผิด ตอนกลับมาถึงบ้านเธอก็รีบจัดการอาหารสดใส่ตู้เย็น เก็บเสื้อผ้าไว้ให้คุณทนายรีดผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้าห้องเก็บเสื้อใส่กระเป๋า

สายตาเธอหันมองคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาเสียใจ จึงเขียนโน้ตแปะใส่ตู้เย็นเอาไว้ คิดว่าถ้าหาที่อยู่ได้แน่นอนจะกลับมาเอาของที่เหลือตอนนี้ขอฝากคุณทนายไว้ก่อน

แสนจันทร์มองรอบบ้านด้วยสายตาเศร้า จากนั้นก็หันหลังให้ปิดประตูจากนั้นก็ใส่กุญแจใต้กระถางดอกชบา แล้วพาเด็กน้อยออกจากบ้านคุณทนายไปตามทางที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกันแน่

สายฝนที่กำลังโปรยลงมานั่นทำให้คนที่กำลังพาช่างมาต่อเติมห้องด้านหลังเพิ่มถึงกับปวดหัว กว่าจะมาถึงก็เปียกปอนไปหมดทั้งตัวเขาลงจากรถมองรถกระบะช่าง

คนงานที่นั่งอยู่ด้านหลังเปียกปอนไปหมดทั้งตัว

“คุณทนายยังไงก็เริ่มงานก่อนไม่ได้ต้องรอให้ฝนหยุดก่อน ยังไงผมขนของลงก่อนพรุ่งนี้จะกลับมาใหม่นะครับ”

คนใจร้อนอย่างทนายพยักหน้าเห็นด้วย กำลังจะเข้าบ้านก็เห็นประตูกุญแจคล้องอยู่ หรือว่าเธอจะติดฝนที่ตลาดยังไม่กลับมาหันมองเวลานี่ก็บ่ายสามแล้ว ถ้าไปเดินตลาดทั้งวันคงไม่ใช่แน่

ลางสังหรณ์ว่าต้องมีเรื่องทำให้หัสดินรีบยกกระถางดอกชบาขึ้นหยิบกุญแจบ้านแล้วเปิดเข้าไปดูด้านใน มองทุกอย่างเรียบร้อยเหมือนตอนออกมา

ฝีเท้าเขาเดินไปยังห้องของหญิงสาวพบคอมพิวเตอร์วางอยู่ก็รู้สึกเบาใจ แต่พอมองให้ดีอีกรอบก็พบว่าเสื้อผ้าหายไปหมด แสดงว่าเธอไปแล้วจริง ๆ

เขาควรรู้สึกโล่งใจที่ไม่มีภาระให้ต้องดูแลหรือใส่ใจใช่ไหม แต่ทำไมเขารู้สึกกังวลรู้สึกเป็นห่วงว่าสองแม่ลูกจะกินอยู่อย่างไร ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน หรือมีที่พักไว้สำหรับนอนคืนนี้หรือยัง

เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำเข้ามาไม่หยุด ชายหนุ่มเงยหน้าไปนอกหน้าต่างก็ยิ่งรู้สึกกังวลใจ หันมองร่มที่วางอยู่ตรงหน้าก็ลุกขึ้นแล้วหยิบออกจากบ้านเพื่อไปตามหาเธอ

แสนจันทร์อุ้มลูกไว้ในอกหลบฝนอยู่ใต้ศาลาริมทางของถนน หลังจากเดินมาครึ่งวันเธอก็พบว่าตัวเองไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน จึงขอพักเอาแรงเสียก่อน หันมองลูกสาวที่กำลังร้องไห้ด้วยความหิว เธอหยิบขวดนมที่ชงติดมือมาส่งให้ลูกน้อยกินแล้วนอนบนตัก

สายฝนที่สาดลงมายังศาลาที่ไม่ได้กันฝนเท่าไร แสนจันทร์จึงใช้ผ้าห่มขึ้นมาห่มกันฝนให้ลูกสาว เธอมองเด็กน้อยที่กินนมนิ่งสงบเหมือนเด็กน้อยจะยอมรับสภาพความลำบากที่เรามีไปแล้วจึงไม่ได้งอแงแต่อย่างใด

ลูกดาวกินจนหลับไปแต่สายฝนก็ยังไม่หยุด จนความมืดเริ่มมืดขึ้นเรื่อย ๆ เธอคิดว่าคืนนี้อาจจะต้องนอนที่ศาลาริมทางนี้ก่อน แต่แล้วก็มีมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดหน้าศาลา

จากนั้นก็มีกลุ่มวัยรุ่นสองคนเข้ามาหลบฝน วัยรุ่นสองคนนั้นหันมองคนที่อยู่ก่อนแล้ว จึงขยับไปทางด้านซ้ายของศาลาแทน ส่วนเธอเองก็ขยับไปทางขวาเว้นระยะห่างอย่างระวังตัว

แต่ฝนก็เหมือนจะแกล้งพวกเรา เพราะยิ่งนานก็ยิ่งตกหนัก เธอนั่งได้ไม่นานก็ได้กลิ่นบุหรี่ลอยเข้ามา จึงเงยหน้ามองวัยรุ่นสองคนนั้นกำลังสูบบุหรี่อยู่ควันของบุหรี่ลอยเข้ามาทางจมูก เธอก็ก้มลงมองลูกสาวแล้วเอาผ้าห่มคลุมให้มิดกว่าเดิม

วัยรุ่นสองคนหันมองหญิงสาวที่หน้าตาดี ก่อนจะมองรอบถนนที่ไร้รถหรือคนขับผ่านมาร่วมชั่วโมง หันมองรอบด้านบ้านคนก็ห่างพอสมควร สองคนหันมองหน้าแล้วยิ้ม จากนั้นก็ทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าเหยียบขยี้จากนั้นก็หันหลังพร้อมกัน

เสียงฝีเท้าของวัยรุ่นสองคนทำให้แสนจันทร์ผวาเธอรีบอุ้มลูกลุกขึ้นอย่างระวังรีบหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาแล้วคิดจะออกจากศาลาแต่พวกมันก็ยังรู้ทันดักหน้าเธอเอาไว้

“จะไปไหนพี่สาว ทำไมไม่อยู่กับผัวมาทำอะไรตรงนี้หรือว่าผัวไล่ออกจากบ้านมา” จากนั้นสองคนก็หัวเราะเสียงดัง เธอเองก็พยายามหาทางหนีออกจากศาลา แต่ด้านหลังเป็นบึงน้ำ ด้านข้างก็เป็นเก้าอี้นั้น มีเพียงด้านหน้าที่เป็นทางออก

“ปล่อยฉันไปเถอะ เห็นแก่ลูกฉันด้วย” แสนจันทร์ยกมือขึ้นไหว้วัยรุ่นสองคนตรงหน้า ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าหรือมากกว่าตน ตอนนี้ได้แต่หวังว่าเขาจะยอมปล่อยเธอ

วัยรุ่นสองคนนั้นมองหน้ากันจากนั้นก็ขยับเท้าเข้าไปหาเธอพร้อมกับผลักเธอลงนอนจนลูกสาวที่อยู่ตรงหน้าอกร้องตกใจขึ้นมา พวกมันรำคาญจึงผลักเด็กหญิงออกจากตัวเธอ

กรี๊ด! เสียงเธอกรีดร้องขอร้องอ้อนวอนพวกมัน แต่พวกมันกลับมองเป็นเรื่องสนุก คนหนึ่งจับแขนเธอไว้ อีกคนก็กดขาเธอไม่ให้ขยับ

“ได้โปรดขอร้องละเว้นฉันกับลูกเถอะ” น้ำตาเปื้อนใบหน้าอ้อนวอนขอร้องให้พวกเขาปล่อย แต่สุดท้ายแล้วก็เหมือนเสียงสายฝนจะกลบไปจนหมด เธอได้แต่กรีดร้องเมื่อคนตรงหน้ากำลังโน้มตัวลงทำอะไรที่เธอหวาดกลัวที่สุด...

หัสดินถือร่มเดินมองหาหญิงสาวตามทาง เดินเข้าวัดไปถามหากับเจ้าอาวาสก็พบว่าหญิงสาวเข้ามาแวะพักกินข้าวเที่ยงที่วัดจริง ๆ ก่อนที่จะออกจากวัดประมาณบ่ายสองกว่า ๆ หลังจากนั้นฝนก็ตกหนัก คิดว่าคงไปไกลจากวัดไม่เท่าไร

เขาจึงเดินเท้าหันไปตามถนน ลัดเลาะถามชาวบ้านแถวนั้นจนกระทั่งมีคนเห็นว่าเธอเดินไปแถวถนนสายรอง จำได้ว่าแถวนั้นค่อนข้างเปลี่ยว

ในใจเขาก็ยิ่งร้อนรนมากกว่าเดิม กลัวว่าหญิงสาวจะเกิดเรื่อง สายฝนที่พัดเข้ามานั้นทำให้เสื้อของเขาเปียกไม่เหลือสภาพ เดินได้ไม่นานก็รู้สึกรำคาญร่มที่ถือจึงหุบทิ้ง

เอาวะไหน ๆ ก็เปียกแล้วจะถือทำไมอีก จากนั้นก็เดินเท้าต่อเพื่อหาพวกเธอให้พบโดยเร็ว

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คุณพี่ของหนู
8.0
จากอุบัติเหตุร้ายแรงนำพาสาวโสดวัยสามสิบหวนคืนสู่อดีตในร่างของมะลิ ลูกสาวครูดาบผู้งดงามตามคำสาปแช่งของอดีตคนรักที่ตราหน้าว่าเธอต้องแต่งกับเขาเพียงผู้เดียวทุกชาติไป เมื่อได้พบกับไอ้แผน ผู้นำหมู่บ้านสุดล่ำบึ้กที่เป็นว่าที่สามี วิญญาณสาวจากโลกอนาคตกลับเปลี่ยนใจจากที่เคยถูกบังคับ กลายเป็นฝ่ายรุกหนักเพื่อพิชิตใจชายหนุ่มมาเป็นคู่ครองให้ได้ เธอจึงงัดสารพัดแผนการมามัดตัวคุณพี่แผนสุดหล่อล่ำมาเป็นของเธออย่างเต็มใจ ท่ามกลางความวุ่นวายที่ชวนลุ้นว่าใครจะตกเป็นของใครก่อนกัน
หน้าปกนวนิยาย ใครบอกว่าเป็นเรื่องงดงามโรแมนติก
8.8
ทุกคนต่างพูดว่า ลู่เฉิน ประธานเย็นชาคนนี้รักเพียงเหยียนเจียคนเดียว แต่ในวันครบรอบแต่งงานเจ็ดปี ลู่เฉินถูกวางยา และไปร่วมเตียงกับคนอื่น รอเธอมาถึงที่เกิดเหตุ ภายในห้องเต็มไปด้วยร่องรอยของความรัก บนพื้นกระจัดกระจายไปด้วยชุดชั้นในที่ถูกฉีกขาด ลู่เฉินคุกเข่าตรงหน้าเธอ แทงลงไปบนหน้าอกของตัวเองเจ็ดครั้ง สาบานว่าจะไม่หักหลังเธอตลอดไป ตั้งแต่วันนั้น ลู่เฉินก็พยายามชดเชยทุกอย่างให้อย่างสุดความสามารถ แต่ในใจของเธอรู้ดีว่า พวกเขาไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว จนกระทั่งรูปหนึ่งปรากฏขึ้น เหยียนเจียตัดสินใจจากไปไม่กลับมาอีก
หน้าปกนวนิยาย สวาทหวาน
9.7
หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์รักอันรุ่มร้อนจนแทบจะยืนไม่ไหว ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความซ่านสยิวจนต้องยึดลำคอแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้เป็นหลักพึ่งพิง เมื่อเขาเอ่ยถามถึงการปรนนิบัติในค่ำคืนนี้ เธอก็ตอบรับอย่างว่าง่ายจนเขาพอใจและเดินหน้ามอบสัมผัสที่เอาแต่ใจใส่ร่างนุ่มนิ่มอย่างต่อเนื่อง แม้เดิมทีเธอตั้งใจจะช่วยเขาอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย แต่กลับกลายเป็นว่าเธอต้องถูกเขาเคี่ยวกรำและตักตวงความหวานจนเรี่ยวแรงแทบเหือดหาย กลายเป็นการอาบน้ำที่ตราตรึงและยาวนานที่สุดในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจแดนเถื่อน
9.4
ทรรศิกาต้องเผชิญบททดสอบชีวิตด้วยการย้ายมาอยู่ชนบทตามคำสั่งของพ่อแม่ จนได้พบกับอคิราภ์ ชายหนุ่มมาดเถื่อนผู้มีเสน่ห์ลุ่มลึก แม้ตอนแรกเขาจะอคติว่าเธอเป็นคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่ความสวยและความใกล้ชิดกลับทำให้เขาตกหลุมรักจนอยากให้เธออยู่เคียงคู่ที่นี่ตลอดไป ทว่าอุปสรรคใหญ่คือเธอมีคนจับจองหัวใจอยู่แล้ว ท่ามกลางการปะทะคารมสุดแสบสันและความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้น อคิราภ์จะพิสูจน์ตัวเองและเอาชนะใจสาวเมืองกรุงคนนี้ได้อย่างไรในดินแดนเถื่อนแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย หัวใจแม่  คำลวงอันโหดร้าย
9.6
ตลอดหกปีในฐานะภรรยาของคเชนทร์ มหาเศรษฐีไอที ฉันเชื่อว่าครอบครัวเราสมบูรณ์แบบจนกระทั่งพบความจริงที่ธนาคารว่าฉันไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกแฝด เพราะแม่ตามกฎหมายคือไอลดารักแรกของเขา ฉันเป็นเพียงแม่อุ้มบุญและตัวตายตัวแทนที่ถูกหลอกใช้มาตลอด เมื่อความลับแตก ลูกที่ฉันฟูมฟักกลับผลักฉันตกบันไดอย่างเลือดเย็น พวกเขาหัวเราะเยาะทิ้งฉันที่บาดเจ็บสาหัสไว้เบื้องหลังเพื่อไปหาแม่ตัวจริงพร้อมกับสามีใจร้าย ความรักที่ฉันเคยทุ่มเทให้จึงกลายเป็นความแค้นที่พร้อมจะทวงคืนทุกอย่าง
หน้าปกนวนิยาย คำขาดอันโหดร้ายของซีอีโอ สู่การผงาด
8.4
หนึ่งปีเต็มที่ฉันยอมลดตัวเป็นเพียงพนักงานระดับล่างในบริษัทที่ร่วมสร้างกับคราม ผู้เป็นซีอีโอและคู่หมั้น แต่ความอดทนก็สิ้นสุดลงเมื่อเขาเลือกเข้าข้างเจด้า หญิงสาวจอมบงการที่จงใจราดกาแฟร้อนใส่ฉันจนบาดเจ็บ ครามสั่งให้ฉันก้มหัวขอโทษเธอต่อหน้านักลงทุนผ่านวิดีโอคอลเพื่อรักษาหน้าแขกคนสำคัญ โดยไม่สนศักดิ์ศรีหรือความจริงใจของฉันเลย เมื่อเขาเลือกทำลายความเชื่อใจ ฉันจึงตัดสินใจโทรหาพ่อเพื่อประกาศถอนหุ้นและตัดขาดความสัมพันธ์ที่แสนโหดร้ายนี้ให้จบสิ้นลง