
เงาสวาทพี่เขยคลั่งสาท
ตอน 2
“โอ๊ย... อย่าไปคิดว่าเป็นภาระเลยนะคะ... คุณดำออกจะรวย ส่งเสียน้องเมียเรียนหนังสือแค่นี้ขนหน้าแข้งคุณดำไม่ร่วงหรอกคะ”
“แต่พิมพ์ก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี”
“ไม่เอา... อย่าคิดมากสิคะ คุณพิมพ์ไม่ได้เป็นภาระใครหรอกค่ะ ทุกวันนี้ก็ช่วยงานบ้านจนป้าเกรงใจจะแย่”
ป้านิ่มกล่าว นึกชื่นชมในความขยันของพิมพ์ลดา
“พิมพ์อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ค่ะป้า ไม่อยากอยู่เฉยๆ”
หญิงสาวสำนึกในความกรุณาของเจ้าของบ้าน งานอะไรที่ช่วยได้พิมพ์ลดาไม่เคยเกี่ยง
ทั้งที่อดัมส์ก็เคยออกปากห้ามหล่อนมาทำงานของคนใช้ เพราะว่าพิมพ์ลดามีฐานะเป็นน้องสาวของภรรยาเจ้าของบ้าน แต่พิพ์ลดาก็ยังแอบช่วยงานครัวเรื่อยมา
“สักวันถ้ามีเงินสักก้อน... พิมพ์จะย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่เอง”
เรื่องนี้พิมพ์ลดาคิดมาตลอด มันเป็นแรงผลักดันที่ทำให้หล่อนพยายามหางานพิเศษ
“โถ... ทำยังกับว่าคุณดำกับคุณอรจะยอม”
ป้านิ่มรู้ว่าอรทัยรักและห่วงน้องสาวคนนี้มาก
ในเวลาต่อมา
พิมพ์ลดาเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“พี่อรไม่อยู่ในห้องนี่คะป้านิ่ม”
หญิงสาวเดินกลับมาถามป้านิ่มที่อยู่ในครัวด้วยความสงสัย หลังจากเดินขึ้นไปถึงชั้นบนของบ้าน แต่ไม่เห็นพี่เขยกับพี่สาวอยู่ในห้องนอน เพราะว่าห้องดูเงียบเชียบและเครื่องปรับอากาศก็ไม่ได้เปิดเอาไว้ บ่งบอกให้รู้ว่าไม่มีคนอยู่ในห้อง
“อ๋อ... ป้าลืมไป ถ้าไม่อยู่บนห้องนอนแสดงว่าพากันไปออกกำลังกายที่ยิมมั้งคะ... ป้าว่าต้องอยู่ที่ยิมอย่างแน่นอน ลองไปดูที่ยิมสิคะ เพราะป้าได้ยินคุณดำชวนคุณอรไปออกกำลังกาย”
ป้านิ่มหมายถึงห้องออกกำลังกายที่อดัมส์สร้างเอาไว้ด้านหลังโรงจอดรถ ภายในห้องมีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน เพราะโดยส่วนตัวอดัมส์เป็นคนชอบออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ
“ลองไปดูที่ห้องยิมสิคะ”
“ค่ะป้า... ”
พิมพ์ลดารู้สึกแปลกใจ หล่อนเดินออกมาคว้าจักรยานคันน้อยที่จอดเอาไว้ด้านหลังครัว จากนั้นก็ถีบออกมาตามถนนโรยกรวดทอดผ่านสนามหญ้าหลังบ้าน มุ่งตรงไปยังยิมที่อยู่ด้านหลังโรงเก็บรถขนาดใหญ่
สาเหตุที่สาวน้อยต้องขี่จักรยานมาก็เพราะว่าระยะทางระหว่างบ้านกับยิมนั้นค่อนข้างห่างกันพอสมควร ถ้าเดินก็เหงื่อชุ่มกันเลยทีเดียว เพราะว่าคฤหาสน์ของ
อดัมส์มีเนื้อที่กว้างขวางมาก
เมื่อมาถึงยิม พิมพ์ลดามั่นใจว่าพี่สาวกับพี่เขยคงจะกำลังออกกำลังกายอยู่ในนั้นอย่างแน่นอน เพราะเห็นรถกอล์ฟที่จอดเอาไว้หน้ายิม
พิมพ์ลดาจอดรถจักรยานแล้วเดินเข้ามาด้านใน ครั้นแล้วก็ต้องรู้สึกแปลกใจ เมื่อผลักบานประตูกระจกชั้นแรกเข้ามาแล้วพบว่ามีการล็อคประตูจากด้านใน
‘ทำไมต้องล็อคประตู?’
หัวคิ้วโค้งราวคันเคียวชิดเข้าหากันด้วยความสงสัยว่าทำไมพี่เขยกับพี่สาวต้องล็อคห้อง ความสงสัยทำให้พิมพ์ลดาตัดสินใจเดินอ้อมมาทางด้านหลัง ดวงตาคมมองผ่านบานหน้าต่างที่เปิดแง้มเอาไว้เพียงน้อย ก่อนจะตกใจแทบช็อคกับภาพที่เห็นอยู่ภายในห้อง
‘โอ้ววว... พระเจ้าช่วยกล้วยทอด’
ภายในยิมส่วนตัวของอดัมส์
“อุ๊ย... คุณดำ... ไหนว่าจะออกกำลังกาย”
อรทัยตกใจ เมื่อร่างกายใหญ่โตของสามีที่เกือบจะอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเพราะเขาถอดเสื้อกล้ามออกไปแล้ว เหลือเพียงกางเกงผ้าร่มขาสั้นเพียงตัวเดียว เบียดกายกำยำเข้ามาสวมกอดหล่อนทางด้านหลัง
“แบบนี้ก็เรียกว่าออกกำลังกายเหมือนกันนะจ๊ะที่รักจ๋า... เพศสัมพันธ์ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขที่ชื่อว่าเอนดอร์ฟินส์... เรามาหาอะไรตื่นเต้นทำกันดีกว่า”
สามีหื่นรีบยกเหตุผลน่าฟังมาอ้าง นานเป็นสัปดาห์มาแล้ว ที่เขาไม่ได้แตะต้องภรรยาคนนี้ วันนี้พอกลับมาถึงเมืองไทยอดัมส์ก็แสดงอาการกระหายสวาทออกมาอย่างที่เห็น
“อู้ว... นิ่มมือดีจังเมียจ๋า”
มือซุกซนของอดัมส์สอดล้วงเข้าใต้ชายเสื้อยืดบางๆ ของอรทัย ลูบไล้ขึ้นมาตามลำตัวแล้วบีบขยำทรวงอกอวบขนาดพอดีมือ
“คุณดำ... อรกลัวใครมาเห็น”
หญิงสาวยอมรับว่าตื่นเต้น มีอารมณ์ แต่ก็อดกังวลไม่ได้
“ไม่ต้องกลัว... ผมล็อคประตูแล้ว”
สามีกล่าวพลางอุ้มหญิงสาวมานอนลงบนโซฟาที่ตั้งเอาไว้ชิดผนัง สำหรับนั่งพักหลังออกกำลังกาย
“อ๊อย... คุณดำ... อรเสียว”
อรทัยยอมรับว่าสยิว เสื้อยืดตัวบางของหล่อนโดนเลิกขึ้นไปกองเอาไว้เหนือทรวงอกแล้วถอดออกจากร่างเอิบอิ่ม
“รู้ไหมว่าผัวคิดถึง”
อดัมส์จูบไซ้ซอกคอของภรรยาอย่างหื่นกระหาย ซุกไซ้ใบหน้าลงมาดูดนมจนหัวนมเปียกชื้นไปด้วยน้ำลายทั้งสองเต้า ก่อนจะขยับขึ้นทาบทับร่างน้อยๆ ของอรทัยที่นอนทอดร่างตามความยาวของโซฟา ง่ามขาถูกดันให้เปิดอ้ารับลำตัวหนาของอดัมส์
“คุณดำพอแล้ว... เดี๋ยวใครมาเห็น”
มีความกังวลในน้ำเสียงของคนใต้ร่าง ปากร้องห้ามแต่ก็แอบครางออกมาด้วยความสยิว
คุณอาจจะชอบ





