ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คำสาปรักท่านชายแวมไพร์

คำสาปรักท่านชายแวมไพร์

ชีวิตของ ลินิน ต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพียงเพราะการเก็บดอกกุหลาบที่ตกอยู่ขึ้นมา โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของพันธนาการรักจาก เจย์เดน แวมไพร์หนุ่มผู้ลึกลับที่ใช้ชีวิตผ่านกาลเวลามานานหลายร้อยปี เขาตามทวงคืนของสำคัญพร้อมประกาศสิทธิ์เหนือตัวเธอในฐานะว่าที่ชายาอย่างเผด็จการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมนตราและคำสาปรักที่ยากจะถอนตัว เธอต้องเผชิญกับความลุ่มหลงและความหวงแหนที่แสนอันตรายจากปีศาจผู้ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปจนกว่าจะได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ท่านชายต้องเร่งหาคู่ครองได้แล้วนะขอรับ!” อยู่ ๆ ชายชราคนหนึ่งก็โผล่พรวดเข้ามาภายในห้องทำงานอันแสนองค์อาจ เขาคือโหรหลวงประจำตระกูลแบรดฟอร์ด ตระกูลซึ่งเก่าแก่และทรงอำนาจมากที่สุดในแวมไพร์ชนชั้นสูง

สิ้นเสียงของชายชรา ร่างสูงที่นั่งจมอยู่กับกองงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็เงยหน้าขึ้นแล้วกอดอกใส่ด้วยท่าทางกวน ๆ

“หมายความว่าอย่างไร ทำไมอยู่ ๆ ท่านจึงมาพูดเรื่องนี้ได้”

“ข้าได้รับคำนายว่าช่วงนี้ท่านชายจะหาคู่ครองที่เหมาะสมได้ขอรับ เพราะฉะนั้นท่านชายต้องรีบเร่งหาได้แล้ว ก่อนจะสายเกินไปเสียก่อน”

“หาเมื่อไหร่ก็ได้ตลอดนั่นแหละ สาว ๆ พวกนั้นแค่กระดิกนิ้วก็เข้ามาแล้ว” เจย์เดนตอบโต้กลับไป

“หากเพียงเพื่อรักสนุกจะทำเช่นนั้นก็ย่อมได้ แต่หากนำมาเป็นชายาข้างกาย ข้าน้อยว่ามิสมควร” ถึงแม้กาลเวลาจผ่านมาจนถึงยุคที่มีอินเทอร์เน็ตแล้ว แต่พวกเขาก็ยังติดพูดสรรพนามเช่นนี้อยู่เสมอ

“แล้วท่านจะให้ข้าทำอย่างไร? ยุคนี้สมัยนี้ก็หาได้แต่แบบนี้แหละ” เจย์เดนกอดอก คราวนี้สายตาของเขาเริ่มฉายแววจริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความที่งานตรงหน้ากองจนแทบจะท่วมหัวอยู่แล้ว แต่กลับต้องมาเสวนาเรื่องผู้หญิงที่คอยแต่จะหวังเข้าหาเขาเพื่อผลประโยชน์อยู่เรื่อย

"ท่านชายก็เคยได้พบกับคุณหนูอิซาเบลมิใข่หรือขอรับ ไม่แน่ในครั้งนี้ อาจได้พบคนเช่นนางอีกก็เป็นได้"

ชายชรากำลังกล่าวถึงอดีตคนรักของเขา ซึ่งจากลาโลกนี้ไปก่อนที่เขาจะสมหวังในรักครั้งนั้นเสียด้วยซ้ำ

"หากข้าเจอคนเช่นนางจริง ข้าคงไม่อยากสานสัมพันธ์หรอก รังแต่จะทำให้นางต้องเดือดร้อน" ระหว่างที่เอ่ยขึ้นมา เขาก็อดนึกถึงเรื่องราวในอดีตอย่างเสียอดไม่ได้

.

.

.

เจย์เดน แบรดฟอร์ด ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลแวมไพร์ชนชั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุด สายเลือดของพวกเขานั้นบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยถูกเจือปนกับสายเลือดของมนุษย์หรือแวมไพร์ตระกูลอื่นมาตลอดหลายศตวรรษ

หากถามว่า สืบสายเลือดเช่นไรโดยไม่ข้องเกี่ยวกับตระกูลอื่น คำตอบนั่นคือ ตระกูลของพวกเขาจะแต่งกับมนุษย์ผู้ที่ได้รับพิษรักจากตนเองเพียงเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องข้องเกี่ยวกับตระกูลอื่นแม้แต่น้อย

ตัวของเจย์เดนเอง ก็ถือกำเนิดจากพ่อผู้เป็นแวมไพร์โดยกำเนิดเช่นตนและแม่ผู้ซึ่งเคยเป็นมนุษย์มาก่อน ซึ่งก่อนจะให้กำเนิดเขานั้น เธอได้เปลี่ยนเป็นแวมไพร์โดยพิษรักของพ่อเรียบร้อยแล้ว จึงนับว่าเขาเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ที่แท้จริงสำหรับเหล่าแวมไพร์ (ไร้ซึ่งสายเลือดของตระกูลอื่นเจือปนผสม ไร้ซึ่งสายเลือดมนุษย์)

นอกจากนี้ ตระกูลของเขายังเป็นที่เลื่องลือทั้งในหมู่แวมไพร์และมนุษย์ในฐานะผู้ปกครองที่ทรงอำนาจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านธุรกิจ การเมือง ตระกูลแบรดฟอร์ดของเขาล้วนมีอิทธิพลในทุกแขนง

และถึงแม้พวกเขาจะมีชีวิตอมตะ แต่การอยู่ในโลกที่แฝงไปด้วยอันตรายไม่ว่าจากมนุษย์ผู้ตามล่าแวมไพร์หรือแม้แต่จากแวมไพร์ตระกูลอื่น จึงทำให้ตระกูลของเจย์เดน จำเป็นต้องรักษาสายเลือดบริสุทธิ์เอาไว้ ด้วยไม่อยากดึงเชื้อสายจากตระกูลให้เข้ามาร่วมวงศ์เครือญาติด้วย เพราะรังแต่จะทำให้เกิดปัญหายุ่งยาก

เพราะฉะนั้น ตั้งแต่เล็กจนโต เจย์เดนจึงต้องได้รับการฝึกฝนมากมาย ไม่ว่าจะศาสตร์หรือศิลป์ รวมถึงเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ในทุกแขนง รวมไปถึงการใช้มนตร์ดำและศาสตร์แห่งแวมไพร์ต่าง ๆ อีกด้วย

เพราะความเก่งกาจนำมาซึ่งผลดีต่อตระกูล ทำให้เขาเป็นที่เชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูลได้อย่างดีเยี่ยม

ไม่เพียงแค่เรื่องความเก่งกาจหรอกนะ เพราะการหาคู่ครองที่เหมาะสมก็กลายเป็นเรื่องที่ถูกคาดหวังมาตั้งแต่ไหนแต่ไรด้วย

แต่เมื่อนานวันเข้า การจะหามนุษย์ที่เหมาะสมก็ช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน จากที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะครองสายเลือดบริสุทธิ์เพียงในตระกูล กลับกลายเป็นลดหลั่นลงมาเหลือเพียงว่า ‘แต่งกับแวมไพร์ด้วยกันเองก็ไม่เสียหายหรอก’

นอกจากนี้ ท่านพ่อท่านแม่ก็มิได้คัดค้านแต่อย่างใด อีกทั้งยังให้อิสระเขาในการเลือกคู่ครองมากกว่าแต่ก่อนอีกด้วย อาจเป็นเพราะกลัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพวกเขาจะครองตนเป็นโสดไปอีกหลายพันปี

ช่วงอายุครบยี่สิบปีใหม่ ๆ เจย์เดนเคยพยายามค้นหาความรักในหมู่แวมไพร์สาวงามหลายคน แต่ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเขาล้วนแต่ต้องการผลประโยชน์หรืออำนาจ ไม่มีใครสนใจในตัวตนที่แท้จริงของเขาเลยสักนิด จนทำให้เจย์เดนเริ่มไม่เชื่อในเรื่องของความรัก

จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้พบกับอิซาเบล มนุษย์สาวผู้มีใบหน้างดงามอ่อนหวาน แต่เรื่องราวความรักของพวกเขานั้นช่างแสนเศร้าเกินจะบรรยาย เธอต้องมาตายจากด้วยความบาดหมางระหว่างตระกูลใหญ่ของพวกเขา

นับแต่นั้นเป็นต้นมา เจย์เดนก็เก็เริ่มเย็นชาขึ้น จากชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มประดับหน้า กลายเป็นคนที่มีสีหน้าเรียบเฉย สร้างความน่าเกรงขามให้กับทุกคนที่อยู่ใต้อาณัติ แต่เมื่อเป็นเช่นนั้น กลับทำให้เขาเป็นผู้นำตระกูลได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างหาผู้ใดเปรียบได้

เจย์เดนใช้ชีวิตต่อมาเรื่อย ๆ และถึงแม้จะเต็มไปด้วยอภิสิทธิ์มากมาย เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างยิ่ง ชีวิตอมตะที่ยาวนานหลายร้อยปีทำให้เขาเริ่มเบื่อหน่ายและเริ่มไร้จุดหมายในชีวิต

มนุษย์ได้เกิด แก่ เจ็บ และตาย สิ่งนั้นคือความหมายที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่ายิ่งนัก บอกตามตรงว่าเขาแอบรู้สึกอิจฉาที่ชีวิตของมนุษย์นั้นได้มีคุณค่าผ่านกาลเวลาที่เลยผ่าน

แล้วแวมไพร์เช่นเขาล่ะ...จะหาคุณค่าของตัวเองผ่านสิ่งใดได้บ้าง?

.

.

.

“เครื่องหมายนำทางของท่านชายคือสิ่งนี้ขอรับ” ชายชราว่าพลางยื่นกุหลาบสีดำที่ยังไม่เบ่งบานให้กับเขา “ท่านชายต้องใช้มันเป็นเครื่องนำทางไปหาว่าที่ชายาของท่าน”

“กุหลาบที่ยังไม่เบ่งบานเนี่ยนะ?” เจย์เดนยังคงนิ่งเฉยไม่ยอมยื่นมือออกไปรับกุหลาบดอกนั้น แถมยังมองมันด้วยสายตาขบขันอีกต่างหาก

“อย่าดูหมิ่นนะขอรับ แม้เป็นเพียงกุหลาบดอกน้อย ๆ แต่เมื่อเบ่งบานก็สามารถงดงามได้ไม่แพ้ช่อดอกไม้ที่ถูกจัดสรรอย่างหรูหราแน่นอน นอกจากนี้ หนามก็ทิ่มแทงได้เจ็บย่างแสบสันต์เลยทีเดียวเชียวนะขอรับ”

“ท่านกำลังจะเปรียบเปรยถึงชายาของข้าในอนาคตอย่างนั้นเหรอ?”

“ขอรับ กุหลาบดอกนี้คือเครื่องหมายแสดงของเธอคนนั้น...” โหรหลวงว่าพลางวางกุหลาบดอกนั้นลงตรงหน้าของท่านชายด้วยท่าทีนอบน้อมระมัดระวัง ก่อนจะยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ

“ขอข้าเข้าใจรายละเอียดเพิ่มเติมอีกหน่อย ท่านหมายความว่าข้าจะนำกุหลาบดอกนี้ไปให้ใครก็ได้ที่ข้าหมายปอง เช่นนั้นถูกหรือไม่?”

“หากเป็นคนที่ถูกเลือก กุหลาบจะส่งพลังงานบางอย่างให้นางรับรู้ได้เอง มันจะสอดคล้องกับความรู้สึกที่ท่านชายมีต่อนางขอรับ" โหรหลวงกล่าวเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินถอยหลังออกจากห้องทำงานของเจย์เดนไป

หลังจากโหรหลวงเดินจากไปแล้ว เจย์เดนก็หันไปสนใจกับงานที่กองอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง ที่ก็ไม่วายที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ดอกกุหลาบด้วยความชั่งใจ และแล้วในที่สุด มือหนาก็ต้องสัมผัสเข้ากับกลีบดอกตูมอย่างจำใจ

ดวงตาสีแดงเลือดจ้องมองไปยังกุหลาบสีดำ มือหนาเอื้อมไปต้องสัมผัสลงบนกลีบดอกอย่างเบามือ ประหนึ่งสัมผัสแก้มปรางของใครบางคน

ไม่นานนัก กุหลาบสีดำก็ค่อย ๆ ผลิบานทีละกลีบกุหลาบที่เคยดำมืดสนิทค่อย ๆ เปล่งประกายราวกับรัตติกาล

จะคอยดูแล้วกันว่ากุหลาบดอกน้อยนี่จะทำให้ใจเขาผลิบานได้หรือเปล่า

“เจ้าก็คงไม่เท่าไหร่หรอก...” สายตาคมกริบมองกุหลาบก่อนจะนำมันไปเก็บเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม ต่างจากท่าทีในตอนแรกที่เหมือนจะไม่ใส่ใจนัก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2
8.6
โชคชะตานำพากลับสู่บรรยากาศอันคุ้นเคยในยุค 90 อีกครั้ง เมื่อความรักและความผูกพันที่แสนลึกซึ้งได้กลายเป็นสายใยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา แม้โลกจะหมุนผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ทว่าความทรงจำที่เคยร่วมสร้างกันมาจะยังคงสลักแน่นอยู่ในหัวใจและคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เตรียมสัมผัสกับเรื่องราวความโรแมนติกที่ผสมผสานกลิ่นอายแฟนตาซีในภาคต่อสุดประทับใจ ซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นว่ารักแท้ที่มั่นคงนั้นจะไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน
หน้าปกนวนิยาย ลูน่า อัลฟ่าของเธอตกหลุมรักฉัน
9.1
ในงานวันเกิดของอัลฟ่าเดนิส เขาพาอดีตคู่รักที่เคยทิ้งเขาไปกลับมาด้วย แม้เขาจะทำเหมือนทรมานเธอสารพัดเพื่อเอาใจฉัน แต่ในวันครบรอบสัญญา ฉันกลับพบเขากำลังตีตราสร้างพันธะกับเธอในห้องนอน วีจิเนียเยาะเย้ยฉันด้วยแหวนแต่งงานที่เหมือนกันบนนิ้วของเธอ ขณะที่เดนิสอ้างว่ามันคือการลงโทษ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อหมาป่าในตัวฉันกรีดร้องด้วยความเสียใจที่เห็นลูน่าของตนถูกทรยศอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตาในวินาทีที่ความจริงปรากฏชัดเจน
หน้าปกนวนิยาย ชาดสีเลือด 红血
7.9
หลินเหมยหญิงสาวผู้แบกความแค้นเต็มหัวใจได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเพื่อชำระความแค้นกับสามีที่เคยร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินผูกสัมพันธ์กันไว้ การกลับมาในครั้งนี้เป็นการเดิมพันด้วยเหตุผลและบทเรียนจากอดีตที่เคยผิดพลาด ท่ามกลางเส้นทางแห่งการล้างแค้นที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและแรงอารมณ์ เธอจะต้องเลือกว่าจะก้าวไปสู่ความสุขที่แท้จริงหรือจะต้องจมปลักอยู่กับความทุกข์ระทมไปตลอดกาล ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักและความแค้นในครั้งนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย รักแรกชั่วนิรันดร์
8.2
เตชินท์ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อพิมพ์ชนกคนรักจากไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุ ความโกรธแค้นทำให้เขามุ่งทำลายชีวิตฟ้าลดาผู้ที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ทว่าปาฏิหาริย์กลับนำดวงวิญญาณของพิมพ์ชนกมาเข้าร่างศัตรูที่เขาเกลียดชังที่สุด เธอต้องพยายามพิสูจน์ตัวตนภายใต้รูปลักษณ์ของหญิงสาวที่เขาปรารถนาจะล้างแค้น ท่ามกลางความเกลียดชังที่แผดเผา พิมพ์ชนกจะสามารถทำให้เตชินท์กลับมารักเธอได้อีกครั้งหรือไม่ในร่างของคนที่เขาจองเวร
หน้าปกนวนิยาย  ข้ามภพมาเป็นที่ปรึกษาขององค์ชาย
9.4
นิยายแนวแฟนตาซีโรแมนติกที่ผสมผสานแอ็กชันอย่างลงตัว เรื่องราวที่ถักทอขึ้นจากจินตนาการอันเข้มข้นของผู้เขียน นำเสนอเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงในโลกปัจจุบัน ภายในเนื้อหามีการใช้ความรุนแรงและการบรรยายฉากรักอย่างละเอียดลึกซึ้งในทุกแง่มุม ผลงานเรื่องนี้จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ขอให้ทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนในการรับชมเนื้อหาแต่ละบท เพื่ออรรถรสและการทำความเข้าใจในเจตนารมณ์ของเรื่องอย่างเหมาะสมที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน
8.7
ลู่เมิ่งหลิงไม่เคยคาดคิดว่าการเฝ้ามองดวงดาวจะนำพาสิ่งมหัศจรรย์มาสู่ชีวิต จนกระทั่งโชคชะตาชักนำให้เธอได้พบกับเขาผู้อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่ การพบกันครั้งนี้เต็มไปด้วยปริศนาว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงความบังเอิญหรือเป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์ขีดเส้นไว้ ท่ามกลางห้วงมิติที่แตกต่าง ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับคำถามที่ว่า พลังแห่งดวงดาวหรือโชคชะตากันแน่ที่เป็นผู้ลิขิตการพบเจอที่แสนพิเศษครั้งนี้ให้เกิดขึ้นกับเธอ