ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ

ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ

วิษุวัติลงมือแก้แค้นนลินวิภาอย่างเลือดเย็นเพื่อตอบแทนความเจ็บปวดที่เธอเคยก่อไว้กับคนที่เขารัก ทว่าในวันที่เขาสมหวังและเห็นเธอพังทลาย เขากลับตระหนักว่าหัวใจตัวเองตกเป็นของเธอไปเสียแล้ว เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเธอกลับมาในชีวิตอีกครั้ง แต่บาดแผลที่เขาสลักไว้นั้นลึกเกินกว่าจะลบเลือน เมื่อเธอเลือกที่จะปิดตายหัวใจและหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อทวงคืนความรักที่เขาเคยทำลายลงด้วยมือของตนเอง
ตอน
แชร์

ตอน 3

หมายเลขที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...

เสียงตอบรับจากสัญญาณอัตโนมัติทำให้ ทิน ปีเตอร์สันขมวดคิ้วเล็กน้อย เวลานี้นลินวิภายังไม่ได้ขึ้นเครื่องบินและควรรับสายเขาได้ หากแต่การไม่ได้รับสัญญาณตอบรับจากเธอทำให้เขาเป็นห่วงเล็กน้อยว่าการเดินทางของเธอจะราบรื่นหรือเปล่า เมื่อติดต่อไม่ได้เช่นนี้เขาคงทำได้เพียงแต่รอฟังข่าว เพราะตอนนี้เขาอยู่อีกซีกโลกหนึ่งแล้ว...

มือที่ถือแก้วไวน์สีแดงเข้มหมุนแก้วเล็กน้อย เขาอยู่บนรถลีมูซีนที่เพิ่งมารับเขาจากสนามบินในเมืองซิดนีย์กลับไปพักผ่อนที่บ้านหลังจากที่เขากลับไปทำภารกิจร่วมกับนลินวิภาที่ไทยร่วมสองเดือน

การให้บทเรียนผู้หญิงที่ร้ายกาจยิ่งกว่าแม่มดคนนั้นคือภารกิจหนึ่งเดียวที่เขาทุ่มสุดตัวเพื่อความสำเร็จ และเขาก็ทำได้ นลินวิภาเป็นผู้ช่วยให้ความสำเร็จนั้นสวยงามสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เขายกไวน์ขึ้นมาจิบพลางนึกถึงแววตาร้าวรานคู่นั้นของเอวิตา

เธอเจ็บมากมายเช่นนั้นก็ดี จะได้เข้าใจว่าที่ผ่านมาก็เคยสร้างความเจ็บปวดให้กับคนอื่น เธอจะได้รู้บ้างว่าความรู้สึกนั้นเป็นเช่นไร

"นท ฉันแก้แค้นให้นายสำเร็จแล้วนะ... ผู้หญิงคนนั้นหลงรักฉันเจียนคลั่งแล้วฉันก็สลัดทิ้งเหมือนผ้าขี้ริ้วผืนหนึ่งเท่านั้น... สะใจซะไม่มี" เขาพึมพำกับตัวเอง แล้วจากนั้นไวน์ก็ถูกยกมาดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วเพื่อเฉลิมฉลอง

แววตาเยือกเย็นสะท้อนอารมณ์ดำมืดในจิตใจของเขาฉายแววระริกวูบหนึ่งขึ้นมา ดวงหน้านิ่งเรียบมีเพียงมุมปากที่ยกยิ้มน้อยๆ ยามเมื่อนึกถึงภาพน้ำตาเต็มดวงหน้าของเอวิตาในตอนที่เขาบอกว่าเลือกคนอื่นไม่ใช่เธอ

ความเจ็บปวดในดวงตาคู่นั้น เป็นสิ่งที่เขาทุ่มเทมากเหลือเกินเพื่อให้ได้มา... แต่มันก็คุ้มค่าเพราะความเสียใจทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เอวิตาต้องชดใช้ให้กับคนที่เธอเคยทำร้าย แม้ว่าคนคนนั้นไม่มีโอกาสตื่นมารับรู้ว่าเอวิตาได้รับการลงโทษแล้วก็ตามที แต่อย่างน้อยเขาก็ทำการเอาคืนเพื่อให้คนที่จากไปได้ตายตาหลับ...

เหตุแห่งการเฉลิมฉลองวันนี้คือความสำเร็จที่เขาทำหน้าที่พี่ชายให้กับน้องชายผู้ล่วงลับอย่างเต็มที่แล้ว หลังจากนี้เขาจะใช้ชีวิตของตัวเองอย่างที่เคยเป็นมาแล้วทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง

รวมทั้งเอวิตาก็จะไม่มีความหมายสำหรับชีวิตของเขาอีกต่อไป

ในห้องที่แอร์เย็นเฉียบ

หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ ภาพที่พร่ามัวจึงค่อยแจ่มชัดขึ้น จากนั้นเธอก็เริ่มคิดว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนกันแน่

ความทรงจำสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะเลือนรางคือ เธอเรียกรถแท็กซี่จากโรงแรมเพื่อไปสนามบิน ตอนที่เธอลากกระเป๋าใบโตลงไปรอรถนั้นก็มีรถตู้คันหนึ่งมาจอด และทันทีที่มันเปิดคนที่หน้าตาดูไม่เหมือนคนร้ายเลยสักนิดก็เอาผ้ากลิ่นฉุนมาโปะจมูกเธอแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วเธอก็หมดสติไป

นลินวิภาขยับตัวอย่างเมื่อยขบ เธอตื่นหลังจากที่หลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ หญิงสาวลืมตาแล้วกวาดตามองสถานที่ที่ไม่เคยคุ้น เธอถูกมัดมือมัดขาและนอนอยู่บนเตียงนุ่มท่ามกลางห้องนอนที่ตกแต่งเรียบๆ แต่หรูสะบัดในสายตาคนทำงานตกแต่งภายใน หากไม่อยู่ในสถานการณ์นี้เธอคงห่อปากและชื่นชมห้องนี้ได้อย่างเต็มที่เพราะความพิเศษของดีไซน์และความเป็นเอกลักษณ์ของเฟอร์นิเจอร์ โทนสีเข้มของห้องดูขรึม แต่อบอุ่นอย่างประหลาด

เดี๋ยวก่อนยายนิ้ง... อย่าเพิ่งชื่นชมห้องนี้ เธอถูกใครก็ไม่รู้จับตัวมานะ หญิงสาวเตือนตัวเอง

เสียงคนสองสามคนแว่วเข้าหูทำให้สมองของนลินวิภาตื่นตัว หากแต่เมื่อเสียงใกล้เข้ามาเธอกลับเลือกหลับตาเหมือนกับว่ายังไม่ตื่น...

"ใครสั่งให้เอาขึ้นมาไว้ที่เตียงของฉัน" เสียงทุ้มเย็นดังนำขึ้นมาก่อน

"ขอโทษครับคุณอาคิน"

"ออกไปได้แล้ว" เสียงของคนที่น่าจะชื่ออาคินบอก แล้วก็มีเสียงคนเดินออกไป นลินวิภานิ่วหน้า เธอไม่เคยรู้จักคนชื่ออาคิน เจ้าของเสียงน่าขนลุกคนนั้น ในขณะที่คิดแขนของเธอก็ถูกคว้าหมับแล้วเธอก็รู้สึกเหมือนตัวลอยนิดหน่อยก่อนจะปลิวลงไปกองบนพื้นห้อง โชคดีที่เป็นพื้นพรมไม่เช่นนั้นแล้วเธอคงไม่ต้องแกล้งหลับเพราะแรงกระแทกอาจจะทำให้สลบ หรือไม่ก็ตายไปเลยก็ได้

ไอ้หมอนี่ไม่อ่อนโยนกับเธอเลย...

เมื่อการแกล้งตายไม่ได้ผล หญิงสาวตัดสินใจลืมตาขึ้นมองคนที่ยืนตระหง่านอยู่ ดวงตาคมเข้มประสานสายตาคนที่อยู่ต่ำกว่าก่อนจะกวาดมองหัวจดเท้า... นลินวิภากะพริบตาเมื่อเห็นสายตาเกลียดชังที่จ้องมองมาจนขนลุกขนพองไปหมด

เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน!

"นายเป็นใคร จับฉันมาทำไม" เธอตะโกนถาม แต่เสียงกลับแหบแห้งกว่าที่คิด

เขาก้าวเข้ามานั่งทับส้นและมองหน้าเธอใกล้ขึ้นกว่าที่เคย ความเกลียดชังจากคนที่ไม่รู้จักทำให้เธอตัวเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย มองใบหน้าหล่อคมที่องค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมทำให้เกิดภาพรวมที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาไม่ธรรมดา พอมองแล้วรู้สึกคุ้นแต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน เธอทำงานและเจอคนระดับนี้มาไม่ถ้วน แต่เธอแน่ใจมากว่าถ้าเคยเจอคนที่สมบูรณ์แบบอย่างคนตรงหน้าเธอคงไม่ลืมจนหลงเหลือแค่ความคลับคล้ายคลับคลาแน่...

"เป็นเจ้าของชีวิตเธอจากนี้ยังไงล่ะ"

ถ้าเป็นคนอื่นพูดเธอคงคิดว่าเขาเล่นตลก แต่สีหน้าจริงจัง และความดุร้ายที่เเผ่มานั้นของจริงล้วนๆ ทำให้เธองงจนพูดไม่ออก

"..."

"โทรหาไอ้ทิน บอกให้มันกลับมาช่วยเธอ" เขาเปิดเครื่องโทรศัพท์ของเธอมาให้เเล้วก็จัดการใช้สแกนใบหน้าเธอปลดล็อก เลื่อนหาสายเรียกเข้าล่าสุดที่เธอบันทึกชื่อทินไว้แล้วกดโทรออก

หัวสมองของนลินวิภาเริ่มโลดเเล่น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อนึกได้แล้วว่าทำไมคุ้นหน้าเขา พอเขาพูดถึงทินเธอก็เห็นหน้าของเขาซ้อนทับกับเอวิตา ผู้หญิงร้ายกาจที่เธอกับทินเพิ่งให้บทเรียนอย่างสาสมไป... พวกเขาหน้าเหมือนกัน แต่ทำไมเธอไม่รู้มาก่อน เข้าใจว่าเอวิตาตัวคนเดียวเสียอีก

"ว่าไงนิ้ง บินหรือยัง"

เธอเงียบปาก ไม่เอ่ยตอบคนปลายสาย

"ไม่ได้บิน และก็ตกอยู่ในกำมือของกูแล้ว มึงบินกลับไทยมาช่วยแล้วกันถ้าอยากให้ผู้หญิงคนนี้มีลมหายใจอยู่"

"มึงเป็นใคร”

"เป็นพี่ชายของอีฟ" เขาบอกแล้วก็กดวางสาย

นลินวิภาตาเบิกกว้าง เธอเชื่อว่าทินคงอึ้ง พอๆ กับที่เธออึ้ง... โทรศัพท์ของนลินวิภาดังขึ้นอีกครั้ง คนที่ถือมันอยู่รับสายแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร หญิงสาวก็แย่งพูดขึ้นมาก่อน

"ทินอย่าไปเชื่อเขา ไม่ต้องเป็นห่วง นิ้งเอาตัวรอดได้..." เขาเอื้อมมือไปปิดปากเธอ จนเหลือแต่เสียงอู้อี้

"เอาตัวรอดได้งั้นเหรอ ผ่านคืนนี้ไปก่อนให้ได้แล้วกัน" อาคินบอกเสียงเข้มให้คนปลายสายได้ยินด้วย หญิงสาวตอบกลับเสียงอู้อี้ มองเขาตาขวาง

แล้วอาคินก็กดวางสายแล้วก็ปิดเครื่องไป “ฉันจะให้เวลามันสักหน่อยก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยจะเปิดเครื่องคุยกับมันอีกรอบ”

เสียงพูดนั้นค่อนข้างเยือกเย็นนัก

นลินวิภาคิดว่าเขาเป็นพี่ชายของเอวิตา ก็คงร้ายกาจพอๆ กับน้องสาว ดูจากการกระทำที่ทำกับเธอก็รู้ แววตาของคนที่ถูกมัดอยู่ก็วาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความเกลียดชัง

คนพวกนี้ร้ายกาจกันทั้งบ้าน แต่เธอไม่กลัวหรอก

เมื่อเห็นท่าทางต่อต้านส่งผ่านมาทางแววตา มือหนาของเขาเอื้อมมาบีบคางเธอแน่น

"เธอกับไอ้ทินทำลายชีวิตน้องสาวของฉันไว้แค่ไหน ฉันจะเอาคืนให้มากกว่านั้น"

"ทำลายงั้นเหรอ ฉันน่าจะใช้คำนั้นมากกว่านะ น้องคุณเป็นมือที่สามระหว่างฉันกับทิน เค้าไม่ได้บอกคุณเหรอ หรือว่าบอกแค่ว่าฉันเป็นผู้หญิงร้ายกาจที่มาแย่งแฟนของตัวเองไป ทั้งที่คนที่ทำอย่างนั้นคือน้องสาวคุณ"

อาคินยิ้ม แต่เป็นยิ้มแบบเยือกเย็น สายตาที่เขามองคนที่กำลังเถียงหัวชนฝาก็ส่งผ่านความเกลียดชังไม่แพ้กัน

"ทำไมถึงคิดว่าอีฟจะพูดถึงเธอแบบนั้นกันล่ะ" เขาพูดหยันๆ "เท่าที่ฉันรู้จากอีฟคือ ไอ้ทินเข้ามาทำให้อีฟหลงรักแล้วกินอยู่ด้วยกัน แต่อยู่มาวันหนึ่งมันก็ขอเลิกแล้วบอกว่ามีลูกกับคนอื่นซึ่งผู้หญิงคนนั้นคือเธอ แล้วอีฟก็หลีกทางให้พวกเธอไปเสวยสุขกัน"

แม้จะนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยกับสิ่งที่เอวิตาบอกพี่ชาย แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เธอกับทินทำให้เอวิตาเข้าใจว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างนั้นเพราะอยากให้เอวิตาได้เรียนรู้ว่าการถูกใครสักคนที่เรารักสุดหัวใจทิ้งนั้นเป็นอย่างไร...

ตอนแรกหญิงสาวคิดว่าผู้ชายตรงหน้าคั่งแค้นเธอเพราะเอวิตาไปใส่ร้ายอะไร แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ แล้วเขาจะจับตัวเธอมาทำไมกัน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียจ้างบำเรอสวาท
9.1
เตยหอม หญิงสาวผู้อับจนหนทางจากภาระหนี้สินและการถูกคนรักทอดทิ้ง จนเกือบจะจบชีวิตตนเองลง แต่เธอกลับได้รับข้อเสนอจากทิวัตถ์ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่ยื่นมือเข้ามาแลกเปลี่ยนหนี้สินทั้งหมดกับตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัวและเมียลับเพื่อปรนเปรอเขา ด้วยความจำยอมเธอจึงเซ็นสัญญาลับโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน จนตกเป็นเหยื่อในเกมสวาทที่เขาวางหมากไว้ทุกฝีเก้า แม้ร่างกายจะเป็นเพียงสิ่งแลกเปลี่ยน แต่หัวใจของเธอกลับเริ่มสั่นคลอนในพันธนาการที่เขาสร้างขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักร้อนซ่อนรักร้าย
8.6
เมื่อความแค้นสุมอก ชายหนุ่มจึงทำทุกทางเพื่อเอาคืนศัตรูอย่างสาสม เขาจงใจใช้คำพูดจาถากถางหญิงสาวที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาวและผู้มีพระคุณ แม้เธอต้องเผชิญกับความอัปยศภายใต้เงื้อมือของเขา แต่ความอดทนนั้นมีไว้เพื่อรอวันทวงคืนความยุติธรรม หญิงสาวจึงโต้กลับด้วยความรังเกียจ เมินเฉยต่อเสน่ห์ที่เขามี และตราหน้าว่าผู้ชายหลงตัวเองอย่างเขาไม่มีค่าพอให้เธอชายตาแลมอง แม้จะเสนอสิ่งตอบแทนให้มากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
หน้าปกนวนิยาย ถึงเฮียจะร้าย…หนูก็จะรัก (Jay & Aeng Aei )
8.3
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดที่ความลับถูกเปิดเผย หญิงสาวตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่าเหตุใดชายหนุ่มที่เคยประกาศตัวว่าไม่สนใจในเพศหญิง กลับมีความเชี่ยวชาญและล่วงรู้ถึงจุดอ่อนไหวในร่างกายของเธอไปเสียทุกสัดส่วน แต่แทนที่จะได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน เขากลับตอบโต้ด้วยการกระทำที่เร่าร้อนพร้อมออกคำสั่งให้สาวน้อยผู้ใสซื่อโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความปรารถนาอันยากจะต้านทานระหว่างคนทั้งสองในค่ำคืนนี้
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย อุ๊ย!!โทษที สามีของฉันเป็นมาเฟีย
9.2
เมื่อหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนลึกลับที่พยายามเข้ามาคุกคามชีวิตอันแสนสงบสุขของเธอ แต่พวกเขากลับหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังของเธอนั้นมีเกราะป้องกันที่อันตรายที่สุด เพราะสามีผู้แสนดีที่เธอรักแท้จริงแล้วคือผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วย ก่อนที่จะคิดลงมือทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินเธอ พวกเขาควรจะหยุดคิดให้ดีและลองถามสามีมาเฟียของเธอดูก่อนว่าเขาจะยอมให้ใครมาแตะต้องภรรยาสุดที่รักของเขาได้ง่ายๆ หรือไม่