ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Sweet Sense สัมผัสรัก เกี่ยวหัวใจยัยจอมป่วน

Sweet Sense สัมผัสรัก เกี่ยวหัวใจยัยจอมป่วน

เมื่อคริสตัลถูกทักว่าโดนคุณไสยและต้องแต่งงานแก้เคล็ดด่วน เธอจึงหนีมาพึ่งพี่ชายจนพบกับฮาเร็มชายหนุ่มที่เป็นรักแรก เพื่อมัดใจเขาเธอจึงขอให้เยลล์เพื่อนชายคนสนิทช่วยแปลงโฉมและวางแผนพิชิตใจ แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อหัวใจเจ้ากรรมดันเริ่มหวั่นไหวกับตัวช่วยอย่างเยลล์แทน ท่ามกลางความสับสนเธอยังต้องคอยหลบหนีการตามล่าจากแม่ที่พยายามจับเธอแต่งงานให้ได้ คริสตัลจะจัดการกับความวุ่นวายและปัญหาหัวใจที่ซับซ้อนนี้อย่างไรดี
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

ไม่รู้ว่าฉันโชคดีหรือโชคร้ายที่บ้าดีเดือดกระโดดขึ้นหลังอีตาหัวแดง โดยหารู้ไม่ว่าอีตานั่นกลัวผีจนขึ้นสมอง (ถึงจะเข้าใจผิดก็เถอะ) แถมฉันก็ไม่ถนัดขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าเสียด้วยสิ เพราะปกติแล้วฉันพูดไม่เก่งนัก ยิ่งถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ปริปากเลย จนบางครั้งแม่กับพี่คริสเตียนยังคิดว่าฉันเป็นใบ้

แต่กระนั้นก็เถอะ หมอนั่นกับอีตาหัวหนามอีกคนก็แบกฉันออกมาจากป่าช้านั่นได้ล่ะ แม้ว่าจะต้องโดนกระแทกจากศอกหรือแรงเหวี่ยงจนร่วงก้นจ้ำเบ้ากับพื้นก็ตาม สรุปแล้วการตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ฉันสะบักสะบอมอยู่ไม่น้อย

“มันจะไม่มีได้ไง ก็พี่เคยเห็นอยู่นี่นา ไอ้ร้านค้าเนี่ย”

และนี่คือเสียงพี่คริสเตียนที่เถียงเรื่องที่ตั้งของร้านค้าไม่ยอมหยุดตั้งแต่ที่ฉันพาร่างประหนึ่งหนีตายจากสงครามกลับมายังหอพักเมื่อคืน

“ไม่เห็นจะมีเลย เมื่อวานหนูเดินหาก็เจอแต่ป่าช้า”

“มันต้องมีสิ พี่เคยเห็นอยู่แวบๆ”

“...ไม่มีซะหน่อย” ฉันเถียงกลับ

“งั้นเราไปดูกันว่ามีหรือไม่มี พอได้ข้อสรุปแล้วเดี๋ยวพี่กลับมาส่งละกัน อีกไม่กี่ชั่วโมงพี่ต้องไปแล้ว เดี๋ยวต้องรีบมาเตรียมตัวขนของอีก ไปๆ ขึ้นรถ”

พี่คริสเตียนบึ่งรถออกไปทางถนนเส้นใหญ่แล้วอ้อมไปทางซอยเล็กๆ ข้างหลังป่าช้า ไม่ถึงสิบนาทีก็เริ่มเห็นที่หมายอยู่ข้างหน้ารางๆ แต่พอเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ก็ปรากฏว่าสถานที่ที่เข้าใจมาตลอดว่าเป็นร้านค้าแท้จริงแล้วคือวัดจีน และเยื้องๆ กันคือโรงเจหลังเล็กๆ มองไกลๆ จะเหมือนกับร้านขายของชำ

สายตาดีเหลือเกินนะพี่ชายฉัน ว่าแต่...ทำไมย่านนี้ถึงได้มีทั้งวัด มีทั้งป่าช้าเต็มรูปแบบเลยล่ะ -_-^

พอเห็นว่าสถานที่ข้างหน้าไม่ใช่ร้านค้าอย่างที่เข้าใจ พี่คริสเตียนจึงหัวเราะแก้เก้อก่อนจะดึงความสนใจไปที่เรื่องอื่นแทน

“อะ...เอ่อ เราลงไปเดินเล่นกันสักหน่อยดีกว่า จู่ๆ พี่ก็นึกอยากทำบุญขึ้นมา แหะๆ”

“(_ _)+”

“ยะ...อย่ามองพี่อย่างนั้นเซ่ คนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันได้ เอ้า ลงๆ ไปได้แล้ว”

“(_ _)+”

“บอกว่าอย่ามองแบบนี้ไงเล่า!”

พอลงจากรถพี่แกก็เดินดุ่มๆ ไม่หันกลับมาสนใจสักนิด คลาดสายตาแวบเดียวเดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ครั้นจะให้ฉันฝ่าวงล้อมผู้มีจิตศรัทธาที่ยืนรอทำบุญอยู่ประเดี๋ยวก็จะตกใจรูปลักษณ์ฉันจนบุญแตกกระเจิงซะหมด ฉันจึงเปลี่ยนทิศตรงไปที่หลังวัด จนลับตาผู้คนพอสมควรจึงหยุดพัก แต่พอสำรวจรอบๆ ดูดีๆ ก็พบว่า...

โฮกกก นี่มันห้องเก็บป้ายชื่อคนตายนี่นา! แถมยังมีโลงไม้ทั้งกลางเก่ากลางใหม่วางเรียงซ้อนกันเต็มไปหมด โอ้ววว รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเลยให้ตาย!

ทำเป็นบ่นไปงั้น แต่ก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นข้างๆ คอนโดมิเนียมโลงศพ ด้วยความที่ห้องนี้ปูพื้นกระเบื้องและมีหน้าต่างเปิดอยู่หลายบาน อากาศโดยรอบจึงเย็นสบายเหมาะสำหรับการเอนหลังมาก ไม่ทันไรร่างอันอ่อนระโหยโรยแรงจากการพักผ่อนไม่พอเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนก็ทำให้ฉันเอนตัวพิงโลงโดยอัตโนมัติ ก่อนริมฝีปากจะขยับฮัมเพลงอย่างสำราญใจ

“หื่อ ฮื้อ~ เจ้า...คือทายาท...คนต่อปาย~อัยๆๆ”

เอ่อ...จะว่าเป็นเพลงเดียวที่ฉันจำได้ก็ได้นะ ร้องไปพลางกระดิกนิ้วเท้าไปอย่างสบายอุราได้สักพัก เจ้าที่ที่นี่คงจะรำคาญเต็มทนจึงดลบันดาลให้โลงศพที่เรียงซ้อนกันอยู่โค่นครืนลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ครืน~ โครม!

โลงศพที่ตั้งอยู่บนสุดก็ดันร่วงลงมาครอบร่างฉันเสียมิดชนิดไม่ให้ตั้งตัวได้ทันอย่างประจวบเหมาะ โดยไม่กระแทกส่วนต่างๆ ของร่างกายแต่อย่างใด ประหนึ่งเจ้าที่ที่นี่ตั้งใจดลบันดาลอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ช่างเหอะ... ยกโลงบ้าๆ นี่ออกจากตัวก่อนที่จะมีใครมาเห็นดีกว่า

“ฮึบ!”

คิดพลันรวบรวมลมปราณก่อนจะออกแรงดันแผ่นไม้ตรงหน้าให้ยกขึ้น ทั้งๆ ที่มันเกือบจะพ้นตัวฉันอยู่แล้ว ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบชักมือกลับ ปล่อยให้โลงนี่ครอบร่างต่อไป

“อ้าว ใครมาเล่นในนี้เนี่ย ให้ตายเถอะ เพิ่งจะเรียงเสร็จไปเมื่อเช้านี้เอง!”

เสียงแหบห้าวดังขึ้นอย่างหัวเสีย ก่อนเสียงฝีเท้าจะดังเข้ามาใกล้ตรงที่ฉันนอนอยู่เรื่อยๆ ฉันพยายามนอนให้นิ่งไม่ไหวติงมากที่สุด เจ้าของเสียงจะได้ไม่รู้ว่าต้นเหตุที่ทำให้โลงคว่ำคือฉันคนนี้ (-_-)/ แต่บรรยากาศภายในโลงมันไม่เอื้ออำนวยให้ฉันดำรงชีวิตอย่างเงียบๆ ต่อได้ เพราะยิ่งอยู่ในนี้นานเท่าไหร่ก็เหมือนใจจะขาดรอนๆ สุดท้ายฉันจึงตัดสินใจที่จะยกโลงนี้ออกอีกครั้ง แต่พอยกมือขึ้นทำท่าจะดันปุ๊บ โลงไม้ที่ครอบอยู่ก็กลับถูกยกออกปั๊บ

ผู้ชายหน้าตี๋ ผมแดงแจ๋ ผิวขาวผ่องแบบหนุ่มเกาหลีมองมาที่ฉันอย่างอึ้งๆ ตาสบตา ใจประสานราวกับต้องมนต์... แต่ดูสีหน้าหมอนี่ที่เริ่มซีดเผือดทีละน้อยแล้ว ท่าจะต้องมนต์ดำมากกว่ามนต์เสน่ห์แฮะ

แต่เดี๋ยว! ฉันว่าฉันจำหมอนี่ได้นะ ถ้าระบบเซลล์สมองไม่ประมวลผลพลาด ก็หมอนี่แหละที่ช่วยฉันออกมาจากป่าช้าเมื่อคืนนี้ ถึงแม้เขาจะดูไม่ค่อยเต็มใจช่วยเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณล่ะ อย่างนี้ต้องขอบคุณเสียหน่อยแล้ว

แต่พอฉันขยับปากขึ้นนิดหนึ่งกะจะเอ่ยขอบคุณ หมอนี่ก็อุทานขึ้นมาทันใด

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า!”

“หือ?”

“อ๊า...โอ้ววว! =O=;;”

“อืม...อือฮึ”

บทสนทนาทางสายตากับเสียงอุทานตอบโต้กันไปมาประหนึ่งว่ารู้ความหมายของกันและกัน แต่อันที่จริงแล้วไม่ได้รู้เรื่องเลยสักนิด

หมอนั่นแหกปากร้องลั่นก่อนจะปล่อยมือจากโลงให้มันลงมาครอบฉันเหมือนเดิม

“อ๊ากกก =O=“

ตึง!

โอ๊ยยย! ขอบโลงมันกระแทกข้อเท้าฉันนะ! ปล่อยมาได้ไม่ดูเลยอีตาบ้า!

ด้วยความเจ็บผสมกับความโมโหทำให้ฉันผลักโลงออกจากตัวอย่างแรง ก่อนจะเด้งตัวขึ้นนั่งแล้วหันไปมองคนที่ฝากรอยช้ำไว้ช้าๆ แล้วค่อยๆ คลานเข้าไปหาเนื่องจากเจ็บข้อเท้าจนยืนไม่ไหว

ครืดๆ

ฉันคลานโดยใช้ขาข้างที่ไม่เจ็บดันให้ตัวไถลไปข้างหน้า มือทั้งสองข้างวางแปะบนพื้นเลียนแบบตุ๊กแก ผมยาวมันเยิ้มที่ไร้การสระล้างมาสองวันร่วงลงมาปรกหน้าจนมองทัศนียภาพไม่ชัด แต่ก็พอเห็นได้รางๆ ว่าผู้ชายตรงหน้าถอยหลังกรูดจนไปติดข้างฝาแล้ว

“นาย...ทำฉันเจ็บนะ...”

ครืดๆ

ว่าพลางกระดึ๊บๆ เข้าไปหาอีตาหัวแดงเรื่อยๆ จนถึงปลายเท้าของเขา เขายังคงอ้าปากค้างด้วยความตะลึงก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะสั่นพั่บๆ เป็นเจ้าเข้า

“ฉะ...ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอเลยนะ! อย่าเข้ามานะเฟ้ย!”

เฮอะ! ทำไมจะไม่ได้ทำ ก็เมื่อกี้นายเป็นคนปล่อยโลงมากระแทกข้อเท้าฉันจนยืนไม่ไหวนี่นา!

“นาย...ทำ...”

“ฉันไม่ได้ทำ!”

ทั้งๆ ที่ฉันยืนยันว่าเขาเป็นคนทำให้ฉันเป็นแบบนี้ หมอนี่ก็ยังคงปฏิเสธเสียงแข็งพลางทำท่าจะหนี แต่ฉันไม่ยอมให้นายหนีไปไหนได้หรอกย่ะ

หมับ!

ฉันเอื้อมมือไปจับข้อเท้าเขาแล้วยึดไว้แน่นทันที นายหัวแดงที่ก้าวขาหนีไปได้ข้างหนึ่งชะงักหันกลับมามองด้วยสีหน้าที่ยากเกินบรรยาย ประมาณว่า...กลัวหรือวิงวอนขอชีวิตก็ไม่รู้ กระนั้นฉันก็ไม่ยอมปล่อย พลางไถตัวเอาหน้าเข้าไปแนบหน้าแข้งที่มีสาหร่ายยุ่บยั่บอย่างแนบชิดสนิทสนมยิ่งกว่ากาวตราช้าง

“อ๊ะ! ปล่อยนะโว้ย!”

นายหัวแดงสะบัดขาข้างที่มีฉันเกาะแน่นราวกับปรสิตไปมาจนหัวฉันโยกไปตามแรงของเขา

“นะ...นาย...ทามช้านนน”

ด้วยความที่ฉันไม่ได้อยู่นิ่งๆ ทำให้น้ำเสียงสั่นคลอนไปตามการเคลื่อนไหว แต่ฉันก็ยังคงเรียกร้องอธิปไตยให้ตัวเองเต็มที่

“ก็บอกว่าไม่ได้ทำไง!”

ผัวะ!

จู่ๆ ฉันก็รู้สึกถึงแรงมหาศาลกระแทกเข้ามาที่จมูกอย่างจัง ความเจ็บปวดอีกระลอกทำให้ฉันต้องคลายมือจากขาของผู้ชายตรงหน้ามาคลำจมูกตัวเอง ก่อนจะสัมผัสได้ถึงของเหลวสีแดงที่ไหลซึมออกมาจากโพรงจมูกแล้วทะลักออกมาท่วมมือ

แหมะ

เลือดสีแดงข้นหยดแหมะลงบนพื้นมากมายราวกับเขื่อนแตก มะ...เมื่อกี้...หมอนี่เตะฉัน! เลือดกำเดาพุ่งเป็นน้ำตกไนแองการาเลย บ้าเอ๊ย!

ฉันโมโหยิ่งกว่าเดิม สะบัดมือออกจากการประคบจมูกเด้งผลุงขึ้นโดยลืมความเจ็บที่ข้อเท้าไปสิ้น แล้วเหลือบตามองคนตรงหน้าที่ผงะไปด้วยความอาฆาตเหลือคณา ก่อนจะยื่นมือไปข้างหน้าเตรียมจะบีบคอขาวเนียนของชายที่อยู่ตรงหน้าเต็มที่

“นาย...ทำฉัน...”

“มะ...ไม่ได้ตั้งใจ... T^T” เขาว่าพลางโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

ตอนนี้ฉันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ใจมันประสงค์อยากจะลงทัณฑ์หมอนี่ให้ไปปรโลกยิ่งนัก ลืมไปหมดแล้ว บุญคงบุญคุณอะไร! ไม่มี้!

“นายทำฉัน...นาย...ทำ...ฉัน!”

พอฉันขึ้นเสียงใส่อย่างเหลืออด ตาหัวแดงนี่ก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที ก่อนจะพนมมือไหว้ฉันปลกๆ

“ฮือๆ อยากได้อะไรจะทำบุญไปให้ อย่าจองเวรจองกรรมกันเลย TOT”

“หึ...” ฉันแสยะยิ้มออกมากับคำพูดวิงวอนที่น่าสมเพชของหมอนี่ สติสัมปชัญญะเลือนหายไปและไม่รีรอที่จะพุ่งเข้าไปบีบลำคอขาวๆ ของเขา แต่อีตาหัวแดงกลับคืนสติได้ทัน เขาเอี้ยวตัวหลบฝ่ามืออรหันต์แล้วรีบดันตัวขึ้นยืนและ...

“บอกว่าจะทำบุญไปให้ไงเล่า!”

พลั่ก!

“อั้ก!”

...ยกขาถีบเข้าที่ท้องฉันอย่างสวยงาม

“ฮือๆ แล้วจะทำบุญไปให้นะ”

สิ้นเสียงก็เห็นหลังไวๆ ของหมอนั่นวิ่งหายไปกับสายลม

ฮึ่ย~ สาบานเลยว่าฉันจะไม่ยกโทษให้นายแน่ กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะอีตาบ้า!

สรุปแล้วฉันต้องกลับมาหาพี่คริสเตียนที่กำลังทำบุญบริจาคโลงศพในสภาพดุจผีสาวอาฆาตวิญญาณหลอน ทำเอาคนทั้งวัดกรีดร้องอย่างพร้อมเพรียง แม้แต่พี่คริสเตียนเองก็ยังผงะไป ก่อนจะรีบเข้ามาหาเมื่อตระหนักได้ว่านี่คือน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง -_-

“โอ๊ย พี่ตกใจหมด ไปทำอีท่าไหนล่ะเนี่ย เลือดกำเดาถึงได้พุ่งเป็นน้ำตกแบบนี้” พี่คริสเตียนถามหลังจากกลับมาถึงห้องพัก

“อยากรู้มากมะ...”

น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ของฉันทำให้พี่คริสเตียนเลิกตอแยทันใด ก่อนจะสั่งโน่นนี่อีกชุดใหญ่

“เอ่อ...งั้นช่างเถอะ พี่ไปก่อนนะ ทีมงานมารอกันหมดแล้ว มีอะไรบอกป้ากิมได้เลยนะ ส่วนเรื่องโรงเรียนพี่จัดการให้แล้ว พรุ่งนี้ก็เริ่มไปเรียนได้เลย ดูแลตัวเองดีๆ ละกัน”

“...อือ”

พี่คริสเตียนโบกมือลาก่อนจะลากกระเป๋าออกไป โดยไม่ลืมกำชับป้ากิมซึ่งเป็นเจ้าของหอพักให้ดูแลเรื่องโรงเรียนให้ฉัน พูดง่ายๆ คือพี่คริสเตียนจ้างป้ากิมมาเป็นผู้ปกครองชั่วคราวของฉันน่ะ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HKS” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HKS
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พนันร้ายรักคนลวง
7.9
หวังเทียน ทายาทเพลย์บอยแห่งตระกูลมาเฟียกาสิโนฮ่องกง ผู้ใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆ กลับต้องเผชิญจุดเปลี่ยนเมื่อพี่ชายสั่งให้เขาไปล่อลวงหญิงสาวคนหนึ่ง แม้ตั้งใจจะตัดความสัมพันธ์แต่เขากลับถอนตัวไม่ขึ้น จนนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่คาดไม่ถึง ซ้ำร้ายเขายังพบความจริงว่าตนมีลูกชายวัยห้าขวบกับอดีตคนรักที่เคยฝากบาดแผลลึกในใจ เมื่อรักครั้งเก่าและภารกิจรักครั้งใหม่วนมาบรรจบ คุณชายรองสกุลหวังจะจัดการกับความวุ่นวายและพันธนาการหัวใจครั้งนี้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ลวงรักสัญญาจ้าง
9.0
เมื่อกันจิราได้รับข้อเสนอว่าจ้างสุดแปลกพร้อมค่าตอบแทนมหาศาล เธอจึงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เป้าหมายกลับเป็นชายหนุ่มในฝันที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหวอย่างปัทม์ ทว่าปัทม์กลับคัดค้านการดูตัวที่ครอบครัวจัดฉากขึ้นอย่างรุนแรง เพราะเขาต้องการคู่ชีวิตที่พร้อมลุยงานไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดเขากลับเริ่มมีใจให้หญิงสาวตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือตัวปลอมที่สวมรอยมาในชื่อสิตา ความสัมพันธ์ภายใต้สัญญาจ้างครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
หน้าปกนวนิยาย สามีขอให้ฉันแต่งงานปลอมกับพี่ชายของฉัน และฉันก็ได้ใบทะเบียนสมรสมา
9.6
เมื่อดวงตากลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ฉันจึงค้นพบความลับที่ถูกซ่อนไว้ว่าสามีตัวจริงของฉันคือเสินหวย น้องชายของอดีตคนรักอย่างเสินซุ่ยที่แอบไปดูแลหญิงอื่นอยู่ข้างห้อง ความเจ็บปวดจากคำลวงสิบปีทำให้ฉันตัดสินใจนิ่งเงียบทำเป็นมองไม่เห็นต่อไป ท่ามกลางความขัดแย้งของสองพี่น้องที่โต้เถียงกันเรื่องพันธะการแต่งงานครั้งนี้ ฉันเลือกที่จะลากเสินหวยไปจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องในวันที่ยี่สิบเก้า เพื่อตอกย้ำสถานะพี่สะใภ้ที่เขาต้องจดจำไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รักแรกชั่วนิรันดร์
8.2
เตชินท์ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อพิมพ์ชนกคนรักจากไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุ ความโกรธแค้นทำให้เขามุ่งทำลายชีวิตฟ้าลดาผู้ที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ทว่าปาฏิหาริย์กลับนำดวงวิญญาณของพิมพ์ชนกมาเข้าร่างศัตรูที่เขาเกลียดชังที่สุด เธอต้องพยายามพิสูจน์ตัวตนภายใต้รูปลักษณ์ของหญิงสาวที่เขาปรารถนาจะล้างแค้น ท่ามกลางความเกลียดชังที่แผดเผา พิมพ์ชนกจะสามารถทำให้เตชินท์กลับมารักเธอได้อีกครั้งหรือไม่ในร่างของคนที่เขาจองเวร
หน้าปกนวนิยาย รักนอกสมรส
9.6
แก้วรุ้งใฝ่ฝันถึงครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเธอตั้งท้องกับซีโร่ นักธุรกิจหนุ่มผู้แสนดีในสายตาใครต่อใคร ทว่าเบื้องหลังความสุภาพเขากลับซ่อนความลับเรื่องการจดทะเบียนสมรสโดยไร้รักเอาไว้ เมื่อเขารู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ เสือผู้หญิงที่ไม่เคยง้อใครจึงต้องยอมสยบเพื่อตามตื้อเธอ แม้แก้วรุ้งจะตราหน้าว่าเขาผิดศีลธรรมที่มีพันธะอยู่แล้ว แต่ซีโร่ก็ไม่ยอมแพ้และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่าเธอคือคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเขาและลูกในครรภ์
หน้าปกนวนิยาย ลำนำรักร้าว
8.1
อาร์มตัดสินใจขับไล่พรพระจันทร์ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานีกลางดึก แม้เธอจะพยายามหลบหน้าเพียงใดก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือเขาได้ ชายหนุ่มตราหน้าเธอว่าเป็นกาลกิณีและลูกเมียน้อยที่น่ารังเกียจ พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าบ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับเธออีกต่อไปเพราะเขากำลังจะแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวด พรพระจันทร์ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เธอไม่ได้เลือก ในขณะที่เขาเหวี่ยงเธอออกไปให้พ้นทางราวกับสิ่งของที่ไร้ค่าและเป็นเสี้ยนหนามในชีวิต