
หวนรัก วิวาห์ลวง
ตอน 2
ปึง! ปึง! ปึง! .
“นี่! แม่คุณจะนอนในห้องน้ำหรือไง...ห๊ะ!”
เสียงเข้มตะโกนเรียก ขณะที่มือหนาก็ทุบประตูเสียงดังสนั่น เมื่อ วาโย กำลังรู้สึกได้ว่า เจ้าสาวหมาดๆ ของเขานั้น กำลังพยายามหลบหน้าเขา ด้วยการเลี่ยงเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำนานนับชั่วโมง
“สะ เสร็จแล้วค่ะ เอ่อ...รอสักครู่นะคะ”
มุกไหมร้องตอบพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความไม่มั่นใจนัก แม้จะใช้เวลาทำใจอยู่นานนับชั่วโมง ในการที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาเพียงลำพัง ภายหลังจากเหตุการณ์ที่ถูกคุกคามภายในห้องแต่งตัวเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา
ร่างบางยืนนิ่งที่หน้ากระจกเงา พลางถอนหายใจยาวอย่างปลดปลง วังวนที่เธอกำลังหลีกหนี ครั้งหนึ่งเคยเจ็บปวดเพราะความรัก...พิษของมันนั้นรุนแรงถึงตาย แต่ยิ่งหนี...เหมือนยิ่งเจอ คล้ายกับสวรรค์แกล้ง ให้เธอพบเจอความโหดร้ายไม่จบไม่สิ้น
มุกไหม จำเป็นต้องเข้าวิวาห์แทนพี่สาว ที่หลบหลีกการคลุมถุงชนด้วยการหนีไปกับผู้ชาย ส่วนเธอนั้นไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะสำนึกในบุญคุณของแม่เลี้ยงอยู่เสมอ แต่เธอจะไม่หนักใจเท่าไหร่นัก ถ้าหากเจ้าบ่าวในวันนี้ไม่ใช่เขา...วาโย
ผู้ชายที่รักจนสุดหัวใจ แต่เธอกลับพยายามหลบหน้าเขาถึงสามปีเต็ม...
“เร็วๆ เลยแล้วอย่าลีลานะ ค่าตัวเธอฉันก็จ่ายไปตั้งเยอะแล้ว รีบๆ ออกมาทำหน้าที่หน่อยสิ ฉันไม่ใจป้ำ จ่ายให้ซ้ำสองหรอกนะ”
มุกไหมหลุดจากภวังค์เพราะน้ำเสียงดูหมิ่นที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย มันทำให้ใบหน้างามถึงกับชาวูบไปชั่วขณะ ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประตูห้องน้ำ เธอต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อบรรเทาความหวาดหวั่นที่อัดแน่นอยู่ในอก ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ
แอด...
ทันทีที่เปิดประตูออก เสียงกระแนะกระแหนก็ดังขึ้นตามคาด
“จริงๆ นี่ไม่ใช่เวลามาอาบน้ำนะ เวลาแบบนี้...มันต้องเข้าหอสิถึงจะถูก”
เขาบอกเธอยิ้มๆ ดวงตาคมส่อประกายเจ้าเล่ห์จนวาววับ พร้อมๆ กับปรายตาโลมเลียไปทั่วเรือนร่างอรชร ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมาในบัดดล กระทั่งต้องรีบหลบสายตาเขาเป็นพัลวัน
“เอ่อ...ดึกแล้วคุณไปอาบน้ำเถอะค่ะ ฉันก็จะได้ไปแต่งตัวเหมือนกัน”
ร่างบางกระชับชุดคลุมอาบน้ำเข้าหาตัวแน่น เธอพยายามเดินเบี่ยงตัวหลบเขาออกจากห้องน้ำ แต่ทว่าร่างสูงกลับรีบเบี่ยงตัวปิดทางออกไว้
“เดี๋ยวสิ...จะรีบไปไหนล่ะ เราจะไม่มาต่อจากเมื่อตอนเย็นกันหน่อยเหรอ”
ร่างสูงเท้าแขนล่ำพิงกับกรอบประตูบานหนา ก่อนจะใช้สายตาคุกคามเธออย่างหื่นกระหาย
“ไม่ค่ะ...กรุณาหลีกทางให้ฉันด้วย”
เสียงหวานเข้มขึ้นทันที ใบหน้างามดูเรียบนิ่ง แต่ทว่าโหนกแก้มกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อหวนคิดถึงสัมผัสวาบหวามระหว่างเธอกับเขาเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา
วาโยไม่ตอบรับ ใบหน้าคมเรียบสนิทดังเดิม เขาทำเพียงแค่ไหวไหล่เล็กน้อย ราวกับว่าไม่แคร์เสียงหวานๆ ที่เข้มขึ้นเท่าไหร่นัก
“ตามใจ” เสียงเข้มสะบัดตอบ ก่อนจะจ้องหน้าเธอนิ่ง “ถอดเสื้อให้หน่อยสิ” จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นพลางขยับกายเข้าหาเธออีกนิด
“คะ?” ร่างบางช้อนหน้าขึ้นมองเขา ทว่าหัวคิ้วสวยกลับขมวดมุ่นด้วยความงุนงง
“ฉันบอกว่า...ถอดเสื้อผ้าให้หน่อย” วาโยเน้นเสียงหนักทีละคำ มุกไหมเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ก่อนจะถูกคนตัวโตดันร่างบางกลับเข้าไปห้องน้ำอีกครั้ง พร้อมกับกดล็อกประตูเสร็จสรรพ
“เล่นบ้าอะไรเนี่ย คุณโย!”
“อ้าว! จำชื่อฉันได้แล้วเหรอ แหม...เรียกชื่อซะฉันคิดถึงเรื่องเก่าๆ เลยนะ”
เขาเเสร้งทำเสียงเย้ยหยัน สายตาเริ่มโลมเลียมายังทรวงอกอิ่มที่โผล่พ้นรอยแยกของเสื้อคลุมอย่างจาบจ้วง
“มองอะไร!” มุกไหมหน้าแดงซ่าน มือบางรีบยกขึ้นปิดทรวงอกในทันที
“ไหนๆ ก็อยากเป็นเมียฉันจนตัวสั่นแล้วนี่ ก็รีบทำหน้าที่หน่อยสิ”
วาโยหรี่ตามอง ในขณะที่มือหนาเริ่มปลดกระดุมเม็ดบนของตัวเองอย่างเชื่องช้า สองเท้าพลางย่างสาขุมเข้าหาร่างบางด้วยท่าทีคุกคาม
“ฉะ..ฉันไม่ถนัดค่ะ เชิญคุณตามสบายดีกว่า ขะ ขอตัวนะคะ”
พูดจบร่างบางก็รีบสาวเท้าไปที่ประตูด้วยความรวดเร็ว แต่ทว่ากลับช้ากว่าร่างสูง มุกไหมจึงถูกสองแขนล่ำรีบดึงเรือนร่างอรชรมาปะทะอกแกร่งทันที
“นี่! อย่าโย้กโย้ให้เสียเวลาไปหน่อยเลยน่า...บอกแล้วไงว่าฉันไม่จ่ายเพิ่มให้หรอกนะ!”
“พูดบ้าอะไรของคุณ! แล้วก็ปล่อยฉันสิได้เเล้ว! ปล่อยนะ!” มุกไหมดีดดิ้นในอ้อมแขนแกร่ง สองมือเริ่มจิกข่วนทุบตีไปทั่ว ทว่าเขายังนิ่งเฉย สองมือจับเเขนเธอแน่น
“นี่! บอกให้ปล่อยไงเล่า!”
“ทำไม? แค่ถอดเสื้อผ้าให้ผัวหน่อยไม่ได้หรือไง มากกว่าถอดก็เคยกันมาละ แต่ก่อนทั้งขี่ ทั้ง ขะ โย—” พูดยังไม่ทันจบประโยค ปากหยักก็ถูกมือบางเอื้อมมาปิดไว้แน่น
“นี่! อย่าพูดนะ”
คนถูกกล่าวหาหน้าแดงเถือกไปกับคำพูดสุดห่ามของเขา วาโยพยายามสลัดมือบางออกจากปาก แต่ยิ่งสลัด เธอกลับกดเเน่นขึ้น กระทั่งจนเจ้าเล่ห์เปลี่ยนแผนอย่างเเยบยล ปลายลิ้นร้อนจึงตวัดกวาดวนทั่วฝ่ามือเธออย่างยียวน
“อี๋...สกปรก!” มุกไหมรีบสลัดมือออกอย่างรวดเร็ว
“แหม...แค่นี้ทำเป็นรังเกียจลิ้นฉัน แต่เดี๋ยวอีกหน่อยเธอจะต้องร้องขอมันแน่” เสียงเข้มกระซิบพร่าที่ข้างหู พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธออีก
“เพราะเธอก็รู้ว่าผู้ชายอย่างฉัน...มันร้ายที่ลิ้น” พูดจบลิ้นหนาก็ตวัดเลียใบหูเล็กๆ ของเธออย่างยั่วเย้า ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
“กรี๊ด! หยาบคาย ปล่อยนะ ปล่อย ปล่อยสิ นี่ๆ ๆ ๆ นี่แหนะ”
มุกไหมเริ่มดิ้นอีกครั้ง คราวนี้ทั้งหยิก ทั้งข่วน สองมือน้อยทุบตีเขา จนร่างสูงต้องเบี่ยงหน้าหลบเป็นพัลวัน
“โอ๊ย! จะดิ้นอะไรหนักหนาวะ ทำไม? ห่างผัวแค่ไม่กี่ปี ทำเป็นสะดีดสะดิ้ง หรือว่าไอ้หน้าอ่อนนั่น มันปรนเปรอเธอได้ถึงใจมากกว่าฉัน!”
เพี๊ยะ!
มุกไหมสะบัดมือเรียวใส่ใบหน้าคร้ามคมเต็มแรง ขณะที่ขอบตาเริ่มร้อนระอุ เนื้อตัวเริ่มสั่นระริก เธอจ้องหน้าเขาด้วยความผิดหวัง ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคนที่เธอเทิดทูน คนที่เธอยังรักเขาสุดหัวใจจะมีความคิดที่น่ารังเกียจมากขนาดนี้
“เลว!” คำสั้นๆ ที่หลุดรอดจากปากอิ่มนั้น กลับทำให้ร่างสูงชะงักนิ่ง แววตาคมสลดวูบ แต่มันก็แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาโหดร้ายดังเดิม
“เออ! ฉันมันเลว แต่ก็นะ...เหมาะกับผู้หญิงร่านๆ อย่างเธอดีออก มีอย่างที่ไหน มีอยู่ผัวแล้วยังไปหลอกผู้ชายคนอื่นอีก เหอะ...สุดท้ายเป็นยังไง! ซมซานกลับมาอยู่ดี ฉันก็เลยซวยมารับของเหลือเดนจากคนอื่นไงเล่า! ไหนดูซิ...ว่ามีอะไรเหลือมาถึงฉันบ้าง”
.................................
คุณอาจจะชอบ





