ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+

วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+

องค์หญิงโจวเจ้าเว่ยผู้เลอโฉมจากเผ่าบุปผาจำต้องแบกรับคำสาปร้ายที่ว่าหากริรักจะต้องวายชนม์ นางและพี่ชายฝาแฝดจึงออกเดินทางข้ามมิติด้วยขลุ่ยวิเศษเพื่อหาวิธีแก้คำสาปนี้ จนกระทั่งนางต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสทางการเมืองกับฝูจื่อหรง ฮ่องเต้หนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด แม้เขาจะมองว่าสตรีเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความมั่นคงให้บัลลังก์ แต่เสน่ห์และความลับของเจ้าเว่ยกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยเย็นชา ท่ามกลางไฟปรารถนาที่แผดเผาและความจริงที่ต้องปกปิดเพื่อความอยู่รอดของทั้งสองคน
ตอน
แชร์

ตอน 3

"เจี๋ยหลุนขอน้องไปด้วยน๊า"โจวเจ้าเว่ยลากเสียงยาวเหยียดออดอ้อนพี่ชายด้วยความตื่นเต้น หลังจากวันนั้นที่สำนักคุณหลุนซึ่งผ่านมาได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว โจวเจ้าเว่ยแม้จะไม่ลืมเลือนเรื่องราวในวันนั้นแต่ก็ไม่ใส่ใจที่จะคิดถึงมันอีก

"พี่ไปเป็นทูตเชื่อมความสัมพันธ์ของสองแคว้น ไม่ได้ไปเที่ยวเล่น อีกอย่างอาจไม่มีเวลาดูแลใครหรอก" โจวเจี๋ยหลุนนั่งหันหลังให้น้องสาว ตั้งใจอ่านตำราในมือไม่สนใจน้องสาวที่ทำตาปริบๆ อยู่ด้านข้าง

“เค้าโตแล้วตัวไม่ต้องมาดูแล เค้าสัญญาว่าจะทำตัวดีๆ"

“ไม่ได้" เขาเป็นห่วงน้องสาวจอมซนจนไม่อาจเสี่ยงให้เธอไปด้วยได้

การไปแคว้นชินครั้งนี้เป็นการไปร่วมงานเพื่อร่วมงานเลี้ยงครบรอบสัญญาสงบศึกระหว่างสองแคว้น ซึ่งจะมีการจัดงานเลี้ยงกระชับความสัมพันธ์ทุกสองปี โดยสองแคว้นจะสลับกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน

ในปีนี้เป็นแคว้นชินที่เป็นเจ้าภาพ โจวเจี๋ยหลุนซึ่งเป็นถึงชินอ๋องจึงได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมงานในฐานะผู้แทนฮ่องเต้แคว้นเหลียง

"เจี๋ยหลุนใจร้าย เค้าแค่เป็นห่วงตัวอยากไปเป็นเพื่อน ตัวยังไม่เห็นความหวังดีของเค้าอีกคอยดูนะกลับไปเค้าจะฟ้องแม่" โจวเจ้าเว่ยกล่าวตัดพ้อ ใบหน้างามบึ้งตึง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินกระทืบเท้าออกไปจากห้องหนังสือของจวนชินอ๋อง

ผู้เป็นพี่มองตามร่างบาง ได้แต่ส่ายศีรษะให้กับความเอาแต่ใจของเธอ โจวเจ้าเว่ยเดินวนเวียนไปมาในสวนบัว พยายามหาวิธีเกลี้ยกล่อมให้พี่ชายพาไปแคว้นชินด้วย

"พี่หญิงลองไปขอไท่โฮว่สิเจ้าคะ หากไท่โฮว่มีรับสั่งลงมาท่านพี่หลุนคงไม่อาจปฏิเสธ" เจ้าอี้เฟยบุตรสาวของเจ้าอี้เหวินเสนอความคิดพลางกินขนมดอกกุ้ยเหมยอย่างอร่อย

"พี่สาวลองแล้วแต่ไม่สำเร็จ เจี๋ยหลุนไม่เคยกลัวเสด็จย่า อีกทั้งเสด็จย่ายังรักเจี๋ยหลุนมากกว่าข้าอีก แค่เจี๋ยหลุนยืนทำหน้านิ่งๆเสด็จย่าก็เชื่อทุกสิ่ง"

"ถ้าเช่นนั้นหากเป็นราชโองการจากฝ่าบาทท่านพี่หลุนก็มิอาจปฏิเสธได้" เจ้าอี้เฟยเอ่ยข้น นางเป็นบุตรสาวของกุนซือแห่งกองทัพแคว้นเหลียงมีความฉลาดเฉลียวเกินเด็กสาวในวัยสิบห้าปี

"จริงด้วยเฟยเอ๋อ ถึงเสด็จพ่อจะตามใจเจี๋ยหลุนแต่พี่สาวมั่นใจว่าพระองค์รักพี่สาวมากกว่า  อีกทั้งราชโองการเป็นหนังสือเจี๋ยหลุนโต้แย้งไม่ได้ เฟยเอ๋อของข้านี่ฉลาดจริงๆ" โจว เจ้าเว่ยกระโดดโลดเต้นจุ๊บแก้มเจ้าอี้เฟยด้วยความดีใจ

“พี่สาวจะเข้าวังตอนนี้อยู่เล่นกับเจ้าไม่ได้ เฟยเอ๋อไปเล่นกับเจี๋ยหลุนที่ห้องหนังสือนะ” โจวเจ้าเว่ยหยิกแก้มของเจ้าอี้เฟยอย่างเอ็นดูแล้ววิ่งออกไปเพื่อเตรียมตัวเข้าวังอย่างรวดเร็ว

อีกด้านของพระราชวังแห่งแคว้นชิน ในตำหนักหย่งเหอซึ่งเป็นตำหนักทรงงาน อนุญาตให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าเฝ้าเพื่อปรึกษาหารือข้อราชการเป็นการส่วนพระองค์ หลังจากเหล่าอำมาตย์กลับไปแล้ว ฝูจื่อหรงยังคงสนทนากับตงกงกงอย่างเกียจคร้าน

"การจัดเตรียมงานเลี้ยงเป็นไปด้วยดีเราก็เบาใจ"

"ด้วยพระบารมี ทุกสิ่งย่อมผ่านไปด้วยดีพะย่ะค่ะ" ตงกงกงกล่าวอย่างนอบน้อม

"ทูลฝ่าบาทฟางกุ้ยเฟยขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ" ขันทีเฝ้าประตูรีบเข้ามารายงาน

ฝูจื่อหรงเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษแล้วเอ่ยอนุญาตด้วยพระสุระเสียงราบเรียบ

ร่างบอบบางในอาภรณ์ผ้าไหมพริ้วไหวสีเขียวมรกต ใบหน้างดงามไร้ที่ติ ทุกอากัปกิริยาที่ก้าวเดินล้วนอ่อนช้อย ฝูจื่อหรงยิ้มมุมปาก เขาเคยชินกับความงดงามที่เรียกว่าปานล่มเมืองของนางจนไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย สตรีผู้สวมเครื่องประดับเต็มยศของสนมขั้นกุ้ยหยุดอยู่หน้าพระพักตร์ประสานมอบยอบถวายความเคารพอย่างงดงาม

"เจ้ามีสิ่งใดถึงมาหาเราดึกดื่นเช่นนี้สนมรัก" แม้จะทรงยิ้มบางๆแต่สายพระเนตรกลับว่างเปล่าไร้คลื่นอารมณ์

"หม่อมฉันนำน้ำแกงบำรุงมาถวายเพคะ เมื่อสักครู่ไปที่ตำหนักเฉียนกงมาองครักษ์บอกว่าพระองค์ประทับอยู่ที่ตำหนักทรงงานเลยนำมาให้พระองค์ที่นี่เพคะ”

“ลำบากเจ้าแล้วสนมรัก เจ้านำน้ำแกงมาให้เราด้วยตัวเองทุกวันเช่นนี้เราซึ้งในน้ำใจของเจ้ายิ่งนัก” ฝูจื่อหรงรับน้ำแกงมาเขายังไม่ดื่มทันทีแต่กลับวางไว้บนโต๊ะทรงงาน

“เสวยก่อนจะเย็นนะเพคะ ตอนนี้รสชาตกำลังดี”

เมื่อเห็นว่าฝ่าบาทยังไม่เสวยฟางกุ้ยเฟยจึงคะยั้นคะยอ ฝูจื่อหรงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกน้ำแกงขึ้นดื่มจนหมดถ้วย

“น้ำแกงวันนี้ท่านพ่อของหม่อมฉันได้ให้วัตถุดิบชั้นดีหายาก ช่วยบำรุงร่างกายบรรเทาอาการอ่อนล้าให้สดชื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพคะ" ฟางกุ้ยเฟยกล่าวพร้อมขยับตัวเข้าใกล้ นิ้วมือเรียวนวดลงไปบนช่วงไหล่ของฝูจื่อหรงแล้วนวดลำคอให้เขา

ฝูจื่อหรงปล่อยให้นิ้วเรียวของฟางกุ้ยเฟยปรนนิบัติร่างกายอันเหนื่อยล้าของเขา ฝูจื่อหรงไม่อาจปฏิเสธความสามารถของฟางกุ้ยเฟย นางเป็นคนที่รู้ดีว่าจะทำให้เขาผ่อนคลายเช่นไร

"ขอบใจเจ้ามากสนมรักวันนี้น้ำแกงรสชาติต่างออกไปจากทุกวันจริงๆ"

ฟางกุ้ยเฟยเป็นบุตรสาวของมหาเสนาบดีฟางอี้จวิ้นคนสำคัญและมีอำนาจมากของราชวงศ์ ผู้คนในราชสำนักต่างรู้ว่าไม่ว่าเสนาบดีฟางจะเอ่ยถึงสิ่งใด ฝูจื่อหรงก็ไม่เคยขัดแม้แต่ครั้งเดียว

การขึ้นครองบัลลังก์ของฝูจื่อหรงได้เป็นเพราะมีมหาเสนาบดีฟางอี้จวิ้นเป็นผู้สนับสนุน ลับหลังจึงมีคนแอบนินทาอย่างสนุกปากว่าฝ่าบาทพระองค์นี้เป็นเพียงหุ่นเชิดให้กับสกุลฟางเท่านั้น

ฟางกุ้ยเฟยจึงถือเป็นสนมคนโปรดของฮ่องเต้มีความสามารถรอบด้านทั้งดีดพิณ ร่ายรำ เย็บปัก เล่นหมากล้อม และเฉลียวฉลาดกว่าใคร อีกทั้งยังมีใบหน้าที่งดงามหาผู้ใดเทียบเท่าจึงเปรียบเป็นคู่สวรรค์สร้างของฮ่องเต้แคว้นชินจนประชาชนร่ำลือไปทั่วว่าฝ่าบาทอยู่ใต้อำนาจของท่านมหาเสนาบดีอย่างแท้จริง

ผู้คนต่างคิดว่า ฟางกุ้ยเฟยจะได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮาซึ่งตอนนี้ตำแหน่งนั้นยังว่างเปล่าอยู่ในเร็ววัน

"เจ้ากลับไปรอเราที่ตำหนัก เราขอสะสางฎีกาพวกนี้เสียก่อน เห็นว่าจะใช้เวลาไม่นาน"

“เพคะฝ่าบาท”

ฟางกุ้ยเฟยข่มความดีใจไว้ภายใน สงวนกิริยาอย่างสนมผู้สูงศักดิ์ ยอบกายลาแล้วรีบรุดกลับไปที่ตำหนักอย่างว่องไว

ฝูจื่อหรงโยนฎีกาไว้ข้างกายมองตามร่างของฟางกุ้ยเฟยจนลับตา

“ตงกงกง”

ตงกงกงนำบางอย่างออกมา ฝูจื่อหรงกินลงไปอย่างรวดเร็วพระพักตร์เยียบเย็นขึ้นหลายส่วน

ฟางกุ้ยเฟยกลับมาผลัดแป้งแต่งหน้ารอฝ่าบาทจวบจนเวลาผ่านไปเกือบชั่วยาม ขันทีหน้าตำหนักก็ขานเสียงดัง

“ฝ่าบาทเสด็จ”

บรรดานางกำนัลต่างทยอยออกมาด้านนอกเมื่อฝ่าบาทมาถึง ฟางกุ้ยเฟยสวมเพียงอาภรณ์คลุมร่างผืนบาง ร่างกายได้รับการประทินโฉมด้วยน้ำหอมที่ทำมาจากกลิ่นของดอกไม้ นั่งรออยู่บนเตียงขนาดใหญ่กลางห้องที่โอบล้อมด้วยผ้าสีขาวบางเพียงลำพัง

ครั้นฝูจื่อหรงก้าวเข้ามาในห้อง นางลงมายอบกายถวายความเคารพใบหน้างดงามถูกแต่งแต้มสวยสด ปากแดงสดด้วยชาดแย้มยิ้มชวนเชิญ นางปลดอาภรณ์ให้ฮ่องเต้แผ่วเบาเมื่อเขากางแขนออก ร่างกายแข็งแกร่งด้วยมัดกล้ามทำให้ฟางกุ้ยเฟยหลงใหล

ฝ่าบาทดึงอาภรณ์ออกจากร่างขาวผ่องงดงาม อุ้มฟางกุ้ยเฟยขึ้นบนเตียง แยกขานางออกแล้วกดมังกรยักษ์เข้าช่องแคบทันที

ไร้การเล้าโลมเพื่อให้นางมีความสุข ไม่มีตรัสคำว่ารักหวานฉ่ำ ทุกสิ่งเพียงเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ดิบเฉกเช่นบุรุษทั่วไปเพียงเท่านั้น ฝูจื่อหรงคิดมาตลอดว่าเขาคือฮ่องเต้ไม่จำเป็นต้องทำให้สตรีพึงพอใจในบทรัก

ในใจพลันนึกถึงร่างเปลือยงดงามภายใต้สายน้ำในคืนนั้น สตรีที่ไร้นามผู้นั้นที่เขาได้แนบชิดถึงจะเพียงแค่ครั้งเดียวแต่ก็สามารถตราตรึงจิตใจให้ใฝ่หาจวบจนกระทั่งบัดนี้

ฝูจื่อหรงกระแทกร่างจนมิดลำมังกรหลายครั้ง ยิ่งใจวนเวียนถึงสตรีผู้นั้นร่างกายก็ยิ่งต้องการปลดปล่อยมากขึ้น

ฟางกุ้ยเฟยหายใจรวยระริน ใบหน้าแนบอยู่บนอกเมื่อฝ่าบาทเสร็จสิ้น พระสนมลูบไล้มัดกล้ามแน่นอย่างพึงใจถึงจะมีสนมมากมายในวังหลวงแห่งนี้แต่ฝ่าบาททรงเลือกนางและยกให้นางเป็นหนึ่งเหนือสตรีผู้ใด ฝ่าบาทเป็นของนาง หากผู้ใดคิดจะมาแย่งฝ่าบาทไปจากนาง อย่าหวังว่าจะได้อยู่ดี

ฟางกุ้ยเฟยใช้อกอวบถูไถอกแน่นและอ้าขาขยับกายให้ส่วนสยิวตรงแก่นสัมผัสกับมังกรยักษ์ของฝ่าบาทตั้งใจจะปลุกมันขึ้นมาอีกครั้ง

นางยังต้องการฝ่าบาทอีก นางยังไม่อิ่มในบทรัก ฝูจื่อหรงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายเขายันกายลุกขึ้นขยับร่างห่างจากพระสนม

"เราเหนื่อยแล้วแต่งกายให้เรา เราจะกลับตำหนัก"

"ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันขอประทานอภัยโทษที่ทำให้พระองค์ทรงขุ่นเคือง ขอพระองค์พำนักที่นี่ให้หม่อมฉันคอยปรนนิบัตินะเพคะ"

"เราจะกลับตำหนัก" เสียงเข้มของเขาทำให้ฟางกุ้ยเฟยทำตามคำสั่งโดยไม่อิดออดอีกต่อไป

ในจิตใจของฝูจื่อหรง ยังเฝ้าคะนึงหาสตรีผู้นั้นที่เข้ามาใจชีวิตของเขาและจากไปอย่างรวดเร็ว เขาตั้งใจติดตามหานางแต่นางผู้นั้นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ในตอนแรกเขานึกสงสัยว่านางอาจเป็นน้องสาวของศิษย์น้องยังไม่ได้สอบถามก็พบว่าศิษย์น้องได้ออกจากสำนักด้วยเรื่องเร่งด่วนตั้งแต่เช้ามืด

เมื่อมาถามอาจารย์กลับพบว่าน้องชายผู้นั้นเป็นบุรุษจริงๆ อาจารย์ของเขาซึ่งกล่าววาจาสัจจริงเสมอไม่น่าที่จะโกหกเขา

เมื่อไม่ได้เบาะแสโดยปกติเขาก็จะลืมเลือนเรื่องนี้ไป แต่เหตุใดเล่าเขาถึงได้คิดถึงเรื่องของสตรีผู้นั้นอยู่ร่ำไป

ทั้งที่เขาไม่ได้รู้สึกว่านางแตกต่างจากสตรีอื่น หรือนั่นอาจจะเป็นเพราะนิสัยที่ดื้อรั้นของเขาคือหากมีเรื่องใดติดค้างแล้วเขาต้องได้รับคำตอบ ด้วยเหตุผลนี้กระมังจึงทำให้เขาเฝ้าพะวงถึงนางอยู่ไม่รู้ลืม

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
9.8
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้มาเกิดใหม่ในร่างของหลิวตาน เด็กสาวสู้ชีวิตยุค 80 ท่ามกลางครอบครัวปู่ย่าที่กดขี่บ้านรองราวกับข้ารับใช้ เมื่อได้รับโอกาสใหม่เธอจึงมุ่งมั่นพาแม่และพี่น้องก้าวสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดประหลาดที่มักมอบรางวัลชวนกุมขมับอย่างเมล็ดผักกาดหลังทำงานหนัก แม้ระบบจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และเต็มไปด้วยความห่วยแตก แต่หลิวตานก็ไม่ย่อท้อที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวที่เธอรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย พายุรักทรายสีเลือด
8.7
ท่ามกลางผืนทรายที่นองไปด้วยเลือดและการล้างแค้น เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจถูกพรากไป ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าครั้งใหญ่ พบกับการเผชิญหน้าของสองชายหนุ่มต่างเชื้อชาติ ระหว่างชีคหนุ่มผู้สูงศักดิ์แห่งราสอัลไคมาห์และชายหนุ่มสายเลือดไทยผู้เด็ดเดี่ยว ทั้งคู่ต้องบุกตะลุยทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อตามหาคนรักและพิฆาตเหล่าคนชั่ว บทสรุปของความรักบนรอยแค้นท่ามกลางสมรภูมิเม็ดทรายที่มีทั้งหยดเลือดและน้ำตาจะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี
7.8
เมื่อผลท้อสวรรค์หายไป เหยาจีเซียนน้อยผู้ดูแลสวนจึงถูกลงทัณฑ์ให้จุติยังโลกมนุษย์พร้อมเมล็ดพันธุ์ล้ำค่า โดยมีมู่สี่เสินทูตผีเสื้อติดตามมาในฐานะพี่ชาย ทว่าหลวนหลงเทพมังกรผู้ควรได้ครองผลท้อกลับตามลงมาเพื่อขัดขวางการปลูกต้นท้อบนดินแดนมนุษย์ ท่ามกลางเหล่าเซียนที่หวังช่วงชิงอำนาจและผลท้อวิเศษ เหยาจีต้องเผชิญอุปสรรคจากทั้งเทพผู้มีอำนาจและเหล่ามหาเทพผู้ปกครองสวรรค์ที่เฝ้ามองอยู่ บทสรุปของการปลูกท้อต้องห้ามและการปะทะกันของเหล่าเทพในร่างมนุษย์จะจบลงเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
7.9
เซียนสาววัยเยาว์นามหนี่ว์อ้ายปิงจับพลัดจับผลูเปิดระบบปริศนาจนถูกส่งมาทำภารกิจบนโลกมนุษย์ที่แสนทุรกันดาร เธอต้องจุติในตระกูลขุนนางที่กำลังตกอับ โดยมีบิดาเป็นเพียงรองแม่ทัพในสังกัดของอ๋องสือผู้ดูแลชายแดน ท่ามกลางไฟสงครามและการรุกรานจากศัตรู แม้เธอจะปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตสงบสุขเพื่อหาทางกลับสู่สวรรค์ แต่สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เธอต้องรับภาระหนักอึ้งจนกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยากนี้
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ
7.8
หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่